• joeyman
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jtatanan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-31
  • จำนวนเรื่อง : 152
  • จำนวนผู้ชม : 54430
  • จำนวนผู้โหวต : 147
  • ส่ง msg :
inmind
สำนักข่าวดี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/inmind
วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน 2550
เยือนแดนขอม แอบถ่ายนางอัปสร 3 (บันทายสรี)
Posted by joeyman , ผู้อ่าน : 559 , 23:41:09 น.   | หมวดหมู่ : ท่องเขมร แอบถ่ายนางอัปสร  
พิมพ์หน้านี้


    

    

     หากถามผมว่าประทับใจอะไรมากที่สุดในการเดินทางไปเขมรครั้งนี้ ผมขอตอบว่า บันทายสรีครับ ทำไมไม่เป็นนครวัดหรือนครธมที่กำลังจะหลุดอันดับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก หรือปราสาทอื่นๆอีกมากมายที่สูงตระหง่าเทียมฟ้า ผมมีเหตุผลครับ

     ความจริงนครวัดและนครธมนั้น จะดูอย่างไรก็ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว ดูในรูปก่อนไป หรือดูกับตาตัวเองเมื่อไปถึง ก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์โดยที่ฝรั่งตาน้ำข้าวไม่ต้องมาจัดอันดับ เราก็รู้ แต่ที่ผมทึ่งในปราสาทบันทายสรีคงเป็น ความงดงามที่ยิ่งใหญ่ทางศิลปะที่แฝงอยู่ในร่างเล็กๆบอบบางน่าทะนุถนอมเฉกเช่นสตรีเพศ ครับ รูปสลักที่บันทายสรีนี่ ผมว่าสวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในปราสาทขอมเห็นจะไม่เกินเลยนัก

 

     บันทายสรีเป็นปราสาทหลังเล็กๆ สร้างก่อนกบาลสะเปียนที่ผมเพิ่งไปชมมาสักประมาณร้อยปีเห็นจะได้ และแน่นอนว่าสร้างก่อนนครวัดและนครธม รูปแบบศิลปะของบันทายสรีโดดเด่นจนต้องจัดอยู่ในรูปแบบของตนเอง คือ ศิลปแบบบันทายสรี ถ้าเปรียบกับศิลปินที่สร้างสมัยนี้คงประมาณศิลปแบบวัดร่องขุ่นที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร

    

     - ทางเดินเข้าไปสู่บันทายสรีจากโคปุระชั้นนอกสุด 

     จากกบาลสะเปียนมาที่ปราสาทบันทายสรีห่างกันแค่ 12 กม. แต่รถใช้เวลาคลานมาถึงเกือบชั่วโมง ทำให้คณะเราไปถึงที่บันทายสรีก็เกือบ 5 โมงเย็นแล้ว ก่อนที่จะมาเขมร พี่สาวผมได้ซื้อหนังสือเที่ยวเขมรของ อ.พิษณุศุภ มาอ่านทำความเข้าใจกันก่อน ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมากครับ เพราะไม่อย่างนั้น ผมคงไม่รู้ว่าบันทายสรีนั้นมีความสำคัญทางศิลปะอย่างไร ขนาดมีบางคนบอกว่า ถ้าคุณไม่ได้มาบันทายสรีเหมือนกับคุณไม่ได้มาเขมร อ้าว แล้วที่ไปนครวัดมาล่ะครับ ไม่นับเลยรึ 

     ความโดดเด่นที่มองเห็นและรู้ได้ทันทีคือ ปราสาทแห่งนี้เป็นสีชมพูทั้งหลังครับ ไม่ใช่ว่าผู้เขียนมีความรักขณะนั้นนะครับ บันทายสรีเป็นสีชมพูจริงๆ ไกด์บอกว่าถ้ามาช่วงที่มีแสงแดดจะเห็นเป็นสีชมพูสวยงามมาก 

 

     บันทายสรีเป็นปราสาทขอมเพียงแห่งเดียวที่กษัตริย์ไม่ได้เป็นผู้บัญชาให้สร้างขึ้น แต่ผู้ที่สร้างเป็นพราหมณ์ครับ เรื่องนี้ออกจะแปลกมาก เพราะสมัยขอมนั้น อยู่ๆคุณอุตริสร้างปราสาทขึ้นมาเฉยๆนี่โดนตัดหัวกันเพลินไป 7 ชั่วโครตเลยนะครับ 

    

     แล้วทำไมพราหมณ์คนหนึ่งถึงสร้างปราสาทถวายเทพได้ทั้งที่ก่อนหน้านี้และหลังจากนั้น มีเฉพาะกษัตรฺย์เท่านั้นที่สร้างปราสาทถวายเทพ แน่นอนครับว่าพราหมณ์ท่านนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน แต่จะมีอิทธิพลในราชสำนักขอมขณะนั้นอย่างไรนี่ ผมจนใจขุดคุ้ยจริงๆ

         

     บันทายสรีสร้างโดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ (ออกเสียงลำบากมากเลย) พราหมณ์ท่านนี้มีชีวิตอยู่ในช่วงสองรัชกาลประมาณสมัยอาณาจักรขอมตอนกลาง ท่านเป็นพระอาจารย์ของพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ผู้เป็นบิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ตามที่เกริ่นมาแล้วว่า บันทายสรีสร้างโดยพราหมณ์ไม่ใช่กษัตริย์ ดังนั้นจะสร้างให้ใหญ่โตไม่ได้ กษัตริย์เขาสร้างปราสาทกันบนเขา มีปรางค์ประธานอยู่บนยอดเขา ดังนั้น บันทายสรีจึงต้องสร้างอยู่บนเนินดินเล็กๆครับ ขนาดของตัวปราสาทก็เลยต้องเล็กลงมาด้วย แต่เป็นขนาดที่เล็กแบบสมส่วนนะครับ สวยสมส่วนแบบน้องหยาดนะครับ ไม่ใช่สูงโปร่งเหมือนนาตาลี หรือน้องแพนเค้ก อย่างนี้คงพอจะเข้าใจ

 

     เมื่อพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ทรงสวรรณคต ขณะนั้นพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ทรงพระเยาว์อยู่ ท่านพราหมณ์ ยัชญวราหะ จึงได้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และน่าจะเป็นด้วยเหตุนี้เองที่ท่านสามารถทูลขอที่ดินแปลงหนึ่งเพื่อนำมาสร้างปราสาทถวายพระศิวะตามความเชื่อในขณะนั้นได้ เห็นหรือยังครับว่าท่านพราหมณ์นี้ ทรงอิทธิพลขนาดไหน ระบบเส้นสายมีมาเป็นพันปีแล้วครับ

 

- ระหว่างทางเดินเข้าไปชั้นใน

     

     ด้วยขนาดที่ต้องเล็กดังนั้น สิ่งที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นบันทายสรีจึงต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด หินที่นำมาใช้สร้างต้องเป็นศิลาสีชมพูซึ่งสวยงามที่สุด คุณภาพดีที่สุด และหายากที่สุด ช่างที่มาก่อสร้าง สถาปนิก วิศวกร หัวหน้างานจนถึงช่างแกะสลักต้องฝีมือระดับเซียนเหยีบเมฆ ว่ากันว่า ปราสาทในยุคต่อๆมาก็นำแบบอย่างการวางแปลนของบันทายสรีมาใช้ อย่างนครวัดก็น่าจะใช่

     กลับมาที่ปัจจุบัน คณะเรารีบลงจากรถบัสขนาดกลางอย่างรวดเร็วเพราะเวลาเหลือน้อยมาก ไกด์บอกเหลือเวลาแค่ 30 นาทีก่อนเจ้าหน้าที่จะปิด แต่ผมมองไปไม่เห็นมีประตูเลยนี่ครับ เอาล่ะ ได้แค่ไหนดูแค่นั้น

    

     เมื่อเราเดินผ่านซุ้มประตูเข้าไปข้างในจะสังเกตว่า ประตูจะมีขนาดเล็กลงไปเรื่อยๆ จนซุ้มประตูสุดท้ายเราแทบจะต้องก้มหัวกันแบบโค้งคำนับกันเลย ผู้ก่อสร้างคงต้องการให้เราลดตัวลดอัตตาลงเมื่อเข้ามาอยู่ในปราสาทของพระศิวะเทพ เป็นการบังคับให้เราต้องแสดงความเคารพต่อท่านด้วย

     เอาล่ะครับ มาถึงไฮไลท์ของบันทายสรีกัน อย่างที่บอกนั่นคือ ศิลปการแกะสลักครับ ซุ้มประตูหรือโคปุระนั้นจะมีหน้าบันอยู่ข้างบน ศิลปินขอมเขาจะสลักเป็นเรื่องราวต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเกี่ยวกับพระศิวะเป็นหลัก ก็เป็นวิหารของท่านนี่ครับ ที่โคปุระด้านในสลักรูปที่สวยงามและมีความสำคัญรูปหนึ่งคือ ภาพศิวนาฏราช การร่ายรำของพระศิวะ 

-โคปุระชั้นใน หน้าบันทีรูปสลักพระศิวะร่ายรำ

    

     หลายท่านคงยังไม่ทราบว่า พระศิวะท่านได้รับการยกย่องในหมู่เทพว่า ร่ายรำได้งดงามและน่าเกรงขามที่สุด ถึงขนาดท่าน พรถมุณีและเหล่าเทพไปขอร้องให้พระพิฆคเณศช่วยอ้อนวอนพระศิวะซึ่งเป็นบิดาท่าน ให้ท่านแสดงร่ายรำให้ชมเหล่าเทพชม ท่านก็รับคำขอ และในขณะที่ท่านร่ายรำ ท่านพรถมุณีก็บันทึกท่าร่ายรำทั้ง 108 ท่าของพระศิวะไว้ และทั้งหมดนั้นก็กลายมาเป็นแม่แบบนาฏยศาสตร์ของอินเดีย เขมร และสยาม ในกาลต่อมานั่นเอง

- ศิวะนาฏราช

     มีเกร็ดอีกนิดนึงว่า เมื่อใดที่พระศิวะร่ายรำด้วยท่วงท่าที่พอดิบพอดี โลกเราก็จะสงบสุข แต่เมื่อใดที่ท่านร่ายรำด้วยท่วงท่าที่ดุดัน โลกเราก็จะประสบภัยพิบัติ ... ผมว่าตอนนี้ท่านคงจะร่ายรำดุดันไปหน่อยนะครับ

- บริเวณปรางค์ประธานชั้นใน

     เมื่อเดินเข้ามาผ่านโคปุระสุดท้าย มาถึงปรางค์ประธาน ที่นี่มีรูปสลักที่งดงามกินใจเหลือเกิน งามถึงขนาดผมคิดว่าช่างคงสลักเสร็จเมื่อไม่นานมานี้ ลายเส้นยังดูคม ชัด ลึก และเด็ดเดี่ยวบาดเข้าไปถึงหัวใจ พี่สาวผมเดินอ่านหนังสือของ อ.พิษณุศุภ ที่บรรยายถึงภาพต่างๆ คณะเราก็เดินหาภาพนั้นตามรูปในหนังสือ เมื่อหากันพบแล้ว พี่สาวผมก็อ่านตามที่ท่านบรรยายไว้นั้นให้พวกเราฟัง ไกด์เขมรเองก็ยังเดินตามมาฟังในทุกที่ๆเราหยุดดูด้วย เขาก็ได้ความรู้ใหม่จากหนังสือเรานี่เอง

- ปรางค์ประธาน

    คณะเราเดินชมความงามของบันทายสรีกันอย่างไม่รู้ตัว เหมือนหลุดเข้าไปในมิติเวลาเมื่อกว่าพันปี ผมสงสัยเหลือเกินว่า ทำไมขอมในอดีตก็มีความเจริญทั้งด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม รวมถึงศาสตร์ทางศิลปะมากมายถึงเพียงนี้ แต่เหตุใดลูกหลานขอมในปัจจุบันจึงดูเหมือนลูกเมียน้อยที่พ่อไม่ได้ยกสมบัติให้ จึงไม่มีของมีค่าอื่นใดเหลือติดตัวอยู่เลย ที่มีอยู่ก็เป็นของเก่าที่บรรพบุรุษสร้างเอาไว้ให้พอได้หากินประทังชีวิตไปวันๆเท่านั้น

-ทัศกัณฑ์แบกเขาไกรลา

- ด้านหน้าปราสาทบันทายสรีในวันนี้

     แม้ในวันที่ผมไปบันทายสรี กาลเวลาจะได้กลืนกินความงดงามในวัยสาวของบันทายสรีไปเกือบหมดแล้ว หากแต่ถ้าเราลองหยุดนิ่ง พิจารณาและจินตนาการจากร่องรอยความงามที่หลงเหลือ ก็คงพอจะทำให้เราทราบได้ว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปยังช่วงที่เธอยังสวยสะพรั่ง บันทายศรีจะงดงามสักปานใดหนอ....

    


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
ลุงต้าลี่ วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 00.24 น.
http://www.oknation.net/blog/loongdali

หินสีชมภู แกะสลักลวดลายละเอียดประณีต ดั่งไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ ...สุดยอดจริง ๆ
ความคิดเห็นที่ 5
รุ้งสีตะวัน วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 14.36 น.
http://www.oknation.net/blog/rungseetawan
 สร้างฝัน สร้างทาง เดินข้ามตามเส้นทางสะพานสายรุ้ง  "รุ้งสีตะวัน" 

งาม จริงๆๆๆ +๑ โหวตเลยค่ะ ชอบมากมาย หลงใหลจัง

**รุ้งสีตะวัน**
ความคิดเห็นที่ 4
AS วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 23.41 น.
http://www.oknation.net/blog/curtain

ขอบคุณสำหรับภาพและรายละเอียด
เห็นแล้วอยากไปดูของจริง
ความคิดเห็นที่ 3
สเลเต วันที่ : 08/06/2007 เวลา : 21.19 น.
http://www.oknation.net/blog/mahahong

ภาพแรกสวยมากค่ะ
ดิฉันหลงรักบันทายสรีทันที่ที่เห็นครั้งแรก
เป็นปราสาทหินสีชมพูที่น่ารักและกระทัดรัดมาก
หลงรักนางอัปสรขนาดเล็กที่เหมาะเจาะกับปราสาท
และวาดหวังว่า....
สักวันจะกลับไปเยือนเธออีกหนค่ะ


ความคิดเห็นที่ 2
ราษีไศล วันที่ : 04/06/2007 เวลา : 18.27 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ /www.banduannoi.com/ www.tourthailand.th.gs

ภาพสวยดีครับ
ความคิดเห็นที่ 1
mintee วันที่ : 04/06/2007 เวลา : 00.27 น.
http://www.oknation.net/blog/mintee

ละเอียดมากๆ เลยค่ะ ได้ความรู้จริงๆ

บังเอิญจัง ดิฉันก็กำลังอัพเรื่องตอนไปแรลลี่ที่เขมรพอดี
ถ้ายังไงก็เชิญเลยละกันนะคะ
http://www.oknation.net/blog/mintee/2007/06/03/entry-1
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Glacia Express

นั่งรถไฟสายที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

View All
ท่านอยากดูรายการทีวีประเภทใดใน Blog ?
ท่องเที่ยว
11 คน
ทำอาหาร
3 คน
ศิลปะ วาดรูป
11 คน
สุขภาพ และเด็ก
2 คน
ทอล์คโชว์
2 คน

  โหวต 29 คน