• joeyman
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jtatanan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-31
  • จำนวนเรื่อง : 152
  • จำนวนผู้ชม : 54430
  • จำนวนผู้โหวต : 147
  • ส่ง msg :
inmind
สำนักข่าวดี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/inmind
วันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน 2550
Blog TV: เยือนเขมรฯ ตอน 2 (ตามหาศิวลึงค์)
Posted by joeyman , ผู้อ่าน : 550 , 14:00:30 น.   | หมวดหมู่ : ท่องเขมร แอบถ่ายนางอัปสร  
พิมพ์หน้านี้



" คลิก play เพื่อเริ่มดู clip "

การเดินทางมาถึงตอนที่เราต้องตามหาศิวลึงค์กันแล้วล่ะครับ....

     สำหรับการเดินทางไปแอบถ่ายนางอัปสรในแดนขอม แม้บางท่านบ่นว่าเมื่อไรจะได้พบนางอัปสรเสียที อดใจไม่ค่อยไหว ก็ต้องรอนิดนึงครับ ไปต่างบ้านต่างแดนขืนใจร้อนประเดี๋ยวจะอดชมของดีเมืองเขมรกันเสีย

     ครั้งนี้เรามาถึงกบาลสะเปียนกันแล้ว สภาพนักเดินทางที่ร่วมคณะก็สะบักสะบอมไปตามๆกัน และพอเปิดท้ายรถออกมาก็แทบลมจับ ข้าวของกระจัดกระจายเหมือนเพิ่งผ่านภาวะไร้น้ำหนักมา ต้องเสียเวลาจัดข้าวของกันใหม่พอสมควร

     เพื่อนคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ก่อนออกเดินทางอุตส่าห์หาข้าวเหนียวร้อนๆ หมูทอดนิ่มๆ เนื้อแดดเดียวอร่อยๆ อัดไว้อย่างดีในกระติ๊บข้าวเหนียวกะจะมากินแซ่บๆที่เขมร ถึงเสียมเรียบเปิดกระติ๊บข้าวออกมาดูอีกที ทั้งหมูยอ หมูแดดเดียว มันออกมาวิ่งเล่นนอกกระติ๊บข้าวกันหมด จะกินก็ไม่ไหวเพราะเปื้อนฝุ่นจนเนื้อแดดเดียวกลายเป็นเนื้อคลุกฝุ่น นี่แหละครับฤทธิ์ของถนนเขมร

     เนื่องจากการเดินทางของเราไม่ได้เข้าไปในตัวเมืองเสียมเรียบก่อน ดังนั้นเมื่อมาถึงกบาลสะเปียนเราจึงไม่มีตั๋วเข้าชม หลายท่านอาจจะถามว่า ที่นั่นไม่มีตั๋วขายหรือ? ครับ จริงๆด้วย ที่กบาลสะเปียน ไม่มีที่จำหน่ายตั๋ว เวลาเดินทางไปต่างประเทศกก็อย่างนี้แหละ อย่าคิดว่าอะไรๆจะเหมือนที่บ้านเราเด็ดขาด เพราะแต่ละที่เขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวครับ

     ที่กบาลสะเปียนถ้าเราจะซื้อตั๋ว ก็ต้องขับรถเลยไปอีก 12 กม. เพื่อไปซื้อตั๋วที่บันทายศรี จากนั้นจึงค่อยขับรถย้อนกลับมาที่กบาลสะเปียน แล้วถนนพ่อเจ้าประคุณเขมรท่านใช่ย่อยที่ไหน ขืนขับไปขับมา ไหนจะเดินขึ้นเขาไปกบาลสะเปียนอีก มิใยคณะเราคงต้องนอนนับศิวลึงค์กับเหล่าทวยเทพบนเขากุเลนแห่งนี้ประไร

    

     โชคดีที่คณะเราได้ไกด์เขมร ที่เคยเข้ามาเรียนหนังสือที่เมืองไทย ปัจจุบันรับราชการอยู่ที่เขมร ได้ปลอมตัวมาเป็นไกด์เพื่อหาลำไพ่พิเศษ ทำหน้าที่เจารจากับคนเก็บตั๋วให้เราขึ้นไปชมจนได้ แต่ก็น่าสงสารคณะที่ตามหลังมาซึ่งไม่รู้ว่าที่นี่ไม่มีตั๋วขาย และไม่มีใครปลอมตัวมาด้วย จึงไม่ได้ขึ้นมาชมกบาลสะเปียนเหมือนเรา แหม เส้นสายนี่ใช้ได้ทุกที่ทั่วโลกเหมือนบัตรวีซ่าเลยล่ะครับ

     ระหว่างทาง2 กม.ที่เดินขึ้นเขากุเลนแห่งนี้ ผมก็ยังไม่ทราบว่าเราจะมาดูอะไร รู้แต่เพียงว่า พ่อผมบอกก่อนเดินทางว่า ไหนๆเราก็ผ่านกบาลสะเปียนแล้ว พ่อได้ศึกษาว่าเป็นที่ๆน่าสนใจและน้อยคนจะได้มาเที่ยว  และพ่อผมก็เป็นหนึ่งในน้อยคนนั้น เพราะหลังจากขึ้นเขามาได้ไม่นาน พ่อก็สละสิทธิ์เพราะหมดแรงทั้งที่เป็นผู้ริเริ่มให้พวกเรามากบาลสะเปียน แต่ไม่เป็นไรเพราะยังไงก็ได้ดูจาก VDO อยู่ดีแหละ

   

     นักวิชาการเดาตามหลักวิชาการว่า กบาลสะเปียนน่าจะสร้างในช่วงปลายสมัยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 ในราวพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นศิลปะแบบบาปวน

     เอาล่ะสิ ชื่อกษัตริย์ขอม ชื่อยุคต่างๆเริ่มปรากฏมาแล้ว ไม่ต้องตกใจครับ เราไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ เป็นแค่นักท่องเที่ยว จำแค่ว่ากบาลสะเปียน สร้างขึ้นในช่วงกลางของอาณาจักรขอมอันรุ่งเรืองในอดีตก็พอ รับรองว่าไม่มีการออกข้อสอบหลังจากชมจบแล้วแน่นอน

     สำหรับ Concept ในการสร้างศิวลึงค์และเหล่าทวยเทพไว้ใต้ผืนน้ำ ก็เพื่อให้ชาวบ้านได้มีน้ำศักดิ์สิทธิ์ไว้ใช้ บางตำราบอกว่า เป็นการเลียนแบบแม่น้ำคงคา ซึ่งเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ในอินเดียต้นกำเนิดความเชื่อแบบฮินดูที่ขอมสมัยนั้นนับถือ

     เท่าที่ผมค้นมา เวลาเขาทำพิธีในปราสาทขอม พราหมณ์จะเทน้ำนมและดอกไม้ ราดลงบนแท่งศิวลึงค์อันเป็นตัวแทนพระศิวะ ผู้สร้างและผู้ทำลาย จากนั้นน้ำก็จะไหลจากแท่งศิวลึงค์ไปยังฐานรองรับ ซึ่งก็คือตัวแทนของเพศหญิงหรือฐานโยนี น้ำที่ไหลออกมาจากฐานโยนีนั้น ก็จะเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านสามารถนำไปดื่มกินรักษาโรค ชำระร่างกาย ใช้ในการเพาะปลูกเพื่อเป็นศิริมงคลได้

  

     - รูปสลักศิวลึงค์และฐานโยนีใต้น้ำ สัญลักษณ์ความสมบรูณ์และสมดุลตามความเชื่อของชาวขอมในอดีต    

     แต่กรรมวิธีเช่นนั้นมันไม่ทันกับจำนวนความต้องการประชากรในอาณาจักรขอม ที่นักวิชาการฝรั่งยุคปัจจุบันบอกว่า ประชากรในเมืองพระนครหรือในอาณาจักรอาจจะมากถึงล้านคน (ตอนที่ขอมเรืองอำนาจ นิวยอร์คของอเมริกายังเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆของอินเดียแดงอยู่เลย)

     ดังนั้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน กษัตริย์เขมรจึงสั่งให้หาวิธีการทำน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ปริมาณเยอะๆ ด้วยแนวคิดที่ว่า ทำอย่างไรให้ศิวลึงค์และโยนีได้อยู่ร่วมกันตามความเชื่อที่ว่า โลกจะสมบรูณ์และสมดุลเมื่อสองสิ่งนี้อยู่ร่วมกันและมีน้ำเป็นตัวกลาง เพราะเมื่อชายและหญิงร่วมกันก็ย่อมต้องมีน้ำเป็นตัวประสานการให้กำเนิดชีวิตเสมอ

     จาก Concept นี้เอง จึงเกิดการสลักรูปศิวลึงค์ และฐานโยนีไว้ใต้แผ่นน้ำบนเขากุเลนแห่งนี้

ทำไมต้องเป็นที่กบาลสะเปียน? 

     เพราะกบาลสะเปียนแห่งนี้ เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญแห่งหนึ่งบนเทือกเขากุเลนที่ทอดตัวยาวอยู่ทางเหนือของเมืองพระนคร หรือเสียมเรียบในปัจจุบัน

     น้ำจากลำธารสายนี้จะไหลไปรวมกับลำธารสายอื่นๆกลายเป็นแม่น้ำเสียมเรียบ ไหลผ่านตัวเมืองเสียมเรียบ ดังนั้นการสลักรูปศิวลึงค์และเหล่าเทพเจ้าในลำธานนี้ ก็เท่ากับว่าทำให้แม่น้ำเสียมเรียบกลายเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย

 

- แม่น้ำเสียมเรียบ ไหลผ่านตัวเมืองเสียงเรียบ ก่อนจะไหลลงสู่ โตนเลสาบ

     สำหรับชื่อกบาลสะเปียนนั้น แปลว่า "หัวสะพาน" เพราะข้างบนสุดของทางเดิน มีแนวก้อนหินธรรมชาติ ทอดข้ามลำธารเล็กๆ ที่ไม่ว่าน้ำจะมากแค่ไหนก็ไม่สามารถท่วมแนวก้อนหินนี้ได้ ชาวบ้านจึงเรียกว่า กบาลสะเปียน ตามลักษณะก้อนหินนี้

     หลังจากคณะเราเดินผ่านทางที่ค่อยๆชันขึ้นนั้น ระหว่างทางมีฝรั่งตัวเปียกเดินสวนทางกลับลงเขาไปบ้าง เขมรก็มี แสดงว่าเขามาเล่นน้ำกันที่นี่แน่นอน แต่จะเล่นด้วยความเชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์อย่างชาวขอมเมื่อพันกว่าปีก่อนเชื่อหรือไม่นั้น ก็สุดจะคาดเดาได้

     เดินไปเดินมาคณะเราสังเกตเห็นว่ามีเด็กเขมรมาเดินนำหน้าตั้งแต่ขึ้นเขามา ตอนแรกก็คิดว่าเด็กคนนั้นคงมาเดินเล่น แต่ไปๆมาๆ ท่าทางจะอาสาเป็นไกด์พาขึ้นเขาแน่นอน

     พอเดินมาถึงบริเวณน้ำตก เจ้าเด็กนั่นก็ชี้ให้เราไปข้างล่าง ตรงธารน้ำตก พวกเราก็ดีใจที่จะได้เห็นศิวลึงค์ใต้น้ำนับพันๆองค์ ต่างคนต่างรีบลงบันไดไปยังธารน้ำตกทันที พร้อมกับพุ่งไปก้มมองสอดส่องหารูปลักษณะที่จะมองว่านั่นคือศิวลึงค์

  

 - ในฤดูฝน รูปสลักพรหมสี่หน้านี้ จะจมอยู่ใต้สายน้ำ

     เราแยกย้ายกันไปหาศิวลึงค์ใต้น้ำกันอยู่นาน เพื่อนผมมันท่าทางจะหมดหวัง พาลบอกว่าสงสัยเราจะมากันผิดที่ ส่วนเด็กเขมรนั่นก็คงจะงงๆ เพราะเขาคงตั้งใจพาเรามาเล่นน้ำตกอย่างที่ชาวเขมรชอบกัน แต่คนไทยกลุ่มนี้มันมองหาอะไรกันฟ่ะ หรือบรรพบุรุษมันมาทำอะไรหล่นหายแถวนี้

     แม่ผมใจร้อน จึงรีบเรียกเด็กเขมร ไกด์อาสาของเรามาไถ่ถาม แต่ก็ไม่ได้เรื่องเพราะคนถามๆเป็นภาษาอีสาน เด็กเขมรเลยไม่เข้าใจและไม่รู้จะตอบอย่างไร สุดท้ายไกด์ตัวจริงของเราก็โผล่มาบอกว่า "โน้นครับ ศิวลึงค์อยู่บนน้ำตก ที่นี่น้องเขาคงพามาเล่นน้ำตกมั้งครับ..."

     เท่านั้นแหละครับเจ้าเด็กเขมรมันเกิดพูดภาษาอังกฤษได้ขึ้นมาทันที " over there" พลางชี้มือให้เราปีนบันไดไปข้างบนอีกครั้ง เอากับมันสิ พูดฝรั่งมาตั้งแต่แรกก็จบแล้ว แหม ทำเป็นอมภูมิ

     พอพ้นบันไดที่นำเราสู่ขึ้นมาสู่ลำธารเหนือน้ำตกเท่านั้นแหละ รูปสลักเล็กๆน้อยๆตามโขดหินข้างตัว ตามพื้น มีเต็มไปหมด มองไปในลำธารก็เห็นรูปสลักเป็นปุ่มกลมๆนูนตัวอยู่กลางลำธาร นี่แหละครับคือสัญลักษณ์ของศิวลึงค์ มองไปอีกทางใต้น้ำเห็นรูปสลักคล้ายร่างคนนอน นั่นก็คงเป็นนารายณ์บรรทมสินธุ์เป็นแน่ ตลอดระยะทางเกือบ 1 กม. มีรูปสลักเต็มไปหมด จนอดนึกไม่ได้ว่า ถ้าปัจจุบันมีคนนึกครึ้มใจจับเครื่องมือสลักรูปเทพเจ้าแบบนี้บ้าง จะโดนกล่าวหาว่าทำลายธรรมชาติหรือไม่หนอ

     กบาลสะเปียนในสมัยหนึ่งเป็นตัวแทนความยิ่งใหญ่ในการนับถือเทพเจ้าโดยเฉพาะพระศิวะ และเชื่อว่าเหล่าทวยเทพจะปกป้องอาณาจักรของให้เจริญรุ่งเรือง แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ความเชื่อเรื่องเทพก็ดูเหมือนจะลดลงไปเรื่อยๆตามกาล 

 - นารายบรรทมสินธุ์ นอนเกยขาอยู่บนตักพระลักษมีพระชายา สลักอยู่บนน้ำตกเล็กๆ

- ดูเหมือนว่าพระยารายณ์ยังถูกทำลายได้ โดยฝีมือลูกหลานขอมนั่นเอง

     สุดท้ายแม้แต่ทวยเทพที่เคยทำหน้าที่ปกป้องอาณาจักรขอมอันยิ่งใหญ่ ก็ไม่สามารถแม้แต่จะหลุดรอดน้ำมือของโจรซึ่งเป็นลูกหลานของชาวขอมในอดีต ภาพสลักเทพเจ้าในหลายๆแห่งจึงเศียรกุด พระกรหัก ลำตัวหาย บางองค์หายไปทั้งองค์ หรือท่านเสด็จกลับสวรรค์ทิ้งชาวเขมรให้ตกทุกข์ได้ยากอย่างในปัจจุบันหรือ ก็อดคิดไม่ได้

     เราเดินขึ้นมาจนถึงน้ำตกเล็กๆ ที่จุดนี้ไกด์บอกว่าเป็นที่ๆสวยที่สุดแล้ว หลังจากนี้เราจะต้องลงเขากัน และตรงน้ำตกเล็กๆนี่แหละครับ มีรูปสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่ระหว่างน้ำตกทั้งสองฝั่ง และโดนลักลอบตัดไปหมด ที่น่าเสียดายคือ องค์นารายณ์ที่บรรทมอยู่ตรงข้ามน้ำตก โจรมันตัดเอาท่านไปตั้งครึ่งองค์ ที่เราเห็นองค์ท่านทาสีทองนั่นคือของใหม่ที่เขมรเขามาใส่ไว้แทนของเดิมครับ

- อดีตที่ยังอยู่ครบ และภาพหลังจากถูกลักลอบตัดไปแล้ว

    

- ของใหม่ถูกนำมาเติมในของเก่า แต่อยู่อย่างไรก็แปลกตาอยู่ดี

     หลังจากชื่มชมและหดหู่กับฝีมือขอมและคนเขมร กับกบาลสะเปียนกันพอสมควร คณะเราก็ต้องรีบลงเขากันแล้ว เพราะนี่ก็จะบ่าย3โมง เรายังต้องเดินทางไปปราสาทบันทายศรีกันต่อ และเราก็ไม่รู้ว่าระยะทาง 12 กม.ที่เหลือก่อนถึงบันทายศรีจะเป็นอย่างไร

     และอนาคตของกบาลสะเปียนจะหลงเหลืออดีตอันรุ่งโรจน์ไว้ให้ลูกหลานเขมรได้ภาคภูมิอีกสักกี่มากน้อย ก็เป็นเรื่องสุดที่จะคาดเดาเช่นกัน

    


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 62
hathai วันที่ : 05/01/2008 เวลา : 14.16 น.
http://www.oknation.net/blog/hathai

ถือว่าได้เยือนเขมรส่วนหนึ่งแระ
ความคิดเห็นที่ 61
ทรายรุ้ง วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 14.53 น.
http://www.oknation.net/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

*************************************
ตามมาเที่ยวค่ะ....ขอบคุณที่ไปทักทาย...
ยังงัยความขลังก็ยังคงอยู่..

ความคิดเห็นที่ 60
เจเจค่ะ วันที่ : 28/09/2007 เวลา : 03.34 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 



มาตามหา "joeyman"




ความคิดเห็นที่ 59
สุภา วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 23.20 น.
http://www.oknation.net/blog/msupa

- ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมและแสดงทัศนะที่บล็อกดิฉันนะคะ

- ขอบคุณอีกทีสำหรับรายละเอียดแหล่งท่องเที่ยวของเขมรที่ดิฉันเคยอยากไปหลายๆที่ แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ไปสักที จะเข้ามาชมบ่อยๆ นะคะ

- หากเจอมรสุมชีวิต ทำให้จิตของคุณชักพาให้นึกถึงแต่เรื่องที่ทำให้คุณทุกข์จนเกินไป ก็ขอให้สติของคุณจงไปจับเจ้าจิตเศร้าหมองเหล่านั้นขังไว้ ณ ที่ลิ้นปี่ ด้วยความรู้เท่าทันอารมณ์นั้นเถิด
ความคิดเห็นที่ 58
SukJai วันที่ : 26/09/2007 เวลา : 22.53 น.
http://www.oknation.net/blog/ImSukJai
-- SukJai --


รอดูตอนต่อไปอยู่นะเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 57
nutye วันที่ : 24/09/2007 เวลา : 10.42 น.
http://www.oknation.net/blog/nutye
[บล๊อกผม]...ต่ำกว่า 18 ปีควรพิจารณาให้ดีไม่งั้นเสียวตาย 

ขอบคุณที่พาไปเที่ยวนะครับ

อย่าลืมกลับไปขำบล๊อกผมล่ะ
ความคิดเห็นที่ 56
joeyman วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 14.51 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind

คุณศุภศรุต - ผมล่ะเกรงใจจังเลย ช่วงนี้มรสุมชีวิตเข้าครับ ต้องรีบทำงานส่ง บทก็เขียนแล้ว ภาพก็ตัดแล้ว เหลือแต่นั่งทำนี่แหละครับ ตั้งใจว่าสัปดาห์นี้จะเข็นออกให้ได้ครับท่าน อิ อิ ขอบพระคุณครับที่แวะมาทักเช้าวันอาทิตย์ครับ
ความคิดเห็นที่ 55
ศุภศรุต วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 11.52 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

สวัสดีตอนเช้าวันอาทิตย์ครับ
ยังไม่ยอด UP ตอน 3 มาให้ดูกันเลย

หรือจะเก็บไว้ดูคนเดียว

ความคิดเห็นที่ 54
ทรายรุ้ง วันที่ : 19/09/2007 เวลา : 15.29 น.
http://www.oknation.net/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

มาเยี่ยมยามเย็นค่ะ...สบายดีนะค่ะ
ความงดงามของวัฒนธรรมเขมร ดูขลังดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 53
อาเจี่ย วันที่ : 19/09/2007 เวลา : 10.58 น.

ไม่น่าเชื่อว่าคนสมัยก่อนจะคิด-ทําการแกะสลักได้มากขนาดนี้ แล้วศิวลึงคไม่ได้เป็นแท่งยาวๆตั้งขึ้นจากพื้นดินหรือครับ? และโยนีเป็นรูปอะไรครับ?
ความคิดเห็นที่ 52
รัตติกาลแห่งราตรี วันที่ : 19/09/2007 เวลา : 06.23 น.
http://www.oknation.net/blog/happyIateekan
มีความสุขกับเวลาที่เป็นกลางคืนแห่งราตรีกาลไปบ้านหลังที่ 2" บ้านนิยายทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว. ( ก๊อปลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยครับ ) http://www.oknation.net/blog/happylateekan


"ขอเชิญร่วมวันเกิดที่บล็อกบ้านแรกลิ้งค์นี้ละครับ.."
( http://www.oknation.net/blog/happyIateekan )

จาก.รัตติกาลแห่งราตรี.1 และ2 ครับ..
ความคิดเห็นที่ 51
mylife วันที่ : 17/09/2007 เวลา : 07.45 น.
http://www.oknation.net/blog/mae23


สวัสดียามเช้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 50
mylife วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 07.24 น.
http://www.oknation.net/blog/mae23


สวัสดียามเช้าค่ะ

มีความสุขกับการทำงานนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 49
ญาใจ วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 16.49 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@

ขอชอบพระคุณมากๆค่ะที่เข้ามาให้กำลังใจอีกท่าน
ความคิดเห็นที่ 48
joeyman วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 15.13 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind

- ยินดีครับที่หลายๆท่านชื่นชอบเขมร และต้องขอบคุณ คุณศุภศรุต สำหรับแรงบันดาลใจหลายๆอย่างเมื่อ่านบทความของท่านจบแล้ว
- ตอนนี้ผมกำลังเร่งเข็นตอนที่ 3 ซึ่งจะเป็นตอนที่ไปเที่ยวปราสาทบันทายศรี ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก แต่รับรองว่าสวยงามมากๆครับ
- ช่วงนี้เลยต้องย้อนไปดูเทป vdo เก่าๆว่าเราถ่ายอะไรมาบ้าง และกำลังวางเรื่องที่จะถ่ายทำใหม่เหมือนกัน พอดีมีกลุ่มเพื่อนขอให้จัดไปเที่ยวลาวใต้ ช่วงออกพรรษา เลยคิดว่าน่าจะได้เรื่องเที่ยวมาฝากต่อจากเขมรนะครับ
- ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่เข้ามาเยี่ยมนะครับ

ความคิดเห็นที่ 47
rainny วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 13.08 น.
http://www.oknation.net/blog/rainny
 [Time]   

อ่านไปขำไปในคำบรรยาย

เคยเห็นศิวลึงค์ใต้น้ำในทีวีรายการหนึ่งเหมือนกันค่ะ ตอนนั้นเห็นแล้วทึ่งเลยค่ะ

น่าเสียดายบางส่วนที่ถูกทำลายไปนะคะ ทำใหม่ก็ให้ความรู้สึกไม่เหมือนเก่า
ความคิดเห็นที่ 46
SukJai วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 21.17 น.
http://www.oknation.net/blog/ImSukJai
-- SukJai --


ชวนเพื่อนไปบ้างดีกว่า
ขอบคุณที่นำเรื่องราวดีๆ มาให้ชมนะคะ
ความคิดเห็นที่ 45
บัวบูชา วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 19.33 น.
http://www.oknation.net/blog/kaimoog
...บัวบูชา...


ไม่เคยคิดเลยว่าคืนนี้จะได้ไปเที่ยวเขมร
สวยงามเหลือเกินจริงๆนะคะ
ภูเขาที่บ้านบัวบูชามีหินก้อนใหญ่ๆเยอะเลย
น่าจะมีคนไปแกะสลักอะไรดีๆเหมือนในรูปไว้บ้างนะ
ขอบคุณที่ไปเยือน
คืนนี้นอนให้หลับ.และฝันดีนะจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 44
ToeflThailand วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 17.49 น.
http://www.oknation.net/blog/ToeflThailand
แวะมาทักทายกันหน่อยซิครับ :) 

ครับสมบุกสมบันน่าดูนะครับ
แต่ดูจากภาพแล้วน่าจะคุ้มค่า
มากครับ รูปแกะเหล่านี้สวยงามมาก

ในบางครั้งเมื่อถนนไม่ถึงอย่างดี
ของเหล่านี้ก็จะเสื่อมอย่างรวดเร็ว
บางครั้งก็ยังมีข้อดีในสิ่งที่ไม่ดีเหมือน
กันนะครับ

==========================================
เรียนภาษาอังกฤษ, สอบ TOEFL , ศึกษาต่อต่างประเทศ คลิกที่นี้ !!! http://www.ToeflThailand.com

ความคิดเห็นที่ 43
MoneyPenny วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 16.39 น.
http://www.oknation.net/blog/moneypenny
If you like me...run away now!

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ ทำให้ได้ตามกลับมาอ่านเรื่องราวน่าสนใจ

ตัวเองยังไม่เคยไปเลยค่ะ เห็นทั้งภาพประกอบและคำบรรยายแล้วอยากไปมาก ๆ

ขอบคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 42
HOF วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 14.58 น.
http://www.oknation.net/blog/HOF

ชอบกระบาลเสบียนมากเลยครับ นอกจากความเชื่อที่ชาวเขรเดิมมี ยังแสดงถึงความพยายามของช่างแกะหิน ที่นอกจากฝีมือแล้ว น่าจะมีความศรัทธา อย่างสูงสุดด้วย น่าเสียดายที่ไปเขมรครั้งก่อน ไม่ได้ไปเยี่ยมชมที่นี่ครับ

สารคดี ทำได้ดีครับ เสียงพากษ์ ก็นุ่มดีครับ
ความคิดเห็นที่ 41
ATTS37 วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 09.46 น.
http://www.oknation.net/blog/worawut

จะแวะมาดูตอนต่อไปครับ ขอบคุณครับสำหรับภาพสวยๆ
ความคิดเห็นที่ 40
mylife วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 07.19 น.
http://www.oknation.net/blog/mae23


มาแวะสวัสดียามเช้าค่ะ

คืนนี้จะกลับมาอ่านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 39
ราษีไศล วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 11.26 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ /www.banduannoi.com/ www.tourthailand.th.gs

แวะมาทักทายสวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 38
ku_khuan วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 09.12 น.
http://www.oknation.net/blog/khuan
<<"มัวพะวงว่าจะสูญเสีย...สิ่งนั้นสิ่งนี้จะหายไป...แล้วได้อะไรขึ้นมา?  แม้แต่ชีวิตเราเอง....ก็ต้องสูญหายไปสักวันเหมือนกัน">>

เห็นแล้วก็อยากไปบ้างจังเลยค่ะ....
ความคิดเห็นที่ 37
เมธา วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 01.03 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

สุดยอดจริงๆ ครับ ครบรสเลย เสียดายไม่ได้ไปที่นี่..
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะครับ
ความคิดเห็นที่ 36
plamywe วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 22.52 น.
http://www.oknation.net/blog/plamywe


เป็นอีกประเทศที่น่าไป
และยังไม่เคยได้ไป
ไม่นานคงมีโอกาสได้ไปสัมผัสเมืองที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต
ความคิดเห็นที่ 35
ไอดิน-กลิ่นฝน วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 20.10 น.
http://www.oknation.net/blog/SHOWGirls
เด็กฉลาด ชาติเจริญ

ตามมาชมนางอัปสร และศิวลึงค์ค่ะ แปลกดี ไม่เคย
ไปเขมรเลย ถ้าจะไปเที่ยว จะมาขอข้อมูลการเดินทางค่ะ

ตรงส่วนที่ถูกตัดไปแล้วนำมาเติมใหม่ เขาน่าจะทำสีและ
ขัดให้ดูเหมือนของเก่านะคะ จะได้ไม่โดดขนาดนี้ น่าจะ
มาปรึกษาช่างไทย ที่เคยทำนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่หายไป

ความคิดเห็นที่ 34
รัตติกาลแห่งราตรี วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 12.58 น.
http://www.oknation.net/blog/happyIateekan
มีความสุขกับเวลาที่เป็นกลางคืนแห่งราตรีกาลไปบ้านหลังที่ 2" บ้านนิยายทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว. ( ก๊อปลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยครับ ) http://www.oknation.net/blog/happylateekan


น่าไปเที่ยวจังครับ และน่าสนุกดีและยังได้ความรู้วิชาการมากครับ ขอบคุณมากครับที่ไปตามมาดูรูปภาพและเอาความรู้มาฝากครับ....
จาก.รัตติกาลแห่งราตรี1 และ 2 ครับ.?
ความคิดเห็นที่ 33
ปฐม วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 18.25 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

โอ้ เด็ดดวง

บ่อน้ำศิวลึงค์โยนี

ผมเคยไปเยือน

ประทับใจมาก ๆ

ขอบคุณ ขอบคุณ และ ขอบคุณ
ความคิดเห็นที่ 32
skinhead วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 15.48 น.
http://www.oknation.net/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

ความยิ่งใหญ่ที่เกิดจากศรัทธาล้วนๆครับ
ความคิดเห็นที่ 31
นายไขเคว็ดบ้านโคกหม้อ วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 07.43 น.
http://www.oknation.net/blog/khokmaw
ตำบลชายคลอง บ้านโคกหม้อ : พันธะชีวา นยะสหคาม (Community Live)

สุดยอดครับที่นี่ อยากไปมากแต่ไม่มีโอกาสสักที จำได้อ่านครั้งแรกเรื่องนี้ในหนังสือประวัติศาสตร์ แล้วได้มาอ่านในหนังสือ "รักชื่นขื่นชังอุษาคเนย์" ของพี่ธีรภาพ โลหิตกุล เนชั่นฯ พิมพ์ ชมภาพเต็มตาจาหหนังสือครั้งแรก และมาที่นี้ ขอบคุณครับ ขลังอลังกาโรเลยล่ะ
ความคิดเห็นที่ 30
ลานเทวา วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 02.55 น.
http://www.oknation.net/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

ของเขมร อลังการครับ
ว่าแต่ บ้านเราก็มีนะครับ
ไม่ค้องไปตามหาไกล
ของบ้านเราขนาด ไล่แข่งกับเครื่องบินมาแล้วด้วย
เห็นเขาว่านะ
ผมยังหามาห้อยอยู่เลยนี่
ความคิดเห็นที่ 29
มะอึก วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 02.51 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

เขามีฝีมือและพยายามนะครับ สลักเสลาสวยงามไปหมด...ชอบมากครับ
โหวตกลางดึกให้ท่านครับ
ความคิดเห็นที่ 28
Jimmyphoto วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 01.35 น.
http://www.oknation.net/blog/jimmyphoto

ดีมากจริง ๆครับ...จะคอยติดตามนะครับ เป็นประโยชน์ดีครับ
ความคิดเห็นที่ 27
joeyman วันที่ : 07/09/2007 เวลา : 23.00 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind

- คุณ mayjune แฮะๆ เจอสิครับ เต็มไปหมดเลยล่ะครับ
- คุณ Sophon ขอบคุณครับที่แวะมาเที่ยว
- คุณราตรีวีนัส เก็บรูปมาเยอะเลยล่ะครับ จะทยอยลงครับ
- คุณคนเล่าเรื่อง ผมมีเรื่องเล่า จะทำทีวีอีกมากเลยครับ จิ่วไจ้โกวก็ถ่ายทำมาตอนไปเที่ยว สวิตเซอร์แลนด์ ลาวใต้ หลวงพระบาง คงต้องทยอยดูกันไปเรื่อยๆล่ะครับ
ความคิดเห็นที่ 26
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 07/09/2007 เวลา : 22.37 น.
http://www.oknation.net/blog/daniel

ยอดเยี่ยมมากครับ ผมเองยังไม่ได้ไปมากกว่าปราสาทนครวัต บันทายศรี และปราสาทยอดนิยมอื่นๆ รวมทั้งโตนเลสาบ แล้วก็ยอดปราสาทพนมบาแค็ง ทุกอย่างยอดเยี่ยมมากครับ ถ้าจะไม่มีคนจำนวนมากมายมหาศาลขึ้นไปบนยอดปราสาทราวกับมาเที่ยวสวนจตุจักร มันเสียบรรยากาศผจญภัยหมดเลยครับ
เห็นในโฟโต้แลเลอรี่ที่คุณถ่ายรูปที่จิ่จ้ายโกวมา ผมไปมาเมื่อปีที่แล้วเดือนตุลาคม ยอมรับว่าสุดยอดของความมหัศจรรย์มากเลยครับ เดี๋ยวจะหาโอกาสโพสลงในแกลเลอรี่ของผมให้ชมครับ

ความคิดเห็นที่ 25
สุภา วันที่ : 07/09/2007 เวลา : 21.48 น.
http://www.oknation.net/blog/msupa

ตามไกด์มาเที่ยวค่ะ

ยังไม่เคยไปเขมรไกลกว่า แถวๆ พรมแดนจังหวัดตราดเลยนะคะ แล้วจะมาชมตอนต่อไปค่ะ

ขอบคุณที่ไปชวนมาเที่ยว
ความคิดเห็นที่ 24
แมวเหมียว วันที่ : 07/09/2007 เวลา : 20.05 น.
http://www.oknation.net/blog/wassanok

เยี่ยมมากค่ะ ครบเครื่องดีจริงๆค่ะ ตอนที่ไปเขมรนั้น ไม่ไดไปทีนี่ค่ะเพราะตอนนั้นเขายังไม่เปิดให้ท่องเที่ยว แต่มาอ่านในบล็อคนี้ก็เหมือนได้ไปด้วยเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 23
ราตรีวีนัส