• joeyman
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jtatanan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-31
  • จำนวนเรื่อง : 107
  • จำนวนผู้ชม : 20727
  • จำนวนผู้โหวต : 69
  • ส่ง msg :
inmind
สำนักข่าวดี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/inmind
วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม 2551
Blog Talk - ถึงเวลาใช้จักรยานเป็นพาหนะจริงๆหรือยัง?
Posted by joeyman , ผู้อ่าน : 233 , 00:24:37 น.  
พิมพ์หน้านี้





" คลิก play เพื่อเริ่มดู

   วันนี้ผมเพิ่งไปรับคุณพ่อที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ท่านมาพร้อมกับจักรยานซึ่งแขวนไว้ที่บ้านย่าที่เชียงใหม่ จนมาเก็บไว้ที่อุบลฯ รวมเวลาก็นานนับ 30 ปี ตั้งแต่ผมเด็กๆก็เห็นเจ้าเสือหมอบคันนี้แล้ว .. แต่ไม่เคยเห็นมันวิ่งไปบนท้องถนนเสียที

   ครูแหลมและครูที่โรงเรียนศิลปะแหลมคมชวนผมหลายครั้งให้มาร่วมใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน ผมก็อ้างไปต่างๆนานา แต่จริงๆแล้วกลัวร่างกายไม่ไหว แต่สุดท้ายเมื่อเห็นราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุดจนไม่นานมานี้ได้ข่าวว่าที่น้ำมันขึ้นก็เพราะพวกคนมีรวยเอาเงินจำนวนมหาศาลมาเก็งกำไรจากน้ำมัน ... แล้วทำไมเราต้องตกเป็นทาสพวกคนรวยที่ไม่มีศีลธรรม เอาเปรียบคนจนอย่างนี้

   แต่จะรอให้รถไฟฟ้ามาเกยถึงหน้าบ้านก็คงตายก่อนได้ใช้ และราคารถไฟฟ้าในบ้านเรามันไม่ได้จูงใจให้คนหันมาใช้เลย ขึ้นราคาทุก 3 ปี จนแพงกว่านั่งแท็กซี่เสียอีกหากจะไปใกล้ๆ

   งั้นเหลือทางเดียวก็คือ เจ้าเสือหมอบที่นอนเป็นเสือหงอยอยู่บ้านนอกนั่นแหละ ที่จะต้องมาช่วยกู้วิกฤติน้ำมันและเงินในกระเป๋าผม

   หลังจากเอารถใส่หลังกระบะรถ ครูแป๋มก็พาผมไปร้านแถวสามเหร่ ที่นั่น...นายช่างจักรยานฝีมือดีจัดการยกเครื่องเจ้าหมอบของผมให้มันกลับมาวิ่งได้อีกครั้ง หลังจากช่างเคาะเอาเศษสนิมร่วงหล่นออกจากตัวมันราวกับตัวเรือดบนเบาะรถไฟไทย

   ผมตั้งใจว่าจะใช้จักรยานในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น เพราะน้ำมันคงไม่ลดราคาลงมา ตราบใดที่คนรวยใจอำมหิตพวกนั้นยังระเริงกับกำไรมหาศาลบนความทุกข์ของคนจน ไม่ต้องเอ่ยถึง ปตท.ที่สิ้นปีก็มีกำไรบานบนความทุกข์ของชาวบ้านที่จ่ายภาษี

   แม้จะได้จักรยานมา แต่ถนนเมืองไทยดูจะไม่ต้อนรับจักรยานเอาเสียเลย เมื่อนึกแตรที่บีบไล่ให้ไปเร็วๆทั้งที่คนขี่จักรยานบางคนเสียภาษีที่นำมาสร้างถนนมากกว่าคนขับรถบางคนที่ไร้มารยาท ก็เริ่มรู้สีกว่ามันจะขี่บนถนนได้หรือเปล่า ไม่รวมพวกเมล์เขียวตีนผี ที่ไล่เหยียบคนเป็นว่าเล่น 

   ตกลงที่เราบ่นว่าน้ำมันแพงกันนั้น จะหาทางออกกันยังไง และไม่ต้องไปเอ่ยถึงความดัดจริตที่บ่นว่าโลกร้อนแต่ก็ออกรถใหม่กันเต็มถนน พอเห็นคนขี่จักรยานบนถนนก็จะคิดในใจและบางครั้งหลุดปากว่า "มันมาขี่บนถนนทำไมว่ะ ทำไมไม่ขี่ในซอยในหมู่บ้าน"

   แม้แต่นายกฯในประเทศซึ่งต้องซื้อน้ำมันจากต่างชาติเป็นหลักยังบอกว่า "อยากให้ลูกหลานตายหรือ ถึงไปขี่จักรยานบนท้องถนน" ... แล้วท่านกับรัฐมนตรีก็แก้ปัญหาน้ำมันแพงไม่ได้ ... ก็เราไม่มีบ่อน้ำมันเองนี่ครับท่าน....แล้วทำไมเราไม่หัดใช้ขาเรามั้งล่ะครับ

   วันศุกร์สิ้นเดือนที่จะถึงนี้ (28 มี.ค.51) ชาวจักรยานที่เขาใช้จักรยานกันในชีวิตประจำวัน นัดรวมตัวกันเพื่อปั่นจักรยานกันแถวๆถนนรัชดา-ลาดพร้าว ไปจนอนุสาวรีย์ชัยฯ

   เวลาที่นัดไม่ใช่ตี 4 อย่างวิ่งการกุศล เพราะคนธรรมดาอย่างเราไม่มีสิทธิ์ลงไปวิ่งโทงๆบนถนนในเวลาปกติ คนจัดงานเลยต้องให้วิ่งมารธอนกันตอนตี 4 เวลาที่ไม่มีรถวิ่ง

   แต่จักรยานถือเป็นพาหนะชนิดหนึ่งที่ทั่วโลกยอมรับว่า ใช้แล้วไม่ต้องง้อน้ำมัน และประหยัดเงินมหาศาล ดังนั้นคนขี่จักรยานจึงไม่จำเป็นต้องออกมาปั่นจักรยานกันตอนตี 4 เพราะมีสิทธิ์ใช้ถนนได้เช่นเดียวกับรถคันละหลายล้านบาท

   เราจึงนัดกันตอนเย็นวันศุกร์สิ้นเดือนนั่นแหละ หลายคนบ่นว่าทำไมต้องออกมาปั่นจักรยานให้รถติด ทำไมไม่ปั่นกันแถวชานเมืองอากาศสดชื่นสบายๆ...

   ...ลองไปฟังบทสนทนาเรื่องนี้ระหว่างผมกับครูแหลม หนึ่งในผู้ที่ใช้จักรยานในชีวิตประจำวันกันครับ...

  

   - บรรยากาศชาวจักรยานรวมตัวกันปั่นจักรยานบริเวณแยกปทุมวันเมื่อศุกร์สิ้นเดือนที่แล้ว...  


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14
komyos วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 17.22 น.
http://www.oknation.net/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

สวัสดีค่ะ
ดีใจค่ะที่เจอนักปั่นจักรยานเหมือนกันค่ะ..
ความคิดเห็นที่ 13
เพชรชมพู วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 00.52 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkdiamond

ชอบวิธีคานกระดกนะคะ

เมื่อก่อนรู้สึกเฉยๆกะจักรยานหรือถ้าให้พูดตรงๆก็คือมองข้ามไปเลยด้วยซ้ำ
แต่ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นทุกวันหยุดต้องหาทริปออกปั่น
มีร่วมทำกิจกรรม ปลูกฝังเด็กๆให้รักการขี่จักรยาน แล้วก็แอบสอดแทรกความรู้ให้เด็กๆ ถึงผลดีในการปั่นจักรยาน
โดยส่วนตัวแล้ว นอกจากสุขภาพกายจะดีแล้ว สุขภาพจิตก็ดีด้วย

ที่สำคัญเวลาปั่น

ใช้ไขมัน ... ไม่ต้องใช้น้ำมันค่ะ



.
ความคิดเห็นที่ 12
ญิ่งณัฐ วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 18.12 น.
http://www.oknation.net/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ

** กลัวรถใหญ่ ........... ที่สู๊ด ...**
ความคิดเห็นที่ 11
ชานบ้านชานเมืองทัวร์ วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 15.30 น.
http://www.oknation.net/blog/chanbaantravel
บ้างครั้งเราก็บอกว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่สิ่งนั้นสิ่งนี้ก็เพราะเราคิดว่า แต่นั้นอยู่ที่ว่าจริงเท็จหรือไม่อยู่ที่ความรู้ของผู้มีปัญญาตัดสินเท่านั้นเอง

ระวังถูกรถสิบล้อนะครับ ผมว่า หลายท่านมีปัญหาด้านสุขภาพ การแก้ปัญหานั้น น่าจะแก้ไขทั้งระบบ คือการแบ่งเส้นทางจารจรให้รถจักรยาน ไม่ใช่ต้องมากดดันครับ

แล้วก็คนที่อยากวิ่งไปทำงานก็มี และสิ่งที่น่าจะคิดก็คือ การทำอย่างไร ไม่ให้กรุงเทพแออัด เพราะคนคิดว่ามารวมกันแบบนี้จะทำให้รวย ต้องแก้ตรงนี้ ต้องพัฒนาในชนบท ไม่ใช่การกระจายอำนาจนะครับ

แต่ต้องเป็นการพัฒนา พัฒนานะครับ ไม่ใช่กระจาย
ความคิดเห็นที่ 10
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 09.06 น.
http://www.oknation.net/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 9
ครูเก๋ วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 22.39 น.
http://www.oknation.net/blog/clear

นี่เลยค่ะ เมืองชลเพิิ่งเปิดตัวเส้นทางจักรยาน http://www.oknation.net/blog/clear/2008/03/23/entry-1/comment#read เพิ่งเขียนเรื่องไว้ค่ะ ไปอ่านได้นะคะ
ความคิดเห็นที่ 8
ลูกสาวดาวศุกร์ วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 22.26 น.
http://www.oknation.net/blog/luksowdowsuk

ไอเดียดีค่ะ
ถ้าทำได้จะดีมาก
ทีนี้คงต้องอาศัยความร่วมมือของพวกเรา
และภาครัฐต้องสนับสนุนอย่างจริงจังเนอะๆ
ความคิดเห็นที่ 7
ครูแหลม วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 11.55 น.
http://www.oknation.net/blog/kulaem

โดย... สันติ อ้างอิงจาก
http://www.thaicycling.com/messageboard.asp?ID=2988&mysection=show&category=&pagemain=1&maxreply=30
ความเห็นที่ 8
บทความนี้ผมพยายามเรียบเรียงมาจาก Critical Mass ในwikipedia.org ครับ
เป็นdraftแรกแปลมายังไม่ดีนักกำลังปรับปรุงอยู่ครับ แต่เอามาให้อ่านกันก่อน พอจะได้ใจความเกี่ยวกับCritical Mass บ้าง.....
Critical Mass ปกติจัดขึ้นทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ในเมืองต่างๆรอบโลก คนปั่นจักรยาน, skateboard, inline skaters, roller skaters และภาหนะที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง (ไม่มีเครื่องยนต์) วิ่งบนถนนในเมืองเป็นกลุ่มใหญ่ เหตุผลเริ่มแรก คนใช้จักรยานต้องการให้ตระหนักถึงเมืองที่ไม่เป็นมิตรต่อคนใช้จักรยาน โครงสร้างที่ไม่มีผู้นำของCritical Mass เป็นไปไม่ได้ที่จะกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน อันที่จริงเป้าหมายอย่างไม่เป็นทางการของ Critical Mass คือการรวมกลุ่มกันโดยกำหนดสถานที่ เวลา และการเดินทางเป็นกลุ่มผ่านถนนในเมือง
นักปั่น Critical Mass ก่อตัวขึ้นมาเองโดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า ไม่มีการแข่งขัน ดำเนินงานอย่างกระจัดกระจายและการตัดสินใจที่ไม่เป็นทางการ มีผู้นำกลุ่มที่เป็นอิสระ บ่อยครั้งไม่มีการขออนุญาติล่วงหน้า และการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากเทศบาลเมือง โดยทั่วไปเพียงแค่การนัดหมายสถานที่, วันและเวลาที่กำหนด ในบางเมือง เส้นทาง,จุดสิ้นสุดหรือสถานที่สำคัญระหว่างทาง อาจวางแผนกันเฉพาะหน้า ผู้เข้าร่วมมีเป้าหมายแตกต่างกัน เช่นร่วมแสดงถึงทางเลือกในการสัญจรโดยใช้จักรยาน และความสนุกสนานในช่วงเวลาที่ไม่มีรถบนถนน การปั่น Critical Massถูกรับรู้เป็นเช่นกิจกรรมการประท้วง บทความนิตยสาร New Yorker ปี2006 อธิบายกิจกรรม Critical MassในNew Yorkว่า “การปั่นประท้วงประจำเดือน”และลักษณของ Critical Massเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวทางสังคม, UK e-zine Urban75 ในLondonอธิบายว่า “การประท้วงประจำเดือนโดยนักปั่นเพื่อเรียกร้องถนนคืนของLondon”อย่างไรก็ดีผู้เข้าร่วม Critical Massยืนยันว่าเหตุการนี้ควรถูกมองว่าเป็น การพบปะสังสรรค์และการรวมกลุ่มที่เป็นไปเองโดยธรรมชาติ ไม่ใช่การประท้วงหรือการเดินขบวนที่ถูกจัดการ ท่าทีของ Critical Massนี้นำไปสู่การโต้แย้ง ความถูกต้องทางกฎหมายว่าเหตุการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นโดยไม่ต้องขออนุญาติตำรวจท้องที่ การปั่น Critical Massในเมืองเล็กๆทุกเดือนอาจมีคนมาร่วมน้อยกว่า20คนขณะเดียวกันเหตุการณ์ใหญ่ที่สุดการปั่น Critical MassในBudapest, Hungary ที่จัด2วันต่อปี 22 กันยายน (International Car Free Day) และ22เมษายน (Earth Day)มีคนใช้จักรยานเข้าร่วมกว่าหมื่นคน 22เมษายน 2007 ผู้เข้าร่วมที่Budapestประมาณการว่า 50,000คน

การปั่น Critical Massครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ 25 กันยายน 1992 เวลา6โมงเย็นในSan Francisco เหตุการณ์นี้รู้จักกันว่าคือ “Commute Clot”(การรวมกลุ่มเดินทาง)ประกอบไปด้วยคนใช้จักรยานราว20คนที่ได้รับใบปลิวตามท้องถนน เวลาไล่ๆกันหลังจากนั้นผู้เข้าร่วมบางคนในการปั่น ได้จัดฉายสารคดีของTed White “Return of the Scorcher” เป็นเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมจักรยานในประเทศต่างๆ ในภาพยนต์ บันทึกของGeorg Bliss นักออกแบบรถยนต์ของอเมริกาและรถสามล้อถีบ กล่าวว่าในเมืองจีนทั้งคนขับรถและคนขี่จักรยานต่างเข้าใจในระบบวิธีการต่อรองการข้ามแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจารจร การจารจรจะอัดแน่นที่ทางแยกจนกระทั่งถึงจุด “Critical Mass” ณ.จุดนั้นกลุ่มยานพาหนะ(Mass)จะเคลื่อนผ่านทางแยก Dave Snyder ประยุกต์คำศัพท์จากภาพยนต์ไปสู่การปั่นจักรยานและเป็นชื่อที่ถูกนำไปแทนที่ “Commute Clot” ในเหตุการณ์การปั่นครั้งที่2 ในการปั่นครั้งที่4จำนวนนักปั่นเพิ่มขึ้นราว100คนและผู้เข้าร่วมเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างไม่น่าเชื่อขึ้นไปถึง1,000คนโดยเฉลี่ยต่อครั้งชื่อCritical Massถูกรับเอาไปใช้ทั่วไปโดยผู้เข้าร่วม การปั่นเป็นกลุ่มถูกเริ่มต้นในหลายๆสถานที่รอบโลกในเวลาเดียวกันหรือมันมีอยู่แล้วก่อนปี1992ในชื่ออื่น ปัจจุบันประมาณกันว่ามีการปั่นแบบCritical Massมากกว่า325เมือง “Masser”บางครั้งใช้เรียกผู้ที่เข้าร่วมเป็นประจำ

Critical Massต่างจากการเคลื่อนไหวทางสังคมอื่นๆ ลำดับชั้นโครงสร้างของCritical Massอาจเรียกได้ว่า “ความบังเอิญที่ถูกจัดการ”(Organized Coincidence) ไม่มีผู้นำหรือสมาชิกเส้นทางการปั่นบางครั้งตัดสินใจโดยฉับพลันโดยใครก็ตามที่อยู่ด้านหน้าในการปั่น ณ.ตอนนั้น บางครั้งตัดสินใจโดยการโหวตแนะนำเส้นทาง หลายครั้งใช้ถ่ายเอกสารแจกจ่ายอธิบายวิธีการ เส้นทางทุกๆคนสามารถแสดงความคิดเห็นทำแผนที่ของตัวเองและแจกจ่ายมันให้นักปั่นที่มาร่วมในกลุ่ม จนกระทั่งเส้นทางการปั่นถูกตัดสินใจโดยคนส่วนใหญ่ ธรรมชาติของการไร้การจัดการทำให้รอดพ้นการหยุดยั้งของเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งเห็นว่าการปั่นนี้เป็นขบวนพาเหรดหรือการประท้วงที่ถูกจัดการ ดังนั้นการเคลื่อนไหวแบบไร้รูปแบบปราศจากการจัดการโครงสร้างจากศูนย์กลาง, ลำดับชั้นองค์กร นั้นเพียงพอแล้วที่จะนำไปสู่การสร้างจำนวนผู้เข้าร่วมCritical Massที่หนาแน่นพอที่จะยึดครองพื้นที่ถนนและสามารถกันรถยนต์ออกไปได้ คนเดินเท้า, ผู้ใช้ถนนอื่นๆ และเจ้าหน้าที่รัฐใน New York, California, และOregon แสดงออกถึงความกังวลกับความยุ่งยากของความร่วมมือกับกลุ่มนักปั่นเนื่องจากขาดผู้นำ

เพราะว่าCritical Massไปยังสถานที่ต่างๆโดยปราศจากเส้นทางที่ได้รับอนุญาติหรือนุมัติ การปฏิบัติของผู้เข้าร่วมที่รู้จักกันว่า “Corking” (การกั้นถนน)เพื่อจะรักษาการรวมกันของกลุ่มไว้ โดยมีนักปั่น 2-3คนกั้นการสัญจรด้านข้างของถนนดังนั้นกลุ่มจึงสามารถผ่านไฟแดงไปได้โดยไม่มีการขัดขวาง การกั้นถนนทำให้เกิดกิจกรรมได้หลากหลายเช่นการปั่นเป็นวงกลมกลางทางแยก หรือการยกรถจักยานเรียก “Bike Lift”, “Lifting” หรือในChicagoเรียก “Chicago hold-up” บางครั้งเป็นโอกาสในการแจกใบปลิว เมืองโต้เถียงเรื่องวิธีการกั้นถนนเพื่อที่จะผ่านไฟแดงเป็นกลุ่ม ตรงข้ามกับนักปั่นCritical Massอ้างว่า “We are traffic” เป็นการสัญจรมาแต่ดั่งเดิม ประเด็นพาหนะใดๆไม่สามารถข้ามทางแยกเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีแดงรวมทั้งจักรยานด้วย ยกเว้นการได้รับอนุญาติเฉพาะหรือมีกฎหมายอนุญาติเช่น Bicycle Law ที่Idaho, USA. ก่อให้เกิดความเป็นศัตรูกันระหว่างคนขับรถและคนปั่นจักรยานนำไปสู่ความรุนแรงและการจับกุมระหว่างการปั่นCritical Mass

Critical Massเป็นหัวข้อของการวิจารณ์ติเตียนจากเจ้าหน้าที่รัฐและคนขับรถในหลายๆเมืองเรื่องการสัญจรสาธารณะ ทางการอ้างว่าCritical Massมีเจตนาไตร่ตรองอย่างรอบครอบที่จะขัดขวางการสัญจรของรถและขัดขวางความปกติสุขของเมือง การจับกุมบางคนในCritical Massที่ปฏิเสธการเชื่อฟังกฎจารจร เสมือนคนปั่นจักรยานเป็นเช่นเดียวกับคนใช้พาหนะอื่นๆ ที่บริเวณอ่าวSan Francisco เกิดอุบัติเหตุหลายครั้งระหว่างเหตุการณ์Critical Massในเหตุการณ์ครั้งหนึ่งเมื่อ 30 มีนาคม 2007 ตอนใกล้สิ้นสุดการปั่นCritical Mass Susan Ferrando จากเมืองRedwood, California อ้างว่าเธออยู่ท่ามกลางกลุ่มของนักปั่นพยายามขับผ่านพวกเขา มีคนปั่นจักรยานกว่า100คนล้อมรอบรถมินิแวนที่มีลูกสาว 11ขวบและ13ขวบอยู่ในรถมองดูจากภายใน Ferrando ปฏิเสธการขับชนนักปั่นแต่อ้างว่าพวกนักปั่นชนด้านข้างรถเธอ สีรถกระจกมองข้างเสียหายกว่า 5,300 เหรียญ
11 พฤษภาคม 2007 เหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นที่ Berkeley, California ตามข่าวในBicycle Civil Liberties Union กล่าวว่า “คนขับรถและภรรยาเขาตั้งใจขับผ่านเข้าไปใจกลางขบวนจักรยานประจำเดือน Berkeley Critical Mass”ทำให้จักรยานเสียหายกว่า 3,000เหรียญ อย่างไรก็ดีคนขับและพยานบุคคลที่3บอกตำรวจว่านักปั่นโยนจักรยานเข้าไปใต้ท้องรถหลังจากนั้นผู้เข้าร่วมCritical Massทุบไปยังกระโปรงและหน้งต่างรถและที่กันลมของรถแตกละเอียด
27 กรกฎาคม 2007 ระหว่างการปั่นที่Chicago กำลังมุ่งหน้าไปSpindleในBerwyn, Illinois คนขับถูกกล่าวหาว่าเมา ขับฝ่าเข้าไปในฝูงชน Will Healy อายุ10ขวบซึ่งปั่นมากับแม่และพี่สาวถูกชนอย่างจังHealyลอยไปตกบนกระโปรงรถแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงนักปั่นคนอื่นๆได้รับบาดเจ็บจักรยานเสียหายขณะพยายามหลบให้พ้นทางรถยนต์ คนขับRobert Roger 34ปีจากเมืองMaywood, IL. ถูกจับกุมโดยทันทีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งขับตามมาและจับตากุมนักปั่น
นายกเทศมนตรีSan Francisco, Gavin Newsom เดือนเมษายน 2007 ขอให้นักปั่นCritical Massควบคุมกันเอง“มันทำให้ชุมชนที่สนับสนุนจักรยานดูไม่ดีที่มีคนก้าวร้าวและสิ้นหวังในการเคลื่อนไหว ผมควรสนับสนุนการรวมกันของจักรยาน แต่เฮ้!เราไม่ได้แบบนั้น พอก็คือพอ”

ในปี1997 นายกเทศมนตรีของSan Francisco, Willie Brownถูกถามโดยผู้สื่อข่าวที่การประชุมผู้สื่อข่าวว่าเขามีแผนจะควบคุมCritical Massอย่างไน? นายกเทศมนตรีบอกในการแถลงข่าว ขู่ที่จะจับกุมนักปั่นพร้อมทั้งดูถูกเหยียบหยามคนใช้จักรยานหลายอย่าง ปฏิกิริยาและการรายงานข่าวแพร่กระจายออกไปสู่การเผชิญหน้า การปั่นเมื่อ25กรกฎาคม1997 หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นตีพิมพ์เส้นทาง ในวันศุกร์นายกเทศมนตรีปราศัยด้วยการตะโกนลงมายังกลุ่มนักปั่นราว7,000คน นักปั่นกระจายตัวอย่างรวดเร็วเป็นกลุ่มย่อยๆ หลายส่วน ถูกไล่ตามจับด้วยรถตำรวจรวมทั้งเฮริคอปเตอร์ เกิดความสับสนอลหม่านตรึงเครียดทั่วทั้งเมืองและมีการจับกุมและถูกริบจักรยานหลายคน
27กรกฎาคม2007 ในVilnius, Lithuania ตำรวจจับกุม5ผู้เข้าร่วมCritical Massรวมทั้งผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีก2คนฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้สลายตัว อย่างน้อย2คนในกลุ่มมีรายงานว่าถูกทุบตีและบาดเจ็บจากการกระทำของตำรวจศาลจะตัดสินในเดือนสิงหาคม
31สิงหาคม2007ในMinneapolis ตำรวจจับกุมผู้เข้าร่วมCritical Mass19คนรวมทั้งผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีก3คน ในวันเดียวกันนักปั่น7คนในChicago Critical Mass ถูกจับกุมและตั้งข้อหาขัดขวางการสัญจรและไม่เชื่อฟังตำรวจทั้ง7คนถูกควบคุมตัวทั้งคืน

กลุ่มที่สนับสนุนการปั่นจักรยานบางกลุ่มเป็นห่วงถึงธรรมชาติของความขัดแย้งของCritical Massและการทะเลาะวิวาทกับคนขับรถ การไม่ให้อภัยในเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆของความรุนแรงและความหยาบคาย ทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณะชนต่อคนใช้จักรยาน ขณะที่ San Francisco Bicycle Coalition ให้เครดิตCritical Massทำให้ประเด็นจักรยานขึ้นมามีความสำคัญและสนับสนุนช่วยเหลือการรวมตัวของผู้ใช้จักรยาน

ในSan Francisco มีเหตุการณ์ที่แยกย่อยออกมาเรียก “Critical Manners”ถูกสร้างขึ้นจากผลกระทบจากCritical Mass การปั่นCritical Manners ผ่านเมืองในวันศุกร์ที่2ของเดือนแต่ต่างจากCritical Massที่นักปั่นปฏิบัติตามกฎจารจรทุกกฎเช่นหยุดเมื่อมีสัญญาณไฟแดงและเริ่มมีการพูดคุยเกี่ยวกับการเริ่มCritical MannersในPortland, Oregon

ถึงแม้นว่าเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบกับคนส่วนใหญ่ เกี่ยวกับสถานะการขี่จักรยานบนถนนของคนใช้จักรยานหรือส่งผลถึงการรับรู้ต่อสาธารณะชนของคนใช้จักรยาน แต่ตัวอย่างบางอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าขอบเขต ของการปั่นจักรยานขยายเข้าไปในหลายวัฒนธรรมย่อย
ชื่อของเหตุการณ์ถูกนำไปเป็นประเด็นการเล่นคำในหลายๆบริบท ตั้งแต่การรงณรงค์โฆษณาของผลิตภัณฑ์ทางการค้าไปจนถึงเหตุการณ์สาธารณะมากมาย การรายงานข่าวของ San Francisco เดือนกรกฎาคม1997 การปั่นจักรยานนำไปสู่เหตุการณ์ปั่นจักรยานนานาชาติที่ถูกเรียกว่าBike Summer , บริษัทThe Rand Corporation จัดทำเอกสารหัวข้อ “What Next for Networks and Netwars?” วิเคราะยุทธวิธีของการปั่น เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินค่าของการกระจายอำนาจ การทำการตัดสินใจสำหรับควมสามารถของกองทัพใช้งานในสนามรบ การปั่นCritical Massให้กำเนิด หนังสือ, ภาพยนต์สารคดี, ภาพเขียน และสิ่งประดิษฐ์จากมนุษย์

From : street dog [ 3 ม.ค. 51 - 17:26:30 น. ]


ขอใช้กระทู้นี้เป็นสื่อกลางรายงานความคืบหน้าต่างๆ ของกิจกรรมนี้ เพื่อนๆท่านใดมีความเห็นอย่างไร? จนท.ชมรมฯ/น้าเป็ด มีความคืบหน้าอย่างไร? อย่ารีรอ.....เชิญเลยครับ
โดย... สันติ [วันที่: 29/1/2008 - เวลา: 19:10:31 น. ....IP: 203.144.130.176]
ความคิดเห็นที่ 6
ครูแหลม วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 11.47 น.
http://www.oknation.net/blog/kulaem

ความเห็นเรื่องทางจักรยาน
16-17 ปี ของ ทีซีซี โดยหัวหอกอาจารย์ธงชัย และในสมัยอาพิชิตในเวลาถัดมา ต่างรับอาสาอยู่แนวหน้าเรียกร้องทางจักรยานนั้น มันได้เป็นก้าวแรกในเมืองไทย และอาศัยเวลาเป็นตัวช่วยกระตุ้นจากกิจกรรมต่างต่างดังที่ทุกคนทราบอยู่แล้ว...

แต่ตราบใดยังไม่มีหน่วยใดหน่วยงานหนึ่งที่จะมีเอกสิทธิ์ในเรื่องของทางจักรยานโดยตรง เรื่องทางจักรยานนั้นจึงคงจะเกิดขึ้นได้ยาก...

มันจึงต้องมีหลายหลายวิธีที่จะต้องเชิญชวนพรรคพวกเพื่อนฝูงตลอดจนคนที่ใช้จักรยานทั้งหลายมาร่วมมือกัน มาช่วยกันอีกทาง หรือ อีกหลายทางในอนาคต...

ซึ่งในเวลานี้นั้นเราจึงเห็นว่าจะเลือกทางที่คุณLonerider และคุณหมาฯและคุณทรงศักดิ์ และคุณอีกหลายหลายคนดังกล่าวมมานานแล้วว่า....

ต่อไปนี้จะใช้Critical Mass กันบ้างหละ แต่ขอเป็นแบบไทยไทย แบบไทยไทยคือแบบอะไร อธิบายสั้นสั้นได้ว่า แบบประณีประนอมครับ แบบขอร้อง แบบขอหน่อยนะ แบบขอส่งหนังสือไปหน่วยงานต่างต่าง....

ที่สำคัญต้องไม่เป็นแบบครั้งเดียวจบ...ที่สำคัญมันต้องเป็นกิจกรรมต่อเนื่อง....ที่สำคัญต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน...

ที่สำคัญเราทุกคนต้องยอมเหนื่อย...ยอมเสี่ยงจากทุกเรื่อง เรื่องถูกคนติ เรื่องถูกสังคมตั้งข้อสงสัย และอีกหลายเรื่อง...ซึ่งผมไม่ทราบว่าจะมีอะไรบ้าง...

สุดท้ายกล่าวคือ เรื่องหลักของทางจักรยาน เรื่อง car free day ผมยังอยากให้ทาง ทีซีซี และ/หรือ หน่วยงานต่างต่างให้การสนับสนุนหน่วยงานเดิม องค์การเดิม เหมือนเดิม...

ส่วนผมนั้นเหมือนสองร่างอยู่ในคนเดียวกัน หนึ่งนั้นเป็น ทีซีซี แต่อีกหนึ่งนั้นผันไปเป็น Critical Mass อยู่แถวหน้าเสียแล้วด้วยกับเพื่อนอีกหลายคน....

ทั้งสองอย่างยังคงดำเนินการต่อไปครับ
เรียนมาแสดงความเห็นในวันนี้เพียงเท่านี้ก่อน
ความจริงเรื่องทางจักรยานนั้นยังมีผู้เกี่ยวข้องมากมายที่สามารถมาถ่ายทอดความคิดตรงนี้ได้ดีกว่าผม แต่ผมเคยขอร้องท่านผู้นั้นไปหลายครั้งแล้ว...

คราวนี้คงไม่รบกวนละครับ
ไว้โอกาสหน้าในเวลาอันเหมาะสม ผมว่าพี่เขาคงจะออกมาบอกพวกเรากันต่อไป...

ในยูทูบนอกจากที่Ney York แล้ว ลองไปดูของทางฮอลแลนด์ ของทาง ยุโรปบ้างนะครับ ทางจักรยานอย่างดีทั้งนั้น ทำไมเขาทำได้ ทำไมของเราไม่ทำ...เชื่อผมเหอะนะ เขามีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงตั้งนานแล้ว รวมถึงมหานครลอนดอนด้วย...

ดูที่ศรชี้ในความเห็น458 นะครับ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมอาจารย์ธงชัยถึงได้พูดหรือแสดงความเห็นว่า ให้ทางจักรยานมีไว้เป็นทางเลือกสำหรับเรามั่งจะได้มั๊ย...

ผมเดาเอาครับว่าเพราะเขามีหน่วยงานหนึ่งที่มารับเป็นธุระเรื่องของทางจักรยานแล้วอย่างแน่นอน....ชื่อขององค์กรนั้นมันบอก(เดาเอาครับ)

ขอบคุณครับ
เชิญต่อครับ



ใช้จักรยานแล้วดี ดีวันนี้ ดีวันหน้า ดีตลอดไป ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ
ไปละครับ
น้าเป็ด
From : น้าประสาน ฯ [ 15 มี.ค. 51 - 10:39:44 น. ]
ความคิดเห็นที่ 5
ครูแหลม วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 11.37 น.
http://www.oknation.net/blog/kulaem

เชิญชวน ผู้ใช้จักรยานในทุกรูปแบบ อย่าเก็บเอาไว้ที่บ้าน
มา“ปั่นจักรยานกันเถอะเรา”
http://www.oknation.net/blog/kulaem/2008/03/23/entry-1
ความคิดเห็นที่ 4
ครูแหลม วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 11.27 น.
http://www.oknation.net/blog/kulaem


http://www.thaicycling.com/news_show.asp?id=106

ผู้รักการขี่จักรยานทุกท่าน

ขอเชิญรวมพลปั่นจักรยานเพื่อปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานเพื่อสุขภาพ และให้ภาครัฐฯมาสนใจในเรื่องทางจักรยานใน กทม. โดยใช้ชื่อโครงการว่า Critical Mass “ปั่นกันเถอะเรา”

นัดกันครั้งที่ 2

ณ บริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ลาดพร้าว สี่แยกลาดพร้าว รัชดาภิเษก

เวลา 18:30 น. วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2551


ฟังเรื่องราวแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้รักจักรยาน และขี่ไปตามเส้นทางลาดพร้าว - รัชดา -รัชโยธิน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพหลโยธิน


จากนั้นปั่นไปยังห้าแยกลาดพร้าว ตรงไปหมอชิต ผ่านสะพานควาย ผ่านซอยอารีย์ สนามเป้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-กลับมาจุดเริ่มต้น เวลาประมาณ 20:30 น.

แยกย้ายกันกลับ


อย่าลืม นัดครั้งสำคัญทุกศุกร์สุดท้ายของเดือน ชวนเพื่อนพี่น้องมาร่วมปั่นจักรยานกันนะ

แต่งกายตามสะดวก ชุดทำงาน ชุดสบายๆ

อย่าลืมติดไฟกระพริบ ไฟส่องส่วาง และสะท้อนแสงเพื่อความปลอดภัย

กระทู้: CRITICAL MASS "ปั่นกันเถอะเรา" ครั้งที่ 1

http://www.thaicycling.com/messageboard.asp?ID=3044&mysection=show&category=&pagemain=1&maxreply=30

กระทู้: นับถอยหลังสู่ Critical Mass...... 29 กพ.51.. เพื่อทางจักรยานของคนไทย

http://www.thaicycling.com/messageboard.asp?ID=2988&mysection=show&category=&pagemain=1&maxreply=30

กระทู้: Critical Mass ในบทบาทขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จักรยาน

http://www.thaicycling.com/messageboard.asp?ID=3028&mysection=show&category=&pagemain=1&maxreply=30
ความคิดเห็นที่ 3
apooh วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 10.26 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

นั่นสิทำไมไม่ช่วยให้จักรยาน"เข้าถึง"คนได้ง่าย
เลนจักรยาน
วันจักรยาน
เขตปลอดรถส่วนตัว
เวลาปลอดรถส่วนตัว
แล้วเราก็จะได้
สุขภาพที่ดี
อากาศที่ดี
ลดการพึ่งพาน้ำมัน
ดีจะตายทำไมไม่ทำ ?
ความคิดเห็นที่ 2
เจ๊กดำ วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 08.26 น.
http://www.oknation.net/blog/amornkrampff

ใช่ค่ะ รัฐบาลต้องเริ่มมาสนับสนุนให้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ ไม่ใช่สักแต่ว่า มีเลนจักรยานบนฟุตบาท แต่กลายเป็นที่วิ่งของมอเตอร์ไซค์

เสาร์ อาทิตย์น่าจะเป็นวันของจักรยาน โดยปิดถนนบางแห่งไม่ให้รถเข้า ยกเว้นจักรยาน

การเป็นศิวิไลซ์ ไม่ได้หมายถึง ตึกสูงๆ มีรถยนต์วิ่งกันขวักไขว่เต็มถนน

ขี่จักรยาน ช่วยประหยัดน้ำมัน เสริมสร้างสุขภาพร่างกายแข็งแรง รักษาสภาพแวดล้อมของเรา

แนวความคิดนี้น่ามีการบอกต่อๆกันไป พร้อมหาหน่วยร่วมด้วยช่วยกันทำนะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 08.22 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan


น่าจะมี Bike Lane เป็นเรื่อง เป็นราวมาตั้งนานแล้ว .. เมื่อไหร่จะมีสักที ...
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Glacia Express

นั่งรถไฟสายที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

View All
สิ่งมหัศจรรย์อันดับ 1 ของจักรวาล
บุช
6 คน
ซัดดัม
1 คน
พจมาร
5 คน
ชายกลาง
6 คน
ทักษิณ
5 คน

  โหวต 23 คน