พิมพ์หน้านี้
|
ลม...ทุกคนรู้จักลมเป็นอย่างดี ลม..มีทั้งลมในร่างกายและลมภายนอกร่างกายซึ่งล้วนให้คุณและให้โทษได้เช่นกัน แต่น้อยคนที่จะรู้จักใช้ประโยชน์จากลมภายในร่างกายให้เกิดประโยชน์ หรือความจริงต้องบอกว่าลมนั้นสามารถให้คุณไปถึงระดับจิตใจด้วย วันนี้ท่านอาจารย์ที่ปฏิบัติธรรมได้กรุณามาเยี่ยมผมและพี่สาวถึงที่พัก ท่านจะฝากขิงดองไปถวายพระที่วัดโกโรโกโส ซึ่งอยู่ติดกับวัดสะแกที่ผมและพี่สาวจะไปทำบุญในวันพรุ่งนี้ วันวิสาขบูชา นอกจากขิงดองแล้วท่านยังกรุณาถ่ายสำเนาหนังสือธรรมะเล่มหนึ่งมาให้ผมด้วย ท่านบอกว่า "เธอลองอ่านดู ดีมาก พระรูปนี้ท่านเขียนอธิบายเกี่ยวกับเรื่องการนั่งสมาธิ การใช้ลม ดูลม พิจารณาลม ฉันว่าท่านเขียนละเอียดดีมาก อธิบายได้ครบถ้วน..." ตกเย็นผมจึงนำหนังสือที่ท่านถ่ายสำเนามานั่งอ่านและพบว่า ดีจริงๆอย่างที่ท่านบอก จึงอยากนำมาแบ่งปันให้ทุกคนที่เข้ามาอ่าน ได้ร่วมกันค้นหาความสุขกันอย่างง่ายๆ จากลมหายใจของเราเอง....ครับ เรื่องของลม...โดย พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ท่านพ่อลี ธมฺมธโร) วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตามประวัติท่านในหนังสือท่านมรณภาพมากว่า 50 ปีแล้วครับ ลมกับจิต... ในการนั่งภาวนาให้ทำลมให้แคบที่สุด อย่าให้จิตไปอยู่นอกตัว ถ้าเราเอาจิตไปอยู่กับคนอื่นสิ่งอื่น เราก็จะต้องได้รู้แต่เรื่องของคนอื่นสิ่งอื่น ส่วนเรื่องของตัวเองก็เลยจะไม่ได้รู้ได้เห็นอะไรเลย เราอยู่ใกล้ชิดกับสิ่งใดจะต้องสนใจกับสิ่งนั้น เราอยู่ใกล้ชิดกับคนใดก็จะต้องสนใจกับคนนั้นให้มากที่สุด คนใดนั่งใกล้เรา ต้องสนทนาปราศัยกับเขา อย่านั่งเป็นใบ้ ทำความคุ้นเคยสนิทสนมกับเขาไว้ ถ้าเราไม่พูดคุยทำไมตรีกับเขาไว้บ้าง เขาก็จะต้องไม่ชอบเรา และกลายเป็นศัตรูของเราไป นี้ฉันใด เรื่องร่างกายของเรานี้ประกอบขึ้นด้วยธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ไฟ ลม ธาตุเหล่านี้ก็ย่อมเปรียบเสมือนญาติหรือมิตรสหายของเรา เพราะเรานั่งยืนนอนเดินไปทางไหน เขาก็ติดตามเราไปทุกแห่ง ฉะนั้น เราต้องสนใจทำความรู้จักคุ้นเคยกับเขาไว้ให้มากกว่าคนอื่น เมื่อสนิทสนมกันแล้ว นานๆไปเขาก็จะรักเราและช่วยเหลือเราได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อเรามีมิตรที่ดีและซื่อตรงเช่นนี้ เราก็ย่อมปลอดภัยและมีความสุข ถ้าเรารู้เรื่องธรรมดาของโลก และรู้จักความเป็นจริงของธรรมแล้ว เราก็จะไม่ต้องมีความยุ่งยากในการเป็นอยู่ เรื่องภายนอกนั้นถึงเราจะศีกษาให้มีความรู้สักเท่าไรๆ ก็ไม่ทำให้เราพ้นจากทุกข์ได้ สู้การเรียนรู้จิตใจของตนในวงแคบๆนี้ไม่ได้ เรื่องของโลกยิ่งเรียนก็ยิ่งกว้าง เรื่องของธรรมยิ่งรู้ก็ยิ่งแคบและรู้แคบเท่าไรยิ่งดี ถ้ารู้กว้างออกไปมักฟุ้งซ่าน เป็นเหตุให้เกิดความไม่สงบ ถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับการเดินไปในหนทางที่แคบๆ ย่อมจะไม่มีใครกล้าเดินสวนทางเข้ามาชนกับเราได้ ส่วนคนเดินตามหลังนี้ช่างเขา เมื่อไม่มีใครสวนทางเข้ามาทางข้างหน้าแล้ว คนที่จะเดินบังหน้าเราก็ไม่มี เราก็จะมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าเราออกไปได้ไกลที่สุด ฉันใด ผู้ทำจิตใจให้แคบเข้าละเอียดเข้าก็จะเกิดความวิเวกสงบ เกิดแสงและเกิดวิปัสสนาญาณ มองเห็นอดีต อนาคต และปัจจุบันได้ทุกอย่าง เหตุนั้นท่านจึงว่าผู้มีวิปัสสนาญาณเป็นผู้มีสายตาอันไกล คนที่ส่งจิตออกไปอยู่นอกตัว เปรียบเทียบกับคนที่เดินไปตามถนนกว้างๆ ถนนกว้างนั้นอย่าว่าแต่คนจะเดินสวนทางเข้ามาได้เลย แม้จะสุนัขและสัตว์ตัวโตๆมันก็เดินสวนเข้ามาได้ ฉะนั้นจึงไม่ปลอดภัย จิตผู้นั้นก็จะมีแต่ความฟุ้งซ่าน เต็มไปด้วยนิวรณธรรมหาความสงบมิได้ การทำจิตให้แคบ เปรียบอีกอย่างหนึ่งก็เหมือนกับการขุดหลุม ถ้าเราขุดหลุมเล็กๆ ก็ย่มจะขุดได้ลึกและเร็วกว่าหลุมกว้างๆ ความเหน็ดเหนื่อยก็มีน้อย กำลังก็ไม่สึกหรอ ย่อมได้ผลดีกว่ากัน หรือจัเปรียบอีกอย่างหนึ่งก็เหมือนกับแม่น้ำ ถ้ากว่างมากก็มักไหลช้าและไม่แรง ถ้าแคบก็จะไหลเร็วและแรงด้วย หรือน้ำฝนที่ตกลงในที่กว้างย่อมกระจายไปทั่วในที่ต่างๆ น้ำก็จะไม่ขันในพื้นที่เหล่านั้นได้เท่าไร ถ้าตกลงมาเฉพาะในที่นาแห่งใดแห่งหนึ่งแต่เพียงแห่งเดียวแล้ว มิช้าก็อาจจะท่วมท้นหัวคันนาได้ ฉันใด อำนาจแห่งจิต ก็เช่นเดียวกัน ถ้ายิ่งแคบและละเอียดมากเท่าไร ก็ยิ่งมีกำลังแรงและคุณภาพสูงยิ่งขึ้น ฉะนั้นท่านจึงสอนให้เอาจิตมาจดจ่ออยู่กับลมหายใจอย่างเดียว ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องราวอื่นๆ ให้มีสติสัมปชัญญะอยู่ในลมหายใจอย่างเดียว ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องราวอื่นๆ ให้มีสติสัมปชัญญะอยู่ในลมเท่านั้น มันจะไม่ดี จะโง่ จะมืด จะหนาอย่างไรก็ช่างมัน มุ่งดูลมอย่างเดียวจนจิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ต่อไปความรู้สึกก็จะผุดขึ้นในตัวของมันเอง ไม่ต้องไปนั่งคิดถึงว่าอะไมนจะเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ความรู้เขาจะบอกเรื่องราวเหล่านี้แก่เราเองอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน ไม่ใช่ความรู้ตามสัญญาที่ได้ยินเขาบอกเล่า แต่เป็นความรู้ซึ่งเกิดจากวิปัสสนาปัญญา.. ตอนต่อไป..จิตและลมของเรามีกี่ขั้น แต่ละขั้นเชื่อมต่อกับอวัยวะภายในอย่างไร ลมในร่างกายทำให้ร่างกายเราเจ็บป่วยได้หากหายใจไม่ถูกวิธี และในขั้นสูงสุดลมในร่างกายเราก็สามารถทำให้จิตเราสงบและหลุดพ้นไปสู่นิพพานได้เช่นกัน...โปรดติดตามครับ **คนโง่ปั่นจักรยาน...สารคดีในรูปแบบ Blog TV พบกับเรื่องราวงานศิลปะของ อ.สวัสดิ์ ตันติสุข ศิลปินแห่งชาติ ผู้เป็นศิษย์รักท่านหนึ่งของ อ.ศิลป์ พีระศรี ที่ยังมีชีวิตอยู่ ... http://www.oknation.net/blog/visa
|
| จิวไจ้โกว | ||
ในวันฤดูใบไม้ผลิ แต่มีหิมะ |
||
|
View All |
||
| Glacia Express | ||
นั่งรถไฟสายที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |