• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 730780
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/insanetheater
วันอาทิตย์ ที่ 29 กรกฎาคม 2555
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1974 , 02:06:39 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2555

อติภพ ภัทรเดชไพศาล


เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าวัฒนธรรมไทยหรือความเป็นไทยนั้นมีสองแบบ คือแบบของราชสำนักและชาวบ้าน หรืออาจพูดง่ายๆ ว่าแบบของชนชั้นสูงและชนชั้นต่ำ

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือภาษาไทย นั่นคือเรามีภาษาเขมรที่นับเป็นราชาศัพท์สำหรับใช้สำหรับชนชั้นกษัตริย์ กับภาษาไทยสำหรับคนธรรมดา

เรามีการแบ่งละครนอก ละครใน อย่างเคร่งครัดมาตั้งแต่ในช่วงกรุงธนบุรีหรือต้นกรุงรัตนโกสินทร์

แน่นอนว่าดนตรีไทยก็ถูกแบ่งออกเป็นสองแบบ นั่นคือดนตรีไทยในแบบราชสำนัก กับดนตรีไทยแบบชาวบ้าน

ใน สาส์นสมเด็จ (บันทึกโต้ตอบระหว่างเจ้าฟ้ากรมพระยานริศฯ กับกรมพระยาดำรงฯ) ยังเคยกล่าวถึงการประชันวงปี่พาทย์จากพระนคร (จากราชสำนัก) กับวงปี่พาทย์สวน (วงชาวสวนอัมพวา) ว่าแตกต่างกันเป็นอย่างมาก

แต่ทั้งปี่พาทย์พระนครหรือปี่พาทย์สวนก็ยังจัดเป็น ‘ไทย’ ขณะที่เครื่องดนตรีท้องถิ่นอื่นๆ อย่างเช่นแคนหรือปี่จุมนั้นไม่ถูกจัดเป็นเครื่องดนตรี ‘ไทย’ ด้วยซ้ำ ในสมัยนั้น

ความเป็นไทยแบบราชสำนัก และวัฒนธรรมการประชันวงปี่พาทย์ของชนชั้นสูงในราวสมัยรัชกาลที่ 5 ส่งผลให้นักดนตรีวงปี่พาทย์คิดค้นเทคนิคยากๆ มาขันแข่งกัน เกิดเพลงสามชั้น เกิดเพลงเดี่ยว ที่มีการแปรทำนองที่ยุ่งยากซับซ้อน ดังที่จิตร ภูมิศักดิ์เคยวิพากษ์ไว้ว่า

“นักดนตรีไทยถือตนว่าเป็นผู้มีภูมิปัญญาเหนือสามัญชน พะวงแต่ความโอ้อวดฝีไม้ลายมือมากเกินไปดังกล่าวนี้เอง เพลงไทยจึงยุ่งยากขึ้นทุกขณะ ละเลยผู้ฟังเสียสนิท 

ทั้งผู้เล่นก็มักจะเป็นคนในสำนักชั้นสูงต่างๆ ช่องว่างระหว่างศิลปะดนตรีไทยกับประชาชนก็เกิดกว้างขึ้นทุกที จนในที่สุดก็กลายเป็นศิลปะที่ฟังกันได้อยู่แต่ในชนกลุ่มเดียว พวกประชาชนทั่วไปนับล้านๆ ที่ฟังไม่ออกก็กลายเป็นพวกหูต่ำ”

แต่ดนตรีไทยก็ต้องเผชิญกับการเข้ามาของวัฒนธรรมป๊อป (ของมวลชน) ตั้งแต่ในช่วงหลัง 2475 ดนตรีแบบใหม่ของตะวันตกที่ฟังง่ายและนำสมัยเป็นศัตรูที่สั่นคลอนการดำรงอยู่ของดนตรีไทยจนถึงราก

การปรับตัวของดนตรีไทยส่งผลให้เกิดดนตรีไทยแบบใหม่ ที่เราเรียกกันในปัจจุบันว่า ‘เพลงไทยสากล’

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าเพลงไทยสากลที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป๊อปนั้นกลับเป็นเช่นเดียวกับวัฒนธรรมอื่นๆ ของไทย นั่นคือเป็นสิ่งที่มี ‘สองแบบ’

ลักษณะการแตกเพลงไทยสากลออกเป็นสองแบบนี้ปรากฏชัดในช่วง พ.ศ. 2500 เมื่อเกิดการเรียกเพลงไทยสากลชนิดหนึ่งว่า ‘เพลงลูกทุ่ง’ และเรียกอีกชนิดหนึ่งว่า ‘เพลงลูกกรุง’

เพลงลูกทุ่งผูกติดอยู่กับภาพลักษณ์ของชาวนาและชนชั้นแรงงานตั้งแต่ช่วง 2480 แล้ว จากงานของนักร้องรุ่นบุกเบิกอย่างแสงนภา บุญราศรี และเสน่ห์ โกมารชุน เป็นต้น

ส่วนเพลงลูกกรุงมีสัญลักษณ์ที่ชัดเจนคือวงสุนทราภรณ์ มีเนื้อร้องเกี่ยวกับชีวิตรักคนเมืองกรุง และมีท่วงทำนองดนตรีที่ใช้ในการเต้นรำลีลาศของชาวเมืองหลวง

และเนื่องจากวงสุนทราภรณ์เป็นวงดนตรีของรัฐ (วงกรมโฆษณาการ) ดังนั้นเพลงของวงสุนทราภรณ์จึงไม่เคยขัดแย้งกับนโยบายรัฐ และยังถูกใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ของทางภาครัฐมาตั้งแต่สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม

ขณะที่เพลงของนักร้องที่เป็นต้นธารของเพลงลูกทุ่งอย่างคำรณ สัมบุุญณานนท์นั้นถึงกับถูกทางรัฐสั่งห้ามออกอากาศทางวิทยุ

ความเป็นไทยสองแบบ ส่งผลให้สถานะของเพลงสองชนิดนี้เหลื่อมล้ำกันอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือเพลงลูกกรุงเป็นของชนชั้นนำเมืองหลวงจำนวนน้อย ขณะที่เพลงลูกทุ่งนั้นเป็นของชนชั้นล่างจำนวนมากทั่วประเทศ

ส่งผลให้เพลงลูกทุ่ง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมป๊อปที่แท้จริงของประชาชนชาวไทยไม่สามารถสถาปนาตนเองขึ้นเป็นสัญลักษณ์ของ ‘ความเป็นไทย’ ได้อย่างเต็มตัว เหมือนอย่างเพลงประเภท Flamengo ของชาวสเปญและ Tango ของชาวอาร์เจนตินา

และทุกครั้งที่ชนชั้นนำ-ชนชั้นกลางพูดถึงวัฒนธรรมเพลงลูกทุ่ง ก็ยังคงเป็นการพูดที่มีสำเนียงเย้ยหยันอยู่ด้วยตลอดเวลาจนกระทั่งทุกวันนี้

เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะถ้าเราพิจารณาดูแล้ว ผู้ที่ชื่นชอบเพลงลูกกรุงนั้นมีสถานะเป็นชนชั้นนำ ซึ่งถึงแม้จะเป็นคนส่วนน้อยของประเทศ แต่ก็เป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจมากทางเศรษฐกิจ 

คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนจำนวนน้อยที่ถือครองที่ดินส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นกลุ่มคนที่มีสิทธิ์มีเสียงมากกว่าคนทั่วๆ ไป และกระทั่งเป็นฝ่ายกำหนดนโยบายของรัฐบาลได้ด้วยซ้ำ

จึงไม่แปลกที่สถานะของเพลงลูกทุ่ง วัฒนธรรมป๊อปของประชาชนส่วนใหญ่ จะถูกเหยียดถูกกด ให้เป็นของต่ำ เพราะชนชั้นนำส่วนน้อยของประเทศไทยนั้นมักเชื่อกันอย่างสุดจิตสุดใจมาตลอดแล้วว่า ประชาชนคนธรรมดาสามัญส่วนใหญ่ของประเทศไทยนั้น ‘โง่’

ความเป็นไทยสองแบบ จึงเป็นสภาวะเจ็บป่วยของสังคม และเป็นกรงกรอบที่กักขังไม่ให้วัฒนธรรมของประชาชนได้มีโอกาสเติบโตได้อย่างอิสระเต็มที่

พันธนาการนี้ผูกมัดเพลงลูกทุ่งและวัฒนธรรมของชนชั้นล่างให้เงียบเสียงอยู่ในความมืดของประชาธิปไตยแบบไทยๆ ซึ่งก็เป็นประชาธิปไตยที่มีสองแบบ สองมาตรฐานอย่างไม่ต่างไปจากสิ่งอื่นๆ ในสังคมไทยนั่นเอง




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]