พิมพ์หน้านี้
|
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งจะเปิดฉากในอีกไม่ถึงเดือน ตามปกติ ช่วงนี้ ผู้เป็นเจ้าภาพมักอ้าแขน เตรียมต้อนรับผู้จะมาเยือน แต่นักวิเคราะห์บางคนกลับมองว่า จีนมีท่าทีระแวดระวัง จนกลายเป็นการ"ส่งแขก" กลับบ้านตั้งแต่การแข่งขันยังไม่เริ่มต้น และบางคนก็เชื่อว่าเบื้องหลังความพยายามอย่างมากของจีนที่จะเป็นเจ้าภาพโปลิมปิกนั้น ใจจริงของจีนไม่ได้อยากต้อนรับแขกแต่อย่างใด ที่ผ่านมา จีนทุ่มเงิน 40,000 ล้านเหรียญ หรือ1,280,000 ล้านบาท เพื่อเนรมิตนครหลวงโบราณ อย่าปักกิ่ง ให้กลายเป็นมหานครทันสมัยที่ตื่นตลอด 24 ชั่วโมง โดยตั้งความหวังว่าจะเป็นเจ้าภาพ"ปักกิ่ง เกมส์"แบบสมบูรณ์แบบ และได้พยายามอบรมพฤติกรรมของพลเมืองมานานหลายปี รวมทั้งห้ามถ่มน้ำลาย หัดเข้าคิว และสุภาพกับชาวต่างชาติ ฯลฯ พูดได้ว่าจีนเตรียมการอย่างแข็งขันและทุ่มเท เพื่อเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกที่โฆษณากันมานานว่า จะเป็นการฉลองเปิดตัวประเทศจีนยุคใหม่ที่ทันสมัยและเปิดกว้าง แต่ยิ่งใกล้วันงานบรรยากาศในกรุงปักกิ่งก็ยิ่งเคร่งเครียดและหดหู่ เพราะทางการออกสารพัดมาตรการมาบังคับใช้ มาตรการที่ว่า รวมทั้งการที่เมื่อวันจันทร์ มีการออกคำเตือนเรื่องพฤติกรรมในการเข้าชมกีฬา พร้อมรายชื่อสารพัดสิ่งต้องห้ามสำหรับสนามกีฬา ซึ่งรวมถึง อาวุธปืน กระสุนปืน หน้าไม้หรือธนู ดอกไม้ไฟ กริช สารติดไฟ สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน และสารกัมมันตรังสี ของต้องห้ามยังรวมของที่ไม่ได้ผิดกฎหมายด้วย เช่นเครื่องดนตรี กระเป๋าที่มีขนาดใหญ่เกินไป กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าถือ ธงชาติของประเทศและเขตต่าง ๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก หรือ การแข่งขันกีฬาคนพิการพาราลิมปิก เกมส์ รวมถึงธงชาติที่มีความยาวเกินกว่า 2 เมตร ป้ายผ้า ใบปลิว โปสเตอร์ และอุปกรณ์บันทึกวีดีโอที่ไม่ได้รับอนุญาต สิ่งของต้องอื่นๆยังรวมทั้ง มีด กระบอง ร่มตอนเดียว ไม้ขนาดยาว สัตว์เลี้ยง ยกเว้นสุนัขนำทาง ยานพาหนะ ยกเว้นรถเข็นคนพิการ และรถเข็นเด็ก เครื่องขยายเสียง วิทยุ อุปกรณ์เลเซอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ไร้สาย และที่ขาดไม่ได้คือห้ามพฤติกรรมไม่เหมาะสม รวมทั้งห้ามสูบบุหรี่ ห้ามใช้ร่ม ห้ามยืนในบริเวณที่จัดให้นั่งเป็นเวลานาน และห้ามใช้แฟลชในการถ่ายภาพ ขณะเดียวกัน ก็มีการออกกฎการส่งพัสดุภัณฑ์ใหม่ ไม่เพียงห้ามการส่งวัตถุระเบิดทางไปรษณีย์ แต่ยังรวมถึการห้ามส่งสิ่งของที่มีลักษณะแป้งเปียก( Paste) , เครื่องใช้ไฟฟ้ารวมถึงโลหะที่ไม่ระบุว่าเป็นอะไรฯลฯ ห้องพักตามโรงแรมยังว่างอีกเยอะ เพราะจีนเข้มงวดในการออกวีซ่า ทำให้ผู้ที่สนใจจะมาเที่ยวหนีหาย ท้องถนนเต็มไปด้วยตำรวจในเสื้อเกราะกันกระสุน และสุนัขดมหาระเบิด ตามถนนไม่มีพ่อค้าแม่ค้าเร่ หรือขอทานมอมแมม เพราะมีคำสั่งให้อยู่ห่างถนน ร้านอาหารหน้าตาไม่น่ามองถูกสั่งปิด ชาวจีนตามชนบทที่เข้ากรุงมาร้องเรียนเรื่องต่างๆถูกส่งกลับบ้าน ผู้มีความเห็นไม่ลงรอยกับรัฐบาลจีนถูกจำคุก ถูกจับตามอง หรือได้รับคำสั่งให้อยู่ห่างๆกรุงปักกิ่ง คนที่เดือดร้อนที่สุด จากมาตรการบังคับเหล่านี้คือคนจน สถานที่ก่อสร้างทุกแห่งในเมืองหลวงถูกสั่งปิดตลอดเดือนกรกฏาคม เพื่อเคลียร์ปัญหาหมอกควันพิษ ร้านอาหารเล็กๆถูกสั่งปิดเพราะสกปรกหรือด้วยสารพัดเหตุผล ทำให้แรงงานอพยพส่วนใหญ่ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 1 ใน 5 ของประชากร 18 ล้านคนในกรุงปักกิ่ง ไม่มีรายได้ และต้องออกจากกรุงปักกิ่งไปหากินในเมืองอื่น ส่วนชาวนาผู้ดัดแปลงบ้านพักของตนตามภูเขานอกกรุงปักกิ่ง ให้เป็นโรงแรมตามชนบท ก็ ได้รับคำสั่งจากตำรวจให้ปฏิเสธลูกค้ากลุ่มหนึ่ง เจ้าของที่พักใกล้สุสานของจักรพรรดิราชวงศ์สุดท้ายของจีนจึงออกปากว่า เรื่องชาวต่างชาติเป็นเรื่องน่าปวดหัวเสียจริงๆ
สถานที่ท่องราตรีใกล้กับ the Worker's Stadium และ Worker's Gymnasium ซึ่งจะใช้แข่งขันชกมวยและกีฬาอื่นๆถูกสั่งปิดในช่วงที่มีการแข่งขัน เพื่อความปลอดภัย ส่วนในจุดอื่นๆนั้น บาร์และร้านอาหารที่ตามปกติจะเปิดจนกว่าแขกคนสุดท้ายจะออกจากร้าน ถูกสั่งให้ปิดไม่เกินตี 2 ตามแนวที่ตั้งสนามกีฬาซึ่งจะใช้เป็นสถานที่แข่งขันกีฬาโอลิมปิก ช่วง 8-24 สิงหาคม มีการก่อสร้างทางรถไฟใต้ดินหลายสาย และประดับประดาด้วยไม้ดอกงดงาม แต่ทางการกลับทำลายบรรยากาศของความตื่นเต้นและการเฉลิมฉลองก่อนเปิดงานไปจนหมด ด้วยการออกสารพัดมาตรการเข้มงวด บ็อบ ไดเอทซ์ แห่ง Committee to Protect Journalists ซึ่งมีสำนักงานที่นครนิวยอร์ค และเคยท่องเที่ยวอยู่ในจีนนานกว่า20 ปี แต่ไม่ได้วีซ่าเข้าจีนช่วงโอลิมปิก เปรียบเปรยว่า จีนเตรียมจัดงานปาร์ตี้ แต่ห้ามไม่ให้มคนเข้าร่วมงาน เขาสรุปว่าจีนยังไม่พร้อมจะต้อนรับแขก (ชาวโลก) นอกจากจะเข้มงวดเรื่องวีซ่า ตำรวจยังเข้ายังตรวจสอบเข้มงวดตามสถานที่พักของชาวต่างชาติและสั่งให้ผู้มีเอกสารครบถ้วนต้องไปขึ้นทะเบียนที่สถานีตำรวจ โดยให้เหตุผลว่าต้องทำเพื่อป้องกันการก่อการร้าย และกีดกันพวกที่เรียกกันว่า " กองกำลังปรปักษ์" (hostile forces.) มีข่าวว่ารายชื่อกลุ่มต่างๆที่ไม่เป็นที่ปรารถนาของทางการจีนนั้นยาวเป็นหางว่าว มีตั้งแต่กลุ่มคนตกงาน ไปจนถึงนักเคลื่อนไหวชาวต่างชาติ ที่เคยวิจารณ์นโยบายสิทธิมนุษยชนของจีน บางคนบอกว่า ผู้นำจีนต่างหวั่นใจมากกับเหตุการณ์เลวร้ายไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นตลอดปีนี้ มีตั้งแตพายุหิมะประหลาที่ทำให้ภาคใต้ของจีนเป็นอัมพาตในช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน ไปจนถึงแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.0 ริคเตอร์ ที่มณฑลเสฉวน ซึ่งทำคนตายเกือบ 7 หมื่นคน ซึ่งล้วนเปิดเผยความเปราะบางภายในประเทศของจีน ส่วนการประท้วงนองเลือดในทิเบต และการขัดขวางการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก ก็สท้อนถึงการไม่ยอมรับรัฐบาลจีนของคนบางกลุ่ม ตำรวจและทหารจีนฝึกซ้อมเตรียมรับมือกับการก่อการซ้าย(ในภาพบน) พร้อมเปิดเผยว่า ได้ทลายแผนการของกลุ่มมุสลิมจากดินแดนแถบเอเชียกลางตามแนวชายแดนของจีน ซึ่งแผนการหนึ่ง ตั้งเป้าจะระเบิดทำลายเครื่องบินโดยสารของจีน และอีกแผนหนึ่ง เจตนาจะลักพาตัวนักกีฬาและผู้สื่อข่าวในระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แต่ในใจของชาวจีนตั้งแต่ผู้นำประเทศลงมาถึงชาวบ้าน พวกเขาหวั่นใจว่าช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ มีชาวจีนที่นำเอาเหตุร้ายต่างๆที่มองกันว่าเป็นลางไม่ดี ไปเปรียบเทียบกับตัวมาสคอตทั้ง 5 ตัวของโอลิมปิกจีน
"เป้ยเป่ย" หมีแพนด้าที่แต่งตัวเป็นปลา( Beibei the fish) คือพายุหิมะที่เกิดช่วงใกล้ตรุษจีน , หมีแพนด้าสีดำ "จิงจิง" (Jingjing the panda) คือแผ่นดินไหวที่เสฉวน ,หนูน้อยลูกไฟโอลิมปิก "ฮวาน ฮวาน" สีแดง (Huanhuan the Olympic flame) คือการวิ่งคบเพลิง,ละมั่งทิเบต"อิ๋ง อิ๋ง" สีส้ม (Yingying the Tibetan antelope)คือการประท้วงที่ทิเบต และ นกนางแอ่น"หนีหนี่" (Nini the bird )คือ รถไฟตกรางเมื่อเดือนเมษายน หรืออัตราเงินเฟ้อที่กำลังทวีความรุนแรง ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน เรียกหัวหน้าเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่มณฑลไปเตือนเมื่อเดือนที่แล้วว่า จะผิดพลาดด้าน รปภ.ไม่ได้เลย มีการใช้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสำหรับโอลิมปิกมากกว่า 440,000 คน มีตั้งแต่หน่วยคอมมานโดไปจนถึงยามท้องถิ่น และผู้นำจีนซึ่งเคยคาดหวังให้ ปักกิ่ง เกมส์ เป็นการแข่งขันกีฬาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของโอลิมปิก ก็ได้ลดความคาดหวังลงเหลือเพียง"ให้เป็นการแข่งขันโอลิมปิกที่มีคุณภาพและบ่งบอกความเป็น"จีน"พวกเขามองว่า หากอยู่ได้จนถึงวันปิดการแข่งขันโดยไม่มีเหตุร้าย ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ยิ่งจีนคุมเข้ม ก็ยิ่งเน้นสิ่งที่ผู้นำจีนต้องการให้คนอื่นลืม นั่นคือจีนยังเป็นรัฐตำรวจ แถมเป็นรัฐตำรวจที่ค่อนข้างวุ่นวาย และตอกย้ำเสียงคาดการณ์ที่ว่า รัฐบาลจีนไม่ต้องการให้มีการประท้วงแม้แต่ชนิดถูกกฏหมาย อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่ง ผู้ชอบวิจารณ์นโยบายต่างๆของรัฐบาลจีนบอกว่า หากมองดูสหรัฐฯในช่วงหลังเกิดเหตุ 11 กันยายน จะพบว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่จีนจะ รปภ.เข้ม แต่จีนต่างจากสหรัฐฯตรงที่ จีนมีระบบที่ไม่ต้องให้ความสำคัญกับเสรีภาพส่วนบุคคล รัฐบาลจึงเพิ่มการควบคุมและกำกับดูแลอย่างแข็งขัน แม้แต่กับผู้ที่ไม่เคยแม้แต่จะคิดขัดขวางโอลิมปิกซึ่งอาจารย์ระบุว่า เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และเจตนาเมินเฉยต่อคำมั่นสัญญาที่จีนเคยให้ไว้ ตอนขอเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก แอน สตีเวนสัน - หยาง ที่ปรึกษาด้านหุ้นชาวอเมริกันในกรุงปักกิ่ง มองว่า จีนตั้งใจทำให้กรุงปักกิ่งอ้างว้าง ไร้ชีวิตชีวา เพื่อโชว์เมืองหลวงที่ดูเพอร์เฝค แต่ไม่ใช่ตัวจริง ต่อสายตานักกีฬา นักข่าว ผู้มีชื่อเสียงในวงสังคมและนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีมากกว่า 5 แสนคน เธอบอกว่าจีนไม่ได้ต้องการให้ผู้คนสนุกกับโอลิมปิก และถ้าไม่มีค่อยมีใครไปเที่ยว จะยิ่งเป็นความสำเร็จสำหรับจีน เธอบอกว่า โอลิมปิกคือละครเวที จีนใช้ชาวต่างชาติเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อว่าจีนทันสมัยแล้ว และยิ่งมีชาวต่างชาติไปร่วมปักกิ่ง เกมส์ ยิ่งน้อยคน จีนก็ยิ่งพอใจ ...ต่างคนก็ต่างมุมมอง จริงหรือไม่คงต้องดูกันต่อไป
|
| เพลงฝันยามเช้า | ||
.. |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||