*/
  • Intoch-Iam
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2013-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 3
  • จำนวนผู้ชม : 48414
  • จำนวนผู้โหวต : 6
  • ส่ง msg :
  • โหวต 6 คน
วันพุธ ที่ 13 มีนาคม 2556
Posted by Intoch-Iam , ผู้อ่าน : 42470 , 16:45:26 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Intoch-Iam , GFXLadybug โหวตเรื่องนี้

 
นมถั่วเหลือง คุณหรือโทษกันแน่
 
 
              วันนี้ผมมีข้อมูลดีๆมานำเสนอ ซึ่งผมเองเชื่อว่า เกือบ100 เปอเซนต์ ทุกคนล้วนแต่ต้องเคยดื่มนมถั่วเหลืองมาบ้างละครับ  หลายคนเคยได้ยินว่า ดื่มนมถั่วเหลืองนั้นมีประโยชน์มากมาย อาจจะได้ยินจาก พ่อ แม่ หรือคนที่เรารัก แต่ไม่เคยมีคนบอกว่า ดื่มมากๆ ระวังนะหนู.!!   ลองมาอ่านข้อมูลดูกันนะคับ
 
               เอาละครับใช้อยู่ครับนมถั่วเหลืองมีประโยชน์อยู่มากโข มีอะไรบ้างมาดูกันครับ 
 
ส่วนประกอบของถั่วเหลือง
ถั่วเหลืองประกอบไปด้วยส่วนประกอบดังต่อไปนี้
        * โปรตีน 38 %
        * ไขมัน 18 %(เป็น lecithin 5 %)
        * ความชื้น 5 %
        * คาร์โบไฮเดรตที่ไม่ละลายในน้ำ 15%
        * คาร์โบไฮเดรตที่ละลายน้ำ(เช่น sucrose starchyose)
 
 
มีโปรตีน
 
โปรตีน เลซิทิน และกรดแอมิโน รวมทั้งมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ไนอะซิน วิตามินบี1 และบี2 วิตามินเอและอี ซึ่งสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูก และบำรุงระบบประสาทในสมอง
 
มี Phytoestrogen
 

 

ถั่วเหลืองนอกจากจะสามารถลดระดับ Cholesterol ได้แล้วยังมีสาร phytoestrogen เป็นส่วนประกอบที่สำคัญสาร phytoestrogen จะ ออฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเพศหญิง โดยทำให้การยืดหยุ่นของหลอดเลือดดีขึ้น มีการทดลองให้ผู้ป่วยที่เจ็บหน้าอกจากโรคหัวใจได้รับถั่วเหลืองพบว่าสามารถ ลดอาการเจ็บหน้าอก มีการกลัวกันว่าสาร isoflavone ออกฤทธิ์เหมือน estrogen ทำให้กังวลว่าจะเกิดผลข้างเคียงเหมือน estrogen เช่น ไขมัน triglyceride ขึ้น มะเร็งมดลูกเพิ่ม แต่ถั่วเหลืองไม่ทำให้เกิดโรคเพิ่ม

 

 
มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ
 
   วัยทอง
หญิงวัยทองจะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้มีอาการหน้าร้อนวูบวาบ ช่องคลอดแห้ง นอนไม่หลับ เหงื่อออก อารมณ์หงุดหงิด ทำให้ต้องได้รับฮอร์โมนเสริม
แต่หลายคนกลัวผลข้างเคียงของฮอร์โมนทดแทน จึงหันมารับประทานถั่วเหลืองแทน ยังมีข้อสงสัยว่าการรับประทานถั่วเหลือง จะ สามารถยับยั้งอาการวัยทองนี้ได้ แต่จากการศึกษาประชากรวัยทองของญี่ปุ่นพบว่า มีอาการวัยทองและโรคกระดูกพรุน น้อยกว่าคนจากประเทศทางยุโรป
 
   มะเร็ง

 

การเกิดมะเร็ง เต้านม ลำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมากในเอเชียต่ำกว่าประเทศทางยุโรปเนื่องจากความแตกต่างของอาหาร อาหารประเทศทางเอเชียจะเป็นพวกพืช ผลไม้ ธัญพืชไขมันต่ำ แต่อาหารทางยุโรปอุดมไปด้วยเนื้อสัตว์และไขมัน การเกิดมะเร็งเชื่อว่าเกิดจากอาหารเพราะชาวเอเชียที่ย้ายไปทำงานในยุโรปจะ เกิดมะเร็งพอๆกับคนยุโรป อาหารจะถั่วเหลืองจะมีคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็งเพราะมีสารต้านอนุมูล อิสระ ไขมันต่ำและมีใยอาการ สมาคมโรคมะเร็งของอเมริกาแนะนำการรับประทานอาหารเพื่อป้องกันมะเร็งดังนี้

 

    * เลือกอาหารที่มาจากพืช
    * ลดอาหารที่มีไขมันต่ำ
 
   โรคเบาหวานโรคไตและถั่วเหลือง
อาหารที่เตรียมจากถั่วเหลืองจะมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยเบา หวานเนื่องจากมีใยอาหารสูง เมื่อรับประทานแล้วทำให้น้ำตาลไม่ขึ้น นอกจากนั้นโปรตีนที่ได้จากถั่วเหลืองไม่ทำให้ไตทำงานหนักเหมือนโปรตีนจาก สัตว์จึงช่วยถนอมไต การที่ถั่วเหลืองช่วยลดระดับไขมัน LDL จึงทำให้ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
จากที่ได้กล่าวมาพบว่าโปรตีนจากถั่วเหลืองมีประโยชน์ต่อร่าง กายหลายอย่างแม้ว่าบางอย่างจะขาดหลักฐานสนับสนุนอย่างเพียงพอ คงต้องรอคำตอบจากการวิจัยแม้ว่าจะนานแค่ไหนก็คงต้องรอคำตอบ อย่างไรก็ตามมีรายงานให้รับประทานถั่วเหลืองแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ในบางมื้อ

 

 
ในถั่วเหลืองนั้นมีคุณสมบัติมากมายกับร่างกายครับ
 
**ผลิตภัณฑ์ของถั่วเหลืองมีผลอย่างไรต่อร่างกาย
 
 
ข้อมูลของเรื่องถั่วเหลืองเป็นข้อมูลที่ผมได้มา จาก Dr.Lita Lee เมื่อ 08/12/2001 ท่านเป็น Ph.D. ทางชีวเคมี แล้วผันตัวเองมาทำเรื่องธรรมชาติบำบัด ท่านผู้นี้จัดได้ว่า เป็นผู้ให้แนวทางเกี่ยวกับธรรมชาติบำบัดรุ่นแรกๆ ของผมเลยทีเดียว ผมเป็นหมอมา 20 ปี พออ่านบทความของท่านเรื่อง 'ภาวะไธรอยด์ฮอร์โมนต่ำ' เวลาเดินไปไหนแทบจะเอาปีบคลุมหัวเลยละครับ เพราะอะไรหรือครับ เพราะความรู้ที่มีอยู่ในบทความนั้นตอบคำถามที่คาใจของเราเกือบทุกเรื่องที่เกี่ยวกับโรคธัยรอยด์ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และเริ่มทำให้ศรัทธาในตำราแพทย์ปัจจุบันของผมตกลงอย่างมาก ผมหันมาอ่านศึกษาและลองปฏิบัติเรื่องของธรรมชาติบำบัด และแพทย์ทางเลือกมา 8 ปี ทำให้ผมพอเข้าใจธรรมชาติบำบัด และสามมารถนำมาให้คำแนะนำผู้ป่วยได้ผลดีพอสมควร ลดการใช้ยาที่เป็นเคมีสังเคราะห์ได้อย่างมาก
อ้าว! นอกเรื่องไปไกลเลย พูดเรื่องถั่วเหลืองต่อดีกว่า นอกจาก Dr. Lita Lee แล้ว ผมยังได้ข้อมูลจาก The Weston A. Price Foundation in Washington, DC USA (หมายเหตุ ข้อความในวงเล็บข้างท้ายแต่ละข้อ คือ ชื่อของผู้ทำวิจัย และปีที่ทำวิจัย)
 

          1.การกินโปรตีนถั่วเหลืองผง 30 ซีซี ทุกวัน สามมารถทำให้เกิดความผิดปกติที่เต้านมได้ จากฤทธิ์ของฮอร์โมนเอสโตรเจน (phyto estrogen) (Petrakis, N.L.,1996) แต่สำหรับ Weston A. Price Foundation เขียนไว้แบบนี้เลยครับ Soy phytoestrogens disrupt endocrine function and have potential to cause infertility and to promote breast cancer in adult women แปลเป็นไทยก็คือฮอร์โมนเอสโตรเจนในถั่วเหลือง ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อ และมีแนวโน้มที่จะทำให้เป็นหมัน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิง

           2.ผลของโปรตีนถั่งเหลือง ในผู้หญิงก่อนวัยทองและวัยทอง พบว่าโปรตีนถั่วเหลือง

  • ทำให้มีการสร้างน้ำนมที่ผิดปกติ
  • ทำให้เนื้อเยื่อเต้านมหนาตัวขึ้น
  • ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนไดออลในเลือดเพิ่มขึ้น
ทั้ง 2 ข้อนี้แสดงให้เห็นว่าผลของฮอร์โมนเอสโตรเจน (phytoestrogen) ที่มีในถั่วเหลืองนั้น มีผลต่อเต้านมของผู้หญิงจริงๆ (Petrakis,N.L.,1966)

          3. ในสัตว์ที่ตั้งครรภ์ ถ้าให้เลี้ยงด้วยโปรตีนถั่วเหลือง อาจทำให้ลูกของสัตว์เหล่านั้นมีอวัยวะเพศที่       ผิดปกติ และอาจทำให้เกิด 'กลุ่มอาการเอสโตรเจน' (estrogen syndrome) โดยเพิ่มโอกาสที่จะเป็นโรคต่อไปนี้ เช่น โรคต่อมไธรอยด์ โรคกระดูกผุ โรคถุงน้ำดี โรคมะเร็ง เป็นหมัน โรคหัวใจ

         4. การใช้โปรตีนถั่วเหลืองผงเป็นอาหารในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ทำให้ผู้หญิงเหล่านั้นมีภาวะเหมือนได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Brasid, D.D., et al., 1995)

         5. โปรตีนถั่วเหลืองมีสารต้านธัยรอยด์ฮอร์โมน คือ

    • ไอโซฟลาโวน (Isoflavone)
    • เจนีสทีน (Geneistein)
    • เดคซีน (Daidzein) (Devi,R.I., and D.R. Doerge,1997)

         6. โปรตีนถั่วเหลืองมีสารต้านธัยรอยด์ฮอร์โมน พบว่ามีภาวะธัยรอยด์ฮอร์โมนต่ำ 

ในเด็กทารกที่กินนมถั่วเหลือง (valentine, Tom, 1997)
มีการศึกษาการทำงานของต่อมธัยรอยด์ในคนที่กินถั่วเหลืองพบว่า ต่อมธัยรอยด์ถูกกดการทำงาน และมีคอพอกในหลายงานวิจัย (Ishizuki,Y.,et al.,1991 : Divi,R.I. and D.R. Doerge,1997) 
7. ถั่วเหลืองมีสารต้านน้ำย่อยโปรตีน ซึ่งยับยั้งการย่อยสลายโปรตีน จะทำให้ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายโปรตีนได้ (Fallon,S.W. and Mary G. Enig 1995) 
8. โปรตีนถั่วเหลืองมีสาร phytic acid สูงมาก สารนี้ยับยั้งการดูดซึมเกลือแร่ โดยเฉพาะสังกะสี แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม เหล็ก (Fallon,S.W. and Mary G.Enig 1995) 
9. ถั่วเหลืองมีสารที่ทำให้โปรตีนจับตัวกันเป็นก้อน ที่เรียกว่า Hemagglutinin ทำให้เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวจับกันเป็นก้อน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดเสียไป (Fallon,S.W. and Mary G. Enig 1995) 
10. Processing of soy protein results in the formation of toxic lysinoalanine and highly carcinogenic nitrosamines แปลเป็นไทย กระบวนการผลิตโปรตีนถั่วเหลือง ทำให้เกิดสารพิษที่เรียกว่า 'ไลซิโน อะลานีน' และสารก่อมะเร็งชื่อว่า 'ไนโตรซามีน' (The Weston A.Price Foundation in Washington, DC)
เป็นอย่างไรบ้างครับ ฟังอีกมุมหนึ่งของถั่วเหลือง คงจะสับสนพอสมควร จากประสบการณ์ของตัวผมเอง ผมพอจะกล่าวได้ว่าปัญหาของถั่วเหลืองเท่าที่พบมา อยู่ที่กินถั่วเหลืองเป็นประจำ แล้วทำให้
1. เกิดเป็นภาวะธัยรอยด์ฮอร์โมนต่ำ hypothyroidism) อาการที่พบบ่อยๆของภาวะนี้คือ
    • เจ็บส้นเท้า (calcaneal spur) ที่เรียกทั่วๆไปว่า 'รองช้ำ'
    • อ้วนง่าย กินนิดเดียวก็อ้วน
    • อ่อนเพลียเรื้อรัง (chronic fatigue syndrome) ฯลฯ
2. ทำให้มะเร็งดื้อต่อการรักษาแบบธรรมชาติบำบัด

3. ทำให้เกิดภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย เพราะเอสโตรเจนไปกดการทำงานของฮอร์โมนเพศชายเทสโตสเตอโรน แต่เอสโตรเจนจะทำให้ผู้ชายเหล่านี้ผิวพรรณเนียน สวย ดูดี แต่ขอโทษ เรื่องของผู้ชาย 'จอดสนิท'
 
แนวทางของธรรมชาติบำบัด หรือแพทย์ทางเลือก เป็นแนวทางที่มีการรักษาที่มีประโยชน์สูงสุด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นแนวทางการรักษาที่ยากที่สุดด้วย เพราะถ้าใครบอกว่าจุดเด่นที่สุดของมันคือการแก้ไขที่ต้นเหตุของโรค อันนี้แหละก็จะเป็นจุดด้อยที่สุดด้วย
  • เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่ไม่ยอมแก้ไขตัวเอง ในแนวทางของธรรมชาติบำบัด หรือแพทย์ทางเลือก สาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยเกิดจาก 'การกินที่ผิดๆ' และ 'การปฏิบัติตัวที่ผิดๆ' ทั้งนี้มีกี่คนที่สามารถเลิกกินของอร่อยของตัวเองได้ ด้วยเหตุผลแค่ 2 ข้อนี่แหละก็ทำให้ธรรมชาติบำบัด หรือแพทย์ทางเลือกตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างอะไรกับการรักษาแผนปัจจุบัน คือผลของการรักษาดีบ้าง ไม่ดีบ้าง (เพราะถ้าคนป่วยไม่ปฏิบัติ ยังไงมันก็ไม่ได้ผล)
  • ในแนวทางของธรรมชาติบำบัดหรือแพทย์ทางเลือก แพทย์เป็นเพียงผู้ชี้หรือแนะแนวทางที่ถูกต้องให้ผู้ป่วยปฏิบัติเท่านั้น และในบางครั้งอาจช่วยตอบคำถาม ข้อสงสัยที่เกิดจากการปฏิบัติของผู้ป่วย ที่เหลือจากนี้ผู้ป่วยต้องเป็นผู้ปฏิบัติเองทั้งหมด
  • คราวนี้หันมาดูจุดด้อยของฝั่งผู้ให้คำแนะนำ (แพทย์และ/หรือผู้เชี่ยวชาญทางธรรมชาติบำบัดหรือแพทย์ทางเลือก) กันบ้าง แต่ละคนจะมีหลักการและข้อแนะนำต่อผู้ป่วยแตกต่างกันอย่างมาก เช่น บางคนบอกว่ากินผลไม้ 'ได้' บางคนบอกว่า 'ไม่ได้' บางคนบอกผู้ป่วยมะเร็งว่า 'กินปลาได้ อาจมีรายละเอียดอีกว่ามีเกล็ดหรือไม่มีเกล็ด' บ้างก็บอกว่า 'ไม่ได้' ยังมีเป็นร้อยๆเรื่องที่สับสนแบบนี้ 
อุตสาหกรรมถั่วเหลืองในสหรัฐฯเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรที่ใหญ่โตมาก นายทุนจึงอาศัยนักวิจัยจัดทำข้อมูลงานวิจัย เพื่อช่วยสนับสนุนธุรกิจของตนเอง จะไม่เปิดเผยด้านมืดของสินค้าของตน ที่เกิดผลข้างเคียงต่อผู้บริโภคในระยะยาว และตนเองก็ไม่รับผิดชอบ รวมทั้งนายทุนยังเข้าไปมีอิทธิพลในองค์การอาหารและยาในสหรัฐฯเองด้วย 
ไม่ต่างจากน้ำมันมะพร้าว และผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ที่ถูกอุตสาหกรรมน้ำมันพืชเช่นข้าวโพด ถั่วเหลือง ทานตะวัน และอื่นๆ ในสหรัฐฯต่อต้านมาร่วม 50 ปี ทำให้เกิดผลเสียแก่สุขภาพแก่คนในประเทศของตน ไม่มีโอกาสทราบความเป็นจริง ปัจจุบันมีนักวิจัยอิสระที่เข้าถึงควมเป็นจริงของธรรมชาติ อย่างตรงไปตรงมา ผู้ที่ได้รับความรู้จากธรรมชาติบริสุทธิ์ ไม่เบี่ยงเบนจากนักวิจัยอิสระเหล่านี้ ผู้บริโภคที่ประสบปัญหาสุขภาพ ก็ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากการเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต ทำให้รู้จักผลดีของธรรมชาติ ที่ถูกนายทุนอุตสาหกรรมปกปิด และกีดกัน

อุตสาหกรรมถั่วเหลืองก็เช่นเดียวกัน นักอุตสาหกรรมตะวันตกหรือสหรัฐฯก็จะอ้างอิงการบริโภคถั่วเหลืองของทางประเทศจีน และประเทศญี่ปุ่น แต่นักวิจัยตะวันตกมีความคิดแยกส่วนในการตรวจสอบการบริโภคอาหารแต่ละชนิด ไม่สามารถเข้าถึงหลักการบริโภคของทางตะวันออก ที่เป็นแบบผสมผสาน จึงไม่อาจเทียบกันได้

 

สิ่งที่ต้องระวัง คือ ห้ามดื่มนมถั่วเหลืองเมื่อท้องว่างและอย่าดื่มมากไป เพราะมันสามารถก่อให้เกิดอาหารไม่ย่อย และ โรคท้องร่วง โดยทั่วไปผู้ใหญ่ดื่มประมาณครั้งละ 300 มิลลิลิตร วันละ 2 ครั้งอย่างมาก สำหรับเด็กดื่มครั้งละ 200 มิลลิลิตร ควรจดจำเสมอให้อุ่นนมถั่วเหลืองอย่างน้อย 5 นาทีเพราะนมถั่วเหลืองที่ไม่อุ่นอาจเป็นพิษได้ ใครที่มีอาการอาเจียน ปวดหัว หรือหายใจลำบาก หลังจากดื่มนมถั่วเหลือง ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาล อย่าใส่ไข่ หรือ น้ำตาลทรายแดง (Brown Sugar) ในนม หรือ ทานยาในขณะดื่ม เพราะจะไปทำลายโภชนาการในนมถั่วเหลืองและทำลายระบบการดูดซับโภชนาการในร่างกายมนุษย์ดร.มาริลิน      เกลนวิลล์ นักโภชนาการ ผู้แต่งหนังสือเรื่อง "Nutritional Health Handbook for Women" แนะนำว่า "การรับประทานอาหารต้องรับประทานแต่พอดี เพราะถั่วเหลืองจะดีต่อสุขภาพถ้าเราไม่ทานมากเกินไป คือ วันละ 30  กรัม เป็นจำนวนที่กำลังเหมาะ"


 
ดังนั้นผู้บริโภคถั่วเหลือง
 
        ผลิตภัณฑ์ต่างๆจากถั่วเหลือง หากศึกษาจากงานวิจัยและคำโฆษณาของนายทุนอุตสาหกรรม ก็จะพบสิ่งอันเป็นคุณประโยชน์ต่อสุขภาพสูง แต่นักวิจัยอิสระซึ่งเป็นเสียงส่วนน้อย ไม่มีทุนรอนในการให้ความรู้ในวงกว้างเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมใหญ่
จึงทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ ที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตได้ ก็ยังประสบปัญหาสุขภาพอยู่เช่นเดิม เนื่องจากผลงานวิจัยของทั้ง 2 ค่ายออกมาตรงกันข้าม จึงอยู่ที่วิจารณญานของผู้บริโภค จะเลือกตัดสินใจ
อย่างน้อยเมื่อพบข้อมูล ที่ตรงกันข้าม ในธรรมชาติก็ยังมีถั่วต่างๆอีกหลายชนิด ที่สามารถเลือกรับประทานได้ เช่นถั่วดำ ถั่วเขียว ถั่วขาว ถั่วแดง และก็ไม่รับประทานมากเกินไป

 
http://youtu.be/b50QqlQuK74
 
 by Reviewpix
 
 
 
ขอขอบคุณที่มาจากhttp://ainews1.com/article548.html
 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน