พิมพ์หน้านี้
|
ภาพ : อนันต์ จันทรสูตร คมชัดลึก เราให้ค่าแก่ซีไรต์สูงเกินไปหรือไม่? จนรางวัลซีไรต์กลายเป็นมาตรฐานสูงสุดของงานวรรณกรรม ที่นักอ่านรอคอยจะอ่านแต่เล่มได้รางวัลเล่มเดียว นี่เป็นสิ่งที่เราพูดกันมายาวนาน และเราเองก็อึดอัดกระวนกระวายใจในปรากฏการณ์นั้น แต่เพราะนักเขียนเองใช่ไหม ที่ให้ค่ารางวัลซีไรต์นำร่อง จนเกิดปรากฏการณ์เขียนงานเพื่อส่งซีไรต์อย่างเดียว แล้วรอคอยรอบปีที่จะมาถึงเพื่อร่วมเทศกาล แล้วก็เกิดปรากฏการณือีกอย่างหนึ่ง คือเราจะได้อ่านงานแต่ละประเภทในทุกๆ3ปี
แถลงการณ์พอสรุปคร่าวๆได้ว่ากรรมการบางท่านไม่มีคุณภาพ ซึ่งสามารถโน้มนำกรรมการท่านอื่นที่เป็นผู้ใหญ่กว่า คุณวุฒิสูงกว่าได้ ตรรกะของกรรมการไม่มีคุณภาพจึงหมายความว่าหนังสือทั้ง8เล่มไม่มีคุณภาพใช่ไหม? ไม่ได้ใช้สติปัญญาอย่างเพียงพอต่อการคัดเล่มใช่ไหม? และในฉบับร่างได้บอกกล่าวว่า "แม้จะมีบางเล่มมีคุณภาพ" (ประมาณนี้) มันขัดแย้งตรรกะอย่างสิ้นเชิง แถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่าเล่มไหนบ้างไม่มีคุณภาพ เล่มไหนที่มีคุณภาพ เช่นที่ไม่ได้ระบุว่าเล่มที่ตกรอบ เล่มไหนบ้างมีคุณภาพกว่าควรแก่การเข้ารอบมากกว่า ซึ่งน่าจะเป็นผลดีแก่กลุ่มประชาคมวรรณกรรม เพราะเราจะได้ไปหามาอ่านแล้วเทียบเคียงกันได้เป็นรูปธรรม เช่นที่งานขรึมขลังศักดิ์สิทธิ์เล่มใดบ้างที่เข้าข่ายกรณีนี้ ที่กรรมการไม่ได้หยิบเข้ารอบมา ประชาคมฯควรจะแจกแจงให้ละเอียด เช่นเล่มใดบ้างที่ง่ายจนไม่น่าเข้ารอบมาได้ กระทั่งกรณี8เล่มเข้ารอบ ไม่ใช่ 10 รอบ อีก2เล่มที่ควรเข้ามาให้ครบ10นั้นควรจะเป็นเล่มใด ทั้งหมดนี้ถ้ามีการแจกแจงละเอียด แถลงการณ์ทั้ง2ฉบับก็จะเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
หรือแท้แล้ว นายพินิจ นิลรัตน์ ทำหน้าที่สื่อมวลชนอยู่ด้วย จึง พูดเสียงดัง กว่าใคร และเป็นข้อได้เปรียบในการเลือกกรรมการแต่ละครั้ง?" ในข้อแรกสามารถหาคำตอบได้จากสมาคมฯ และข้อหลังเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ใช้มาอ้างอิงไม่ได้เลย "สรุปความได้ว่า คณะกรรมการรอบคัดเลือกรางวัลซีไรต์ในปีนี้ เป็นผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ผิดระเบียบของรางวัล เล่นพรรคเล่นพวก มีอคติ ไม่เข้าใจกวีนิพนธ์อย่างถ่องแท้ ผูกขาดอำนาจ และไม่ได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงในวงการวรรณกรรม คณะกรรมการเช่นนี้ย่อมทำลายกวีนิพนธ์มากกว่าสร้างสรรค์กวีนิพนธ์ ทำลายรางวัลซีไรต์ มากกว่าเกื้อหนุนรางวัลซีไรต์ ซึ่งส่งผลกระทบถึงการพัฒนาทางภูมิปัญญาของประเทศ เนื่องจากในแต่ละปีมีนักเรียน นักศึกษา ครู และประชาชนทั่วไป รอคอยอ่านผลงานที่ได้รับรางวัลซีไรต์จำนวนนับแสนคน และหนังสือที่ได้รับรางวัลซีไรต์ก็จะอยู่คู่ประวัติศาสตร์วรรณกรรมให้อ่านหรือศึกษากันอย่างต่อเนื่อง จึงมีผู้เสพหนังสือเหล่านี้อยู่รุ่นแล้วรุ่นเล่าเป็นจำนวนมหาศาล หากกรรมการที่ไม่มีความเชี่ยวชาญหรือความเป็นธรรมเข้ามาคัดเลือก ก็จะได้ผลงานที่ไม่อาจคาดหวังว่า จะสร้างสติปัญญาให้แก่สังคมได้หรือไม่ ซ้ำร้ายกว่านั้นอาจนำพาสังคมไปในทางตกต่ำก็เป็นได้" ทั้งหมดข้างบนนั้น พอสรุปได้ว่า 8 เล่มที่เข้ารอบไม่สมควรได้เข้าแต่อย่างใด คำถามกลับก็คือ แล้วเล่มใดบ้างที่ควรเข้ารอบ ประชาคมฯสามารถทำการคัดเลือกเป็นกรรมการเงารอบแรกได้หรือไม่? และให้ค่ารางวัลซีไรต์อย่างสูงเกินไป ด้วยเหตุผลมีผู้เสพหนังสือได้รับรางวัลมากมายใช่หรือไม่? ข้อกล่าวหาที่ว่า "หากกรรมการที่ไม่มีความเชี่ยวชาญหรือความเป็นธรรมเข้ามาคัดเลือก ก็จะได้ผลงานที่ไม่อาจคาดหวังว่า จะสร้างสติปัญญาให้แก่สังคมได้หรือไม่ ซ้ำร้ายกว่านั้นอาจนำพาสังคมไปในทางตกต่ำก็เป็นได้" มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ? ส่วนการลงรายชื่อในการขอความเห็นตั้งแต่ข้อ1-5นั้น ผมเห็นด้วยตั้งแต่ข้อ 2-5 แต่ในข้อ4ผมไม่เชื่อว่ามีการสั่งสมอำนาจได้ โดยเฉพาะการณีของพิเชฐกับพินิจ ที่จะสามารถสั่งสมอำนาจจนสามารถโน้มนำกรรมการท่านอื่นได้ อีกทั้งเมื่อมีการเล่นพวกตามข้อกล่าวหา ผมเชื่อว่าคุณวุฒิและวุฒิภาวะของกรรมการท่านอื่นน่าจะมีอยู่ในการพิจราณาได้เอง
ผมไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ ข้อเรียกร้องทั้ง5ข้อจึงไม่สามารถลงชื่อให้ด้วยได้ แม้จะยอมรับว่าเป็นข้อเรียกร้องที่ดีก็ตามที และเนื่องจากซีไรต์ไม่ได้หมายความว่าเป็นยอดพีรามิดของวรรณกรรม เรายังต้องทำงานเขียนของเราต่อไป คำถามของแต่ละคนอาจต่างกันว่าเขียนเพื่ออะไร ก็เป็นเรื่องของแต่ละคนจะตอบตัวเองเท่านั้น ผมเพียงแค่ไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ และเชื่อว่าผมสามารถวิจารณ์แถลงการณ์ได้
แท้แล้วแถลงการณ์ฉบับร่างอันส่งผ่านไปถึงมือผู้คนมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อ มันกลายเป็นแถลงการณ์ฉบับมาสเตอร์ไปอย่างช่วยไม่ได้ แถลงการณ์ฉบับสมบูรณ์ที่ตามมา มันจึงควรเพียงแค่ใส่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆเข้าไป โดยยึดประเด็นหลักของฉบับร่างเอวไว้ เหมือนร่างรัฐธรรมนูญที่เพิ่งผ่านพ้น ที่เมื่อผ่านความเห็นชอบ ฉบับเต็มมันจึงควรเพียงใส่รายละเอียดลงไปให้สมบูรณ์เต็มเนื้อที่เท่านั้น ครั้นเมื่อมีการเพิ่มประเด็นข้อกล่าวหาต่อกรรมการในฉบับหลัง พร้อมทั้งห้อยข้อเสนอเรียกร้องตามมา ข้อเสนอเรียกร้องนั้นมันสามารถย้อนกลับไปยืนยันว่าแถลงการณ์มีความเป็นจริง และสมควรแก่การเห็นด้วย ยิ่งเมื่อมีรายชื่อร่วมลงจำนวนมาก นั่นยิ่งเป็นความชอบธรรมของแถลงการณ์ คำถามที่ควรถามอีกครั้งคือ ทำไมจึงหมกเม็ดไว้ในฉบับร่าง? ผมเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจ ว่าผู้ลงรายชื่อทุกท่านล้วนปรารถนาจะยกระดับงานเขียนโดยเฉพาะรางวัลต่างๆให้ดีขึ้น แต่จริงๆแล้วนั้น งานเขียนจะพัฒนาขึ้นหรือต่ำลง มันล้วนแล้วเป็นเรื่องของนักเขียนแต่ละคนที่จะต้องเคี่ยวเข็ญเอากับตนเองไม่ใช่หรือ? โลกเรามีรางวัลโนเบลมานมนาน นักเขียนไทยเคยได้รางวัลนี้สักคนไหม? หรือไม่เชื่อว่าการคัดเล่มของรางวัลโนเบลเป็นไปอย่างมีคุณภาพ? ไม่ว่าจะมีโนเบล,ซีไรต์,พานแว่นฟ้าและอีกมากมายรางวัลหรือไม่นั้น ที่สุดงานเขียนของเรามันจะพัฒนาได้ก็อยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น การตั้งความหวังเอากับซีไรต์ว่าจะช่วยพัฒนางานเขียนพัฒนาวงการ มันคล้ายๆจะเกาไม่ถูกที่คัน และตั้งความหวังเอาไว้กับซีไรต์เสียจนกินจริง ว่ารางวัลซีไรต์จะช่วยทำให้งานเขียนของเราไปถึงโนเบล เราลั่นระฆังทั้งๆที่เราไม่มีระฆัง(โนเบล) ในจำนวนทั้ง5ข้อ มันเป็นไปเพื่อสนับสนุนข้อ1หรือไม่? และทั้ง5ข้อ มันเป็นไปเพื่อสนับสนุนแถลงการณ์ทั้งฉบับร่างและฉบับสมบูรณ์หรือไม่? รายชื่อจำนวนมากที่ลงเห็นด้วย มันจะช่วยให้แถลงการณ์นั้นมีน้ำหนักขึ้นทันทีใช่หรือไม่? เราจึงต้องกลับมาพูดกันเรื่องแถลงการณ์ต่อ ซึ่งก็มีคนพูดกันมาพอควรแล้ว แต่คำถามที่ควรถามอีกครั้งคือ เมื่อได้รายชื่อแล้วจะทำอย่างไร? ยื่นเสนอสมาคมฯ? หรือจะจัดการอย่างไรกันต่อไป? ถ้ายื่นสมาคมฯ มันก็ไม่จำเป็นต้องกระทำการโฉ่งฉ่าง ด้วยกลุ่มประชาคมฯสามารถยื่นหนังสือไปยังสมาคมฯได้เลยทันที ผมเชื่อว่าสมาคมฯยินดีรับฟัง เพราะไม่อย่างนั้นเราจะมีสมาคมฯไว้ทำอะไร? แต่ถ้าไม่ยื่นล่ะ? นั่นหมายความว่าเมื่อได้รายชื่อจำนวนมาก แล้วเรื่องก็จะหยุดเงียบกันไปหรือไม่? แต่ไม่ว่าจะยื่นหรือไม่ยื่น ผลที่ได้ก็จะเป็นเพียงแถลงการณ์นั้นออกมาเพื่อประณาม,ประจานกรรมการเพียงเท่านั้น คำถามที่ต้องถามอีกทีคือแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา? เพราะเมื่อยื่นเรื่อง ก็หมายความว่ามันเข้าไปสู่ระบบตามที่ควรเป็น โดยไม่ต้องมีแถลงการณ์แต่อย่างใด หรือไม่ยื่น มันก็ไม่ได้เข้าสู่ระบบ และไม่มีใครสามารถจัดการอะไรได้เลย ที่สุดคือความว่างเปล่า และสิ่งที่ตามมาคือความบาดหมางกันและกัน คำถามที่ต้องตอบคือเรายินดีปรากฏการณ์เช่นนี้หรือ? ผมอยากให้มันเข้าสู่ระบบ มีการพูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว และอย่างปัญญาชนที่ดี เพราะมันจะมีบทสรุปว่าควรจะทำอย่างไรกันต่อไป พี่และน้อง เพื่อนและเพื่อนก็สามารถมองหน้ากันได้ ยกมือไหว้รับไหว้กันสนิทใจเหมือนเดิม คำถามที่จะตอบหรือไม่ก็ได้คือ เราได้อะไรขึ้นมาจากแถลงการณ์? มนตรี ศรียงค์ ตอบกระทู้ในเว็บไซต์ไทยไรเตอร์ http://www.thaiwriter.info/forum/index.php?topic=229.45 ก่อนได้ซีไรต์ |
| ไอ้เสือ...บุก 2 | ||
สี่ขา...ไม่ใช่มีแค่หมานะคร๊าบบบ เมี้ยวๆ |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||