• ไอ้ปลง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-27
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 7560
  • จำนวนผู้โหวต : 21
  • ส่ง msg :
ผลักประตูบานเช้าก้าวไปเถิด เพื่อแสงแห่งสัจจะบรรเจิดจ้า
เป็นกีวี ใช่บังอร อย่านอนเปล่า ลุกขึ้นมา ขัดเงา รองเท้าบ้าง ให้แวววับ คนมอง สองข้างทาง โอ...ช่างใช้ ได้ดี กีวีเอย...
Permalink : http://www.oknation.net/blog/iplong
วันพฤหัสบดี ที่ 13 กันยายน 2550
ทัศนะ(บางส่วน)ของ มนตรี ศรียงค์ ต่อแถลงการณ์กลุ่มกวีใต้
Posted by ไอ้ปลง , ผู้อ่าน : 188 , 22:32:04 น.  
พิมพ์หน้านี้


ภาพ : อนันต์ จันทรสูตร คมชัดลึก

เราให้ค่าแก่ซีไรต์สูงเกินไปหรือไม่?  จนรางวัลซีไรต์กลายเป็นมาตรฐานสูงสุดของงานวรรณกรรม  ที่นักอ่านรอคอยจะอ่านแต่เล่มได้รางวัลเล่มเดียว  นี่เป็นสิ่งที่เราพูดกันมายาวนาน  และเราเองก็อึดอัดกระวนกระวายใจในปรากฏการณ์นั้น

แต่เพราะนักเขียนเองใช่ไหม ที่ให้ค่ารางวัลซีไรต์นำร่อง จนเกิดปรากฏการณ์เขียนงานเพื่อส่งซีไรต์อย่างเดียว แล้วรอคอยรอบปีที่จะมาถึงเพื่อร่วมเทศกาล แล้วก็เกิดปรากฏการณือีกอย่างหนึ่ง คือเราจะได้อ่านงานแต่ละประเภทในทุกๆ3ปี 


ผมไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ ไม่ว่าฉบับร่างหรือฉบับใหม่(ที่ปรากฏในไทยไรเตอร์นี้) ด้วยเชื่อว่าเราควรเชื่อในการทำหน้าที่ของกรรมการที่สมาคมเป็นผู้คัดสรร และควรเชื่อว่าหากกรรมการทำหน้าที่อย่างที่มีการกล่าวหานั้นจริง กรรมการเองก็ต้องรู้ว่าความเสื่อมจะมาถึงตน

แถลงการณ์พอสรุปคร่าวๆได้ว่ากรรมการบางท่านไม่มีคุณภาพ ซึ่งสามารถโน้มนำกรรมการท่านอื่นที่เป็นผู้ใหญ่กว่า คุณวุฒิสูงกว่าได้  ตรรกะของกรรมการไม่มีคุณภาพจึงหมายความว่าหนังสือทั้ง8เล่มไม่มีคุณภาพใช่ไหม?  ไม่ได้ใช้สติปัญญาอย่างเพียงพอต่อการคัดเล่มใช่ไหม? และในฉบับร่างได้บอกกล่าวว่า "แม้จะมีบางเล่มมีคุณภาพ" (ประมาณนี้) มันขัดแย้งตรรกะอย่างสิ้นเชิง แถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่าเล่มไหนบ้างไม่มีคุณภาพ เล่มไหนที่มีคุณภาพ  เช่นที่ไม่ได้ระบุว่าเล่มที่ตกรอบ เล่มไหนบ้างมีคุณภาพกว่าควรแก่การเข้ารอบมากกว่า ซึ่งน่าจะเป็นผลดีแก่กลุ่มประชาคมวรรณกรรม เพราะเราจะได้ไปหามาอ่านแล้วเทียบเคียงกันได้เป็นรูปธรรม เช่นที่งานขรึมขลังศักดิ์สิทธิ์เล่มใดบ้างที่เข้าข่ายกรณีนี้ ที่กรรมการไม่ได้หยิบเข้ารอบมา ประชาคมฯควรจะแจกแจงให้ละเอียด เช่นเล่มใดบ้างที่ง่ายจนไม่น่าเข้ารอบมาได้ กระทั่งกรณี8เล่มเข้ารอบ ไม่ใช่ 10 รอบ อีก2เล่มที่ควรเข้ามาให้ครบ10นั้นควรจะเป็นเล่มใด  ทั้งหมดนี้ถ้ามีการแจกแจงละเอียด แถลงการณ์ทั้ง2ฉบับก็จะเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น


และส่วนตัวผม ผมไม่เข้าใจว่าทำไมบทกวีจึงต้องสูงส่งราวการท่องมนต์คาถาบำบวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเมื่อการเขียนคือการสื่อ ที่คนพูดคุยกับคน มันจะใช้ภาษาเช่นไรก็แล้วแต่ ความงดงามของวรรณศิลป์ล้วนเกิดขึ้นได้ เหมือนเพลงลูกทุ่งเก่าๆ ที่ภาษาไม่ได้อลังการแต่อย่างใด มันกลับเกาะแน่นอยู่ในความรู้สึกและเห็นภาพ การทำให้บทกวีเป็นเรื่องของสามัญชนมันเกิดขึ้นมานับนาน และปัจจุบันกวีเองก็ไม่ได้อยู่ในความอุปถัมภ์ของเจ้า ไม่ใช่กวีแห่งศาสนจักร 14 ตุลา 16. 6 ตุลา 19 เองก็มีงานกวีที่เขียนโดยไม่ต้องสูงส่งล้ำเลิศ แต่ปลุกเร้าคนอ่านได้อย่างฮึกเหิม นิยามบทกวีแตกต่างกันไปตามแต่ละคน ความง่ายที่ประชาคมฯพูดถึงมันจึงคืออะไร? แล้วความขรึมขลังศักดิ์สิทธิ์นั่นอีกเล่า มันคืออะไร?


ข้อกล่าวหานี้ "หรือแท้แล้ว นายพินิจ นิลรัตน์ เป็นกรรมการสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จึงมีสิทธิ์มีเสียงในการเลือกตัวเอง?

      หรือแท้แล้ว นายพินิจ นิลรัตน์ ทำหน้าที่สื่อมวลชนอยู่ด้วย  จึง “พูดเสียงดัง” กว่าใคร และเป็นข้อได้เปรียบในการเลือกกรรมการแต่ละครั้ง?"

ในข้อแรกสามารถหาคำตอบได้จากสมาคมฯ และข้อหลังเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ใช้มาอ้างอิงไม่ได้เลย

"สรุปความได้ว่า คณะกรรมการรอบคัดเลือกรางวัลซีไรต์ในปีนี้ เป็นผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ผิดระเบียบของรางวัล เล่นพรรคเล่นพวก มีอคติ  ไม่เข้าใจกวีนิพนธ์อย่างถ่องแท้    ผูกขาดอำนาจ และไม่ได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงในวงการวรรณกรรม  คณะกรรมการเช่นนี้ย่อมทำลายกวีนิพนธ์มากกว่าสร้างสรรค์กวีนิพนธ์  ทำลายรางวัลซีไรต์ มากกว่าเกื้อหนุนรางวัลซีไรต์  ซึ่งส่งผลกระทบถึงการพัฒนาทางภูมิปัญญาของประเทศ  เนื่องจากในแต่ละปีมีนักเรียน นักศึกษา  ครู และประชาชนทั่วไป  รอคอยอ่านผลงานที่ได้รับรางวัลซีไรต์จำนวนนับแสนคน  และหนังสือที่ได้รับรางวัลซีไรต์ก็จะอยู่คู่ประวัติศาสตร์วรรณกรรมให้อ่านหรือศึกษากันอย่างต่อเนื่อง  จึงมีผู้เสพหนังสือเหล่านี้อยู่รุ่นแล้วรุ่นเล่าเป็นจำนวนมหาศาล หากกรรมการที่ไม่มีความเชี่ยวชาญหรือความเป็นธรรมเข้ามาคัดเลือก ก็จะได้ผลงานที่ไม่อาจคาดหวังว่า จะสร้างสติปัญญาให้แก่สังคมได้หรือไม่  ซ้ำร้ายกว่านั้นอาจนำพาสังคมไปในทางตกต่ำก็เป็นได้"

ทั้งหมดข้างบนนั้น พอสรุปได้ว่า 8 เล่มที่เข้ารอบไม่สมควรได้เข้าแต่อย่างใด  คำถามกลับก็คือ แล้วเล่มใดบ้างที่ควรเข้ารอบ ประชาคมฯสามารถทำการคัดเลือกเป็นกรรมการเงารอบแรกได้หรือไม่?

และให้ค่ารางวัลซีไรต์อย่างสูงเกินไป ด้วยเหตุผลมีผู้เสพหนังสือได้รับรางวัลมากมายใช่หรือไม่? ข้อกล่าวหาที่ว่า "หากกรรมการที่ไม่มีความเชี่ยวชาญหรือความเป็นธรรมเข้ามาคัดเลือก ก็จะได้ผลงานที่ไม่อาจคาดหวังว่า จะสร้างสติปัญญาให้แก่สังคมได้หรือไม่  ซ้ำร้ายกว่านั้นอาจนำพาสังคมไปในทางตกต่ำก็เป็นได้" มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?

ส่วนการลงรายชื่อในการขอความเห็นตั้งแต่ข้อ1-5นั้น  ผมเห็นด้วยตั้งแต่ข้อ 2-5 แต่ในข้อ4ผมไม่เชื่อว่ามีการสั่งสมอำนาจได้ โดยเฉพาะการณีของพิเชฐกับพินิจ ที่จะสามารถสั่งสมอำนาจจนสามารถโน้มนำกรรมการท่านอื่นได้ อีกทั้งเมื่อมีการเล่นพวกตามข้อกล่าวหา ผมเชื่อว่าคุณวุฒิและวุฒิภาวะของกรรมการท่านอื่นน่าจะมีอยู่ในการพิจราณาได้เอง


ผมลงเล่นสนามนี้ ผมต้องรู้ว่าสนามนี้ของใคร กติกาอย่างไร และผมต้องยอมรับคำตัดสิน ด้วยการลงเล่นครั้งนี้ไม่มีใครเชิญเข้าไป หากแต่เราสมัครใจเดินเข้าไปเล่นเอง ครั้นเห็นว่ามีความไม่ชอบมาพากล เราก็สามารถคัดค้าน,แสดงความเห็น กระทั่งประท้วงได้  แต่การคัดค้าน,แสดงความเห็น,ประท้วง ควรเป็นไปอย่างเคารพและให้เกียรติผู้เป็นกรรมการ เมื่อเห็นว่ากรรมการรอบแรกของซีไรต์มีปัญหามาโดยตลอด มันควรจะมีแถลงการณ์ออกมาก่อนจะถึงฤดูกาลใหม่ เพื่อให้สมาคมได้รับรู้,มองเห็นปัญหาแล้วจัดการแก้ไขให้ดีขึ้นก่อนการเปิดฤดูกาล  และยังสามารถประท้วงรางวัลได้โดยการไม่ร่วมสังฆกรรมแต่อย่างใด

ผมไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์  ข้อเรียกร้องทั้ง5ข้อจึงไม่สามารถลงชื่อให้ด้วยได้ แม้จะยอมรับว่าเป็นข้อเรียกร้องที่ดีก็ตามที  และเนื่องจากซีไรต์ไม่ได้หมายความว่าเป็นยอดพีรามิดของวรรณกรรม เรายังต้องทำงานเขียนของเราต่อไป คำถามของแต่ละคนอาจต่างกันว่าเขียนเพื่ออะไร ก็เป็นเรื่องของแต่ละคนจะตอบตัวเองเท่านั้น

ผมเพียงแค่ไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์  และเชื่อว่าผมสามารถวิจารณ์แถลงการณ์ได้


ผมเสียใจอย่างมากกับบทความเห็นของคุณศิวกานต์ที่ลงในคลื่นวรรณกรรม การเปรียบเทียบระหว่างหญ้าคากับต้นข้าว,ภูเขากับจอมปลวก มันเป็นทัศนะดูถูกย่ำยี เสียดสีแดกดันถากถางอย่างรุนแรง ซึ่งไม่น่าจะหลุดออกจากปากคนเป็นผู้ใหญ่ที่ควรมีเมตตาต่อเด็ก  และทั้งที่เด็กเองไม่เคยก้าวร้าวใส่ผู้ใหญ่  การเปรียบเปรยเช่นนั้นย่อมหมายความว่าทั้ง8เล่มไม่มีเล่มไหนเลยมีค่าเพียงพอต่อการเข้ารอบ โดยผู้ใหญ่ลืมไปว่าทั้ง8เล่มนั้นเด็กเพียงมีงานเขียนแล้วส่ง  จากนั้นการเข้ารอบล้วนแล้วเป็นเรื่องของกรรมการทั้งคณะ การเปรียบเปรยด้วยทัศนะเช่นนั้นจึงเป็นการเปรียบเปรยเพื่อยกงานตนเองให้เด่นหรูกว่าเล่มทั้ง8 จริงอยู่ที่ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ  แต่ความน่าตกใจมันไปอยู่ตรงที่การให้ความเห็นอันสะท้อนมุมกลับ ว่างานของเด็กทั้ง8เล่มนั้นชั้นต่ำ ด้วยการเปรียบกับหญ้าคา,จอมปลวก และด้วยน้ำเสียงอันขังขังเอาจริงเอาจังของผู้ใหญ่ มันช่วยไม่ได้ที่เด็กจะต้องมองผู้ใหญ่ด้วยสายตาผิดหวัง  ทั้งที่เด็กชื่นชมกลบทที่ผู้ใหญ่คิดค้นขึ้นมามากมายนั้นก็ตามที


ในข้อเสนอทั้ง5ที่ยกมาให้เพื่อนนักเขียนได้อ่าน  และมีการลงชื่อเห็นด้วยนั้น ผมมองไปว่านั่นเป็นการหยิบข้อเสนอมาเพื่อการยืนยันในตัวแถลงการณ์หรือเปล่า? เพราะมันควรจะมีอยู่แล้วตั้งแต่ฉบับร่าง ด้วยมันเป็นประเด็นสำคัญสุดที่กลุ่มประชาคมฯแสดงเจตนา  แต่เมื่อมันมีออกมาหลังจากฉบับร่างส่งถึงนักเขียนและสื่อ  คำถามที่ควรถามก็คือทำไมจึงเพิ่งมีออกมา? 

แท้แล้วแถลงการณ์ฉบับร่างอันส่งผ่านไปถึงมือผู้คนมากมาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อ มันกลายเป็นแถลงการณ์ฉบับมาสเตอร์ไปอย่างช่วยไม่ได้  แถลงการณ์ฉบับสมบูรณ์ที่ตามมา มันจึงควรเพียงแค่ใส่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆเข้าไป โดยยึดประเด็นหลักของฉบับร่างเอวไว้ เหมือนร่างรัฐธรรมนูญที่เพิ่งผ่านพ้น ที่เมื่อผ่านความเห็นชอบ ฉบับเต็มมันจึงควรเพียงใส่รายละเอียดลงไปให้สมบูรณ์เต็มเนื้อที่เท่านั้น

ครั้นเมื่อมีการเพิ่มประเด็นข้อกล่าวหาต่อกรรมการในฉบับหลัง พร้อมทั้งห้อยข้อเสนอเรียกร้องตามมา ข้อเสนอเรียกร้องนั้นมันสามารถย้อนกลับไปยืนยันว่าแถลงการณ์มีความเป็นจริง และสมควรแก่การเห็นด้วย ยิ่งเมื่อมีรายชื่อร่วมลงจำนวนมาก นั่นยิ่งเป็นความชอบธรรมของแถลงการณ์ คำถามที่ควรถามอีกครั้งคือ ทำไมจึงหมกเม็ดไว้ในฉบับร่าง?

ผมเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจ ว่าผู้ลงรายชื่อทุกท่านล้วนปรารถนาจะยกระดับงานเขียนโดยเฉพาะรางวัลต่างๆให้ดีขึ้น แต่จริงๆแล้วนั้น งานเขียนจะพัฒนาขึ้นหรือต่ำลง มันล้วนแล้วเป็นเรื่องของนักเขียนแต่ละคนที่จะต้องเคี่ยวเข็ญเอากับตนเองไม่ใช่หรือ? โลกเรามีรางวัลโนเบลมานมนาน นักเขียนไทยเคยได้รางวัลนี้สักคนไหม?  หรือไม่เชื่อว่าการคัดเล่มของรางวัลโนเบลเป็นไปอย่างมีคุณภาพ?  ไม่ว่าจะมีโนเบล,ซีไรต์,พานแว่นฟ้าและอีกมากมายรางวัลหรือไม่นั้น ที่สุดงานเขียนของเรามันจะพัฒนาได้ก็อยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น การตั้งความหวังเอากับซีไรต์ว่าจะช่วยพัฒนางานเขียนพัฒนาวงการ มันคล้ายๆจะเกาไม่ถูกที่คัน และตั้งความหวังเอาไว้กับซีไรต์เสียจนกินจริง ว่ารางวัลซีไรต์จะช่วยทำให้งานเขียนของเราไปถึงโนเบล เราลั่นระฆังทั้งๆที่เราไม่มีระฆัง(โนเบล)

ในจำนวนทั้ง5ข้อ มันเป็นไปเพื่อสนับสนุนข้อ1หรือไม่? และทั้ง5ข้อ มันเป็นไปเพื่อสนับสนุนแถลงการณ์ทั้งฉบับร่างและฉบับสมบูรณ์หรือไม่? รายชื่อจำนวนมากที่ลงเห็นด้วย มันจะช่วยให้แถลงการณ์นั้นมีน้ำหนักขึ้นทันทีใช่หรือไม่? เราจึงต้องกลับมาพูดกันเรื่องแถลงการณ์ต่อ ซึ่งก็มีคนพูดกันมาพอควรแล้ว

แต่คำถามที่ควรถามอีกครั้งคือ เมื่อได้รายชื่อแล้วจะทำอย่างไร? ยื่นเสนอสมาคมฯ? หรือจะจัดการอย่างไรกันต่อไป? ถ้ายื่นสมาคมฯ มันก็ไม่จำเป็นต้องกระทำการโฉ่งฉ่าง ด้วยกลุ่มประชาคมฯสามารถยื่นหนังสือไปยังสมาคมฯได้เลยทันที ผมเชื่อว่าสมาคมฯยินดีรับฟัง เพราะไม่อย่างนั้นเราจะมีสมาคมฯไว้ทำอะไร? แต่ถ้าไม่ยื่นล่ะ? นั่นหมายความว่าเมื่อได้รายชื่อจำนวนมาก แล้วเรื่องก็จะหยุดเงียบกันไปหรือไม่? แต่ไม่ว่าจะยื่นหรือไม่ยื่น  ผลที่ได้ก็จะเป็นเพียงแถลงการณ์นั้นออกมาเพื่อประณาม,ประจานกรรมการเพียงเท่านั้น คำถามที่ต้องถามอีกทีคือแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา? เพราะเมื่อยื่นเรื่อง ก็หมายความว่ามันเข้าไปสู่ระบบตามที่ควรเป็น โดยไม่ต้องมีแถลงการณ์แต่อย่างใด หรือไม่ยื่น มันก็ไม่ได้เข้าสู่ระบบ และไม่มีใครสามารถจัดการอะไรได้เลย ที่สุดคือความว่างเปล่า และสิ่งที่ตามมาคือความบาดหมางกันและกัน คำถามที่ต้องตอบคือเรายินดีปรากฏการณ์เช่นนี้หรือ?

ผมอยากให้มันเข้าสู่ระบบ มีการพูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว และอย่างปัญญาชนที่ดี เพราะมันจะมีบทสรุปว่าควรจะทำอย่างไรกันต่อไป  พี่และน้อง เพื่อนและเพื่อนก็สามารถมองหน้ากันได้ ยกมือไหว้รับไหว้กันสนิทใจเหมือนเดิม

คำถามที่จะตอบหรือไม่ก็ได้คือ เราได้อะไรขึ้นมาจากแถลงการณ์?

มนตรี ศรียงค์

ตอบกระทู้ในเว็บไซต์ไทยไรเตอร์  http://www.thaiwriter.info/forum/index.php?topic=229.45 ก่อนได้ซีไรต์


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
ไอ้ปลง วันที่ : 16/09/2007 เวลา : 08.09 น.
http://www.oknation.net/blog/iplong

ขอบคุณ roselobster
พี่หลวงและกวิสุภา
ที่ขยันหาเสบียง
หรอย ๆ ทั้งนั้น

แบ่ง ๆ คนอื่นมั่ง
ความคิดเห็นที่ 3
กวิศุภา วันที่ : 15/09/2007 เวลา : 20.14 น.
http://www.oknation.net/blog/khienkhao
เขียนข้าว : จุลสารออนไลน์บน Blog รายสะดวก : กลุ่มเขียนข้าวkhienkhao@googlegroups.com


เอาผักมาให้คร้า พี่หลวงเอาแกงมาให้แระ งิงิ
กวีใต้หลายหนุ่ม งุงุ
ความคิดเห็นที่ 2
พลายพัทลุง วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 23.03 น.
http://www.oknation.net/blog/suphakara
 วัจนะกวีอิสระ:ถ้อยคำ เรื่องราวและนิยาย/กลุ่มเขียนข้าว   : http://www.oknation.net/blog/writerdao     นักเขียนของโลกฯ        >เพิงเพลงบ้านจันทร์ดาว http://www.oknation.net/blog/waraninstar



ความคิดเห็นที่ 1
roselobster วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 22.40 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก " 

มาอ่านค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30