• ไอ้ปลง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-27
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 7560
  • จำนวนผู้โหวต : 21
  • ส่ง msg :
ผลักประตูบานเช้าก้าวไปเถิด เพื่อแสงแห่งสัจจะบรรเจิดจ้า
เป็นกีวี ใช่บังอร อย่านอนเปล่า ลุกขึ้นมา ขัดเงา รองเท้าบ้าง ให้แวววับ คนมอง สองข้างทาง โอ...ช่างใช้ ได้ดี กีวีเอย...
Permalink : http://www.oknation.net/blog/iplong
วันพฤหัสบดี ที่ 13 กันยายน 2550
ทรรศนะ(ว่าที่)ซีไรต์ ต่อปรากฏการณ์ กวีกระเพื่อม
Posted by ไอ้ปลง , ผู้อ่าน : 154 , 22:43:32 น.  
พิมพ์หน้านี้


ภาพ : BookArt

การตัดสินรางวัลซีไรต์ในแต่ละปี มักจะมีเรื่องราวเกิดขึ้น ให้ได้วิพากษ์วิจารณ์กันในแวดวงวรรณกรรมอยู่สม่ำเสมอ และในปี พ.ศ.2550 ที่เฟ้นหากวีซีไรต์คนที่ 10 นี้ ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่เกิดแรงกระเพื่อมค่อนข้างรุนแรง ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่เห็นด้วยที่กวีบางเล่มได้เข้ารอบ จึงพุ่งเป้าโจมตีไปยังคณะกรรมการรอบคัดเลือก

และเหตุทั้งหมดได้ก่อเกิดกลุ่ม ประชาคมวรรณกรรมแห่งประเทศไทย ที่นำโดยวรภ วรภา, กานติ ณ ศรัทธา และวิสุทธิ์ ขาวเนียม ขึ้นมาโดยออก แถลงการณ์ตรวจสอบคณะกรรมการรางวัลซีไรต์รอบคัดเลือก พ.ศ.2550 และเสนอ 5 ประเด็นดังนี้ 1.กรรมการปีนี้เป็นผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อน ผิดระเบียบรางวัล 2.เล่นพรรคเล่นพวก 3.มีอคติและไม่เข้าใจกวีนิพนธ์ 4.ผูกขาดอำนาจ และ 5.ไม่ได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงในแวดวงวรรณกรรม

ทั้งหมดเป็นความคิดเห็นของกวีกลุ่มหนึ่ง แล้วอีกกลุ่มอย่าง กวีที่เข้ารอบสุดท้าย ล่ะ คิดเห็นเช่นไร

มติชน มีคำตอบมาฝากกัน แบบไม่มีตัดต่อแม้แต่น้อย!

น้องเล็กสุดอย่าง โกสินทร์ ขาวงาม เจ้าของผลงาน หมู่บ้านในแสงเงา แสดงความเห็นสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า

'ผมได้ทำงานของผมแล้ว ได้ทำงานในสิ่งที่เป็นหน้าที่ของกวี เรื่องอื่นๆ ก็เป็นเรื่องของคนอ่านและสาธารณชนที่ต้องตัดสินกันต่อไป'

ต่อกันที่กวีมาดเท่ มนตรี ศรียงค์ ผู้เขียน โลกในดวงตาข้าพเจ้า ก็มองว่า

'เห็นด้วยในกรณีที่มีการตรวจสอบเมื่อพบว่ามีอะไรน่าจะผิดปกติ ด้วยการตั้งคำถามและชี้ความผิดปกตินั้นให้เห็นชัดอย่างมีน้ำหนัก ไม่ว่าความผิดปกติที่เห็นนั้นจะต่อกรรมการหรือต่อหนังสือที่เข้ารอบ เราสามารถที่จะวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามได้

ด้วยเมื่อมันเป็นรางวัลที่มีคนจับตามองมากที่สุด มันย่อมอยู่กลางแจ้ง และความสง่างามเท่านั้นจึงจะทำให้รางวัลนี้ทรงเกียรติ ประชาคมฯที่เกิดขึ้นตามแถลงการณ์ก็ได้ระบุชัดแล้วว่าก่อตั้งขึ้นมาด้วยเหตุและเรื่องอะไร และแถลงการณ์ฉบับร่างเราก็ได้อ่านกันทั่วถึงแล้ว ก็เป็นหน้าที่ภาระของพวกเราที่จะตริตรองกัน เห็นด้วยไม่เห็นด้วย ล้วนเป็นสิทธิส่วนบุคคล

'การปะทะกันทางความคิดเห็นครั้งนี้ อาจดูเหมือนรุนแรง ซึ่งจริงๆ ก็เพียงแค่ดูเหมือนเท่านั้น เหมือนน้ำนิ่งในกะละมัง เมื่อมีใครโยนอะไรลงไปสักหน่อย ก็กระเพื่อมวงกว้างออกไป กระทบต่อผู้คนในวงการอย่างทั่วถึง แต่เมื่อผ่านระยะ ก็จะกลับมาเป็นน้ำนิ่งๆ อีกครั้ง ที่เราทุกคนก็ต้องต่างทำงานของตัวเองกันไปตามลำพัง

'อย่างไรก็ตาม แรงกระเพื่อมของน้ำย่อมส่งผลแน่นอนในระดับหนึ่ง นั่นคือการครุ่นคิดไตร่ตรองต่อคำถามที่ประชาคมฯได้ตั้งขึ้น และเราก็ต่างมีคำตอบของตน เราต้องเชื่อในเจตนาของแถลงการณ์ เช่นที่ต้องเชื่อในความเห็นต่อหนังสือเข้ารอบแต่ละเล่มของกรรมการรอบแรก จากนั้นก็ต้องมาสังเคราะห์เอาเองว่าน้ำหนักฝ่ายไหนจะมากกว่ากัน ไม่ใช่การเลือกยืนข้างแต่มันเป็นการใช้ปัญญาอย่างที่สุดในการรับรู้อย่างฉลาด

'แถลงการณ์ฉบับนี้จะเป็นเรื่องเป็นราวได้ ก็ต่อเมื่อมีการพูดคุยกันอย่างจริงจัง ควรยื่นเรื่องไปยังสมาคมนักเขียนฯให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการ เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้แถลงการณ์นี้ปรากฏเป็นรูปธรรมได้จริง มีบทสรุปและมาตรการที่ดีจากผู้มีหน้าที่โดยตรง ลำพังออกแถลงการณ์ส่งผ่านไปยังกวีและสื่อ ไม่สามารถจะหาบทสรุปได้ และที่สุดก็จะผ่านเลยไปเงียบๆ'

ด้าน อังคาร จันทาทิพย์ ผู้เขียน ที่ที่เรายืนอยู่ ก็แสดงความเห็นได้อย่างน่าสนใจว่า

'กับสภาวการณ์นี้ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในกวีที่เข้ารอบสุดท้าย และการออกมาตอบคำถามนี้ น่าจะเป็นเรื่องง่ายที่จะถูกเข้าใจผิด ถูกมองว่ามีอคติ หรือกระทั่งถูกมองว่าเป็นการพูดเพื่อปกป้องประโยชน์ตัวเอง

'โดยส่วนตัว เข้าใจว่าจริงๆ เป็นประเด็นที่ทำความเข้าใจได้ไม่ยาก แต่จะพูดยังไง แสดงจุดยืนยังไงถึงจะไม่ดูสาธารณ์ เพราะเรื่องของการที่จะตัดอคติออกจากความรู้สึก ที่ถูกทำให้เชื่อว่ามันไม่บริสุทธิ์ใจนั้น เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว ฉะนั้น การที่จะพูดถึงสิ่งที่ถูกทำให้เชื่อว่าไม่บริสุทธิ์ โดยไม่มีอคติเจือปนยิ่งเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า

'หากผ่านเลยเรื่องที่เป็นของตัวเองไปได้ อย่างที่กลุ่มผู้คัดค้านพยายามจะอ้างถึง โดยเป้าหมายการเรียกร้องยังประโยชน์แก่คนในวงกว้าง หรือส่วนรวมอย่างแท้จริง ไม่มีอะไรฉ้อฉล หรือแอบแฝงนั้นน่าจะเป็นเรื่องดี แต่ทั้งหมดกับความเชื่อที่ว่า มีความไม่สมเหตุผลบางอย่างเกิดขึ้น และกลายเป็นข้อเรียกร้องนั้น ความรู้สึกและข้อเรียกร้องดังกล่าวนั้นมันมีพื้นฐานความสมเหตุสมผลรองรับอยู่มากแค่ไหน

'สุดท้ายมันจะนำไปสู่คำถามที่ว่า อะไรทำให้มนุษย์หรือคนเขียนบทกวีคนหนึ่ง ร้องทุกข์กล่าวโทษเอากับคนอื่น เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงจากคนอื่น โดยผ่านเลยข้อผิดพลาดบกพร่องตัวเอง มันจะนำไปสู่คำถามที่ว่าอะไรทำให้มนุษย์หรือคนเขียนบทกวีคนหนึ่ง เอาอะไรไปตัดสินสติปัญญา ความรู้สึกนึกคิด ขนาดความกว้างหัวใจของคนอีกคน โดยหลงลืมหรืออาจจะไม่เคยสำรวจตรวจสอบว่า ตัวเองมีต้นทุนทางสติปัญญา มีวุฒิภาวะทางความรู้สึกนึกคิดมากน้อยแค่ไหน ขนาดความกว้างของหัวใจเท่าไหร่

'และในที่สุดมันจะทำให้เกิดภาพและเกิดความรู้สึกว่า ไอ้คำพูดที่ได้ยินได้ฟังจากปากคนเขียนบทกวีมาตลอดว่า 'กวีนิพนธ์ในด้านหนึ่งแล้วมันเป็นการขัดเกลาผู้เขียนไปด้วย' เป็นคำพูดโกหกพกลมในสายตาของผู้อ่านและเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ภายนอกหรือเปล่า นี่ก็เป็นคำถามที่น่าสนใจ

'กลับไปนั่งทำงานของใครของมันเงียบๆ อย่างเอาจริงเอาจังน่าจะดีกว่า และน่าจะเป็นคำตอบให้กับข้อเรียกร้องต่างๆ นานาในเรื่องของคุณภาพ พัฒนาการของชิ้นงาน ซึ่งแท้จริงแล้วควรเรียกร้องเป็นเบื้องแรกจากตัวเองมากกว่าคนอื่น'

ต่อที่กวีอารมณ์ดี กุดจี่-พรชัย แสนยะมูล ที่ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า

'หลายคืนมาแล้วที่ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของพี่กานติ ณ ศรัทธา รู้สึกว่าผมจะถูกพาดพิงด้วยว่า งานของผมสู้งานของ อ.ศิวกานท์ ไม่ได้ เพิ่งรู้ว่า เดี๋ยวนี้มีสนามแข่งขันวัวกวีด้วย คงคล้ายๆ วัวกระทิงมั้ง (หัวเราะ) ผมได้อ่านทั้งงานของ อ.ศิวกานท์เล่มที่เข้ารอบลึก แต่ผมชอบเล่มก่อนของแกมากกว่านะ 'ครอบครัวดวงตะวัน' และงานของทั้งสามคนผู้ร่วมก่อตั้งประชาคมวรรณกรรมฯขึ้นเพื่ออะไรก็แล้วแต่ ผมก็ได้อ่าน ไม่ว่าจะงานของพี่กานติ งานของเพื่อนวิสุทธิ์ งานของพี่วรภ อ่านแล้วก็ชอบ ชอบเพราะภาษาด้วย โดยเฉพาะของเพื่อนวิสุทธิ์กับพี่วรภภาษาสวยฟุ้งฝัน แต่...แต่อะไรคงต้องไปถามกรรมการซีไรต์ เพราะผมก็เห็นด้วยกับกรรมการซีไรต์นะ ว่าทำไมไม่ให้สามคนเข้ารอบ ไม่เกี่ยวกับสัมพันธภาพของกวีที่ตีซี้ตีซั้วกับคณะกรรมการนะ แต่เกี่ยวกับพลังของบทกวีที่มีไม่มากพอ อ้าว! เผลอเฉลยซะงั้น (หัวเราะ)

'ส่วนงานแปดเล่มที่เข้ารอบมา ผมก็ได้อ่านทั้งหมดมีบ้างบางบทที่ไม่ชอบ รวมทั้งของผมด้วย แต่ชอบมากกว่าไม่ชอบ ที่ชอบเพราะไม่ใช่ว่าเพราะผมเข้ารอบนะ สมมุติว่าแปดเล่มที่เข้ารอบมาครั้งนี้อาจจะมีเล่มใดเล่มหนึ่งหรือทั้งแปดเล่มจะกอดคอกันตกรอบ ผมก็ยังชอบมากกว่าไม่ชอบอยู่ดี ชอบในความเป็นบทกวี ไม่ใช่ชอบในหน้าตาหรือดีกรีของกวี อ้าว! กวีก็มีดีกรีด้วยเหรอ ที่กวีมีดีกรีคงเป็นเพราะว่า กวีดื่มแอลกอฮอล์ (หัวเราะ)

'อยากถามกลับไปยังผู้ที่จะตรวจสอบกรรมการซีไรต์ว่า ก่อนจะตรวจสอบคนอื่น คุณได้ตรวจสอบตัวเองหรือยัง ตรวจสอบโดยการอ่าน หาข้อตำหนิงานของตัวเอง และที่สำคัญต้องอ่านงานของคนอื่นด้วย อ่านแบบหาข้อชื่นชม อย่ามัวแต่ตัดสินจากภาพบางภาพที่ติดตัวกวีบางคนมา หน้าตาดีขนาดนี้จะเขียนบทกวีดีๆ ได้อย่างไร เขียนบทกวีฮาๆ อย่างนี้ บทกวีจะมีพลังได้อย่างไร (หัวเราะ) อย่าลืมนะครับว่า พระเจ้าก็เคยหัวเราะ หรืออย่ามัวแต่มองว่าเพิ่งเขียนกวีเล่มแรก ไหนเลยจะเทียบชั้นกับกวีผู้เคี่ยวกรรม เอ๊ย! เคี่ยวกรำมาหลายรอบแล้ว

'อย่าให้รางวัลมาทำลายภาวะกวีที่มีอยู่เพียงน้อยนิดในโลกมนุษย์นี้เลยครับ รางวัลเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต ชีวิตก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต หันหน้ามาอ่านบทกวีของกันและกันเถอะครับ ชีวิตสั้นแต่บทกวีนั้นสั้นกว่า และก็อย่าลืมสร้างสรรค์กวีตามวิถีของแต่ละคน จะซีเรียส หวานซึ้ง ฟุ้งฝัน ขำขำ ก็เขียนกันไป แตกต่างกันได้แต่อย่าแตกกันครับ ขอสันติภาพจงมีแก่โลก

'และเมื่อส่งบทกวีลงแข่งในสนามนักสู้วัวกวีแล้ว เราก็ควรให้เกียรติกรรมการชุดนั้นๆ แม้ว่ากรรมการเหล่านั้นจะมีรสนิยมที่แตกต่างจากเราอย่างสุดขั้วก็ตาม ถึงตรงนี้ขอย้ำอีกทีครับว่า คำว่า 'นักสู้วัวกวี' นี่เป็นมุมมองของผมนะครับ วัว ต้นข้าว ต้นหญ้าดอกไม้ ผีเสื้อ แมลงปอ แมงมุม แมลงกุดจี่ แมงดา แมงง้องแง้ง ภูเขาหิมาลายาบูเก้ หรือจอมปลวกนิรนามก็เป็นกวีได้ ไม่เพียงแค่มนุษย์อุจจาระเหม็นที่เขียนบทกวีเท่านั้นหรอกครับที่มีสิทธิเป็นกวี'

และสุดท้าย ศิริวร แก้วกาญจน์ กวีซึ่งเพิ่งจะได้รับรางวัลคัดสรรอย่าง ศิลปาธร ที่พาบทกวี 2 เล่มอย่างเก็บ ความเศร้าไว้ให้พ้นมือเด็กเด็ก และ ลงเรือมาเมื่อวาน เข้ารอบ ก็แสดงทรรศนะที่เฉียบคมว่า

'ปัญหาของโลกทุกวันนี้ หลักใหญ่ใจความอยู่ที่ว่า เรามักประเมินค่าคนอื่นโดยขาดวุฒิภาวะ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า เราละเลยหลงลืมการประเมินค่าตัวเอง หรือไม่ก็ประเมินค่าของตัวเองภายใต้อาณัติของอัตตา

'คนเขียนหนังสือต้องเข้าใจธรรมชาติของรางวัล เพราะคุณค่าที่เป็นนามธรรม เป็นคุณค่าที่ลื่นไหล หากเข้าใจตรงนี้ได้เราก็จะไม่มีปัญหากับการประเมินค่าใดๆ เลยต่อสถานการณ์ดังกล่าว ผมนึกถึงบทสนทนาระหว่างอัลเลน กินสเบิร์ก, เกรเกอรี่ คอร์โซ และวิลเลี่ยม เอส.เบอร์โรห์ส นักเขียนกลุ่มวรรณกรรม BEAT ที่บอกว่า อย่าไปสนใจเลยครับ พวกเขาติดอยู่ในโลกเมื่อสหัสวรรษก่อน'

ส่วนกวีอีก 2 คนที่เหลือคือ กฤช เหลือลมัย และอุเทน มหามิตร ขอไม่แสดงความคิดเห็น

ทั้งหมดก็เป็นความเห็นส่วนหนึ่งของกลุ่มกวี ที่ได้รับผลกระทบจากแรงกระเพื่อมนี้โดยตรง

อาจถูกใจหรือแทงใจประการใด แต่อย่างน้อยก็เป็นทรรศนะดีๆ ที่ควรเปิดใจรับฟัง

จาก www.matichon.co.th/news_detail.php?id=2351&catid=8 

 โดย มติชนออนไลน์ : วันที่ 25 สิงหาคม 2550 - เวลา 20:22:41 น.

และดูความเห็นต่อเนื่อง โดย วรภ วรภา ที่

http://www.softganz.com/meeped/index.php?&obj=forum(1655)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ไอ้ปลง วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 23.07 น.
http://www.oknation.net/blog/iplong

ต้มยำ พี่หลวงฉันเหลือแต่แม่กุ้ง แล้วเณรอิฉันไหรล่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
พลายพัทลุง วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 23.00 น.
http://www.oknation.net/blog/suphakara
 วัจนะกวีอิสระ:ถ้อยคำ เรื่องราวและนิยาย/กลุ่มเขียนข้าว   : http://www.oknation.net/blog/writerdao     นักเขียนของโลกฯ        >เพิงเพลงบ้านจันทร์ดาว http://www.oknation.net/blog/waraninstar


บ่นไหร่ เณร งุงุ
ความคิดเห็นที่ 1
amejorken วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 22.48 น.
http://www.oknation.net/blog/maomao
*** " Don't wait to be loved, to love." "อย่ารอคอยให้มีคนรัก แล้วจึงมอบความรักแก่ผู้อื่น" By : Dj_sama  O(^_^O).. ==>มาทดสอบไอคิวกันที่http://freeweb4u.googlepages.com/iqtest

Thanks Kub
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30