วันอาทิตย์ ที่ 16 กันยายน 2550
ไตร่ตรอง
Posted by
ไอ้ปลง
,
ผู้อ่าน : 173
, 12:17:56 น.
พิมพ์หน้านี้
|

ภาพ : พระอวโลกิเตศวร สวนโมกขพลาราม (๑)
นิ่งตระหนักสักนาทีจะดีไหม เพื่อภายในได้ระงับความสับสน เมื่อแสงสาดจากธาตุรู้-วิญญูชน มาส่องจิตกระจ่างจนเห็นหนทาง
นานแล้ว,ใช่ไหมที่ใจแกว่ง ไกวตามแรงหมุนโลก-สุข,โศกบ้าง ทุกคำชื่นมิอยากละหนึ่งพยางค์ นิดหนึ่งคำกระด้างอยากห่างไกล
(๒)
ทุกทีที่หนีคำถามความรู้สึก ณ ส่วนลึกอ้าปากค้างมีบ้างไหม กับคำถามซ้ำซากฝากถามใจ ที่เอาแต่ลื่นไหลเหมือนไม่เคย
ไม่แม้แต่คิดสู้อย่างซื่อสัตย์ เผชิญหน้าชัดชัดเจ้ายังเฉย แท้จริง,เจ้าหวั่นไหว-หรือไม่เลย มีเพียงเจ้าเท่านั้นเผยเฉลย-รู้
(๓)
จะพากเพียรเขียนถ้อยกี่ร้อยท่อน กี่ขานขับก็มิกร่อนด้วยเพลงกู่ โศลกงามทรงพลังเคยพรั่งพรู ก็มิอาจปลุกเจ้าสู้ความจริง
เราก็จิต เขาก็ใจ ใช่ไหมเล่า ต่างก็แต่รูปเงาอันวุ่นวิ่ง มีเปลือกหุ้ม มีมุมแคบไว้แอบอิง เพื่อรอการสลัดทิ้งเมื่อถึงเวลา
(๔)
ผลักประตูบานเช้าก้าวไปเถิด เมื่อแสงแห่งสัจจะบรรเจิดจ้า คงประจักษ์ว่ามืดดำนั้นธรรมดา เพียงแค่เปิดเปลือกตาขึ้นมามอง
(๕)
หากตระหนกเพื่อตระหนักในค่านั้น ด้วยนิ่งคิดที่สำคัญกว่าใครผอง จึงควรรู้,ทุกผลึกผ่านตรึกตรอง และเคี่ยวกรำผ่านทำนองของวินาที
เป็นทุกท่วงทำนองที่ต้องตระหนัก ให้เลือดลมแห่งรักนั้นไหลรี่ ให้อุ่นปราณปรากฏงามแห่งความดี ตระหนักนิ่งเช่นนี้ไปนานยาว.
|