พิมพ์หน้านี้
|
เรื่องของ กู คำว่า กู ในฐานะคำไทยคำหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นคำสรรพนามใช้แทนบุรุษ(หรือสตรี)ที่หนึ่ง หรือผู้พูด เราจะยังไม่ติดป้าย เอาปูนหมายหัวให้ค่ากับมันในตอนนี้ หรือไปแบ่งชนชั้นวรรณะของคำ ๆ นี้ว่า สูงหรือต่ำ ประณีตหรือหยาบคาย เพราะถึงที่สุดคำ ๆ นี้ มันก็คือ คำ ๆ หนึ่ง เหมือนกับคำอื่น ๆ ในสารบบของภาษาไทย ซึ่งย่อมประกอบขึ้นด้วยพยัญชนะและสระต่าง ๆ เฉกเช่นเดียวกันนั่นเอง เฉพาะในทางวรรณคดี ซึ่งถือเป็นประเภทงานที่ยกย่องกันว่าจะน้อมนำผู้คนไปสู่เส้นทางแห่งสุนทรียะปัญญานั้น มีการนำคำว่า กู มาใช้ในการประพันธ์อยู่ตลอด ที่เด่น ๆ ดัง ๆ ก็มีมาก นับตั้งแต่วรรณคดีสมัยสุโขทัยเป็นต้นมา
พ่อกูชื่อศรีอินทราทิตย์ แม่กูชื่อนางเสือง พี่กูชื่อบานเมือง ตูพี่น้องท้องเดียวห้าคน ผู้ชายสาม ผู้หญิงสอง พี่เผือผู้อ้ายตายจากเผือเตียมแต่ยังเล็ก เมื่อกูขึ้นใหญ่ได้สิบเก้าเข้า ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดมาท่เมืองตาก พ่อกูไปรบขุนสามชนหัวซ้าย ขุนสามชนขับมาหัวขวา ขุนสามชนเกลื่อนเข้า ไพร่ฟ้าหน้าใสพ่อกู หนีญญ่ายพ่ายจะแจ กูบ่หนี กูขี่ช้างเบกพล กูขับเข้าก่อนพ่อกู กูต่อช้างด้วยขุนสามชน ตนกูพุ่งช้างขุนสามชนตัวชื่อมาสเมืองแพ้ ขุนสามชนพ่ายหนี พ่อกูจึงขึ้นชื่อกู ชื่อพระรามคำแหง เพื่อกูพุ่งช้างขุนสามชน
ข้อความจากศิลาจารึกหลักที่ 1 ที่นับกันว่าเป็นวรรณคดีนี้ ทำให้อนุชนรุ่นหลังได้ทราบพระราชประวัติของพ่อขุนรามคำแหงแต่เพียงคร่าวๆ เป็นเรื่องพ่อขุนรามคำแหงเล่าประวัติของพระองค์ว่าเป็นใคร จนกระทั่งได้เสวยราชสมบัติ โดยใช้คำว่า "กู" เป็นหลัก ในส่วนนี้ คาดเดาว่าพ่อขุนรามคำแหงเป็นผู้บันทึกเองไม่ได้บ่งบอกถึงรายละเอียดชัดเจนนัก ว่าทรงพระราชสมภพแต่เมื่อปีพระพุทธศักราชใดแน่ชัด พระองค์ทรงมีพี่น้อง ๕ คน เป็นชาย ๓ คน เป็นหญิง ๒ คน พี่ชายคนโตได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็ก และพระองค์ทรงเป็นบุตรชายคนสุดท้องของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์กับพระนางเสือง http://www.lib.ru.ac.th/pk/biography1.html http://shalawan.www2.50megs.com/jaruk-discuss.htm หรือผลงานอันลือลั่นในยุคแสวงหาของ สุจิตต์ วงษ์เทศ กูเป็นนิสิตนักศึกษา กูเป็นนิสิตนักศึกษา วาสนาสูงส่งสโมสร ย่ำค่ำนี่จะย่ำไปงานบอลล์ เสพเสน่ห์เกสรสุมาลี กูเป็นนิสิตนักศึกษา พริ้งสง่างามผงาดเพียงราชสีห์ มันสมองของสยามธานี ค่ำนี้กูจะนาบให้หนำใจ กูเป็นนิสิตนักศึกษา เจ้าขี้ข้ารู้จักกูหรือไหม หัวเข็มขัด กลัดกระดุม ปุ่มเน็คไทร์ หลีกไปหลีกไปอย่ากีดทาง กูเป็นนิสิตนักศึกษา มหาวิทยาลัยอันกว้างขวาง ศึกษาสรรพรสมิเว้นวาง เมืองกว้างช้างหลายสบายดี กูเป็นนิสิตนักศึกษา เดินเหินดูสง่ามีราศี ย่ำค่ำกูจะย่ำทั้งราตรี กรุงศรีอยุธยามาราธอน เฮ้ย กูเป็นนิสิตนักศึกษา มีสติปัญญาเยี่ยมสิงขร ให้พระอินทร์เอาพระขรรค์มาบั่นรอน อเมริกามาสอนกูเชี่ยวชาญ กูเป็นนิสิตนักศึกษา หรูหราแหลมหลักอัครฐาน พรุ่งนี้ก็ต้องไปร่วมงาน สังสรรค์ในระดับปริญญา ได้โปรดฟังกูเถิดสักนิด กูเป็นนิสิตนักศึกษา เงียบโว้ย-ฟังกู--ปรัชญา กูอยู่มหาวิทยาลัย... ...กูอยู่มหาวิทยาลัย รู้ไหม เห็นไหม ดีไหม อีกไม่นานเราก็ต่างจะตายไป กอบโกยใส่ตัวเองเสียก่อนเอย. สุจิตต์ วงษ์เทศ กูเป็นนิสิตนักศึกษา สนพ.ประพันธ์สาส์น พิมพ์ครั้งที่สอง ตุลาคม 2529 http://www.arts.chula.ac.th/~complit/etext/octobertext/befocttext/sujit.htm แม้แต่ในโอเคเนชั่นบล็อก ก็มีผลงานของกวีซึ่งเคยได้รับรางวัลระดับโลกท่านหนึ่งอยู่ด้วย กู คือ ตะวัน ภาคฟ้า ขุน รำยอง http://www.oknation.net/blog/khoon/2007/10/01/entry-1 ยังมีต่อ...
|
| ไอ้เสือ...บุก 2 | ||
สี่ขา...ไม่ใช่มีแค่หมานะคร๊าบบบ เมี้ยวๆ |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||