• Bobby
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-27
  • จำนวนเรื่อง : 71
  • จำนวนผู้ชม : 8452
  • จำนวนผู้โหวต : 6
  • ส่ง msg :
Freedom Land
ปิดปรับปรุง!!! (Under Construction)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/ipradio
วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤศจิกายน 2550
ประชาธิปไตยกับ=คลื่น=โลกาภิวัฒน์
Posted by Bobby , ผู้อ่าน : 392 , 21:30:17 น.   | หมวดหมู่ : เศรษฐกิจ  
พิมพ์หน้านี้


'ประชาธิปไตยไม่ใช่ระบอบที่วิเศษ' แต่เป็นระบอบที่ตอบสนองความต้องการที่แฝงอยู่ในตัวเราได้มากที่สุด นั่นคือ เสรีภาพ เสมอภาค และเอกภาพ
'
แต่เผด็จการเป็นระบอบผูกขาดทุกๆ อย่างขึ้นอยู่กับคนๆ เดียว คณะเดียว ที่จะออกคำสั่งให้เสรีภาพ เสมอภาค หรือสร้างเอกภาพก็ได้ นักปราชญ์บางกลุ่มเชื่อว่าระบอบเผด็จการมันเอาแน่นอนไม่ได้ อยู่ที่ว่าอำนาจไปตกอยู่ใคร อยู่กับคนดีก็ดีไป อยู่กับคนไม่ดีก็แย่ ความโหดร้ายของมันถ้าเทียบกันสองกรณี

'
ประชาธิปไตยถ้าผู้นำแย่ ประชาชนสามารถไล่ได้ สามารถตรวจสอบได้
เผด็จการถ้าผู้นำแย่ ประชาชนไล่ยากกว่า อาจจะโดนกวาดล้างแบบป่าเถื่อนเลยก็ได้

ประชาธิปไตยที่ทั่วโลกอยากเป็นก็คือ อังกฤษ อเมริกา กลุ่มประเทศ EU ในอเมริกาสิทธิของคนรวย คนจน ทุกคนเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะในเรื่องกฎหมาย การรับบริการ ใครหาเงินได้มากก็จ่ายภาษีมาก หาได้น้อยก็จ่ายน้อย หรือได้สิทธิ์ลดหย่อนกับบุตร และหรือสวัสดิการอื่นๆ เช่น เงินเดือนผู้สูงอายุ (เอามาจากภาษีที่หักไปตอนทำงาน) สิ่งเหล่านี้ก็เป็นนโยบาย
ที่พยายามตอบโจทย์ "ความเสมอภาค" 
ประชาธิปไตยที่ถือว่าลูกผีลูกคน ลาว ไทย กัมพูชา แล้วไทยเองรับเอาทุนนิยมมา แล้วใช้ไม่เป็นก็เลยเกิดปัญหา หรือรู้วิธีใช้กันแต่ไม่ยอมใช้ เพราะถ้าใช้แล้วมันจะโกงยาก
'

จนดูเหมือนว่าเกิดจากระบอบการปกครอง เพราะจริงๆ แล้วแกนหลักอยู่ที่ระบบเศรษฐกิจ เพราะระบบทุนนิยมมันจะทำงานได้เต็มที่ก็คือต้องใช้ประชาธิปไตยปกครอง โดยรัฐบาลเป็นผู้จัดสรร วางนโยบายต่างๆ เพื่อประชาชน (ขนาดตลาด) ซึ่งจะทำให้นายทุนขยายตลาดได้กว้างที่สุด
อย่างกรณีอินเดีย เอกชนผูกขาด รัฐไม่มีประสิทธิภาพ ประชาชนบางส่วนก็ต้องลำบาก การขยายตลาดในบางส่วน ในที่ห่างไกลก็ทำไม่ได้ เพราะโครงสร้างพื้นฐานมีไม่ทั่วถึง จีนก็เหมือนกัน มันก็โตหรือเจริญเฉพาะเมืองใหญ่ๆ ไม่กี่เมือง พวกอยู่ด้านในก็ยังเป็นป่า เป็นเขา ล้าหลังอีกเยอะ

'
สำหรับเผด็จการที่ได้ผล ก็คือ สิงคโปร์ จีนและเวียดนาม (กำลังได้ผล) คนจีนเมื่อก่อนไม่คุยการเมือง ไม่ชอบมีเรื่องกับคนของรัฐ เดี๋ยวนี้วิจารณ์นายกฯ ด่ากันโครมๆ แต่ก็ไม่ได้มีอิทธิพลกดดันมากมาย สิงคโปร์เป็นเผด็จการที่เป็นเสรีทุนนิยม 100% แต่จีนและเวียดนามยังผสมผสาน ยังไม่ได้เปิดทั้งหมด สิงคโปร์เป็นเผด็จการที่ใช้อำนาจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้นำมองประโยชน์ประชาชนมันก็เลยดี ถ้าผู้นำสิงคโปร์คิดแบบผู้นำไทย วันนี้เราก็คงไม่รู้จักสิงคโปร์ คงไม่มีปัญญาไปไล่ซื้อกิจการพลังงาน โทรคมนาคมของชาติอื่นๆ หรอกครับ

'

เผด็จการที่ล้มเหลวก็เห็นๆ กันอยู่ พม่าไงครับ

'

มีคนเคยถกประเด็นที่ว่าเราได้ผลกระทบอะไรจากโลกาภิวัฒน์ ผมคิดว่า โลกาภิวัฒน์มันเปรียบเสมือนคลื่นสึนามิ คุณต้านมันไม่ได้หรอก อาจซื้อเวลาชั่วคราวได้ แต่ถ้ามันมาเต็มๆ ก็กวาดทุกอย่างเรียบ คนที่อยู่รอดได้ก็คือ พวกที่หนีทัน หรือปรับตัวเป็น เช่นวิ่งหนีขึ้นเขา ขึ้นที่สูงห่างจากชายฝั่ง แต่จะมีกลุ่มหนึ่งที่ไม่รอดคือรู้ว่ามันจะมาแต่ไม่หนี อีกกลุ่มไม่รู้ด้วยซ้ำ

'
กลุ่มที่ไม่หนีทั้งที่รู้ว่ามันจะมา เขาให้เหตุผลว่าต้องอยู่ปกป้องสิ่งก่อสร้างที่บรรพบุรุษสร้างมานับพันปี (วัฒนธรรม จารีต ค่านิยมดั้งเดิม) ความจริงวัฒนธรรมมันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 1000 ปีก่อนกับตอนนี้มันก็ต่างกัน

'
ดังนั้น มีอยู่สองทางเลือกคุณจะยอมหนีและกลับมาสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ ไว้ให้ลูกหลานอีกพันปีข้างหน้า หรือจะยอมตายเพื่อปกป้องสิ่งก่อสร้างของบรรพบุรุษ แต่โดยมากคนที่ยอมตาย (คือไม่ปรับตัว) มักไม่ตาย แต่จะพิกลพิการ แล้วกลายเป็นภาระของพวกที่หนีรอดนั้น หาข้าวหาน้ำให้กิน

'

โลกาภิวัฒน์เปรียบเสมือนปลาใหญ่กินปลาเล็ก

'
โมเดลนี้ภาษาเศรษฐกิจเขาเรียกว่า Economy of Scale อธิบายง่ายๆ คือ ใครใหญ่กว่าคนนั้นได้เปรียบ ใครทุนหนากว่าได้เปรียบกว่า ผมมีเรื่องเล่าให้ฟัง มีบริษัทหนึ่งทุนจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ประมาณ 3 พันล้าน

'
อีกบริษัทมีทุนแค่ 30 ล้าน อยู่นอกตลาดหุ้น เฉพาะด้านทุนต่างกัน 100 เท่า สองบริษัททำสินค้าอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน แน่นอนบริษัท 3 พันล้านได้เปรียบกว่าทุกด้าน บริษัทปลาเล็กมันก็ทำสินค้าอะไรก็ไม่รู้ประหลาดๆ ออกมา แต่คนซื้อเยอะ ขายดี
'
จนทำให้บอร์ดบริหารของบริษัทปลาใหญ่เรียกประชุมว่า บริษัทนี้ทำไมยอดขายไม่ตกเลย ขายดี แต่ของเราทุกอย่างได้เปรียบหมดแต่ยอดขายไม่ดี  
'
เมื่อหันมาวิเคราะห์องค์ประกอบพบว่า บริษัทใหญ่นั้นอะบริหารจัดการไม่ดี ไม่พัฒนาสินค้าใหม่ๆ ไม่เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (เพราะเชื่อตำราว่า บริษัทใหญ่จะไม่ทำตลาดที่เล็ก) สินค้าด้อยคุณภาพเพราะมัวแต่ไปลดต้นทุน
'
ผ่านไปไม่นานบริษัทปลาเล็กโตเอาโตเอา บริษัทใหญ่เริ่มจะเสียส่วนแบ่งตลาดก็เลยวางแผนเทคโอเวอร์ซะเลย (เข้าตำราที่ว่า แข่งไม่ได้ก็ซื้อมันซะ!!) 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
นายตะเกียง วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 13.09 น.
http://www.oknation.net/blog/naitakeing

ประชาธิปไตย ของไทย เป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน..เป็นเรื่องโกหกของเหล่าบรรดานักเลือกตั้ง..เพราะประชาธิปไตยได้มาด้วยใบม่วงๆ แดงๆ
ความคิดเห็นที่ 3
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 10.57 น.
http://www.oknation.net/blog/NARKA

ทอฟเล่อร์บอกยุคกล้ามเนื้อ เงินตราและมันสมอง
กลุ่มG7 เขาไปที่ยุคมันสมองโลกาภิวัตน์แล้ว
แต่อีกหลายร้อยประเทศรวมทั้งไทย
ยังอยู่ระหว่าง กล้ามเนื้อกับเงินตรา
ยังอีกนานกว่า ปชต.จะก้าวไปในยุคคลื่นลูกใหม่
อาจจะเป็นร้อยปี ฮา
ความคิดเห็นที่ 2
SOMBOONTIEW วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 21.39 น.
http://www.oknation.net/blog/somboontiew

ดึกดื่น วันอาทิตย์ มากระแซะ มาสะกิด ชวนกันไปทำดีเพื่อพ่อครับ

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่นำมาฝากกัน

ตามลิงค์ นี้ไปได้เลยนะครับ
http://www.oknation.net/blog/somboontiew/2007/11/03/entry-1
ความคิดเห็นที่ 1
รวินทร์ วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 21.31 น.
http://www.oknation.net/blog/14tula

ขอบคุณมากค่ะ
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30