พิมพ์หน้านี้
|
ระยะนี้พ่อแม่พี่น้องคงจะเห็น นโยบายของพรรคการเมืองแต่ละพรรค ออกตามสื่อ เพื่อโยนใส่ประชาชน และมีอยู่ 6 พรรคที่สาดกระสุนใส่กันอย่างเข้มข้น เป็นธรรมดาของสังคมประชาธิปไตย ที่ใช้วาทะ อวดอ้างนโยบายสวยหรูไปต่างๆ นานา ไม่เฉพาะในบ้านเราเท่านั้น ในต่างประเทศที่ปกครองด้วยระบอบนี้ก็จะมีวิธีการคล้ายกัน คือ
เอาล่ะครับ ผมจะพาพ่อแม่พี่น้องไป 'ผ่า' นโยบายลวงโลก ของพรรคการเมืองต่างๆ ว่ามันเป็นยังไง 1. กระแสพรรคการเมืองทุกพรรคล้วนเป็นประชานิยม อาจมีนโยบายของบางพรรคที่เป็นรัฐสวัสดิการ ความแตกต่างระหว่างประชานิยมกับรัฐสวัสดิการนั้น อยู่ห่างกันแค่เส้นผม ประชานิยมจะเน้นการแจกจ่ายโดยไม่หวังผลตอบแทน แต่รัฐสวัสดิการจะให้ในสิ่งที่จำเป็นตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนพึงจะได้ จริงอยู่ประชาธิปไตย จะมีคติที่ว่า โดยประชาชน เพื่อประชาชน ไม่เพื่อประชาชนแล้วจะเพื่อใคร แต่ก็ต้องตระหนักว่า การให้ควรลำดับความสำคัญ ' 2. มีบางพรรคเน้นการพักชำระหนี้เกษตรกร แต่สิ่งที่ขัดแย้งกันก็คือ ทำไมไม่พักชำระหนี้กองทุนหมู่บ้านไปด้วย ราวกับสนับสนุนประชาชนไปสร้างหนี้ที่กองทุนหมู่บ้าน แล้วให้พวกกรรมการกองทุนหมู่บ้านโกงส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้จากเงินนอกระบบ และนโยบายบางพรรคถึงขั้นจะเพิ่มวงเงินกองทุนให้อีกด้วย รวมไปถึงนโยบายว่าจะประกันราคาสินค้าของเกษตรกร พอสินค้าล้นตลาด รัฐก็ต้องแบกรับภาระ วิ่งหน้าตั้งหาเงินซื้อสินค้ามากักตุนเพื่อพยุงราคา ของที่ซื้อมาใช้ไม่ได้ก็ต้องเอาไปโยนลงทะเล เสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ 3. บางพรรคเขียนนโยบายราวกับว่า ประเทศตัวเองมั่งคั่งร่ำรวย จะสร้างทุกอย่างลงทุนกันเป็น 4-5 แสนล้าน ถามทีเถอะว่าท่านจะไปเอาเงินมาจากไหน รายได้หลักของประเทศ มันมีมากขนาดนั้นเลยหรือ?? อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ถ้าหากร่วมทุนกับต่างชาติ ดึงทุนนอกเข้ามา หรือไปกู้เขามา ซึ่งมันก็ต้องมีเงื่อนไข ภาระผูกพันไปอีก 30-40 ปี อาจโดนโจมตีว่าขายชาติ ให้เข้ามาปล้นทรัพยากร แต่สิ่งที่แคลงใจอยู่ไม่น้อยเลย คือ รัฐบาลไม่สนใจพัฒนาตลาดทุน เล่นแต่จะสร้าง จะใช้จ่ายสถานเดียว ดูแล้วตลกไม่น้อยเลย บวกกับปีหน้าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกก็ชะลอตัวลง จากปัญหาซับไพม์เหลือไม่ถึง 5% ด้วยซ้ำ 4.บางพรรคเขียนนโยบายขัดแย้งกันเอง เช่น ลดภาษีทั้งบุคคลและภาษีนิติบุคคล ขณะเดียวกันก็มีอภิมหาโปรเจ็คด้วยงบประมาณ 3-4 แสนล้านบาท ซึ่งตอนนี้รายได้หลักของประเทศเรา ก็มาจากภาษีทุกแขนง คิดง่ายๆ ว่าถ้าลดภาษี เท่ากับว่า รายได้ที่เคยมากก็ต้องลดลง เมื่อรายได้ลด จะนำงบประมาณที่ไหนไปสร้างตามที่หาเสียงไว้ การลดภาษีมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีก็คือ สร้างแรงจูงใจให้เอกชน และต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น เพราะเสียภาษีน้อยลง เท่ากับต้นทุนขององค์กรลดลง แต่ข้อเสียคือ ทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างกันมากขึ้น 5.ในการเลือกตั้งรอบนี้ยังไม่เห็นพรรคไหนโชว์ด้านความโปร่งใส ปราบปรามคอรัปชั่น สร้างความยุติธรรมในสังคมอย่างจริงจัง เพราะสิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานในการสร้างชาติแบบยั่งยืน แต่สิ่งที่พรรคการเมืองนำเสนอมันเป็นแค่เปลือก ซึ่งเปราะบางมาก โดยเฉพาะนโยบายที่เน้นการใช้งบประมาณเยอะๆ บางพรรคมีนโยบายปรับปรุงระบบขนส่งให้ดีเพื่อลดต้นทุนทั้งระบบของชาติ ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้พลังงาน หรือส่งเสริมให้ใช้พลังงานทางเลือก แต่ไม่ได้บอกว่าจะเก็บภาษีรถยนต์ หรือมีภาษีถนน ภาษีจอด เพื่อให้คนลดการใช้น้ำมัน เอาเข้าจริงๆ ก็ทำไม่ได้ เพราะโครงระบบขนส่งมีใช้ไม่ทั่วถึง ท้ายนี้ เส็งเคร็งกับการเมืองไทยจริงๆ ครับ น่าเบื่อมากกก |