• Bobby
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-27
  • จำนวนเรื่อง : 71
  • จำนวนผู้ชม : 8031
  • จำนวนผู้โหวต : 6
  • ส่ง msg :
Freedom Land
ปิดปรับปรุง!!! (Under Construction)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/ipradio
วันเสาร์ ที่ 24 พฤศจิกายน 2550
ธุรกิจ=โรงเรียนกวดวิชา
Posted by Bobby , ผู้อ่าน : 167 , 15:58:44 น.   | หมวดหมู่ : เศรษฐกิจ  
พิมพ์หน้านี้



สำหรับเรื่องกวดวิชามีปัญหามานานแล้วครับ
ตั้งแต่ยุคที่ผมสอบเอ็นทรานซ์ระบบเก่า เพื่อนฝูงและตัวผมเองก็ไปเรียนกวดวิชากัน ในย่านสยามสแควร์เนี่ย เพื่อนผองที่ผมรู้จักต่างตระเวณเรียนกันไปทั่ว ที่ไหนเจ๋งๆ
เด็ดๆ ไปกันมาหมด หากจะแก้ไขปัญหาโรงเรียนกวดวิชา ก็คงจะมีอยู่ 2 แนวทาง
>
1.ออกข้อสอบคัดเลือกให้ง่ายลง เมื่อข้อสอบง่ายเด็กอ่านเอง ไปสอบเองได้ หรือเรียน ในโรงเรียนก็คงจะเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งกวดวิชาแล้วมันก็จะปิดตัวไปเอง แต่ก็จะมีคนแย้งว่า ถ้าขืนออกข้อสอบง่ายๆ ก็ได้ควายไปเรียน ในมหาลัยนะสิ ทำให้การศึกษายิ่งตกต่ำ แต่ขอโทษที!! เด็กที่จบไฮสกูลจากเมืองนอกมา
เจอข้อสอบเอ็นทรานซ์ของไทยเข้าไป เขาทำไม่ค่อยได้นะครับ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเด็กไทย
มักจะคว้าโอลิมปิกวิชาการอยู่บ่อยๆ อย่างไรก็ดี ยิ่งออกข้อสอบยากมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าทางโรงเรียนกวดวิชามากเท่านั้น
>
คงเคยได้ยินข่าวว่า ข้อสอบเอ็นทรานซ์ออกเกินหลักสูตร ม.ปลาย อันนี้ผมยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เพราะว่ายุคที่ผมไปสอบ มันมีบางข้อที่ผู้ออกข้อสอบไปดัดแปลงมาจากวิชา Static, Dynamic ซึ่งใช้เรียนกันในคณะวิศวะ ซึ่งถ้าจะทำข้อสอบนั้นได้ ต้องแม่นเรื่องแมทตริกและจำนวนเชิงซ้อน บวกเรื่องสมดุลกล แต่ที่พวกผมทำกันได้ไม่ใช่ว่าอัจฉริยะ แต่เพราะว่าคนสอนกวดวิชาเขาเคยเฉลยข้อสอบแบบนี้ใหดู ว่าถ้าหากคิดด้วยความรู้ ม.ปลาย อาจจะใช้เวลานาน และบางครั้งอาจจะทำไม่ได้เลย แล้วข้อสอบลักษณะนี้มักจะเป็นตัวทำคะแนนเสียด้วย ถ้าทำได้ก็มีคะแนน 2-5 คะแนนรออยู่ มันมักจะเป็นข้อที่ฝนคำตอบ (อัตนัย) ไม่ใช่ตัวเลือก (ปรนัย)
>
และบางข้อก็ออกแบบว่า ให้หาพื้นที่ใต้กราฟ แล้วก็เป็นกราฟประหลาดๆ ความรู้คณิตศาสตร์ ม. ปลายก็ทำไม่ได้ ต้องใช้ความรู้แคลคูลัสในระดับมหาลัยโน่น
>
โรงเรียนกวดวิชาก็ยังแนะนำอีกว่า หากจะทำข้อสอบให้ทันและได้คะแนนเยอะๆ ต้องเลือกทำข้อสอบที่ให้คะแนนเยอะๆ ก่อน ไล่บี้ข้อง่ายๆ ส่วนข้อยากๆ เอาไว้มาคิดกันทีหลัง หากทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเพราะส่วนใหญ่เราทำได้
จะได้ส่งข้อสอบทันเวลา มีเทคนิคหลายอย่างที่หาได้เฉพาะในโรงเรียนกวดวิชา ที่ในโรงเรียนทั่วๆ ไปไม่เคยบอก อาจจะเป็นไปได้ว่า ในโรงเรียนทั่วไปนั้นครูสอนไม่ได้รู้ลึก แตกฉานขนาดนั้น และครูบางคนก็สงวนหรือกั๊กความรู้บางส่วนไว้สอนเฉพาะเด็กที่มากวดวิชากับตนเท่านั้น 
>
บ่อเกิดของโรงเรียนกวดก็คือผลประโยชน์ ค่าแรงของคนสอนในโรงเรียนกวดวิชาเมื่อสัก 5-6 ปีก่อน ตกอยู่ราวๆ 500 บาทต่อชั่วโมง รายรับช่วงเฉพาะเสาร์-อาทิตย์เฉลี่ยตกราวๆ 4000 บาท หรือคิดเป็นเดือนก็ประมาณ 32,000 บาท
หากมีการเปิดติวในวันธรรมดา โดยทั่วไปก็จะเปิดสอนตั้งแต่อังคาร-ศุกร์ เฉลี่ยวันละ 3-4 ชั่วโมง (ช่วง 17.00น - 20.00 น.) รายรับวันละ 1500-2000 บาท หรือตกเดือนละ 27,000-36,000 บาท และถ้าสอนควบทั้งวันธรรมดาและวันหยุด ก็จะมีรายได้ครึ่งแสนบาท ซึ่งมากกว่าครูบรรจุใหม่ราวๆ 6-7 เท่า และใกล้เคียงกับข้าราชการ C11 เลยทีเดียว รายได้ตรงนี้จึงเป็นแรงจูงใจให้ครู หรือคนที่จบ วทบ. วศบ. กระโดดมาเป็นคนสอนตามโรงเรียนกวดวิชา บางโรงเรียน
>
เช่น เคมี อ.อุ๊ บางสาขา และบางคอร์สก็ใช้วิดีโอสอน ซึ่งต้นทุนต่ำมาก สอนรอบเดียวที่เหลือส่งเทปไปแทน สำหรับเจ้าของโรงเรียนบริหารแบบว่า พยายามดึงเอาเพื่อนฝูงบ้าง คนรู้จักบ้าง หุ้นส่วนบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นคนที่จบจากรั้วจามจุรี (จุฬาฯ) ลาดกระบังก็พอมี พระนครเหนือก็พอได้ มหิดล เกษตรฯ อาจจะน้อยหน่อย ยิ่งสถาบันไหนสามารถทำให้เด็กที่มาเรียนสอบได้คะแนนติดอันดับต้นๆ ของประเทศ การทำตลาดแทบไม่จำเป็น เพราะเด็กจะบอกกันแบบปากต่อปากเอง อาจจะมีบางช่วงที่โรงเรียนต้องการทำตลาด ก็อาจจะให้เด็กเก่าที่เคยเรียนมาเขียนคอมเม้นต์แล้วนำไปตีพิมพ์เพื่อแนบไปกับใบปลิวคอร์สต่างๆ เรียนที่นี่แล้วดีอย่างไร โรงเรียนก็จ่ายค่าปากกาให้เด็ก 4-5 พันบาท 
>
แต่ก็มีคนสอนในโรงเรียนกวดวิชาบางคน นิสัยไม่ดี ชอบปลูกฝังค่านิยมผิดๆ ให้กับเด็ก หากเด็กรับความคิดนั้นไปก็มีผลเสียอยู่เหมือนกัน ผมจำได้ตอนผมติววิชาคณิต เขาบอกว่า "ถ้าหากน้องเอ็นทรานซ์ไม่ติด ถ้าเพื่อนน้องติด น้องจะรู้สึกอย่างไร" คือประมาณว่าชี้นำเด็กให้กระตือรือร้น ยังมีอีกนะ "ถ้าน้องเอ็นทรานซ์ได้ และไปเดินกับเพื่อนที่เอ็นฯไม่ได้ จะรู้สึกยังไง" ผลลัพธ์ก็คือเด็กรับเอาค่านิยมแนวคิดนี้ ทำให้กลายเป็นพวกจิตใจแคบและชอบดูถูกคนเพียงเพราะเอ็นทรานซ์ไม่ได้ มีอีกหลายๆ คำพูดที่สามารถเป็นแรงจูงใจให้เด็กๆ ตั้งใจเรียน เกิดความกระตือรือร้น กว่าวิธีการแบบนั้น แล้วบังเอิญเพื่อนผมก็รับไอแนวคิดนี้มา มันประกาศเลยว่า "ถ้ากูมีแฟน กูจะคบเฉพาะเด็กจุฬาฯ กับธรรมศาสตร์เท่านั้น" บังเอิญมันพูดตอน ที่อยู่ปี 1 วิศวะ จุฬาฯ ไม่งั้นอาจจะต้องโดนสวน บางครั้งก็ทำให้เด็กกดดันเวลาสอบไม่ได้ บางรายอาจโหม่งโลกกันเลย น่าเศร้า!! 

2.การออกกฎหมายบังคับห้ามเปิดโรงเรียนสอนกวดวิชา นี่อาจจะเป็นการแก้ปัญหาแบบกำปั้นทุบดินเลยครับ ซึ่งผลที่ออกมา ก็จะเกิดโรงเรียนกวดวิชาเถื่อนๆ เต็มไปหมด คนที่ได้ประโยชน์ก็คือตำรวจ (รับส่วย) เช่นเดียวกับพวก
โต๊บอล หวยใต้ดิน แผงซีดีผีทำนองนั้น


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
คนใส่แว่น วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 19.11 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg


เป็น
เรื่องของ ความผิดหวัง
กับ ครู ในโรงเรียน ครับ
ความคิดเห็นที่ 3
Supawan วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 16.59 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

หากการกวดวิชาได้ผล กระทรวงศึกษาควรตามมาคัดลอกวิธีการไปสอนในโรงเรียน เด็กจะได้ไม่ต้องไปเรียนกวดวิช .. หรือว่านี่เป็นความล้มเหลวของระบบการศึกษาของชาติ ???
ความคิดเห็นที่ 2
เจเจค่ะ วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 16.07 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

หนึ่งในนั้น
ความคิดเห็นที่ 1
นายชิกุวะ วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 16.04 น.
http://www.oknation.net/blog/chikuwa
"นายชิกุวะ" มีเรื่องราวดีๆ... มาเล่าให้ฟังเรื่อยครับ ลองแวะมาอ่านได้ขอรับกระผม

ความบ้มเหลวของระบบการศึกษาไทย ครับ
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30