วันเสาร์ ที่ 24 พฤศจิกายน 2550
ธุรกิจ=โรงเรียนกวดวิชา
Posted by
Bobby
,
ผู้อ่าน : 167
, 15:58:44 น.
| หมวดหมู่ :
เศรษฐกิจ
พิมพ์หน้านี้
|

สำหรับเรื่องกวดวิชามีปัญหามานานแล้วครับ ตั้งแต่ยุคที่ผมสอบเอ็นทรานซ์ระบบเก่า เพื่อนฝูงและตัวผมเองก็ไปเรียนกวดวิชากัน ในย่านสยามสแควร์เนี่ย เพื่อนผองที่ผมรู้จักต่างตระเวณเรียนกันไปทั่ว ที่ไหนเจ๋งๆ เด็ดๆ ไปกันมาหมด หากจะแก้ไขปัญหาโรงเรียนกวดวิชา ก็คงจะมีอยู่ 2 แนวทาง > 1.ออกข้อสอบคัดเลือกให้ง่ายลง เมื่อข้อสอบง่ายเด็กอ่านเอง ไปสอบเองได้ หรือเรียน ในโรงเรียนก็คงจะเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งกวดวิชาแล้วมันก็จะปิดตัวไปเอง แต่ก็จะมีคนแย้งว่า ถ้าขืนออกข้อสอบง่ายๆ ก็ได้ควายไปเรียน ในมหาลัยนะสิ ทำให้การศึกษายิ่งตกต่ำ แต่ขอโทษที!! เด็กที่จบไฮสกูลจากเมืองนอกมา เจอข้อสอบเอ็นทรานซ์ของไทยเข้าไป เขาทำไม่ค่อยได้นะครับ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเด็กไทย มักจะคว้าโอลิมปิกวิชาการอยู่บ่อยๆ อย่างไรก็ดี ยิ่งออกข้อสอบยากมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าทางโรงเรียนกวดวิชามากเท่านั้น > คงเคยได้ยินข่าวว่า ข้อสอบเอ็นทรานซ์ออกเกินหลักสูตร ม.ปลาย อันนี้ผมยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เพราะว่ายุคที่ผมไปสอบ มันมีบางข้อที่ผู้ออกข้อสอบไปดัดแปลงมาจากวิชา Static, Dynamic ซึ่งใช้เรียนกันในคณะวิศวะ ซึ่งถ้าจะทำข้อสอบนั้นได้ ต้องแม่นเรื่องแมทตริกและจำนวนเชิงซ้อน บวกเรื่องสมดุลกล แต่ที่พวกผมทำกันได้ไม่ใช่ว่าอัจฉริยะ แต่เพราะว่าคนสอนกวดวิชาเขาเคยเฉลยข้อสอบแบบนี้ใหดู ว่าถ้าหากคิดด้วยความรู้ ม.ปลาย อาจจะใช้เวลานาน และบางครั้งอาจจะทำไม่ได้เลย แล้วข้อสอบลักษณะนี้มักจะเป็นตัวทำคะแนนเสียด้วย ถ้าทำได้ก็มีคะแนน 2-5 คะแนนรออยู่ มันมักจะเป็นข้อที่ฝนคำตอบ (อัตนัย) ไม่ใช่ตัวเลือก (ปรนัย) > และบางข้อก็ออกแบบว่า ให้หาพื้นที่ใต้กราฟ แล้วก็เป็นกราฟประหลาดๆ ความรู้คณิตศาสตร์ ม. ปลายก็ทำไม่ได้ ต้องใช้ความรู้แคลคูลัสในระดับมหาลัยโน่น > โรงเรียนกวดวิชาก็ยังแนะนำอีกว่า หากจะทำข้อสอบให้ทันและได้คะแนนเยอะๆ ต้องเลือกทำข้อสอบที่ให้คะแนนเยอะๆ ก่อน ไล่บี้ข้อง่ายๆ ส่วนข้อยากๆ เอาไว้มาคิดกันทีหลัง หากทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเพราะส่วนใหญ่เราทำได้ จะได้ส่งข้อสอบทันเวลา มีเทคนิคหลายอย่างที่หาได้เฉพาะในโรงเรียนกวดวิชา ที่ในโรงเรียนทั่วๆ ไปไม่เคยบอก อาจจะเป็นไปได้ว่า ในโรงเรียนทั่วไปนั้นครูสอนไม่ได้รู้ลึก แตกฉานขนาดนั้น และครูบางคนก็สงวนหรือกั๊กความรู้บางส่วนไว้สอนเฉพาะเด็กที่มากวดวิชากับตนเท่านั้น > บ่อเกิดของโรงเรียนกวดก็คือผลประโยชน์ ค่าแรงของคนสอนในโรงเรียนกวดวิชาเมื่อสัก 5-6 ปีก่อน ตกอยู่ราวๆ 500 บาทต่อชั่วโมง รายรับช่วงเฉพาะเสาร์-อาทิตย์เฉลี่ยตกราวๆ 4000 บาท หรือคิดเป็นเดือนก็ประมาณ 32,000 บาท หากมีการเปิดติวในวันธรรมดา โดยทั่วไปก็จะเปิดสอนตั้งแต่อังคาร-ศุกร์ เฉลี่ยวันละ 3-4 ชั่วโมง (ช่วง 17.00น - 20.00 น.) รายรับวันละ 1500-2000 บาท หรือตกเดือนละ 27,000-36,000 บาท และถ้าสอนควบทั้งวันธรรมดาและวันหยุด ก็จะมีรายได้ครึ่งแสนบาท ซึ่งมากกว่าครูบรรจุใหม่ราวๆ 6-7 เท่า และใกล้เคียงกับข้าราชการ C11 เลยทีเดียว รายได้ตรงนี้จึงเป็นแรงจูงใจให้ครู หรือคนที่จบ วทบ. วศบ. กระโดดมาเป็นคนสอนตามโรงเรียนกวดวิชา บางโรงเรียน > เช่น เคมี อ.อุ๊ บางสาขา และบางคอร์สก็ใช้วิดีโอสอน ซึ่งต้นทุนต่ำมาก สอนรอบเดียวที่เหลือส่งเทปไปแทน สำหรับเจ้าของโรงเรียนบริหารแบบว่า พยายามดึงเอาเพื่อนฝูงบ้าง คนรู้จักบ้าง หุ้นส่วนบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นคนที่จบจากรั้วจามจุรี (จุฬาฯ) ลาดกระบังก็พอมี พระนครเหนือก็พอได้ มหิดล เกษตรฯ อาจจะน้อยหน่อย ยิ่งสถาบันไหนสามารถทำให้เด็กที่มาเรียนสอบได้คะแนนติดอันดับต้นๆ ของประเทศ การทำตลาดแทบไม่จำเป็น เพราะเด็กจะบอกกันแบบปากต่อปากเอง อาจจะมีบางช่วงที่โรงเรียนต้องการทำตลาด ก็อาจจะให้เด็กเก่าที่เคยเรียนมาเขียนคอมเม้นต์แล้วนำไปตีพิมพ์เพื่อแนบไปกับใบปลิวคอร์สต่างๆ เรียนที่นี่แล้วดีอย่างไร โรงเรียนก็จ่ายค่าปากกาให้เด็ก 4-5 พันบาท > แต่ก็มีคนสอนในโรงเรียนกวดวิชาบางคน นิสัยไม่ดี ชอบปลูกฝังค่านิยมผิดๆ ให้กับเด็ก หากเด็กรับความคิดนั้นไปก็มีผลเสียอยู่เหมือนกัน ผมจำได้ตอนผมติววิชาคณิต เขาบอกว่า "ถ้าหากน้องเอ็นทรานซ์ไม่ติด ถ้าเพื่อนน้องติด น้องจะรู้สึกอย่างไร" คือประมาณว่าชี้นำเด็กให้กระตือรือร้น ยังมีอีกนะ "ถ้าน้องเอ็นทรานซ์ได้ และไปเดินกับเพื่อนที่เอ็นฯไม่ได้ จะรู้สึกยังไง" ผลลัพธ์ก็คือเด็กรับเอาค่านิยมแนวคิดนี้ ทำให้กลายเป็นพวกจิตใจแคบและชอบดูถูกคนเพียงเพราะเอ็นทรานซ์ไม่ได้ มีอีกหลายๆ คำพูดที่สามารถเป็นแรงจูงใจให้เด็กๆ ตั้งใจเรียน เกิดความกระตือรือร้น กว่าวิธีการแบบนั้น แล้วบังเอิญเพื่อนผมก็รับไอแนวคิดนี้มา มันประกาศเลยว่า "ถ้ากูมีแฟน กูจะคบเฉพาะเด็กจุฬาฯ กับธรรมศาสตร์เท่านั้น" บังเอิญมันพูดตอน ที่อยู่ปี 1 วิศวะ จุฬาฯ ไม่งั้นอาจจะต้องโดนสวน บางครั้งก็ทำให้เด็กกดดันเวลาสอบไม่ได้ บางรายอาจโหม่งโลกกันเลย น่าเศร้า!!
2.การออกกฎหมายบังคับห้ามเปิดโรงเรียนสอนกวดวิชา นี่อาจจะเป็นการแก้ปัญหาแบบกำปั้นทุบดินเลยครับ ซึ่งผลที่ออกมา ก็จะเกิดโรงเรียนกวดวิชาเถื่อนๆ เต็มไปหมด คนที่ได้ประโยชน์ก็คือตำรวจ (รับส่วย) เช่นเดียวกับพวก โต๊บอล หวยใต้ดิน แผงซีดีผีทำนองนั้น
|