• ขุนเขายะเยือก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-20
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 2264
  • จำนวนผู้โหวต : 12
  • ส่ง msg :
ถั่งโถมโหมแรงไฟ
การเดินทาง การต่อสู้ การแสวงหาเป็นธรรมชาติของมนุษย์มนุษย์
Permalink : http://www.oknation.net/blog/isantai
วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม 2550
ชำระประวัติศาสตร์ 6 ตุลา
Posted by ขุนเขายะเยือก , ผู้อ่าน : 58 , 18:15:30 น.   | หมวดหมู่ : ปัญหาสังคม  
พิมพ์หน้านี้


6 ตุลา กับสถานะทางประวัติศาสตร์
โดย : วิภา ดาวมณี
เมื่อ : 9/10/2007 10:53 AM
ในอดีตเคยมีเหตุการณ์นองเลือดทางการเมืองเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ หลายครั้งหลายหน ได้แก่ กบฎบวรเดช 11-27 ตุลาคม 2476 , กบฎวังหลัง 26 กุมภาพันธ์ 2492 , กบฎแมนฮัตตัน 29 มิถุนายน 2494 , เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 , เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 , เหตุการณ์ 18-20 พฤษภาคม 2535 คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเหตุการณ์นองเลือด กลางพระนครครั้งรุนแรงและโหดร้ายที่สุดที่รัฐกระทำต่อประชาชน คือ เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

ในบทความซึ่งอาจจะดีที่สุดเกี่ยวกับ "การรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519" โดย ศาสตราจารย์เบเนดิก แอนเดอร์สัน กล่าวไว้ว่า โดยตัวของมันเองแล้วรัฐประหาร 6 ตุลา ไม่ใช่เรื่องใหม่ในประวัติศาสตร์ไทย ไม่ว่าจะในสมัยใหม่หรือสมัยเก่า เพราะเคยมีรัฐประหารหรือความพยายามที่จะทำรัฐประหารมาแล้วครั้งแล้วครั้งเล่า นับตั้งแต่การปฏิวัติ 2475 ดังนั้นทั้งนักวิชการและนักหนังสือพิมพ์ตะวันตก ต่างก็ลงความเห็นว่า "การรัฐประหาร 6 ตุลา" เป็นเรื่อง "ธรรมดาๆ" ของการเมืองไทย และเป็นการกลับไปสู่ "สภาพปกติ" หลังจากที่หลงระเริงอยู่กับ "ประชาธิปไตย" หลังการปฏิวัติ 14 ตุลา 2516 มาเป็นเวลา 3 ปี

แต่เบเนดิก แอนเดอร์สัน ก็กล่าวว่า "การรัฐประหาร 6 ตุลา" เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อใหม่ของการเมืองไทยอย่างน้อย 2 ประเด็น คือ

1) บรรดาผู้นำฝ่ายซ้าย แทนที่จะจบลงด้วยการถูกจับเข้าคุกจนลืม หรือไม่ก็ลี้ภัยการเมืองอยู่ที่ต่างประเทศ กลับเข้าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเศไทย) ในเขตป่าเขา

และ 2) การรัฐประหาร 6 ตุลา แตกต่างจากการรัฐประหารที่เคยมีมา คือ ไม่ใช่เพียงการยึดอำนาจกันในหมู่ผู้นำเท่านั้น แต่เป็นการรัฐประหารที่ฝ่ายขวาใช้เวลากว่า ๒ ปี ในการวางแผนการรณรงค์ คุกคามใช้ความรุนแรง อย่างเปิดเผย เห็นได้อย่างโจ่งแจ้งของ และปลุกปั่นยุยงให้เกิดความบ้าคลั่งของฝูงชน "ม็อบ" เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519

พร้อมๆ กับการเกิดของชนชั้นกระฎุมพี ความปั่นป่วนทางด้านอุดมการณ์ในช่วง 3 ปีของยุค "ประชาธิปไตย" เบ่งบานนั้น มีคนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยที่เบื่อหน่ายต่อความอับจนทางปัญญาและการใช้สัญลักษณ์ทางจารีตโดยระบอบ สฤษฎิ์ - ถนอม - ประภาส คนหนุ่มสาวตั้งคำถามต่อค่านิยมและวัฒนธรรมจารีตนั้น ทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้ด้วยการโฆษณาเผยแพร่ สั่งสอนอุดมการณ์ชาติ - ศาสนา - พระมหากษัตริย์ หนักหน่วงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สะท้อนออกมาในเพลง "หนักแผ่นดิน" และคำพูดของพระกิตติวุฒโทที่ว่า "ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป"

ดร.ธงชัย วินิจจะกูล
อดีตผู้นำนักศึกษา (ม.ธรรรมศาสตร์ )ในสมัยนั้นและปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 2 นาฬิกา ของวันที่ 6 ตุลาคม ตำรวจกับกองกำลังติดอาวุธและกำลังพลฝ่ายขวา ได้เคลื่อนเข้าปิดล้อมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีผู้คนจำนวน 4-5 พันคนชุมนุมอยู่ตลอดคืน ประท้วงการกลับมาของจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งได้ถูกประชาชนลุกฮือขับไล่ออกจากประเทศไปเมื่อ 3 ปีก่อน (การปฏิวัติ 14 ตุลาคม 2516) ซึ่งก่อนหน้านี้ พนักงานไฟฟ้าภูมิภาค ได้ถูกฆ่าแขวนคอ โดยฝีมือตำรวจนครปฐมขณะที่กำลังปิดโปสเตอร์ประท้วงการกลับมาของจอมพลถนอม กิตติขจร

ในเช้าตรู่ของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เจ้าหน้าที่แต่งเครื่องแบบของฝ่ายรัฐไทยได้ใช้อาวุธสงครามหนัก ถล่มขบวนการนักศึกษาที่ชุมนุมต่อต้านการกลับมาของเผด็จการอย่างสงบในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมกันนั้น "องค์กรนอกระบบ" หรือกลุ่มอันธพาลการเมือง ซึ่งได้แก่ขบวนการลูกเสือชาวบ้าน กระทิงแดง และนวพล ได้ทำทารุณกรรมอย่างที่สุดกับนักศึกษาประชาชนที่ชุมนุมในธรรมศาสตร์ มีการลากคนออกมาแขวนคอที่ต้นมะขามสนามหลวง ลากคอไปตามสนามฟุตบอล และเตะต่อยทุบตีอย่างบ้าคลั่ง ทำอนาจารกับนักศึกษาทั้งหญิง เผาศพนั่งยางบนท้องถนน กระทั่งเอาไม้แหลมตอกศพอย่างเลือดเย็น ฯลฯ การกระทำผิดมนุษย์มนาดังกล่าว แม้แต่ศัตรูต่างสัญชาติที่รบกันในสนามรบก็ยังไม่ทำกันถึงเพียงนี้ แต่รัฐไทยที่อ้างว่าเป็นรัฐพุทธกับก่อกรรมทำเข็ญอย่างโหดเหี้ยมต่อนักศึกษา ประชาชนของตนในช่วงเวลาเข้าพรรษา !

หลังจากนั้นผู้ถูกกระทำที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงก็ถูกจับเข้าคุก ส่วนผู้ที่ก่ออาชญากรรมก็ได้รับการขอบคุณยกย่องจากบุคคลระดับสูงของสังคมไทย พอถึงเวลา 18 นาฬิกาของเย็นวันนั้น คณะทหารก็ประกาศยึดอำนาจ ทางการแถลงว่าในวันนั้นมีผู้เสียชีวิตประมาณ 40 คน บาดเจ็บเป็นร้อย และถูกจับกุมไป 3 พันคน แต่ก็เชื่อกันว่าจำนวนผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ รวมทั้งสูญหายน่าจะสูงกว่าที่ทางการแถลง

กล่าวโดยย่อ 6 ตุลาคม 2519 ก็คือวันที่มีการรัฐประหาร นำการเมืองไทยกลับไปสู่การปกครองโดยคณะทหารอีกครั้งหนึ่ง (แต่มีนายกรัฐมนตรีมาจากข้าราชการตุลาการ) การรัฐประหาร 6 ตุลา มาพร้อมกับความรุนแรงและป่าเถื่อน อย่างชนิดที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ในสังคมไทย ภาพของความทารุณโหดร้ายได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก การสังหารหมู่กลางพระนคร หน้าพระบรมมหาราชวัง และพระอารามหลวงในวันนั้น ถูกถ่ายทอดออกโทรทัศน์ช่อง 9 ด้วย

แต่ก็เป็นที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งที่ 6 ตุลาคม 2519 กลายเป็นอดีตที่ดูเหมือนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ประหนึ่งว่าเป็นการพังพินาศของอดีต "ขาดสถานะทางประวัติศาสตร์" ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทั้งจากอุดมการณ์ทั้งขวาและซ้าย ดูจะสับสน งุนงง เลอะลืมปฏิเสธ และบางครั้งขาดความเข้าใจต่อ ๖ ตุลา ในบริบทเฉพาะของการเมืองไทย และบริบทใหญ่ของการเมืองโลก

ในบริบทประวัติศาสตร์การเมืองไทย 6 ตุลา น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางสังคมที่เป็นปฏิปักษ์ ต่อต้าน และพยายามปลดปล่อยตนเองจากการครอบงำของระบอบสังคมเก่า (และเก่ากว่า) ขบวนการนี้รู้จักในชื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น "ประชาธิปไตย" "รัฐธรรมนูญ" หรือ "เสรีภาพ"

แนวความคิดทางการเมืองใหม่โดยพาะอย่างยิ่ง "เสรีนิยม" และ "สังคมนิยม" อันเป็นสิ่งที่ตรงข้ามและปฏิปักษ์กับลัทธิ "อนุรักษ์นิยม" หรือส่วนที่แตกหน่ออกมาเป็น "อำนาจนิยม" ที่เป็นพื้นฐานของ "สมบูรณาญาสิทธิ์" กับ "เสนา - อำมาตยนิยม"

ถ้าหากจะดูตามลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์แล้ว จะเห็นได้ว่าความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและทางความคิด กินระยะเวลาอันยาวนานกว่า 100 ปี

อาจกล่าวได้ว่ากระแสความคิดทางการเมืองหลักของผู้ที่ต้องการจะปลดปล่อย นับตั้งแต่เทียนวรรณมาถึงพวกกบฎ ร.ศ. 130 (เก็กเหม็ง) จนกระทั่ง "ผู้ก่อการ" หรือ "คณะราษฎร 2475" นั้นเป็นความคิดด้านเสรีนิยมเป็นหลัก รูปแบบของระบอบประชาธิปไตยและลัทธิรัฐธรรมนูญ ที่ได้รับความบันดาลใจจากยุโรปตะวันตกตั้งแต่การปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ. 1789 ที่ชูแนวความคิดว่าด้วยเสรีภาพ เสมอภาพและภารดรภาพนั้นเป็นกระแสหลัก ส่วนอิทธิพลของสังคมนิยม อันเป็นผลพวงของการปฏิวัติรัสเซีย (ค.ศ. 1917) นับได้ว่าเป็นกระแสรอง

เมื่อการปลดปล่อยเข้าสู่ระบอบใหม่ภายหลังการปฏิวัติ 2475 ไม่บรรลุตามเป้าหมายหลังการสิ้นสุดของ "สมบูรณาญาสิทธิ์" การเมืองไทยจึงได้แปลงรูประบอบเข้าสู่ความเป็น "เสนา - อำมาตยนิยม" เรียกกันทั่วๆ ไปว่า "เผด็จการทหาร" ซึ่งในความจริงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงข้าราชการทหารเท่านั้น แต่รวมไปถึงข้าราชการพลเรือนและข้าราชการตุลาการด้วย

การปลดปล่อยตัวเองนี้ยังยืดเยื้อยาวนานมาอีก ผ่านช่วงของเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ผ่านช่วงพฤษภามหาโหด 2535 จนกระทั่งปัจจุบัน เมื่อ 19 กันยายน ปีที่ผ่านมา ในช่วงของการเดินทางของประวัติศาสตร์การเมืองไทยนับแต่ 2519 เป็นต้นมา ความคิดเสรีนิยมยังเป็นความคิดกระแสหลักอยู่

ในทางสากลกระแสคลื่นของการปฏิวัติยังคงกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป คละเคล้าด้วยความคิดทั้งแบบเสรีนิยมและแบบสังคมนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทศวรรษ 1960 และ 1970 ที่เป็นยุคสมัยของขบวนการนักศึกษาทั่วโลก ขบวนการนักศึกษากลายเป็นพลังทางสังคมและการเมืองสำคัญ 4 ทศวรรษที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งก็ตรงกับช่วงของก่อนและหลัง 14 ตุลาคม 2516 พลังนี้มาจากปัญญาชนที่อยู่ในสถาบันทางความรู้ อยู่ในเมืองใหญ่ ใกล้กับอำนาจและสื่อมวลชน มาจากชนชั้นนำของสังคม การที่จะจำกัดและกำจัดนักศึกษาทำไม่ได้ง่ายนัก อธิการบดีของมหาวิทยาลัยไทยจึงเคยมีชื่อของจอมพลอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว

ในประเทศด้อยพัฒนา และกำลังพัฒนา รัฐจะดูเปราะบาง ไม่คุ้นเคยกับ ประชาธิปไตยและเสรีภาพ และไม่ฉลาดพอกับการจัดการกับขบวนการศึกษาของตนโดยสันติวิธี บ่อยครั้งรัฐจะทำเกินกว่าเหตุ ใช้ความรุนแรงและการทำลายชีวิตในการเผชิญกับปัญหา อย่างในเอเชียภาพของ "อาชญากรรมโดยรัฐ" กลายเป็นภาพที่คุ้นตา ทั้งพม่า ไทย จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลี ฯลฯ

ความจำเป็นในการชำระประวัติศาสตร์ 6 ตุลาคม 2519

มีเหตุการณ์นองเลือดครั้งใดเล่านอกจากเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่มีการทำทารุณกรรมอย่างป่าเถื่อนต่อชนผู้ปราศจากอาวุธ ข้อกล่าวหาในการล้อมสังหารโหดนักศึกษาประชาชน คือ นักศึกษาทำละครเหมือนองค์พระบรมโอรสาธิราชฯ กลุ่มผู้ชุมนุมในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นพวกคอมมิวนิสต์และมีพวกญวนส่องสุมกำลังอาวุธไว้ในใต้ถุนหอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์

ขณะที่ครั้งหนึ่ง ไทยแลนด์ ในปี ค.ศ. 1973 สร้างความบันดาลการนักศึกษากรีกร้องตะโกนว่า "ไทยแลนด์ๆๆๆ" ประหนึ่งจะแปลว่า "เสรีภาพๆๆๆ" ในการประท้วงขับไล่รัฐบาลอำนาจนิยมของตน กระแสความคิดที่จะปลอดปล่อยและพลังของกระบวนการนักศึกษานี้แหละ ทำให้เห็นที่มาและที่ไปของ 14 ตุลาคม 2516 กับ 6 ตุลาคม 2519 เยาวชนคนหนุ่มสาวมี "ความฝัน" ที่จะเห็นโลกใหม่ของเขาและเธอ

ถ้าวันนี้มีการทำโพลสำรวจความเห็นของสังคมไทยว่า มองกรณี 6 ตุลา 2519 อย่างไร มองนักศึกษาประชาชนที่ถูกแขวนคอ ถูกตอกอก ถูกเผากลางถนน ถูกล้อมยิงกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฯลฯ ว่าเป็นพวกคอมมิวนิสต์หัวรุนแรงเป็นเหยื่อบริสุทธิ์ทางการเมือง หรือเป็นวีรชนต้านเผด็จการผลจะออกมาอย่างไร? สังคมไทยจะเปิดกว้างแค่ไหนในการประเมินฐานะทางประวัติศาสตร์ของคน 6 ตุลา อย่างแท้จริง

การสร้างประติมานุสรณ์ 6 ตุลา ควรนำไปสู่การตั้งคำถามว่า "ใครสั่งให้เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบของรัฐถล่มนักศึกษาด้วยปืนอาวุธสงคราม? " ใครสนับสนุนให้องค์กรอันธพาลนอกระบบประหัตประหารประชาชนและนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์?" และ "บุคคลระดับสูงเหล่านี้ยังมีบทบาทสำคัญในสังคมไทยหรือไม่?" เพราะถ้าเขายังมีบทบาทอยู่ เราควรมีท่าทีต่อเขาอย่างไร?

ประติมานุสรณ์ 6 ตุลา ที่หน้าหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีลักษณะเป็นเขื่อนกั้นลำธาร การพัฒนาประชาธิปไตย ทำลายเจตนารมณ์ของหนุ่มสาวนักต่อสู้ที่ชิงชังต่อเผด็จการ แลอำนาจนิยม

ประชาธิปไตยในปัจจุบันนี้มีผลสะท้อนจากเหตุการณ์ 6 ตุลา

คนที่มองว่าเราควรลืมเหตุการณ์ 6 ตุลา เป็นคนที่ต้องการให้สังคมไทยล้มลุกคลุกคลานต่อไป ท่ามกลางความมืดมน ประติมานุสรณ์ 6 ตุลา เป็นความพยายามระดับหนึ่งที่จะนำแสงสว่างกลับมาสู่สังคมไทย นี่คือความจำเป็นในการชำระประวัติศาสตร์ 6 ตุลาคม 2519

หมายเหตุ: จาก ในหนังสือ 14-6 ตุลา พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือประจำงาน 20 ปี 6 ตุลา ของ คณะกรรมการดำเนินงาน 20 ปี 6 ตุลา 2519 เขียนโดยชาญวิทย์ เกษตรศิริ และจากหนังสือ ประติมานุสรณ์ 6 ตุลา 2519 จัดทำโดย คณะกรรมการดำเนินงานสร้างกำแพงประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในวาระเปิดประติมานุสรณ์ 6 ตุลา เมื่อ วันที่ 6 ตุลา 2543 เขียนโดย สันติสุข โสภณสิริ ,ใจ อึ๊งภากรณ์


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
chronomist วันที่ : 11/10/2007 เวลา : 09.38 น.
http://www.oknation.net/blog/prompzy

๏ สามทศวรรษผ่าน
ดั่งวันวานมาวนเวียน
คือมือที่ถือเทียน
มาดับเทียนหกตุลา

๏ ดับเทียนที่เคยส่อง
เส้นทางชัยให้มวลประชา
อำนาจมันบังตา
ผลประโยชน์มันบังใจ

๏ เห็นดีและเห็นงาม
ไปตามผีที่อำไทย
จึงซื่อและตาใส
กับคนคดที่โกงเมือง

๏ เผด็จการไร้เดียงสา
อมาตยาก็ยักเยื้อง
ขัดตาเข้าตาเคือง
ต้องเขี่ยผงจากตาตัว

๏ เห็นซ้ายที่โสมม
ทุนนิยมสามานย์ชั่ว
เผด็จการที่พันพัว
รู้แยกมิตรแยกศัตรู

๏ สลัดแอกจากผีอำ
แลคัมภีร์ที่ถือชู
เปิดเถิดเปิดตาหู
เห็นสัจจะจากความจริง !

----------------------------
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ความคิดเห็นที่ 4
Supawan วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 18.36 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ... ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่แบ่งปัน

มีความสุขมากๆนะคะ
ความคิดเห็นที่ 3
วิกูล วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 18.35 น.
http://www.oknation.net/blog/wikulponang

อ่านแล้วน่าคิดนะ...ถ้าคนที่สั่งฆ่าหรือมีส่วนเกี่ยวข้องยังอยู่ในสังคมไทย คดีนี้ย้อนหลังได้หรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 2
Kati วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 18.27 น.
http://www.oknation.net/blog/Kati1789

ผมเห็นด้วยกับมุมมองของพี่ธง

ในความพยายามชำระประวัติศาสตร์ เพื่อกำหนดตำแหน่งแห่งที่ และสถานะอันชัดเจนของเหตุการณ์

มีความสำคัญ เท่ากับการต่อสู้ เพื่อตอกย้ำและเขียนหน้าหนึ่งให้ความจริงในประวัติศาสตร์ให้ปรากฎ

ขอสนับสนุนความพยายามของทุกท่าน
ซึ่งต่อสู้ เพื่อให้ประวัติศาสตร์ 6 ตุลา 19 ยังคงดำรงอยู่

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 1
วิกูล วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 18.18 น.
http://www.oknation.net/blog/wikulponang

ตัวหนังสือจ้า...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



ท่านคิดว่าสภาพสังคมปัจจุบันคล้ายก่อน 6 ตุลาไหม
คล้าย
4 คน
ไม่คล้าย
0 คน
ไม่แน่ใจ
2 คน

  โหวต 6 คน