• lof
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chalof_bismillah@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-29
  • จำนวนเรื่อง : 77
  • จำนวนผู้ชม : 17397
  • จำนวนผู้โหวต : 73
  • ส่ง msg :
อิสลาม สัจธรรมแห่งชีวิต
อิสลามสัจธรรมแห่งชีวิต สังคมมุสลิมจะไม่เป็นสังคมที่ลึกลับอีกต่อไป
Permalink : http://www.oknation.net/blog/islam
วันพุธ ที่ 1 สิงหาคม 2550
เศรษฐีก็มีสิทธิ์ตกสวรรค์
Posted by lof , ผู้อ่าน : 192 , 17:57:49 น.   | หมวดหมู่ : บทความ อาจารย์บรรจง บินกาซัน  
พิมพ์หน้านี้


เมื่อเร็วๆนี้สถาบันเพื่อการพัฒนาการศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์โลกของมหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (World Institute for Development Economics Research of the United Nations University) ได้เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งซึ่งทำให้เรารู้ว่าความมั่งคั่งครึ่งหนึ่งของโลกใบนี้เป็นของอภิมหาเศรษฐีเพียง 2% เท่านั้นจากจำนวนประชากรโลกทั้งหมด และในความมั่งคั่งครึ่งหนึ่งของโลกที่พวกอภิมหาเศรษฐีเหล่านี้ครอบครองอยู่นั้น 40% ตกอยู่ในมือของโคตรอภิมหาเศรษฐีโลกจำนวน 1%
อภิมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยเมื่อ 50 ปีที่แล้วก็ยิ่งเป็นโคตรอภิมหาเศรษฐีจนถึงปัจจุบันและยังรวยกันไม่เข็ดทั้งๆที่รู้ว่าเมื่อตัวเองตายไปแล้วก็เอาทรัพย์สินที่ตัวเองมีอยู่ไปไม่ได้
นายแอนโธนี ชอร์ร็อคส์ ผู้อำนวยการสถาบันดังกล่าวบอกว่าถ้าจะย่อจำนวนประชากรโลกทั้งหมดลงมาให้เหลือ 10 คนแล้ว หนึ่งในสิบคนนั้นจะถือครองทรัพย์สินของโลกใบนี้ไว้ถึง 99% ส่วนที่เหลืออีกเก้าคนจะได้รับเพียง 1% เท่านั้น
การศึกษาครั้งนี้ให้คำจำกัดความคำว่า ?ความมั่งคั่ง? หมายถึง ?มูลค่าสุทธิที่หักหนี้แล้ว?
นอกจากนั้น การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่าความมั่งคั่งส่วนใหญ่ไปกระจุกอยู่ในอเมริกาเหนือ ยุโรปและประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิกที่มีรายได้สูงอย่างเช่น ออสเตรเลียและญี่ปุ่น
จากการศึกษาปรากฏว่าคนอเมริกันสะสมความมั่งคั่งของโลกไว้มากที่สุด ใน ค.ศ.2000 พลเมืองอเมริกันมีเพียง 4.7% ของโลก แต่ครอบครองความมั่งคั่งของโลกไว้ถึง 32.6%
ส่วนประเทศที่ยากจนที่สุดนั้นก็คือคองโกและเอธิโอเปีย
การศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าโลกนี้ยังคงอุดมสมบูรณ์และสามารถสร้างความมั่งคั่งความกินดีอยู่ดีให้แก่มนุษย์บนโลกใบนี้ได้ แต่ความยากจนถึงขั้นอดตายนั้นเกิดขึ้นจากการที่ความทรัพยากรและความมั่งคั่งของโลกถูกกระจายไปอย่างไม่เป็นธรรม และการกระจายความมั่งคั่งที่เป็นธรรมจะเกิดขึ้นไม่ได้หากมนุษย์ไม่มีคุณธรรม
เรื่องราวของอภิมหาเศรษฐีผู้มีความมั่งคั่งอย่างน่าอิจฉาเช่นนี้ไม่เพียงแต่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น เราทราบจากคัมภีร์กุรอานว่า ในสมัยของฟาโรห์มีเสนาบาดีผู้หนึ่งซึ่งเป็นอภิมหาเศรษฐีและเป็นญาติของโมเสสด้วย อภิมหาเศรษฐีผู้นี้มีนามว่ากอรูน ความร่ำรวยของกอรูนนั้นคัมภีร์กุรอานกล่าวว่าแค่พวงกุญแจหีบสมบัติอย่างเดียวก็ต้องใช้คนที่ร่างกายแข็งแรงนับสิบคนแบก ฐานะของกอรูนจึงเป็นที่อิจฉาของคนทั่วไปและใครต่อใครก็อยากจะมีวาสนารวยเหมือนกอรูนบ้าง กอรูนมั่งคั่งร่ำรวยในขณะที่พวกลูกหลานอิสราเอลผู้คนของเขาต้องตกเป็นทาสแรงงานได้รับความทุกข์ยากลำบากแสนสาหัส ดังนั้น โมเสสจึงได้เตือนเขาด้วยความหวังดีว่า
?จงแสวงหาที่พำนักแห่งโลกหน้าโดยอาศัยสิ่งที่พระเจ้าประทานแก่ท่าน และจงอย่าลืมส่วนของท่านในโลกนี้ จงทำความดีเหมือนกับที่พระเจ้าได้ทำความดีแก่ท่าน และจงอย่าสร้างความเสียหายขึ้นในแผ่นดิน เพราะพระเจ้าไม่ทรงรักบรรดาผู้ก่อความเสียหาย? (กุรอาน 28:77)
โมเสสต้องการจะบอกกอรูนว่าความมั่งคั่งของเขานั้นเป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานมา เมื่อได้มาแล้วก็น่าจะเอาความมั่งคั่งนั้นไปใช้ซื้อบ้านในสวรรค์ไว้เป็นที่พำนักของตัวเองในโลกหน้าบ้าง เพราะมนุษย์ไม่ได้อยู่ในโลกนี้เพียงโลกเดียวเป็นการถาวร สวรรค์ต่างหากที่เป็นภาพอันยั่งยืน และสวรรค์ก็สามารถซื้อได้ด้วยการทำดีกับมนุษย์คนอื่นเหมือนกับที่พระเจ้าได้ทำดีกับเขา นั่นคือ การบริจาคส่วนหนึ่งจากทรัพย์สินที่ตัวเองมีอยู่ไปเป็นทานช่วยเหลือคนยากจนบ้าง และพระเจ้าก็ไม่ได้เรียกร้องว่าจะต้องให้ทรัพย์สินทั้งหมดไปเป็นทาน แต่ขอแค่เพียงส่วนที่เหลือกินเหลือใช้แล้ว แถมยังสั่งอีกว่าอย่าได้ลืมส่วนของตัวเองที่จะต้องกินต้องใช้และจะต้องเลี้ยงดูครอบครัวด้วยเช่นกัน
แต่แทนที่กอรูนจะเชื่อคำแนะนำ เขากลับปฏิเสธความหวังดีของโมเสส เขาหลงผิดคิดว่าความมั่งคั่งที่เขาได้มานั้นเป็นเพราะความรู้ความสามารถของเขา พระเจ้าจึงโปรดปรานเขา ส่วนคนที่ยากจนอยู่นั้นก็เพราะว่าไม่มีความรู้ความสามารถ พระเจ้าจึงไม่โปรดปราน ด้วยเหตุนี้ เขาจึงดูถูกคนยากจน นี่คือทัศนะและท่าทีของกอรูนซึ่งก็ไม่ต่างไปจากอภิมหาเศรษฐีทั้งหลายในปัจจุบัน
ฟาโรห์เชื่อมั่นในอำนาจอันล้นฟ้าของตนและกอรูนก็มั่นใจในความมั่งคั่งของเขาว่าในโลกนี้ไม่มีอำนาจใดหรือมีมนุษย์หน้าไหนจะสามารถโค่นอำนาจของเขาได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง แต่คัมภีร์กุรอานได้บอกให้เราทราบว่าทั้งสองพญาอภิมหาอำนาจแห่งอาณาจักรอียิปต์ต้องพบจุดจบอย่าน่าทุเรศโดยอำนาจของพระผู้เป็นเจ้า ฟาโรห์จมน้ำตาย ศพของเขายังเป็นหลักฐานยืนยันอยู่ในสภาพของมัมมี่จนกระทั่งปัจจุบัน ส่วนกอรูนนั้น พระเจ้าได้ลงโทษเขาด้วยการให้ธรณีสูบพร้อมกับบ้านและทรัพย์สินจนไม่มีอะไรเหลือและไม่มีใครสามารถช่วยเขาได้
คนอย่างกอรูนอาจจะตายจากโลกนี้ไปแล้ว แต่จิตวิญญาณของกอรูนยังคงมีอยู่ในร่างของมหาเศรษฐีของโลกบางคนที่คิดจะใช้อำนาจทรัพย์สินซื้อทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ไว้เป็นสมบัติของตน กลุ่มมหาเศรษฐีเหล่านี้เพิ่มพูนความมั่งคั่งของตนโดยอาศัยระบบดอกเบี้ย การเก็งกำไรค่าเงิน การปั่นหุ้น การกักตุนสินค้าที่มีส่วนต่อชะตากรรมของโลกอย่างเช่นน้ำมัน การค้าอาวุธสงคราม ดังนั้น กลุ่มอภิมหาเศรษฐีเหล่านี้จึงมีส่วนต่อการกำหนดและบงการชะตากรรมของโลก
อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ก็ทบทวนตัวมันเองอยู่เสมอ น่าเสียดายที่บรรดาอภิมหาเศรษฐีและผู้มีอำนาจทั้งหลายไม่รู้จักเรียนรู้บทเรียนจากประวัติศาสตร์ หรืออาจจะรู้แล้ว แต่ไม่นำประวัติศาสตร์มาใช้ประโยชน์หรือไม่คิดว่ากงล้อประวัติศาสตร์จะหมุนกลับมาทับตน อภิมหาเศรษฐีและผู้มีอำนาจหลายคนในทุกยุคสมัยจึงต้องตกสวรรค์อย่างที่ไม่ควรจะเป็น

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน  ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม  มูลนิธิสันติชน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 01/08/2007 เวลา : 19.11 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

มุสลิมทัวร์ ตอนมัสยิดบางหลวง

มัสยิดทรงไทยแห่งเดียวของโลก

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31