• lof
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chalof_bismillah@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-29
  • จำนวนเรื่อง : 77
  • จำนวนผู้ชม : 18426
  • จำนวนผู้โหวต : 74
  • ส่ง msg :
อิสลาม สัจธรรมแห่งชีวิต
อิสลามสัจธรรมแห่งชีวิต สังคมมุสลิมจะไม่เป็นสังคมที่ลึกลับอีกต่อไป
Permalink : http://www.oknation.net/blog/islam
วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม 2550
รอมฎอน : เดือนแห่งการขัดเกลาจิตใจ
Posted by lof , ผู้อ่าน : 255 , 23:17:48 น.   | หมวดหมู่ : บทความ อาจารย์บรรจง บินกาซัน  
พิมพ์หน้านี้


ในรอบหนึ่งปีจะมีช่วงเวลาหรือโอกาสสำคัญที่แต่ละศาสนิกต่างตั้งตารอคอย ชาวไทยผู้นับถือศาสนพุทธต่างรอคอยเดือนเมษายนเพื่อฉลองสงกรานต์ ส่วนชาวคริสเตียนรอคอยเดือนธันวาคมเพื่อฉลองวันคริสตมาส แต่สำหรับมุสลิม เดือนที่ทุกคนรอคอยก็คือเดือนรอมฎอนเพื่อถือศีลอด

เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่ 9 ตามปฏิทินอิสลามซึ่งเป็นปฏิทินทางจันทรคติ หนึ่งปีมี 354 วันและแบ่งเป็น 12 เดือน บางเดือนจะมี 29 วัน และบางเดือนจะมี 30 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการโคจรของดวงจันทร์ ในปีนี้ วันที่หนึ่งของเดือนรอมฎอนตรงกับวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา

      รอมฎอนในภาษาอาหรับแปลว่าร้อน

      เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่มีความสำคัญสำหรับชาวมุสลิมเพราะในเดือนนี้เมื่อประมาณ 1,400 ปีก่อนได้มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในถ้ำบนภูเขาแห่งหนึ่งนอกเมืองมักก๊ะฮฺ ประเทศซาอุดีอารเบียและเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ทำให้โลกรู้จักคำว่า"อิสลาม"ในเวลาต่อมา นั่นคือเหตุการณ์ที่พระผู้เป็นเจ้าได้ประทานคัมภีร์กุรอานครั้งแรกแก่มุฮัมมัดเพื่อให้ท่านนำไปเผยแพร่เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตสำหรับมนุษยชาติตราบถึงวันสิ้นโลก

      การประทานคัมภีร์กุรอานครั้งนั้นถือเป็นการแต่งตั้งให้มุฮัมมัดชาวอาหรับวัย 40 ปีที่ผู้คนในเมืองมักก๊ะฮฺให้ฉายาว่า "อัลอะมีน" (ผู้ซื่อสัตย์ไว้วางใจได้)เป็นศาสนทูตของพระเจ้า(รอซูลุลลอฮฺ)ซึ่งเป็นตำแหน่งอันมีเกียรติสูงสุดที่มนุษย์ได้รับจากพระองค์

      และในเดือนรอมฎอนอีกเช่นกันที่มุสลิมทั่วโลกได้ถูกกำหนดให้ถือศีลอด

การถือศีลอดมีมานานแล้ว 

      การถือศีลอดด้วยการงดเว้นจากการกินการดื่มและการตอบสนองความต้องการเยี่ยงสัตว์เป็นที่ปฏิบัติกันมาเนิ่นนานแล้วเพื่อบรรลุถึงวัตถุประสงค์บางอย่าง จากการศึกษาทางประวัติศาสตร์พบว่าโมเสส(นบีมูซา)ก็ถือศีลอดเป็นเวลา 40 วันบนภูเขาซีนายก่อนที่จะไปรับคัมภีร์โตราห์จากพระผู้เป็นเจ้า พระเยซู(นบีอีซา)ก็ถือศีลอดเป็นเวลา 40 วันตามแบบอย่างของโมเสสเช่นกัน เจ้าชายสิทธัตถะก็ใช้วิธีการอดอาหารในการแสวงหาสัจธรรมสูงสุดก่อนที่ท่านจะได้รับการตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

      ในแผ่นดินอาหรับก่อนที่จะมีการประทานคัมภีร์กุรอาน ชาวอาหรับจะถือศีลอดในวันที่มีการเปลี่ยนผ้าคลุมก๊ะอฺบ๊ะฮฺ ส่วน "ชาวคัมภีร์" (ผู้ที่ยึดถือคัมภีร์ก่อนๆซึ่งได้แก่ลูกหลานอิสราเอลที่ถูกพวกโรมันขับไล่กระจัดกระจายและส่วนหนึ่งมาอาศัยอยู่ในอารเบีย)ก็ยังคงมีการถือศีลอดเช่นกัน

การเริ่มถือศีลอดของมุสลิม 

      หลังจากนบีมุฮัมมัดได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสนทูตนำวจนะของพระผู้เป็นเจ้าแล้ว ท่านก็เริ่มปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรกในเมืองมักก๊ะฮฺอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของท่านเป็นเวลา 13 ปีซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความยากลำบากจากการถูกต่อต้านด้วยวิธีการต่างๆสารพัดรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานี้คำสั่งเรื่องการถือศีลอดแบบอิสลามก็ยังไม่ได้ถูกประทานลงมาแก่ผู้ที่หันมาเป็นสาวกของนบีมุฮัมมัดหรือเป็นมุสลิม

      เมื่อการต่อต้านภารกิจเผยแผ่อิสลามรุนแรงมากขึ้นจนถึงขั้นวางแผนลอบสังหาร นบีมุฮัมมัดจึงได้อพยพออกจากนครมักก๊ะฮฺไปสมทบกับมุสลิมที่อพยพล่วงหน้าไปรอท่านอยู่แล้วที่เมืองยัษริบซึ่งอยู่ห่างขึ้นไปทางเหนือไปประมาณ 400 ก.ม.

      ที่นั่น ท่านเห็นว่าชาวคัมภีร์ถือศีลอดตามแบบของศาสดาก่อนๆ คือโมเสสและพระเยซู แม้ชาวคัมภีร์จะไม่ได้ถือศีลอดทั้ง 40 วัน แต่จะถือเฉพาะวันที่ 10 เดือนเจ็ดตามปฏิทินของชาวยิวซึ่งตรงกับวันที่ 10 เดือนหนึ่งของปฏิทินอาหรับซึ่งเรียกวันนี้ว่าวัน "อาชูรอ" ท่านก็ได้สั่งให้มุสลิมถือศีลอดตามแบบของชาวคัมภีร์ อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อให้ชาวอาหรับมุสลิมยอมรับการปฏิบัติของบรรดานบีก่อนหน้านี้ซึ่งพวกเขาจะต้องให้ความเคารพและศรัทธาด้วย

      ในปีที่สองหลังจากการอพยพจากมักก๊ะฮฺ พระผู้เป็นเจ้าได้มีบัญชาเรื่องการถือศีลอดสำหรับชาวมุสลิมเป็นการเฉพาะมายังนบีมุฮัมมัดเพื่อให้ท่านปฏิบัติเป็นแบบอย่างสำหรับมุสลิมตราบจนถึงวันสิ้นโลก นับแต่นั้นมา ประชาชาติมุสลิมก็มีการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนตามแบบฉบับของนบีมุฮัมมัดเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง

การถือศีลอดแบบอิสลาม 

      การถือศีลอดแบบอิสลามคือการงดเว้นจากการกิน การดื่ม การเสพ การมีความสัมพันธ์ทางเพศ การกระทำความชั่วทั้งกาย วาจาและใจตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงดวงอาทิตย์ตกตลอดเดือนรอมฎอน

      ในช่วงเดือนนี้ มุสลิมทุกคนทั้งชายและหญิงหากเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ตางก็มีหน้าที่ต้องถือศีลอด (วัยผู้ใหญ่ในอิสลามเริ่มต้นเมื่อเด็กผู้ชายเริ่มมีความรู้สึกทางเพศซึ่งจะสังเกตได้จากการฝันเปียก ส่วนเด็กผู้หญิงเริ่มต้นเมื่อมีประจำเดือนครั้งแรก) การละทิ้งถือศีลอดถือเป็นบาปใหญ่

      อย่างไรก็ตาม อิสลามก็มีข้อยกเว้นให้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถถือศีลอดได้ เช่น

      1) ผู้ป่วย ได้รับการยกเว้น แต่ต้องถือชดใช้ให้ครบในวันที่ขาดไป แต่หากป่วยเรื้อรังต้องกินยาประจำหรือหากแพทย์วินิจฉัยว่าการถือศีลอดเป็นอันตรายต่อร่างกายก็ไม่ต้องถือ แต่ให้ชดใช้ด้วยการเลี้ยงอาหารคนยากจน 1 คนในทุกวันที่ไม่ได้ถือศีลอด

      2) หญิงมีประจำเดือนได้รับการยกเว้นจากการถือศีลอด แต่ต้องถือชดใช้วันที่ขาดไป

      3) คนเดินทางไกลก็ได้รับการยกเว้น แต่ต้องถือชดใช้วันที่ขาดไปเช่นกัน

      4) ผู้หญิงครรภ์แก่หรือหญิงที่ต้องให้นมลูกได้รับการยกเว้น แต่ต้องชดใช้ด้วยการเลี้ยงอาหารคนยากจน 1 คนทุกวันที่ไม่ได้ถือศีลอด

      5) คนที่ใช้แรงงานหนัก เช่น กรรมกรเหมืองแร่ ก็ได้รับการยกเว้น แต่ต้องถือใช้ในวันที่ไม่ได้ทำงาน

วัตถุประสงค์ของการถือศีลอด 

      การถือศีลอดหรือการอดอาหารเป็นที่ปฏิบัติกันด้วยวัตถุประสงค์หลากหลายประการ เช่น

      ผู้หญิงบางคนอดอาหารเพื่อรักษาทรวดทรงให้งดงามหรือเพราะความจำเป็นในการประกอบอาชีพ เช่นนางแบบ เป็นต้น

      นักการเมืองบางคนก็ใช้วิธีการอดอาหารประท้วง

      บางครั้งการอดอาหารก็ถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ เช่น การบำบัดรักษาโรคบางอย่างทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ

      แต่สำหรับวัตถุประสงค์ของการถือศีลอดในอิสลามก็คือการสร้างความรู้สึกยำเกรงพระเจ้าขึ้นในจิตใจของผู้ถือศีลอด เพราะหากมนุษย์ไม่เกรงกลัวพระเจ้า มนุษย์ก็จะทำชั่วโดยไม่มีอะไรจะสามารถยับยั้งได้ ดังนั้น ท่านนบีมุฮัมมัดจึงได้กำชับผู้ถือศีลอดว่าหากใครอดอาหารและอดน้ำแล้วยังไม่อดการซุบซิบนินทาหรือทำความชั่ว การถือศีลอดของคนผู้นั้นก็ไม่ต่างอะไรไปจากการหิวเปล่า คือไม่ได้ทั้งผลบุญจากการถือศีลอดและไม่ได้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ที่ศาสนากำหนดไว้

      นอกจากนี้แล้ว การถือศีลอดยังฝึกให้มนุษย์ซื่อสัตย์ต่อตนเอง เพราะเมื่ออยู่ตามลำพังและพ้นสายตาผู้อื่น ผู้ถือศีลอดก็ยังคงซื่อสัตย์ต่อตนเองโดยไม่กินไม่ดื่มเพราะความสำนึกว่าแม้คนอื่นจะไม่เห็น แต่อย่างน้อยที่สุด ตัวเองก็เห็นและที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือพระเจ้าทรงเห็น

      ดังนั้น เมื่อได้ถือศีลอดแล้ว ผู้ถือศีลอดก็จะได้รับบทเรียนที่สำคัญเป็นข้อคิดในการดำเนินชีวิตว่าในเมื่อข้าวปลาอาหารที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตและมีประโยชน์ต่อร่างกาย ตัวเองยังสามารถอดได้เมื่อพระเจ้ามีบัญชา แล้วสิ่งที่ไม่จำเป็นและไม่มีประโยชน์ เช่น อบายมุขต่างๆที่พระเจ้าได้ทรงห้ามไว้ ทำไมตัวเองจะงดเว้นไม่ได้

      ด้วยความสำนึกเช่นนี้เองที่จะทำให้ผู้ยำเกรงพระเจ้าได้รับประโยชน์จากคัมภีร์กุรอานอย่างเต็มที่ เพราะชะตากรรมของชีวิตมุสลิมทั้งในโลกนี้และโลกหน้าขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามคัมภีร์กุรอานนั่นเอง

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม  มูลนิธิสันติชน


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

มุสลิมทัวร์ ตอนมัสยิดบางหลวง

มัสยิดทรงไทยแห่งเดียวของโลก

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31