• lof
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chalof_bismillah@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-29
  • จำนวนเรื่อง : 77
  • จำนวนผู้ชม : 18426
  • จำนวนผู้โหวต : 74
  • ส่ง msg :
อิสลาม สัจธรรมแห่งชีวิต
อิสลามสัจธรรมแห่งชีวิต สังคมมุสลิมจะไม่เป็นสังคมที่ลึกลับอีกต่อไป
Permalink : http://www.oknation.net/blog/islam
วันศุกร์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2550
ศาสนาคือบูรณการแห่งชีวิต
Posted by lof , ผู้อ่าน : 150 , 18:58:23 น.   | หมวดหมู่ : บทความ อาจารย์บรรจง บินกาซัน  
พิมพ์หน้านี้


มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ประกอบไปด้วยร่างกาย วิญญาณและสติปัญญา สามสิ่งนี้จะต้องอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ชีวิตของมนุษย์จึงจะสมบูรณ์และพร้อมที่จะสร้างความเจริญให้แก่สังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อร่างกายต้องการอาหาร จิตวิญญาณและสมองก็ต้องการอาหารเช่นกัน

      เราสามารถเข้าใจได้ถึงเรื่องอาหารของร่างกายเพราะเรากินอาหารทุกวันเพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตและแข็งแรง ทุกวันนี้ เรามีศาสตร์ทางด้านโภชนาการโดยเฉพาะเพื่อคิดค้นสารอาหารที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย

      เราสามารถเข้าใจได้ว่าการอ่านหนังสือคือการให้อาหารแก่สมองเพื่อการเจริญเติบโตทางด้านสติปัญญา ทุกวันนี้ เราจึงมีหนังสือใหม่ๆที่ให้ความรู้ในด้านต่างๆออกมามิได้ขาด

      แต่อาหารทางด้านวิญญาณ คือความศรัทธาและการปฏิบัติศาสนานั้น เรากลับขาดแคลน มิหนำซ้ำ เรายังมีมลพิษทางด้านจิตวิญญาณและสติปัญญาในรูปของความเชื่อในเรื่องโชครางไสยศาสตร์แพร่ระบาดอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง

      ร่างกายที่แข็งแรงบึกบึน แต่ขาดสติปัญญาที่สมบูรณ์ก็พร้อมที่จะทำสิ่งโง่ๆได้ทุกอย่างโดยไม่ยั้งคิด

      ร่างกายที่แข็งแรง แต่ขาดจิตใจที่ดีงามจากการบ่มเพาะของศาสนาและการควบคุมโดยความศรัทธาก็พร้อมที่จะทำความชั่วได้ทุกเมื่อ

      สติปัญญาที่ไร้ขอบเขตของศาสนาคอยควบคุมก็พร้อมที่จะคดโกงหรือหลอกลวงคนอื่นได้อย่างแนบเนียนและไร้ยางอาย

      ดังนั้น สังคมที่มนุษย์มีความแข็งแรง แต่ไร้สติปัญญาที่ดีงามและศาสนาที่คอยควบคุมพฤติกรรมจึงมักจะตกต่ำและถูกทำลายไปในที่สุดไม่ว่าสังคมนั้นจะเข็มแข็งเกรียงไกรอย่างไรก็ตาม คัมภีร์กุรอานได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า :

      "แท้จริง เรา(พระเจ้า)ได้สร้างมนุษย์มาในรูปแบบที่ดีที่สุด หลังจากนั้น เราได้ทำให้เขากลับไปสู่ความต่ำสุดของความต่ำ ยกเว้นบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดี" (กุรอาน 85:4-6)

      นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมพระเจ้าจึงต้องประทานศาสนาและศาสดาทั้งหลายมายังมนุษย์ ทั้งนี้ก็เพราะศาสนามีคำสอนที่จะช่วยบูรณการชีวิตของมนุษย์ทั้งทางด้านร่างกาย วิญญาณและสติปัญญาให้สมดุลเพื่อให้มนุษย์มีชีวิตที่สมบูรณ์นั่นเอง

วิทยาศาสตร์ไม่ขัดกับศาสนา 

      สาเหตุสำคัญที่ทำให้มนุษย์ทำความชั่วและในที่สุดก็ได้รับความตกต่ำหรือถูกทำลายนั้นก็เพราะมนุษย์คิดว่าตัวเองเกิดมาบนโลกนี้เพียงเพื่อกิน นอน ถ่าย สืบพันธุ์แล้วก็ตายไปเยี่ยงสัตว์ทั้งหลายโดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองขณะที่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ที่เป็นเช่นนั้นก็เนื่องมาจากมนุษย์ขาดความศรัทธาในพระเจ้าและการพิพากษาการกระทำของตนเองในโลกหน้าโดยเห็นว่าความศรัทธาในเรื่องนี้เป็นความงมงายไร้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้น บรรดาศาสดาทั้งหลายจึงถูกส่งมาสอนเรื่องความศรัทธาในสองสิ่งนี้ให้แก่มนุษย์ และวิธีการอธิบายถึงสองสิ่งที่มนุษย์มองไม่เห็นนี้ก็ทำโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ขัดกับสติปัญญาของมนุษย์

      ลองดูตัวอย่างก็ได้

      เมื่อโนอาห์หรือนูฮฺเริ่มเผยแผ่คำสอนเรื่องพระเจ้าในสังคมที่เต็มไปด้วยการเคารพบูชาเทวรูปและรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนสร้างขึ้นมา ท่านได้กล่าวแก่ผู้คนว่า :

      "พวกท่านเป็นอะไรไปที่ไม่คิดถึงศักดิ์ศรีของพระเจ้า ทั้งๆที่พระองค์ได้ทรงสร้างพวกท่านเป็นขั้นตอน ? พวกท่านไม่เห็นหรือว่าพระเจ้าได้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งเจ็ดเป็นชั้นๆอย่างไร และได้ทรงทำให้ดวงจันทร์ในชั้นฟ้าเหล่านั้นเป็นแสงสว่างและดวงอาทิตย์เป็นตะเกียง ?...." (กุรอาน 13-16)

      ลองดูซิว่าข้อความเรียกร้องเชิญชวนมนุษย์ให้รู้จักพระเจ้าของโนอาห์ผู้มีชีวิตอยู่ในยุคก่อนหน้านี้นับหมื่นปีมีความขัดแย้งกับข้อมูลความจริงทางด้านวิทยาศาสตร์ที่เพิ่งถูกเปิดเผยเมื่อเร็วๆนี้ไหม ? โลกเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่สิบปีมานี้เองว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการในการเกิดอย่างเป็นขั้นตอนในครรภ์มารดาและท้องฟ้าถูกแบ่งออกเป็นชั้นบรรยากาศต่างๆ เช่น ไอโอโนสเฟียร์ สตราโตสเฟียร์ เป็นต้น

      แม้คำสอนของโนอาห์เมื่อหมื่นปีก่อนจะสอดคล้องกับการค้นพบความจริงทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน แต่โนอาห์ก็ไม่ได้มีเจตนาจะสอนวิทยาศาสตร์ให้แก่มนุษย์ในสมัยของท่าน หากแต่เป็นการเอาปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์มาอธิบายถึงการมีอยู่ของพระเจ้าผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งอย่างเป็นรูปธรรม ท่านตั้งคำถามให้มนุษย์ใช้สมองคิดว่าใครเป็นผู้สร้างมนุษย์และจักรวาล ? มนุษย์ ความบังเอิญ หรือพระเจ้า ? เพื่อที่จะให้มนุษย์เลือกสิ่งที่จะเคารพสักการะอย่างถูกต้องเท่านั้น

      หลังจากสมัยของโนอาห์อีกนับหมื่นปี นบีมุฮัมมัดก็ได้นำความรู้จากพระเจ้ามาอธิบายรายละเอียดคำสอนของโนอาห์ว่า :

      "แล้วเรา(พระเจ้า)ได้ทำให้เขาเป็นเชื้ออสุจิในที่พักอันมั่นคง(มดลูก) แล้วเราได้ทำให้อสุจิเป็นก้อนเลือด ก้อนเนื้อ แล้วทำให้ก้อนเนื้อเป็นกระดูก แล้วหุ้มกระดูกนั้นด้วยเนื้อ แล้วได้เป่าวิญญาณให้เขากลายเป็นอีกรูปร่างหนึ่ง" (กุรอาน 23:13-14)

      นบีมุฮัมมัดได้อ่านถ้อยคำจากคัมภีร์กุรอานดังกล่าวข้างต้นเมื่อประมาณ 1,400 ปีที่แล้ว และนักวิชาการทางด้านการแพทย์เพิ่งจะมาค้นพบความจริงเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้เอง แม้ถ้อยคำดังกล่าวจะสอดคล้องกับวิทยาการทางด้านชีววิทยาและการแพทย์ในปัจจุบัน แต่เจตนาของการประทานถ้อยคำกุรอานดังกล่าวข้างต้นก็มิใช่เพื่อสอนวิชาชีววิทยาหรือวิทยาศาสตร์ให้แก่มนุษย์แต่ประการใด หากแต่ต้องการอธิบายให้มนุษย์เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในเรื่องการมีอยู่ของพระเจ้าและโลกหน้าซึ่งมนุษย์มองไม่เห็นเช่นเดียวกับโนอาห์ เพราะความเชื่อในสองสิ่งนี้เป็นรากฐานของคุณธรรมและจริยธรรมของมนุษย์ซึ่งบรรดานบีทั้งหลายถูกส่งมาปฏิรูป ถ้าไม่มีความศรัทธาหรือเกรงกลัวในสองสิ่งนี้ การปฏิรูปคุณธรรมและจริยธรรมของมนุษย์ก็ไม่อาจทำได้

      เมื่อประมาณ 1,400 ปีที่แล้วในสังคมอารเบียที่ไร้ความเจริญ เมื่อท่านนบีมุฮัมมัดสั่งสอนผู้คนให้เกรงกลัวพระเจ้าและการพิพากษาในโลกหน้า ผู้คนต่างพากันเหยียดหยันและปฏิเสธท่าน ข้อความจากคัมภีร์กุรอานจึงถูกประทานมาเพื่อบอกผู้ปฏิเสธเรื่องโลกหน้าในทำนองว่า "ในโลกนี้แท้ๆ สิ่งที่อยู่ในมดลูกของเมียของตัวเอง เจ้าก็ยังไม่เห็นทั้งๆที่รู้ว่ามีเด็กอยู่ในครรภ์ แล้วเจ้าจะเห็นโลกหน้าได้อย่างไร ? แค่มองไม่เห็นสิ่งใด อย่าปฏิเสธว่าสิ่งนั้นไม่มี"

      แต่เนื่องจากคำสอนของศาสนาจะต้องใช้จนถึงวันสิ้นโลก ข้อความดังกล่าวข้างต้นก็สามารถนำมาอธิบายในยุคปัจจุบันได้ว่าเรื่องของโลกหน้านั้น ความรู้ของมนุษย์ก็เหมือนกับทารกในครรภ์มารดาซึ่งไม่รู้ว่าโลกหลังจากที่คลอดออกมาเป็นอย่างไร  

 เป็นเรื่องน่าทึ่งที่ศาสดาเมื่อหลายพันปีก่อนสามารถเอาวิทยาศาสตร์มาบูรณการในการสอนศาสนาเพื่อให้มนุษย์ใช้สติปัญญาตรึกตรองถึงชีวิตทางด้านจิตวิญญาณอันเป็นชีวิตที่แท้จริงของมนุษย์ แต่การศึกษาสมัยใหม่ได้ตัดความรู้ทางด้านจิตวิญญาณออกไปจากการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์อย่างสิ้นเชิงเพราะการตามฝรั่งที่บ้าคลั่งลัทธิวัตถุนิยม ดังนั้น สมดุลแห่งชีวิตของมนุษย์จึงเสียไปซึ่งทำให้มนุษย์ไร้คุณธรรมและกลายเป็นปัญหาสังคมในปัจจุบัน

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

มุสลิมทัวร์ ตอนมัสยิดบางหลวง

มัสยิดทรงไทยแห่งเดียวของโลก

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30