• lof
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chalof_bismillah@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-29
  • จำนวนเรื่อง : 77
  • จำนวนผู้ชม : 17127
  • จำนวนผู้โหวต : 73
  • ส่ง msg :
more
อิสลาม สัจธรรมแห่งชีวิต
อิสลามสัจธรรมแห่งชีวิต สังคมมุสลิมจะไม่เป็นสังคมที่ลึกลับอีกต่อไป
Permalink : http://www.oknation.net/blog/islam
วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2550
แนวความคิดเรื่องประวัติศาสตร์ของอิสลาม
Posted by lof , ผู้อ่าน : 181 , 09:40:15 น.   | หมวดหมู่ : บทความ อาจารย์บรรจง บินกาซัน  
พิมพ์หน้านี้


จากคัมภีร์กุรอาน เราทราบว่าพระเจ้า(?อัลลอฮฺ?)ได้ทรงสร้างจักรวาลขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์บางอย่างและทุกส่วนของจักรวาลซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดของพระองค์ก็กำลังทำงานไปตามแผนการของพระองค์โดยไม่บิดพลิ้วแม้แต่นิดเดียว
ในทำนองเดียวกัน มนุษย์ก็ถูกสร้างมาโดยมีวัตถุประสงค์บางอย่างด้วยเช่นกัน แต่มนุษย์กลับแตกต่างจากสิ่งถูกสร้างอื่นๆตรงที่เขามีเสรีภาพ มนุษย์สามารถทำสิ่งที่เขาต้องการโดยการตัดสินใจของเขาเอง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีเสรีภาพ แต่เขาก็กำลังถูกอัลลอฮฺเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลาเพราะพระองค์จะไม่ปล่อยให้เกิดการเบี่ยงเบนในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติเป็นเวลายาวนานเพื่อมาทำให้แผนการสร้างสรรค์ของพระองค์เสียหาย แผนการสร้างของอัลลอฮฺ
จักรวาลที่อัลลอฮฺทรงสร้างมานั้นมีความกว้างใหญ่ไพศาลจนแม้แต่มนุษย์จะพยายามสักเท่าใด ความลับของจักรวาลก็ยังคงเป็นที่เร้นลับสำหรับเขา โลกใบนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล มันเป็นสิ่งที่ไม่เหมือนสิ่งใดและไม่มีสิ่งใดเหมือนเพราะมันได้รับบรรยากาศและปัจจัยอื่นๆซึ่งจำเป็นสำหรับการอยู่อาศัยของมนุษย์
หลังจากสร้างโลกขึ้นมาแล้ว พระผู้เป็นเจ้าก็ได้ทรงสร้างอาดัมมนุษย์คนแรกและเฮาวาคู่ครองของเขาขึ้นมา ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อใด แต่มันก็เป็นความจริงอย่างหนึ่งว่ามนุษย์คู่แรกที่มาเหยียบเท้าบนโลกใบนี้นี้ก็คืออาดัมและเฮาวา
อาดัมเป็นมนุษย์คนแรกเช่นเดียวกับเป็นนบีคนแรกด้วย วิธีการของอัลลอฮฺก็คือพระองค์จะทรงเลือกใครคนหนึ่งในหมู่มนุษย์ให้เป็นผู้นำสาร(รอซูล)ของพระองค์มายังมนุษยชาติ ดังนั้น อัลลอฮฺจึงได้ให้มลาอิก๊ะฮ(ทูตสวรรค์ผู้รับใช้พระเจ้า)มาเปิดเผยให้อาดัมรู้ถึงวัตถุประสงค์การอาศัยอยู่บนโลกนี้ของมนุษย์ ตามแผนการนี้ อัลลอฮฺได้สร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาอย่างหนึ่งในรูปของมนุษย์ที่พระองค์ได้ประทานเสรีภาพให้ ในขณะที่สิ่งถูกสร้างอย่างอื่นในจักรวาลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องยอมจำนนตามพระประสงค์ของพระองค์โดยสิ้นเชิง แต่สำหรับมนุษย์แล้ว เขาสามารถที่จะเลือกรับแผนการนี้ของพระเจ้าได้ด้วยเจตนาของเขาเอง
แผนการแห่งพระประสงค์ของพระเจ้านี้วางพื้นฐานอยู่บนหลักการสองประการด้วยกัน นั่นคือ ความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวและความยุติธรรม หลักความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวต้องการให้มนุษย์เคารพสักการะอัลลอฮฺองค์เดียวและไม่นำผู้ใดหรือสิ่งใดมาเป็นหุ้นส่วนในการเคารพสักการะนี้ ส่วนความยุติธรรมถือว่ามนุษย์จะต้องยึดถือหลักการทางด้านจริยธรรมในการติดต่อคบค้ากับคนอื่นและต้องละเว้นจากความอธรรมและการกดขี่ทุกอย่าง
พร้อมกันนี้ อัลลอฮฺก็ได้ทรงแจ้งให้มนุษย์ทราบว่าถึงแม้เขาจะมีเสรีภาพ แต่เขาก็ต้องไปรับผิดชอบต่อการกระทำของเขาทุกอย่างต่อพระองค์ อัลลอฮฺทรงมีบันทึกการกระทำของมนุษย์ทุกคนอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ในชีวิตนิรันดรหลังความตาย พระองค์จะทรงตัดสินทุกคนตามบันทึกนี้ คนที่ใช้เสรีภาพของเขาไปในทางที่ผิดจะถูกโยนลงนรกอันนิรันดร
อาดัมได้เตรียมแผ่นดินที่จารึกคำสอนพื้นฐานของอัลลอฮฺไว้ หลังจากนั้นก็นำไปเผาไฟให้แห้งเป็นแผ่นอิฐเพื่อรักษาคำสอนของพระองค์ไว้สำหรับชนรุ่นต่อมา เป็นที่เชื่อกันว่าคำสอนของพระผู้เป็นเจ้านี้ได้ถูกเขียนโดยอาดัมในภาษาซีรีแอค
อาดัมเสียชีวิตในวัยชราและผู้คนของเขาก็ยังคงยึดถือคำสอนของอัลลอฮฺด้วยความศรัทธา ต่อมา ความเสื่อมทรามได้เกิดขึ้นในหมู่มนุษย์เมื่อการสักการะบูชารูปปั้นได้ถูกนำมาแทนที่การเคารพสักการะพระเจ้าองค์เดียว และมนุษย์ได้เริ่มสร้างความอธรรมและการกดขี่ในลักษณะต่างๆแทนความยุติธรรม หลังจากนั้นหลายพันปี ความหลงผิดนี้ก็ยิ่งทวีมากขึ้นจนผู้คนได้ออกห่างไปจากแนวทางของพระเจ้าที่อาดัมนำมา ยุคของการหลงผิด
เมื่อมนุษย์เกิดความหลงผิด อัลลอฮฺก็ได้ส่งนูฮฺ(โนอาห์)มาเป็นศาสนทูตของพระองค์ นูฮฺได้รับชีวิตที่มีอายุยืนยาวถึง 950 ปี ในช่วงชีวิตอันยาวนานนี้ นูฮฺได้พยายามชี้ให้ผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าเห็นทางที่ถูกต้อง แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ใส่ใจในคำสอนของเขา ส่วนใหญ่ยังคงดื้อรั้นดันทุรังทำบาปต่อไป ดังนั้น อัลลอฮฺจึงได้ทรงบัญชาให้เกิดน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่เพื่อเป็นการลงโทษ แต่นูฮฺและผู้ศรัทธาของท่านเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รอดชีวิตบนเรือที่อัลลอฮฺได้ทรงสั่งให้เขาสร้างขึ้น
ในตอนนั้น ประชากรมนุษย์อาจจะอาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่นเฉพาะในพื้นที่เอเซียตรงส่วนที่เรียกว่าเมโสโปเตเมีย มนุษย์ทั้งชายและหญิงที่รอดชีวิตจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งนั้นจึงไปตั้งหลักแหล่งในส่วนอื่นๆของโลก ทำให้เผ่าพันธุ์ของมนุษย์ทวีขึ้นจนกระทั่งแพร่กระจายไปทั่วโลกทั้งในเอเซีย อาฟริกาและยุโรป
หลังจากที่นูฮฺเสียชีวิตไปแล้ว คนของเขาก็ยังคงปฏิบัติตามแนวทางของพระเจ้าต่อไปเป็นเวลานาน แต่เมื่อคนรุ่นหลังเกิดความเสื่อมทรามทางศีลธรรมและหลงออกไปจากแนวทางแห่งการเคารพสักการะพระเจ้าองค์เดียวและความยุติธรรมอีก อัลลอฮจึงได้ส่งนบี(ผู้ประกาศคำสอนของพระเจ้า)มายังมนุษย์อีกเป็นเวลานับพันปี
บันทึกคำพูดของท่านนบีมุฮัมมัดบอกให้เราได้รู้ว่ามีนบีถึง 124,000 คนได้มายังโลกนี้ ดังนั้น ตลอดระยะเวลาอันยาวนานระหว่างอาดัมและท่านนบีมุฮัมมัดจึงมีนบีเกิดขึ้นในประชากรมนุษย์แทบทุกรุ่น แต่ทุกครั้งก็มีมนุษย์ส่วนน้อยเท่านั้นที่เชื่อฟัง ส่วนใหญ่จะปฏิเสธนบีเหล่านี้ทุกยุค เหตุผลของการหลงผิด
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้มนุษย์หลงผิดและฝ่าฝืนมาตลอด ? มีเหตุผลสำคัญสองประการด้วยกัน นั่นคือ ความเป็นเผด็จการทางการเมืองและความโง่เขลาของมนุษย์เกี่ยวกับโลกแห่งธรรมชาติ
ในสมัยโบราณ ระบบกษัตริย์เป็นระบบการปกครองที่มีอยู่ทั่วทุกแห่ง กษัตริย์ในสมัยนั้นจะใช้วิธีการง่ายๆในการรวบรวมอาณาจักรของตน นั่นคือ การกำจัดเสรีภาพทางสติปัญญาของมนุษย์โดยสิ้นเชิง ผลที่ตามมาก็คือ วิทยาศาสตร์ไม่สามารถที่จะเจริญก้าวหน้าได้ในยุคโบราณ
ในกรณีของศาสนาก็เช่นกัน กษัตริย์ทั้งหลายจะไม่ยอมอนุญาตให้ผู้อยู่ใต้การปกครองของตนปฏิบัติตามศาสนาใดๆนอกไปจากศาสนาที่กษัตริย์ยอมรับนับถือ ความเชื่อในเรื่องโชคลางไสยศาสตร์คือศาสนาที่รับใช้วัตถุประสงค์ทางการเมืองของกษัตริย์เหล่านี้ ดังนั้น กษัตริย์จึงไม่เพียงแต่จะยอมรับนับถือศาสนาแห่งไสยศาสตร์เท่านั้น แต่ยังได้บังคับพลเมืองของตนให้นับถือตามด้วย ผู้คนไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดอย่างอิสระและเลือกนับถือศาสนาใดนอกไปจากศาสนาทางการของกษัตริย์
นโยบายนี้ของกษัตริย์ได้ก่อให้เกิดการกดขี่ข่มเหงทางศาสนาขึ้น ประวัติศาสตร์แสดงให้เราเห็นว่าการกดขี่ข่มเหงทางศาสนาได้ดำเนินต่อเนื่องกันมาตลอดเวลายาวนานในหลายรูปแบบ
ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือความโง่เขลา ในสมัยโบราณ มนุษย์มีความรู้เพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโลกและปรากฏการณ์ต่างๆ เผด็จการทางการเมืองได้สั่งห้ามการศึกษาค้นคว้าทางด้านวิทยาศาสตร์แทบจะทุกอย่าง ดังนั้น ความเชื่องมงายแบบไสยศาสตร์เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติจึงได้เกิดขึ้นอย่างไม่มีการควบคุม คนทั่วไปเชื่อกันว่าดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และโลกมีพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ เป็นต้น
ในทำนองเดียวกันก็มีการเชื่อกันว่าทะเล ภูเขาและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอื่นๆได้รับอำนาจพิเศษลึกลับบางอย่างและเป็นสิ่งที่ควบคุมชะตากรรมของมนุษย์ไว้เด็ดขาด ปัญหาเรื่องความชั่ว
อย่างไรก็ตาม มีคนที่ต้องการจะอธิบายประวัติศาสตร์ของมนุษย์ว่ามันเป็นกฎที่ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วเช่นเดียวกับกฎที่ถูกวางไว้สำหรับโลกวัตถุ แต่คนเหล่านี้ก็ต้องประสบความล้มเหลว ในขณะที่ปรากฏการณ์แห่งโลกวัตถุสามารถที่จะอธิบายได้โดยอาศัยความคิดเรื่องกฎที่ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วนั้น เหตุการณ์ต่างๆของโลกมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่อาจอธิบายได้ในคำพูดของกฎใดๆ
บางคนต้องการที่จะอธิบายเหตุการณ์ต่างๆของโลกมนุษย์ในแง่เสรีภาพ แต่การตีความเช่นนี้ก็ไม่เป็นที่น่าพอใจ ทั้งนี้เพราะว่าในกรณีเสรีภาพของมนุษย์นั้น ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นในโลกนี้ไม่มีคำอธิบายใดๆที่เข้าใจได้ การที่ไม่สามารถอธิบายความหมายของประวัติศาสตร์ได้ก็เนื่องมาจากพวกเขาพยายามที่จะอธิบายปรากฏการณ์ทั้งหมดเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย
ความจริงแล้ว หลักการที่ถูกต้องในการอธิบายประวัติศาสตร์มนุษยชาตินั้นมิใช่หลักความเชื่อในเรื่องกฎที่ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว และก็มีใช่ความความเชื่อในเรื่องเสรีภาพด้วย ตามอิสลาม มีหลักการที่ถูกต้องเพียงหลักการเดียวเท่านั้นในการอธิบายประวัติศาสตร์มนุษยชาติ นั่นคือหลักการทดสอบ มนุษย์ได้ถูกส่งมายังโลกนี้เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะถูกทดสอบ ผลของการทดสอบนี้เองที่จะเป็นตัวกำหนดอนาคตนิรันดรกาลของมนุษยชาติทั้งหมด
ถ้าทุกสิ่งในโลกนี้ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว เรื่องการทดสอบก็จะไม่มี อย่างไรก็ตาม การให้เสรีภาพก็เป็นเรื่องเสี่ยงสำหรับมนุษย์เอง เพราะมนุษย์อาจใช้เสรีภาพของตัวเองอย่างผิดๆไปทำความชั่วซึ่งจะมีผลทำให้เกิดปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนติดตามมา แต่ความทุกข์ยากเดือดร้อนหรือความชั่วร้ายนี้ก็ยังเป็นสิ่งเล็กน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งมีค่าที่จะได้รับ
ตามอิสลาม คนที่มีค่าที่สุดก็คือคนที่ดำเนินชีวิตในโลกนี้โดยที่สามารถเอาชนะสิ่งเย้ายวนทั้งหลายได้ ถึงแม้เขาจะมีอำนาจในการใช้เสรีภาพของเขาไปในทางที่ผิด แต่เขาก็ไม่ทำเช่นนั้น ถึงแม้เขาสามารถที่จะดำเนินชีวิตโดยไม่มีหลักการก็ได้ แต่เขาก็เลือกใช้เสรีภาพของเขาที่จะเป็นคนมีหลักการ ดังนั้น เพื่อที่จะรู้ว่าคนเหล่านั้นเป็นใคร จึงจำเป็นที่จะต้องมีบรรยากาศแห่งเสรีภาพในโลกนี้ซึ่งเป็นไปไม่ได้ภายใต้ระบบอื่น

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน  ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
ตะวันแดง วันที่ : 09/11/2007 เวลา : 09.56 น.
http://www.oknation.net/blog/tawan642
ข้อพึงปฏิบัติ 4 ข้อ 1.ปัญญา 2.สติ 3.ศรัทธา 4.ศิล

assalamualaikum.
ยินดีครับ ที่ได้อ่านบทความดีๆ เกี่ยวกับศาสนาครับ
ความคิดเห็นที่ 1
raksanok วันที่ : 09/11/2007 เวลา : 09.45 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
 รักสนุก เพราะสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

assalamualaikum.

มาอ่านบทความดีๆเรื่องศาสนา

เราเองก็นับถือศาสนาอิสลามค่ะ

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆที่นำเสนอ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

มุสลิมทัวร์ ตอนมัสยิดบางหลวง

มัสยิดทรงไทยแห่งเดียวของโลก

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30