วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤษภาคม 2550
คำตอบสุดท้าย
Posted by
44120
,
ผู้อ่าน : 45
, 09:27:17 น.
พิมพ์หน้านี้
|
RoongThong Tour http://www.roongthongtour.com ปักกิ่ง-กำแพงเมือง จีน 5 วัน (TG) พัก 4* 31 พ.ค.-4 มิ.ย. 25,900.- | | คำตอบสุดท้าย ยุบพรรค-ตัดสิทธิ์? |  | | โดย ข่าวสด วัน อาทิตย์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 02:01 น. |
| เข้าสู่ช่วงสัปดาห์สุกดิบ ก่อนถึงวันชี้ชะตาคดียุบพรรค 30 พ.ค. ประกอบกับการตรวจสอบทุจริตโครงการต่างๆ ที่เริ่มงวดเข้ามาทุกที ส่งผลให้บรรยากาศการเมืองทวีความร้อนแรงขึ้นตามลำดับอย่างที่หลายคนคาดการณ์ เน้นไปที่คดียุบพรรคซึ่งมี 2 พรรคการเมืองใหญ่อย่างไทยรักไทยกับประชาธิปัตย์ตกเป็นเป้า
พรรคหนึ่งถือเป็นพรรคการเมืองร่ำรวยและใหญ่ที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา มีสมาชิกกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 14 ล้านคน ส่วนอีกพรรคหนึ่งถือเป็นสถาบันการเมืองที่มีอายุกว่า 60 ปี เก่าแก่ที่สุดในประเทศ
ดังนั้นผลการตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไร จะถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยแน่นอน
ภายหลังจากทหารออกมาปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 สถานการณ์ในตอนนั้นใครต่อใครต่างก็รู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า เป้าหมายสำคัญของ คปค. หรือ คมช. อยู่ที่การล้างบางพรรคไทยรักไทย
เพียงแต่จุดผิดพลาดอยู่ตรงที่ คมช.ไม่ยอมใช้อำนาจที่ยึดมาได้เข้าจัดการกับพรรคไทยรักไทยในทันที แต่กลับออกประกาศ คปค. ล้มเลิกศาลรัฐธรรมนูญ แล้วตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นมาทำหน้าที่แทนในการพิจารณาวินิจฉัยคดียุบพรรค จนกลายเป็นปัญหาถกเถียงกันในแวดวงนักกฎหมาย
โดยเฉพาะประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 อันมีเนื้อหาให้เพิกถอนสิทธิลงเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบ เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งอาจจะขัดกับหลักการกฎหมายทั่วไป เนื่องจากเป็นการออกกฎหมายกำหนดโทษย้อนหลัง จึงไม่น่าจะนำมาใช้ได้กับคดียุบพรรค
สำหรับ พรรคไทยรักไทย นอกจากการต่อสู้คดีในแง่ที่ว่าตัวเองไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา หรือถึงจะถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง ก็ถือเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล 2-3 คน ไม่เกี่ยวกับพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคคนอื่นๆ แล้ว
การที่ตุลาการรัฐธรรมนูญไม่ใช่ ศาล ไม่สามารถตัดสินลงโทษที่เปรียบเสมือนเป็นการประหารชีวิตนักการเมือง รวมถึงความไม่ชอบธรรมในการออกกฎหมายกำหนดโทษย้อนหลัง ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทีมกฎหมายไทยรักไทยหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นต่อสู้ ชี้ให้เห็นธงของ คมช. ที่ต้องการขุดรากถอนโคนโดยไม่คำนึงถึงหลักนิติธรรม
อดีตส.ส.บางคนถึงกับประกาศไม่ยอมรับคำตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญ หากตัดสินให้ยุบพรรคไทยรักไทยและเพิกถอนสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 5 ปี โดยขู่ปลุกกระแสมวลชนและสมาชิกพรรคกว่า 14 ล้านคน ออกมาเคลื่อนไหวบุกยึดศาลากลางจังหวัดทั่วภาคอีสานเพื่อคัดค้านคำตัดสิน
ขณะที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรค แม้จะยืนยันว่าพร้อมยอมรับคำตัดสินโดยจะไม่มีการก่อม็อบกดดันตุลาการรัฐธรรมนูญ ก่อนถึงวันตัดสิน 30 พ.ค.นี้แน่นอน แต่หลังจากนั้นไม่กล้ารับประกัน
เหตุผลเนื่องจากหากมีการตัดสินให้ยุบพรรค ก็เท่ากับว่าไทยรักไทยต้องสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง จึงไม่สามารถออกมติพรรคมาควบคุมความเคลื่อนไหวของลูกพรรคได้ ถึงวันนั้นสถานการณ์จะรุนแรงบานปลายหรือไม่ ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ล่าสุดยังมีกรณีการนำคลิปวิดีโอพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาเผยแพร่ทางเว็บไซต์ไฮ-ทักษิณ
รวมถึงการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ฉวยโอกาสตอนที่รัฐบาลและคมช.กำลังเผลอเพราะมัวแต่ฟัดกันเอง โทรศัพท์ข้ามทวีปมาออกรายการวิทยุชุมชนทีเดียว 3 รายการรวด ส่งเสียงออดอ้อนว่าตัวเองและครอบครัวกำลังโดนรุมกลั่นแกล้ง เรียกคะแนนสงสารจากกองเชียร์ไปได้หลายกระบุง
วิเคราะห์กันว่าสาเหตุที่พ.ต.ท.ทักษิณโผล่เสียงมาให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ ช่วงนี้เป็นเพราะการตรวจสอบของคตส. ที่เริ่มเห็นหน้าเห็นหลังมากขึ้น แต่เนื่องจากเป็นช่วงเวลาใกล้กับการตัดสินคดียุบพรรค เลยถูกมองเป็นการปลุกกระแสมวลชนสมาชิกพรรคให้มีอารมณ์ร่วมไปพร้อมกันระหว่างชะตากรรมของตัวเองและชะตากรรมของพรรคไทยรักไทย
เกี่ยวกับผลตัดสินคดียุบพรรคที่จะออกมา นอกจากที่นายชัยอนันต์ สมุทวณิช อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะได้ข่าวมาว่า อาจจะไม่มีการตัดสิทธิทางการเมืองกับคณะผู้บริหารพรรค ซึ่งจะทำให้คนเหล่านี้กลับเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมืองได้อีก
ยังมีการคาดการณ์ไว้อีกแนวทางหนึ่งคือ การตัดสิทธิทางการเมืองเฉพาะกรรมการบริหารพรรคบางคนที่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดเท่านั้น ส่วนกรรมการบริหารพรรคคนอื่นยังลงเล่นการเมืองต่อไปได้ ซึ่งถือเป็นแนวทางประนีประนอมที่สุดแล้ว จะให้ถึงขนาดไม่สั่งยุบพรรค และไม่ลงโทษกรรมการบริหารพรรคคนใดเลยนั้นโอกาสน่าจะเป็นศูนย์ เพราะตุลาการรัฐธรรมนูญคงไม่กล้า หักธง ที่มีมาตั้งแต่แรก
ถึงกระนั้นก็ตามนักวิชาการด้านกฎหมายมหาชน รวมถึงนักกฎหมายในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเองก็ยังชี้ให้เห็นถึงข้อน่าปวดหัวของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เนื่องจากประกาศ คปค. ฉบับที่ 27 กำหนดไว้ห้วนๆ ว่า จะต้องเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคที่ถูกคำสั่งให้ยุบพรรค เป็นเวลา 5 ปี โดยไม่เปิดโอกาสให้คณะตุลาการฯ ได้ใช้ดุลพินิจเป็นอย่างอื่น
ประกาศ คปค.ที่ล็อกตายเช่นนี้ ทำให้ทางเลือกของตุลาการรัฐธรรมนูญหลังจากสั่งยุบพรรคไปแล้ว เหลือเพียง 2 ทางเลือก
ทางแรกคือการไม่นำประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 มาใช้ในกรณีนี้ เพราะถือเป็นการออกกฎหมายกำหนดโทษย้อนหลัง ซึ่งจะทำให้กรรมการบริหารพรรคที่โดนยุบ ทุกคนจะรอดจากการถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี
ทางที่สอง ถ้ายุบพรรคแล้วจะต้องตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ก็จำเป็นต้องตัดสิทธิให้หมดทุกคน การจะละเว้นเป็นรายๆ ไป ไม่สามารถทำได้
มีเพียงสองทางเลือกนี้เท่านั้น ส่วนคำตอบสุดท้ายจะออกมาอย่างไร สิ่งสำคัญคือตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน จะต้องตอบคำถามสังคมที่มีความสับสนอยู่มากในเวลานี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นแล้วผลแห่งคดียุบพรรคจะเป็นชนวนสำคัญ นำไปสู่ความแตกแยกภายในบ้านเมืองที่รุนแรงมากกว่า |
|