• มะดินกี่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-21
  • จำนวนเรื่อง : 9
  • จำนวนผู้ชม : 1325
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม 2550
จากปากคำ บ.ก. บันทึกการเดินทาง Long Way Round
Posted by มะดินกี่ , ผู้อ่าน : 126 , 23:55:40 น.  
พิมพ์หน้านี้


หาเรื่องเที่ยว

กับปิยะลักษณ์ นาคะโยธิน

                บนโต๊ะสนทนากันตอนนั้น นอกจากถ้วยกาแฟคาปุชิโน และอุปกรณ์บันทึกเสียงเครื่องเล็ก แล้วยังมีหนังสืออีก  4 - 5 เล่มอยู่กองหนึ่ง

       มันช่างชัดเจนว่าหนังสือไม่กี่เล่มที่วางเรียงรายกันอยู่ต่อหน้าระหว่างเราทั้งสอง ทำให้เกิดเรื่องราวในการสนทนากันในครั้งนี้

       การสนทนาว่าด้วยประสบการณ์จากการเดินทาง หรือการเสาะแสวงหาที่ไปแบบไม่ธรรมดาของ ปิยะลักษณ์ นาคะโยธิน ผู้ซึ่งภาพลักษณ์ส่วนหนึ่งเกาะเกี่ยวกับภาพของ “ผู้หญิงเที่ยว” อันเนื่องมาจากข้อเขียนและหนังสือของเธอกับสำนักพิมพ์ Fullstop และล่าสุดจากประสบการณ์อันเข้มข้นของการเป็นคนชอบหาที่ไปทำให้เธอได้พบกับ Long Way Round หนังสือว่าด้วยบันทึกการเดินทางไล่เงาตะวันของนักแสดงชื่อก้องสองคน Ewan Mcgregor (ยวน แม็กเกรเกอร์) และ Charley Boorman (ชาร์ลี บอร์แมน) บนอานมอเตอร์ไซค์ไปจนสุดขอบโลกและเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้สำนักพิมพ์ Fullstop จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ออกมาเป็นภาษาไทย

·       เพิ่งไปนิวซีแลนด์กลับมามาใช่ไหม ไปทำอะไรบ้าง?

               

ไปขับรถ ขับไปคนเดียวก็มีหลงทางบ้างแต่ก็ไม่หลงมาก เพราะที่นิวซีแลนด์ขับรถง่าย ไปนิวซีแลนด์ครั้งนี้ไม่ได้วางแผนไว้ ไม่ได้รู้ตัว การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์เขาชวนให้ไป ให้เราดีไซน์ว่าอยากเดินทางยังไงตามความชอบความสนใจของเรา แล้วเราก็บอกเขาไป คุณอยากทำอะไรคุณบอกมา คุณอยากทำอะไรหนึ่งสองสามก็เลือกไป แต่เขาก็มี Schedule ให้มาโดยเขาก็จะไปจัดแล้วบอกว่า สิบโมงคุณจะต้องไปถึงที่นี่ๆ พอถึงเวลาไปเราก็ไปตามที่เขาจัดมา มีที่เจ้าหน้าที่ของการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์พาไป แต่เขาก็พยายามที่จะดีไซน์ทริปที่มันเหมาะกับเรา ทั้งหมดที่ไปก็สิบสองวันจัดว่าเป็นทริปที่ยาว

·       ไปเกาะเหนือถึงเกาะใต้เลยเปล่า?

      เกาะเหนือไปแค่ที่เวลลิงตัน ซึ่งมีอีเว้นท์อันหนึ่งชื่อ World of Valuable Art เป็นการจัดประกวด เขาใช้ชื่อภาษาไทยว่าอาภรณ์แห่งศิลป์ คอนเสปท์มันคือคุณครีเอทอะไรก็ได้แล้วเอามาแปะบนเรือนร่าง ปีนี้ก็มีคนไทยเข้ารอบสี่คนห้าชุดก็มีขึ้นไปโชว์ชุด แต่ว่าสุดท้ายไม่ได้รางวัล

·       ตั้งแต่ทำนิตยสารเที่ยวรอบโลกและ Summer มาตอนนี้ทำอะไรบ้าง?

                ทุกวันนี้ทำเหมือนเป็นฟรีแลนซ์ มีเขียนคอลัมน์ประจำให้อิมเมจคอลัมน์หนึ่งชื่อ Hidden Treasure เป็นเซ็คชั่นที่เป็นเหมือนไลฟ์สไตล์ของอิมเมจ เป็นเรื่องคล้ายๆ เกร็ดการเดินทางทั่วโลก เราไปเจออะไรน่าสนใจอะไรก็นำมาเล่า คือส่วนใหญ่ก็จะพยายามเหมือนแบบว่าเวลาเราไปที่ไหนแล้วเจออะไรสนุกๆ หรือเจออะไรที่มันธรรมดา แต่มันก็แบบว่าพอเอามาเขียนมันก็สนุกดีนะ คือบางทีมันก็ดูเป็นเรื่องธรรมดามากๆ มันแต่พอเอามาเขียนก็ช่วย aware คือเราอาจจะเดินผ่านไปแต่ก็ใส่ใจ นอกนั้นก็มีเขียนเรื่องท่องเที่ยวให้แมกกาซีนแล้วแต่ว่าใครจะกรุณาให้เขียนแล้วก็ทำ บ.ก. (บรรณาธิการ) ให้สำนักพิมพ์ Fullstop 

·       เป็น บ.ก. ที่ Fullstop ก็เป็นแบบทำฟรีแลนซ์ด้วยหรือ?

                เป็นฟรีแลนซ์ ไม่ได้ทำประจำ ทำเป็นเล่มๆ ไปเพราะว่าที่ Fullstop มี บ.ก. หลายคน มีเขียนเองด้วย เล่มที่เขียนและก็เป็น บ.ก. ด้วยก็มีซีรีย์เรื่องผู้หญิงเที่ยว มันเริ่มมาจากเล่มผู้หญิงเที่ยวที่ออกมาเป็นเหมือนฮาวทูหรือไกด์ว่าจะเก็บกระเป๋ายังไง  จะไปยังไง ฮาวทูทั้งหลายสำหรับผู้หญิงเวลาจะเดินทาง ต่อมาก็มีซีรีย์ออกมาอีกหกเจ็ดเล่ม คือ เวลาที่เราทำอะไร เราก็จะพยายามคิดต่อ ไม่อยากให้มันจบไป อย่างเช่นผู้หญิงเที่ยวมันก็ทำอะไรต่อไปได้อีก งั้นเราก็ชวน บ.ก. ที่เป็นผู้หญิงมาเขียนหนังสือ มาเขียนเรื่องท่องเที่ยวให้เราโดยที่ให้เขาลืมบทบาทความเป็น บ.ก. ของเขา เพราะว่า บ.ก. บางคนอาจจะมี Privilege ได้ไปที่ที่มันพิเศษหรือว่าที่ธรรมดาก็ตาม แต่ว่าคุณอาจจะได้ความพิเศษอะไรสักอย่างหนึ่งหรือว่าบางทีด้วยความที่เป็น บ.ก. งานมันก็หนักหนาสาหัส เวลาที่คุณรีแลกซ์หรือคุณไปเที่ยวเองคุณเป็นยังไง สุดท้ายมันก็คือตัวตนในด้านหนึ่งของคน ชื่อเล่ม บรรณา
ธิการถอดหมวกออกมาเป็นเล่มที่เจ็ดของซีรีย์ผู้หญิงเที่ยว

               

·       ชีวิตลงตัวไหมกับการที่ออกมาเป็นฟรีแลนซ์ เพราะไปเที่ยวแต่ละครั้งก็ต้องใช้เงินเยอะ?

                ถามว่าลงตัวไหมก็ลงตัวนะ (เสียงเบาลง) แต่ก็ไม่ได้ดิ้นรนที่จะเข้าไปทำงานประจำอีก เป็นคนเรื่อยๆ ไม่อะไรมาก ไม่คิดถึงอนาคตว่าจะต้องมีอะไร คิดแต่ว่าจะไปเที่ยวไหนแค่นั้น ปีหน้าไปเที่ยวไหนดี แต่ก่อนตอนที่ทำงานประจำ เราก็รู้สึกว่าสงสัยตัวเองคงทำฟรีแลนซ์ไม่ได้แน่เลย เพราะไม่ขยัน การที่จะทำฟรีแลนซ์ได้มันต้องขยัน ต้องเสนอ ต้องคุยกับ บก. ว่าเรามีเรื่องนี้จะเขียนให้

·       เพราะเราเคยสัมผัสกับคนที่เป็นฟรีแลนซ์หรือมองฟรีแลนซ์อย่างนั้นเองหรือเปล่า?

                ไม่รู้เหมือนกัน แต่เรารู้สึกว่าเราเป็นคนที่ไม่เสนอ พรีเซ้นท์ไม่เก่ง พรีเซนท์ไม่ดี พูดไม่รู้เรื่อง แต่ตอนนั้นพอดี Summer เลิกทำ มันก็เป็นช่วงที่ก็มีโปรเจคท์หนังสือที่จะทำให้ Fullstop เข้ามา งั้นก็ทำเขียนหนังสือเป็นเล่มไป แล้วก็เหมือนกับมีเข้ามาให้ทำเรื่อยๆ ตอนแรกเราก็ไม่รู้หรอก ว่ามันจะอยู่ได้หรือเปล่า แต่ว่าเราเป็นคนที่มีเท่าไรก็ใช้เท่านั้น เก็บก็เก็บนิดหน่อย ช่วงที่มีเงินเยอะก็ใช้เงินเยอะ ช่วงที่มีเงินน้อยก็ใช้เงินน้อย มีเงินน้อยก็ไม่เดือดร้อนที่ไม่มีเงิน

·       ก็ไม่ต้องทำเหมือนที่เราเคยคิดไว้ว่าเป็นฟรีแลนซ์แล้วต้องขยัน?

                ก็ยังคิดอยู่ เพราะว่าจริงๆ แล้ว เอาง่ายๆ ทุกวันนี้ถ้ามองในแง่เศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ สมมตินะเดินทางครั้งหนึ่งใช้เงินแสนหนึ่ง ถ้าเดินทางเพื่อที่จะไปเขียนเรื่องกลับมาต้อง produce งานแหลกๆ เลยถึงจะคุ้มในค่าเงิน คิดแต่ค่าเงินอย่างเดียวเลยไม่คิดถึงค่าเสียเวลานะ ซึ่งมันเป็นไม่ได้สำหรับเรา คือคนอื่นอาจจะทำได้ เรื่องของเขา แต่เราใช้ไปหนึ่งแสนกลับมาเขียนเรื่องหนึ่ง ได้ห้าพันหรือหมื่นบาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วโคตรจะขาดทุนเลย แต่ถามว่าเราเดือดร้อนไหม เราก็ไม่ได้เดือดร้อน คืออาจจะเดือดร้อนในแง่ที่ว่าตัวเองควรจะทำให้ได้มากกว่านี้ เป็นเรื่องของความเสียดายมากกว่าที่ว่ามีเรื่องเยอะเหลือเกินที่อยากจะเขียนอยากจะบอก รูปก็ถ่ายมามากมายมหาศาล แต่ก็ไม่ได้เขียนออกมาสักที

·       แต่การเดินทางคือการเก็บเกี่ยวไว้กับเรามากกว่า ไม่ได้ว่าต้องใช้ครั้งเดียวหมด?

                ใช่ ก็มองว่าสมมติว่าช่วงนี้ไม่มีเงิน เพราะว่าเราใช้เงินหมดไปกับการเดินทาง กลับมาแล้วไม่มีตังค์ พอเราเขียนสักสองสามเรื่องก็ได้ตังค์แล้ว แล้วเราก็ไม่ได้ใช้เงินเยอะ ชีวิตไม่ได้ใช้เงินเยอะ บ้านไม่ต้องผ่อน ชีวิตไม่มี commitment อะไร มีจ่ายค่ารถบ้างจ่ายค่าประกันบ้างไม่ถึงกับเดือนร้อน เพราะฉะนั้นมันก็คือพอทำงานก็ได้เงิน ถ้าช่วงไหนที่ทำงานมากๆ ขยันทำงานเยอะๆ ก็มีเงินเยอะ

·       ในแง่ที่ทำหนังสือเกี่ยวกับเรื่องของผู้หญิงเดินทาง เพราะบุคลิกตัวเองก็เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า?

                มันบังเอิญมากกว่า ไม่คิดอะไรมาก ก็เขียนอย่างที่ทำอย่างที่เราคิด แต่ตัวเราไม่ได้รู้สึกว่าการที่ผู้หญิงเดินทางคนเดียวเป็นสิ่งที่ยากหรือท้าทาย มันเหมือนกับว่าเป็นเรื่องพัฒนาการของความคิด ของรูปแบบการท่องเที่ยว คือแต่ก่อนคนจะไม่ค่อยคิดว่าจะไปเที่ยวเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายผู้หญิงเป็นคู่หรือหมู่เหล่า ส่วนมากก็จะเริ่มต้นจากการไปเที่ยวกับกลุ่ม ซื้อทัวร์ไปง่ายสุด ตอนหลังก็มีการพัฒนาต่อไป ซื้อทัวร์เบื่อแล้ว เราไปเองก็ได้ เราเคยไปแล้ว ขณะที่กระแสความคิดของโลก มันมาในจุดที่ว่าเราสามารถทำอะไรก็ได้อย่างที่เราคิด เราสามารถพึ่งตัวเองได้ พูดถึงในแง่ทั้งผู้ชายผู้หญิง คิดว่ามันเป็นเรื่องของพัฒนาการ แล้วผู้หญิงก็เริ่มคิดเองมากขึ้น เริ่มทำงาน เริ่มหาเงินเอง เริ่มมีความคิดของตัวเอง เริ่มแสดงออกในความคิดของตัวเอง

                คือไม่ได้ติดว่าเราต้องลุกขึ้นมาเขียนว่าฉันเป็นผู้หญิงฉันไปเที่ยวได้ไม่มีข้อจำกัดอะไร เราก็จะเขียนในความรู้สึกกลางๆ ว่าไม่ว่าคุณเป็นใคร คุณจะเป็นผู้ชายเป็นผู้หญิงเป็นเกย์ เป็นเด็ก เป็นผู้ใหญ่อายุหกสิบ คุณอยากทำอะไร มีแรงคุณก็ทำ มีตังค์คุณก็ไป ไม่มีตังค์ก็ทำอย่างอื่น เพียงแต่ว่าในแง่ที่เราเป็นผู้หญิง การที่เราเริ่มเขียนผู้หญิงเที่ยวขึ้นมา ไม่ใช่ความคิดเราคนเดียว เป็นไอเดียของสำนักพิมพ์เป็นไอเดียที่มาจาก Summer เล่มแรกที่เขาทำเรื่องนี้มาก่อน เพราะฉะนั้นผู้หญิงเที่ยวจะไม่ใช่เรื่องที่เราเขียนคนเดียว เราไม่ได้บอกว่าเราเป็นคนทำ เพราะมันเป็นโปรเจคท์ของที่ทำงาน แล้วในขณะเดียวกันในหนังสือฮาวทูผู้หญิงเที่ยวเล่นนั้นก็ไม่ได้บอกว่าให้คุณเดินทางคนเดียว เราพยายามไม่ตัดสิน เรารู้สึกว่าทุกคนมีความคิดของตัวเอง มีรูปแบบของตัวเอง

·       แต่ถ้าเป็นตัวเองก็เดินทางคนเดียวได้?

                ตั้งแต่เด็กๆ เราก็เที่ยวกับเพื่อน คือก็ไม่ได้รู้สึกว่าการที่ไปเที่ยวคนเดียวแล้วจะมีทุกข์ หรือจะน่าตื่นเต้นหรือน่ากลัวอะไร ถ้าเพื่อนไม่ไป เราก็ไป หรือว่าเพื่อนไปแล้วเพื่อนก็ไปก่อน เราก็ตามไปคนเดียว ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะเดือดร้อน

 

·       ไม่ได้รู้สึกว่ามีข้อจำกัดในการเดินทางคนเดียว?

                ไม่ได้รู้สึกว่ามีข้อจำกัด คือเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความรู้สึกเรื่องอะไรพวกนี้ ตอนอยู่ ม. ห้าได้ไปฝรั่งเศสครั้งแรก อันนี้ขำมากเพราะว่าเขาบอกว่าเราจับสลากได้ คือไปเรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศสที่สมาคมฝรั่งเศส เขามีการจัดงานแล้วให้นักเรียนเขียนคำตอบส่งไป มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นคนที่เขียนคำตอบเขียนชื่อให้ทุกคน แต่กลายเป็นว่าเราได้ไป รางวัลที่ได้คือไปฝรั่งเศสไปเล่นสกีที่แอลป์สองอาทิตย์ ก็ไปคนเดียว ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้สึกว่าเดือดร้อน จริงๆ แล้วมันแค่การนั่งเครื่องบินจากกดรุงเทพฯ ไปปารีสคนเดียวเท่านั้นเอง พอไปถึงตอนเช้าก็มีคนมารับ ไปนั่งรถไฟตอนเย็นเพื่อที่จะลงไปทางใต้ ช่วงเช้าถึงเย็นเราถูกปล่อยทิ้งไว้เพราะเขาต้องไปรับคนอีกคนหนึ่ง ก็เดินเที่ยวแถวสถานีรถไฟ ไปอยู่สองอาทิตย์ทุกอย่างฟรีหมด เหมือนได้ไปเรียนภาษา เพราะการเรียนภาษาฝรั่งเศสก็เหมือนการเรียนรู้วัฒนธรรม อยู่ๆ ไป ประมาณสักเริ่มอาทิตย์ที่สองก็คิดถึงบ้าน แต่ว่าเสร็จแล้วเดี๋ยวก็กลับมา เป็นการเดินทางออกนอกประเทศคนเดียวครั้งแรก

·       มีการเดินทางครั้งไหนที่ต้องไปคนเดียวแล้วให้ภาพที่น่ากลัวหรือว่าผิดหวังบ้างไหม?

                ไม่มี คือมีเรื่องที่ผิดหวัง มีเรื่องที่น่ากลัว โหดร้าย หรือว่าไม่ถึงกับโหดร้ายก็ตาม แต่ว่าไม่รู้สึก ตรงข้ามก็คือว่าเราเป็นคนขี้เกรงใจและไม่ชอบทำให้ใครเดือนร้อนไม่ชอบทำให้ใครอึดอัด เพราะว่าเราไม่ชอบการที่ตัวเองจะต้องอึดอัด เพราะฉะนั้นถ้าเวลาที่เรามีเรื่องอะไรแล้วเราจะรู้สึกว่าเราจะสะดวกใจที่จะแก้ปัญหาคนเดียวมากกว่า คือเวลาเกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่ค่อยรู้สึกว่าถ้ามีพี่คนนี้อยู่ด้วยก็ดี แต่เราจะรู้สึกว่า ดีที่พี่เขาไม่มาซวยกับเรา คือไม่ชอบให้ใครเดือดร้อน

               

·       กลายเป็นคาแรคเตอร์ของเราที่จะเลือกที่จะไปคนเดียวมากกว่า?

                อาจจะไม่ถึงขั้นนั้น คือ เราไม่ปฏิเสธการมีเพื่อนร่วมทาง ไปด้วยกันได้ มีหลายทริปที่บอกว่ากำลังจะไปที่นี่ ก็มีคนไปด้วย เราก็ไปได้ แต่ว่าทำตัวต่างออกไป ไปเที่ยวเองจะไม่ค่อยมีแผน มันอาจจะเหมือนอยู่ในนี้อยู่แล้ว (ชี้ที่หัว) เพราะว่าก่อนไปเราก็จะอ่านนู่นนี่นั่น อ่านเก็บๆ ข้อมูลไว้แล้วค่อยไป กลับมาก็อ่านอีกทีหนึ่ง แต่พอไปแล้วเหมือนกับปล่อยไปเลย คือถ้าเราไปเองเราจะไม่มายด์ในการหัวหกก้นขวิดใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีที่พักฉันไม่สน ถ้ามีเพื่อนหรือคนอื่นไปด้วย ถ้ามีคนอื่นไปด้วยก็จะเริ่มมีการวางแผนก็มีการเตรียมตัวมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วมันดีด้วยซ้ำ เพราะว่าการเดินทางมันก็ควรจะมีการวางแผน แต่ว่าก็จะมีบางที่เราขอไม่ให้ไป ขอไปเองคนเดียว เป็นที่ส่วนตัวของฉัน

·       ที่ส่วนตัวที่ว่าหมายถึงที่ไหน?

                ชอบไอร์แลนด์มาก คือให้อธิบายอาจจะอธิบายไม่ถูกว่าทำไม มันเหมือนกับสิ่งที่เราดูเราเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ มันเป็นความชอบที่เราสะสมมาเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็มาถึงจุดที่ว่าเราต้องไปแล้ว ไอร์แลนด์เป็นที่แบบนี้สำหรับเรา เราก็จะไม่ให้ใครไปด้วย ไปคนเดียว ตอนแรกจะไปสามเดือนแต่พอดีตังค์หมดไปแค่สามอาทิตย์กลับมาก่อน นี่ก็วางแผนจะไปครั้งที่สอง มีคนขอไปด้วยก็จะไม่ให้ใครไป แต่มันมีอย่างหนึ่งคือ การเดินทางคนเดียวมันแพง สมมติห้องพักคืนละห้าสิบยูโร ถ้าไปสองคนก็คนละยี่สิบห้าแต่คนเดียวจ่ายห้าสิบทุกวัน มันก็เลยแพง

·       ทำไมถึงชอบไอร์แลนด์?

                เคยฟังเพลงหรืออ่านหนังสือหรือดูหนัง ไอร์แลนด์มีภาพของความเป็นคนนอก มีความเป็นคนส่วนน้อยในระดับหนึ่ง คือจริงๆ แล้วคนไอริชไปทั่วเลยเหมือนคนจีนคนอินเดีย เพียงแต่ว่ามันอาจจะไม่เยอะขนาดนั้น ไปแล้วก็เหมือนคนทั่วไปที่อพยพไปถึงที่อื่นแล้วก็ยังคงที่ยังคงที่รักษาอะไรของตัวเองเอาไว้ และที่ไอร์แลนด์มีแลนด์สเคปที่มันสวย เป็นคนชอบรูปที่มันเหงาๆ เวิ้งๆ ดูแบบลอยๆ ดูไม่ค่อยมีจุดหมาย ก็เลยชอบ อยากไปที่แบบนี้ พอได้ไปก็ไปเรื่อยเลย ไม่มีการวางแผนอะไร เหมือนเป็นแบบปล่อยใจ ปล่อยไปเลย

·       เป็นคนที่เวลาไปที่ที่หนึ่งแล้วก็ยังสามารถกลับไปเที่ยวที่เดิมได้อีก?

                เป็นคนที่ชอบแบบนั้นและไปที่ซ้ำบ่อยมาก สามารถไปที่ซ้ำได้โดยที่ไม่รู้สึก ไปซ้ำก็ไป ไปแล้วก็โรคจิตไปแล้วก็ชอบไปที่เดิม ร้านนี้เคยไปก็ไปอีกแล้วก็ไปที่อื่นด้วย คือเรารู้สึกว่าที่ซ้ำมันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเหมือนเดิม ก็เหมือนกรุงเทพฯ  เราก็อยู่มาสามสิบสี่สิบปีเราก็เห็นอะไรเดิมๆ แล้วก็เห็นอะไรใหม่ๆ ถนนเส้นเดิมมันก็ไม่เหมือนเดิม อันนี้สำหรับคนอื่นก็ไม่รู้ บางทีเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้เดินทางแบบเราหรือเปล่า คนทั่วไปสามารถเดินทางไปปีละครั้งเก็บเงินไปเที่ยวได้ปีละครั้ง  เพราะฉะนั้นถ้าปีนี้ไปปารีสปีหน้าเก็บตังค์ไปปารีสอีกแล้วก็อาจจะไม่มีเหตุผล เท่าไหร่

·       มีโอกาสทั้งไปเที่ยวเองกับไปทำงาน ความสนุกหรือการทำตัวต่างกันไหม?

                ไม่เลย ทำตัวได้เหมือนไปเที่ยวได้ตลอด อย่างเช่น ตอนนั้นไปหาเพื่อนที่อเมริกา เพื่อนก็พาเที่ยวแล้วเราก็ไม่จดอะไรเลย เพื่อนก็บอก แกจะไม่จดอะไรสักหน่อยเหรอ กลับมาก็เขียนเรื่อง เพื่อนก็งงๆ ว่าเขียนเรื่องได้ยังไง แต่ว่ามันก็จะมีอย่างตอนไปนิวซีแลนด์ก็มีโจทย์เราก็ต้องมีสัมภาษณ์ผู้คนอย่างนั้นก็มีจดบ้างเหมือนกัน แต่ว่าเราก็ต้องสนุกกับมัน เพราะว่าเป็นคนที่ดาวน์จะดาวน์ไปเลย ถ้ารู้สึกไม่อยากไป ไม่หนุกก็ไม่หนุก ต่อให้ไปแล้วโคตรหนุกแต่สุดท้ายก็ไม่หนุก

·       การเดินทางแต่ละครั้งมีไหมที่ว่าจะต้องไปที่ไหนหรือต้องทำอะไร?

                ก็มีเหมือนกัน เวลาไปชอบไปดูมิวเซียม แล้วก็ชอบเดินเที่ยวไปเรื่อยๆ เดินในเมือง เดินไปดูว่า ที่นี่ถนนนี้คนแนะให้ไปก็ลองไปดูหน่อย แต่สมมติว่ามีคนบอกว่าคุณต้องไปถนนนี้ต้องกินอาหารร้านนี้ ไม่ไป แค่อาจจะไปดู แต่จะกินหรือเปล่านั่นอีกเรื่องหนึ่ง คือเป็นคนที่เขียนแนะนำคน แต่ว่าไม่ชอบจะไปตามที่คนแนะนำ ไม่รู้ไม่ดีหรือเปล่า

·       เล่าถึงที่มาที่ทำ บ.ก. ให้หนังสือลอง เวย์ ราวน์ (Long Way Round)    ได้ยังไง?

                ไปอ่านเจอเรื่องนี้ แล้วก็กำลังคิดอยู่ว่าจะเอามาคุยกับสำนักพิมพ์ (Fullstop) ดีกว่า ปรากฏว่าพี่เจ้าของสำนักพิมพ์เขาก็บอกว่ามีน้องคนหนึ่งเอาหนังสือมาเสนอว่าจะแปลอยากให้เราไปคุยด้วย พอนัดมาเจอกันปุ้บ เขาให้เล่มนี้ (Long Way Round) เท่านั้นแหละ เราก็โอเค เอาเลย มันก็แปลกดีที่เป็นเล่มเดียวกับที่เราเตรียมจะเสนออยู่พอดี

·       นั่นคือเหตุการณ์เมื่อกี่ปีมาแล้ว?

                สองปีที่แล้ว คือนาน ตอนนั้นที่เราไปเจอคิดว่าจะเอามาเขียนลงอิมเมจ ตอนนั้นเป็นฉบับภาษาอังกฤษเป็นแบบดีวีดี ตอนแรกที่เขาทำเป็นรายการทีวีเป็นซีรีส์เหมือนบันทึกการเดินทาง ชื่อ ลอง เวย์ ราวน์ เสร็จแล้วเขาก็ออกเป็นหนังสือแล้วก็ออกเป็นดีวีดี ตอนนั้นยังไม่นึกว่าจะมีคนแปลหรือว่าเราเป็นคนทำ แต่คิดว่าหนังสือนี่มันเจ๋ง ก็เตรียมเก็บข้อมูลเรียบร้อย ก็เลยเก็บไว้ค่อยมาเขียนตอนที่ทำเสร็จแล้ว

·       ความน่าสนใจของมันอยู่ที่ตรงไหน?

                พระเอก ดิฉันชอบพระเอก (พูดทีเล่น หัวเราะร่วน) คือชอบอ่านเรื่องสไตล์โรดทริปหรือดูหนังโรดมูฟวี่ มันก็สนุกดี เหมือนอย่างเรื่อง Motorcycle Diary ดูแล้วสนุก รู้สึกมันมีแรงบันดาลใจ เรื่องราวมันไม่แค่นี้เรายังคิดอะไรต่อไปได้อีกมหาศาล คุณจะทำอย่างเขาก็ยังได้ ถ้าไหว

 

·       ความสนุกของเรื่องราวมันอยู่ที่ตรงไหน?

                ดูแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่จริงใจดี แบบว่าฉันอยากจะไป ก็มากำหนด โดยที่มีการเตรียมตัวเยอะ เขาก็รู้ว่าเวลาที่คนเรามีโปรเจคท์ขึ้นมาหรือความฝันขึ้นมาอันหนึ่ง เราจะทำยังไงให้ความฝันหรือว่าโปรเจคท์มันเกิดขึ้นได้หรือทำสำเร็จ คือแง่หนึ่งเขาเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง ขนาดเป็นนักแสดงชื่อเสียงขนาดนี้ก็ยังต้องทำโปรเจคท์เพื่อที่จะนำไปเสนอเจ้าของเงิน กว่าที่จะมีสตูดิโอหนึ่งโอเคกับเขา ซึ่งมันก็บอก เวลาคุณคิดจะทำอะไรมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ว่าถ้าคุณอยากทำจริงๆ คุณก็จะพยายามทำมันจนได้

·       ในฐานะที่เราเป็นคนอ่านได้รับอะไร?

                มันคือการที่คุณอยากทำอะไรคุณทำแล้วคุณทำแล้วก็ทำจนสำเร็จ แต่อันนี้มันก็จะมีเรื่องของสถานที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นเส้นทางที่เขาไป ตรงมองโกเลีย ตรงรัสเซีย ซึ่งมันเป็นที่ที่หนักหนาสาหัส เป็นที่ที่เราไม่คิดหรอกว่าเราจะไป หรือไม่คิดว่าตัวเองจะไป แต่ไม่ใช่สไตล์เราที่จะลุกขึ้นมาขี่มอเตอร์ไซค์ไป หรือขับรถไป แต่มันก็มีสถานที่ที่มันน่าสนใจ เช่น ไปคาซัคสถาน แล้วก็ไปโดยขี่มอเตอร์ไซค์ด้วย คือมันมีความน่าสนใจในตัวมันเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นใครเขียน โดยหลักๆ มันก็ต้องมีการนำเสนอ เวลาอ่านๆ ไปแทนที่เขาจ เริ่มต้นโดยที่บอกว่าทำไมเขาถึงเริ่มทำ พอเขาขี่ๆ ไปแล้วทำไมเขาถึงเลือกรถบีเอ็มดับเบิลยู ตอนแรกจริงๆ มันมีอะไร แทนที่เขาจะเล่าเรื่องเป็นขั้นๆ ไป เขาก็มีการสลับ ให้รู้เบื้องหลังด้วย ก็มีอะไรที่น่าสนใจ มันเห็นถึงความเป็นเพื่อนของคนทั้งคู่

                นึกว่าไหมว่าพอเราขี่มอเตอร์ไซค์โดยที่ต้องมีกล้องตามไปด้วย ต้องถ่ายทำรายการไปด้วย เขาก็เซ็ง แต่ว่าเขาก็แข็งแรงพอที่จะบอกว่าหยุดได้แล้ว มาจัดฉากอยู่ได้ เช่น ตอนไปที่เช็ก แล้วก็มีการพาพวกเขาไปที่ร้านอาหารแล้วมีโชว์ ซึ่งถ้าเขาไปกันเองก็ไม่เข้าหรอกร้านอาหารแบบนี้ แต่เขาก็บอกว่า เราจะทำยังไงเพื่อให้มันเป็นไปตามที่เราต้องการจริงๆ เขาก็พยายามจะ keep ในสิ่งที่ว่า เพื่อนสองคนขี่มอเตอร์ไซค์ไปด้วยกันรอบโลก ทำยังไงให้มันไปได้จนถึงไปจนสำเร็จ โดยที่ยังคงเป็นเพื่อนสองคนอยู่ ทั้งๆ ที่พอเขาเดินทางจริงๆ เขาก็มีช่างภาพตามไปด้วยช่างภาพขี่มอเตอร์ไซค์เก่งกว่าสองคนนี้อีก แล้วก็มีทีมโปรดิวเซอร์ที่ขับรถตามไปเพื่อที่จะไปแบ็กอัพแล้วก็ถ่ายทำรายการ ผลที่สุดสรุปแล้วไม่ได้ไปกันสองคนนี่หว่า แต่ว่าคนอื่นที่เรายอมรับได้ไหม

·       อ่านแล้วได้เรื่องการเดินทางของเพื่อนสองคนบนอานมอเตอร์ไซค์ ไม่ใช่เรื่องการเดินทางของพระเอกฮอลลีวู้ดที่อยากทำอะไรแปลกๆ?

                มันก็มีรู้สึกนี้ดๆ เพราะว่ายังไงมันก็เลี่ยงไม่ได้ ไปที่ไหนก็มีคนมารุมเร้าเพราะว่ามันเป็นยวน แม็คเกรเกอร์หรือคนที่เล่นสตาร์วอร์นี่หว่า มันก็มีไม่เยอะ ก็มีที่เขาบ่น แบบว่าตอนที่ไปคาซัคสถานมันก็มีนักข่าวมารุมล้อม มาถามคำถามนู่นนี่ เหมือนกับแทนที่ว่าเขาจะเป็นคนธรรมดาขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามา หรือคนฮือฮาว่าคุณขี่มอเตอร์ไซค์รอบโลก กลายเป็นว่ายวน แม็คเกรเกอร์ขี่มอเตอร์ไซค์มา ไปดูกัน ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าเขาก็เป็นดารา แต่เขาก็อยากที่จะมีความเป็นส่วนตัว อยากที่จะแบบว่ามาแบบนิ่งๆ ไม่มีคนมาต้อนรับได้ไหม แต่ว่าประเด็นหลักมันอาจจะดูยิ่งใหญ่เล็กน้อย นั่นก็คือการที่คุณมีความฝัน มีความอยากอะไร ฝันอะไรก็ได้ ขอให้ทำก็พอ ไม่ต้องขนาดพวกเขาที่ขี่มอเตอร์ไซค์รอบโลกก็ได้ เพราะมันก็ไม่ใช่ใครทุกคนจะทำได้ ไม่ว่าความอยากหรือฝันอะไร เล็กๆ ก็ได้แต่ขอให้เป็นสิ่งที่คุณอยากทำจริงๆ ทำอะไรก็ได้ ทำเหอะ

·       ในแง่ความฝันที่ทุกคนควรจะได้ลงมือทำ แล้วความฝันของตัวเองล่ะอยู่ที่ไหน?

                ไม่รู้เหมือนกัน ไม่มี ถ้ามาถามว่าให้เราลองนึกว่าในสิบปีข้างหน้าจะทำอะไร ไม่นึก เป็นคนที่ไม่ค่อยนึกอะไร เป็นคนแบบเรื่อยเปื่อย คือเราคิดว่าถ้าเราทำวันนี้ดี วันพรุ่งนี้ก็จะดี แล้วพอเรามองเมื่อวานมันก็ดี เพราะว่าวันนี้เราทำดีแล้ว คิดแค่นี้ คือถ้าถามว่าฝันอะไรอยากทำอะไร มันก็ไม่ต้องเป็นชิ้นเป็นอันก็ได้ แต่ว่าขอแค่ให้รู้ว่าอยากทำอะไร ตอนนี้สิ่งที่อยากทำตอนนี้คืออยากเขียนหนังสือ อยากเดินทาง อยากเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ เราอยากทำเราก็ได้ทำ มันก็เหมือนกับการที่เราทำสิ่งที่เราฝันอยากจะทำ แต่ก็รู้สึกว่าบางทีความฝันมันก็ดู abstract เหมือนกันนะ อยากทำอันนี้แล้วก็ได้ทำ เพราะฉะนั้นก็อาจจะเป็นโชคดีของเราที่ได้ทำมันอยู่แล้ว

(ฉบับเรียบเรียงตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ Be My Guest เซ็คชั่น" เสาร์สวัสดี" กรุงเทพธุรกิจ ปีที่ 10 ฉบับที่ 439 วันที่ 20ตุลาคม 2550)

                     

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 09.06 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ชอบค่ะ ... เป็นคนที่ชอบเดินทางคนหนึ่ง...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน