พิมพ์หน้านี้
|
ราว 3 ปีก่อน ผมได้เคยเข้าไปมีส่วนร่วมของนิตยสารเฉพาะกิจขนาด 10 เล่มที่มีชื่อว่า 375F ซึ่งจัดทำขึ้นในวาระครบรอบ 10 ปีของค่ายเพลง(อินดี้)ที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญที่สุดค่ายหนึ่งเท่าที่ประเทศเราเคยมีมาคือ เบเกอรี่ มิวสิค โดยหน้าที่ของผมในครั้งนั้นคือ การทำคอลัมน์ที่มีชื่อว่า Theme อันเป็นส่วนเรื่องราวในแต่ละปีของเบเกอรี่ฯ 1 ปี ต่อ 1 เล่ม โดยเรื่องของแต่ละปี นอกจากผู้บริหารทั้ง 3 (+1) คน คือ พี่บอย, พี่สุกี้, พี่สมเกียรติ และพี่เอื้อง แล้ว แน่นอนว่า เรื่องราวจากความทรงจำ ผ่านปากคำของศิลปิน และทีมงานที่เกี่ยวข้อง หรือมีเรื่องราวร่วมกับเบเกอรี่ฯ ในปีนั้นๆ ซึ่งเมื่อฉบับที่ 3 ที่เป็นเรื่องราวประจำปี 2539 ผมก็มีคิวที่จะต้องสัมภาษณ์วงทรีโอวงหนึ่ง ซึ่งมีผลงานแรกกับเบเกอรี่ฯ ในปีนั้น วง Tea For Three ที่ประกอบด้วย พี่หล่น-วรุณ ศรีวัฒนะธรรมา, พี่หมู-นิวัฒน์ พานิชผล และ พี่ผี-ศุภวัฒน์ รัตนโกเมน แต่เนื่องจากในปี 2547 ที่ผมเข้าไปสัมภาษณ์นั้น เป็นปีที่วง Tea For Three ได้มีการปรับเปลี่ยนสมาชิกไปแล้ว โดยฝั่งที่ยังใช้ชื่อ Tea For Three เหลือเพียง 2 คนคือ พี่หมู กับ พี่ผี ผมยังจำช่วงเวลาที่ผมไปนั่งหัวเราะจนตัวโยนที่ตึกแกรมมี่ได้ไม่มีวันลืมเลือน ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ทราบว่า พี่หมู กับพี่ผี มิใช่คนนิ่ง โรแมนติก และอบอุ่น เฉกเช่นเพลงของพวกเขาเลย ตรงกันข้าม แต่ละคนต่างปล่อยมุขกระจาย ซึ่งกว่าครึ่งในนั้นคงไม่อาจนำมาเล่าต่อได้ และผมก็จำได้ว่า วันนั้นดก ช่างภาพ ใช้เวลาอยู่นานมากกับการหามุมในตึกแกรมมี่เพื่อถ่ายภาพพี่ๆ ทั้ง 2 คน แล้ววันเวลาก็ดึงตัวผมจากไปสู่วิถีปกติ Theme ประจำปี 2539 ที่มีบทสัมภาษณ์ของสมาชิกทั้ง 3 คน (ผมสัมภาษณ์พี่หล่น ในภายหลัง) ก็ถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสาร 375F ฉบับที่ 3 หน้าปก โป้-ปิยะ ศาสตราวาหา แห่งโยคีเพลย์บอย โดยที่ภาพถ่ายของวง ไม่ได้ถูกใช้เลย ด้วยการตัดสินใจ หรือไม่รู้ว่ามีภาพชุดนี้ ของ เจ้าโต๋ อาร์ตไดเรคเตอร์ ก็เหลือที่จะเดา (แต่คาดว่าไม่รู้มากกว่า) ผมก็อดที่จะสงสารทั้ง ดก และพี่ๆ ทั้ง 3 คนไม่ได้ที่ต้องเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ด้วยตารางชีวิตที่แน่นขนัด ทำให้ผมไม่ได้ตรองใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้นานนัก และความรู้สึกผิดก็ถูกซุกเอาไว้ในซอกของความทรงจำ ที่พร้อมจะถูกนำไปสูญสลายด้วยเครื่องทำลายที่ชื่อว่า กาลเวลา จนกระทั่งวันหนึ่ง น้องคนหนึ่งในกองบรรณาธิการ ได้บอกกับผมในขณะที่ต้องติดต่อพี่เขาอีกครั้ง ว่า ทางพี่หมู กับพี่ผี ไม่พอใจกับบทสัมภาษณ์ที่ผมทำ และต้องการคุยกับผมเพื่อไขข้อที่พวกเขาข้องใจ ด้วยเหตุนั้น ผมจึงต้องโทรไปคุยกับพี่ๆ สองคน ทั้งเพื่อให้รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงที่พี่ๆ เขาขุ่นเคืองนั้นคืออะไร และเพื่อให้พี่ๆ เขาได้เคลียร์กับงานที่ผมทำ บ่ายวันนั้นผมต้องใช้เวลากว่าชั่วโมง กว่าที่จะคุยกันจนตะกอนที่ถูกกวนอยู่ในใจของพวกเราทุกคนจะเริ่มเจือจางไป โดยผมก็ได้ประสบการณ์ที่มีค่า สำหรับการทำงานในอนาคตเกี่ยวกับการเรียบเรียงบทสัมภาษณ์ ในด้านความรอบคอบ และประณีต รวมถึงเข้าอกเข้าใจถึงความเป็นศิลปินได้ลึกซึ้งขึ้นอีก หลังจากนั้นผมก็ได้พบกับพี่ๆ อีกครั้งตอนที่พวกเขามาถ่ายมิวสิควิดีโอ ร่วมกับศิลปินเบเกอรี่ฯ คนอื่นๆ เป็นสตูดิโอที่อยู่ภายในสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง ซึ่งผมจำไม่ได้เสียแล้วว่าเป็นที่ไหน วันนั้นผมก็ได้คุยกับพี่หมู กับพี่ผีอีกครั้ง แบบสั้นๆ ซึ่งพวกเขาดูจะไม่ได้มีข้อขุ่นใจอะไรกับผมแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะยังคงเป็นบดแผลในชีวิตการทำงานของผมอยู่บ้างก็ตาม ที่นั่น ผมได้พบกับ พี่ผี ที่ตัดผมสั้น และใส่แว่นเรียบร้อย เดินช้าๆ ไปมา ด้วยผลสืบเนื่องโรคฮีโมฟีเลีย หรือเม็ดเลือดไม่แข็งตัว อันเป็นโรคประจำตัวของเขา ซึ่งทำให้ผมอดทึ่งและชื่นชมไม่ได้กับอารมณ์ขันอันเหลือเฟือของเขา ทั้งที่ภายในร่างกายยังคงต้องเจ็บปวดและเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายมาเนิ่นนาน ทันทีที่เห็น ผมก็ตั้งใจว่าจะเข้าไปไหว้พี่ผี เพื่อทักทายแบบไม่รื้อฟื้นความหลัง (เพราะผมมั่นใจว่าแกคงจำผมไม่ได้แน่ๆ) แต่ด้วยปริมาณคนที่ขวักไขว่จอแจ ทำให้ผมตัดสินใจรอให้จังหวะการจราจรนำเราใกล้กันอีกนิด แล้วคงจะได้ทักทายกันอย่างเป็นทางการเสียที น่าเสียดายว่าที่สุดแล้ว ด้วยงานที่ต้องไปต่อ ทำให้ผมไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจ และจากมาด้วยความคิดว่า เราคงจะได้พบกันอีก แต่แล้ว เมื่อผมได้อ่านข่าวผ่านทางอีเมล์ ผมก็รู้สึกว่าหัวใจของผมมันหายไปจากร่าง ณ ชั่ววินาที เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน ร.ต.ท.ภาสิงห์ สุรเสน ร้อยเวร สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในห้องพักเลขที่ 35/23 วดาพาร์ท ชั้น 2 ซอยพระราม 9 เลขที่ 31 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบพบศพ นายศุภวัฒน์ รัตนโกเมน อายุ 36 ปี นักร้องนำวงทีฟอร์ทรี อดีตนักร้องสังกัดค่ายเบเกอรี่ มิวสิค ล่าสุดย้ายมาอยู่ค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ โดยสภาพศพขึ้นอืดอยู่ภายในห้อง เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน คำไทยโบราณที่ว่า ผัดวันประกันพรุ่ง ได้เข้ามาตอกย้ำลงในหัวใจของผมครั้งแล้วครั้งเล่า ในความสำคัญของมันว่า ชีวิตคนเรานั้นสั้นเกินกว่าที่เราจะสามารถผัดสิ่งที่ตั้งใจหรือต้องทำไปจนพรุ่งแล้วพรุ่งเล่า Goodbye To Romance Yesterday has been and gone (chorus) (repeat chorus) and I feel the time is right (repeat chorus) and the winter is looking fine (repeat chorus) (From 'Goodbye To Romance' By Ozzy Osbourne) |
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |