• JACKPOT329
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jack_music@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 9084
  • จำนวนผู้โหวต : 14
  • ส่ง msg :
ดนตรีวิวัฒน์
คนรักเพลง...บรรเลงชีวิต
Permalink : http://www.oknation.net/blog/jackpot329
วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม 2550
All Those Years Ago (Me, Myself & John Lennon)
Posted by JACKPOT329 , ผู้อ่าน : 236 , 10:27:46 น.   | หมวดหมู่ : The Song Remains The Same   Mixed Emotions   Are You Experienced   Legend Of A Mind  
พิมพ์หน้านี้



หลายวันก่อน

 ขณะที่ผมกำลังขับรถไปทำงานตามปกติ พร้อมกับได้รับรู้ความเป็นไปต่างๆ ของสี่ทิศทางรายรอบตัวและคันรถเท่าที่จะสามารถทำได้จากพื้นที่แคบๆ นั้น ซึ่งกรอบข้อจำกัดดังกล่าวก็ได้บอกกับผมตามครรลองของมันว่า ไม่ค่อยมีรายละเอียดโดยรวมที่ผิดแผกแตกต่างจากปกตินัก

รถยังคงคับคั่งสมกับเป็นเช้าของวันทำงาน, ผู้คนยังเร่งรีบและให้ความสำคัญกับเป้าหมายที่กำลังจะไปถึง มากกว่าที่จะสนอกสนใจไปกับรายละเอียดชั่วแล่นรอบๆ ตัว, ไฟแดงยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ ผิดกับเจ้าของรถที่ยังคงอาศัยช่องว่างของกฎหมายและความมักง่ายของทั้งตัวเองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่าไปอยู่เสมอ รวมถึงในเวลานี้ที่ผมได้พักชั่วขณะไปกับแสงสีแดงตรงหน้า

และก็เช่นเคย ที่สองหูของผมก็ยังคงถูกชำแรกช่องว่างด้วยเสียงจากสองหูฟัง ผ่านเข้ารูหูผ่านใบหู ก่อนที่จะไปสั่นที่แก้วหู กระทั่งถึงสั่นกระดูกทั่ง ค้อน และ โกลน ก่อเกิดเป็นกระบวนการต่างๆ ไปจนถึงสมอง เพื่อให้สมองแปรเป็นข้อมูล ซึ่งโสตประสาทได้บอกกับผมว่าเป็นเสียงพูดอันทุ้มนุ่มของคุณมาโนช พุฒตาล ที่กำลังร่ายเล่าเรื่องราวต่างๆ อันเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดแฟนคลื่น 99.5 The Radio ที่เติมเต็มเวลาช่วงเช้าไปกับช่วงของเขาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

 แทบทุกเรื่องราวที่คุณมาโนชเล่า ล้วนแล้วแต่มักจะเชื่อมโยง ข้องเกี่ยว ทั้งโดยตรงและโดยปริยายไปกับบทเพลงที่เขากำลังจะเปิดต่อไป ซึ่งทำให้ทั้งบทเพลงและเรื่องที่เล่าต่างก็เกิดเป็นความรู้สึกที่พิเศษ และความผูกพันอันลึกซึ้งกว่าที่เคยในระหว่างกัน

 เช้านั้น คุณมาโนชเล่าถึงเรื่องของคุณครูสมัยประถม 7 ของเขาที่ไว้ทุกข์ให้กับคนรักด้วยการสวมชุดดำ นับตั้งแต่คุณมาโนชเพิ่งอยู่ในวัยตอนเลขสิบ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ที่เขาเพิ่งกลับไปเลือกตั้งที่บ้านเกิด และได้พบกับคุณครูคนนั้นอีกครั้ง ซึ่งทำให้เขาได้พบว่า ความรัก ความผูกพัน และความมุ่งมั่นที่จะอุทิศชีวิตที่เหลือให้กับคนรักผู้ล่วงลับ ยังคงเป็นอยู่และดำเนินต่อไป รวมทั้งคงจะเป็นไปเช่นนั้นจนกระทั่งลมหายใจสุดท้าย

 เมื่อคุณมาโนช เล่ามาจนถึงตอนนี้ เขาก็บอกว่า ถ้าเขาสามารถเปิดเพลง 'Lady In Black' ของวง Uriah Heep ตามต่อจากเรื่องนี้ได้ ก็คงจะเป็นความเหมาะเจาะที่พิเศษเป็นอย่างมาก หากบังเอิญว่าตัวเขาไม่มีแผ่นของวงนี้อยู่กับตัวในชั่วขณะนั้น คุณมาโนชจึงเลือกเพลงๆ หนึ่ง ซึ่งยังคงมีความหมายถึงสิ่งที่เขาพูด

 เพลงๆ นั้นคือ

 Woman

Woman I can hardly express,
My mixed emotion at my thoughtlessness,
After all I'm forever in your debt,
And woman I will try express,
My inner feelings and thankfullness,
For showing me the meaning of success,
oooh well, well,
oooh well, well,

Woman I know you understand
The little child inside the man,
Please remember my life is in your hands,
And woman hold me close to your heart,
However, distant don't keep us apart,
After all it is written in the stars,
oooh well, well,
oooh well, well,

Woman please let me explain,
I never mean(t) to cause you sorrow or pain,
So let me tell you again and again and again,
I love you (yeah, yeah) now and forever,
I love you (yeah, yeah) now and forever,
I love you (yeah, yeah) now and forever,
I love you (yeah, yeah)...

(From 'Woman' By John Lennon)



 สำหรับผมแล้ว ‘Woman’ คือหนึ่งในเพลงที่มีพื้นที่พิเศษภายในหัวใจของผมเสมอมา นับตั้งแต่ได้ฟังมันครั้งแรกเมื่อครั้งยังเด็ก จากเทปรวมฮิตม้วนละ 25 บาทของคุณพ่อ นับตั้งแต่เสียง Cymbal แรกที่ขึ้นมาพร้อมกับเสียงกีตาร์ท่อนอินโทรอันไพเราะ คลอเคล้าไปกับเสียงพูดพึมพำ เพื่อที่จะนำเข้าสู่ท่วงทำนองอันอ่อนหวาน และเนื้อร้องอันแสนลึกซึ้ง อ่อนโยน และโรแมนติก

 แน่นอน ที่ผมจะต้องร้องตามในทุกๆ ตัวคำร้องของเพลงนี้ตั้งแต่ต้นไปจนกระทั่งท่วงทำนองสุดท้าย ก่อนที่เสียงเพลงจะค่อยๆ เฟดจบไป

 ท่ามกลางความเงียบชั่วขณะก่อนหน้าที่บทเพลงถัดไปจะเริ่มต้น ผมยังคงรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของความรักที่ John Lennon มีต่อ “ผู้หญิง” ที่เป็นคู่ชีวิตของเขาคือ Yoko Ono ในเพลงๆ นี้ว่าเอ่อล้นจนเกินบรรยาย และเปี่ยมความหมายเพียงใด

  เช่นเดียวกับภาพของ John และเรื่องราวต่างๆ ของตัวเขาที่ยังคงกระจัดกระจายคละคลุ้งอยู่ในความทรงจำของผมอย่างชนิดที่ไม่อาจตกตะกอนได้โดยง่าย

 เพราะตลอดมา ในชั่วระยะเวลากว่า 10 ปี ผู้ชายคนนี้คือ ฮีโร่อันดับที่หนึ่งในใจของผมเสมอ ไม่ว่าจะในแง่ของความเป็นนักร้อง, นักแต่งเพลง หรือกระทั่งรูปแบบการใช้ชีวิตอันสุดขีดและเปี่ยมสีสัน มาจนถึงในขณะนี้ ที่ผมเริ่มเกิดคำถามขึ้นในหัวว่า

John Lennon เริ่มเข้ามีบทบาทในชีวิตของผมได้อย่างไร และเมื่อไหร่



…….

ราวปลายปี 2538

ที่สนามหญ้า ทางด้านข้างของซุ้มของภาควิชาการสื่อสารมวลชน ได้คลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาทั้ง 3 ชั้นปีของภาควิชาที่ได้มารวมตัวกัน เพื่อประชุมการทำงาน สำหรับโครงการจัดการแสดงครั้งใหญ่ประจำปี ที่พวกเราเรียกกันว่า “ขยับปีก”

 ในตอนนั้น ผมยังเป็นเพียงนักศึกษาชั้นปีที่ 1 น้องเล็กของรุ่นพี่ที่เพิ่งได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศของชีวิตนักศึกษา ที่แน่นอนว่าย่อมมีกิจกรรมเป็นเส้นทางสำคัญที่ผมและนักศึกษาจำนวนมากมุ่งหน้าไป เพื่อให้ถึงเป้าหมายของความสมบูรณ์พร้อมในการเป็นนักศึกษาคนหนึ่ง

 วันนั้น รุ่นพี่ปี 3 ที่เป็นเฮดของการจัดงานได้ตั้งคำถามหนึ่งขึ้นมาให้ทุกคนในที่นั้นได้ตอบ คำถามดั
กล่าวมีความว่า

 “คุณมีความฝันกันอย่างไร” เนื่องจากขยับปีกปีนั้นมีธีมหลักในการทำงานว่า “ฝัน”

 ทุกคนต่างก็ตอบความฝันของแต่ละคนต่อกันมาเป็นทอดๆ บ้างยิ่งใหญ่ระดับขอให้โลกนี้สงบสุข ไจนถึงความฝันถึงการมีชีวิตส่วนตัวที่มีความสุข จนกระทั่งวนมาถึงผม

 “ผมฝันอยากเป็น John Lennon ครับ”

 …….



 ผมจำไม่ได้เสียแล้วว่ามีแรงบันดาลใจใดเป็นพิเศษถึงส่งผลให้ตัวเองตอบออกไปเช่นนั้น ทว่าสิ่งหนึ่งที่ยังแจ่มชัดในตัวผมก็คือ ผมรู้สึกประทับใจในตัวอดีตหัวหน้าวง The Beatles และเจ้าของเพลง ‘Imagine’ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ไม่ต่างไปจากค่าความหมายของนกพิราบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของภาควิชาของผม มาตั้งแต่ผมได้ดูเทปการแจกรางวัล Grammy Awards ประจำปี 2534 ทางช่อง 3

 ซึ่งเป็นครั้งที่ John Lennon ได้กลายเป็น 1 ใน 4 ศิลปินที่มีคุโนปการอันอเนกอนันต์แก่วงการเพลงโลก ร่วมกับ Marian Anderson, Kitty Wells และ Bob Dylan

 สำหรับ John ผู้ที่ขึ้นมากล่าวเชิญรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้กับเขาคือ Richard Gere ซึ่งทันทีที่คำกล่าวนำของ Richard จบลง ภาพก็ตัดไปที่สารคดีสั้นๆ เกี่ยวกับประวัติของ John ซึ่งอินโทรด้วยภาพในวัยต่างๆ ของ John ตั้งแต่ไปจนถึงก่อนเสียชีวิต โดยมีท่อนแรกของเพลง ‘Strawberry Fields Forever’ เป็นฉากหลัง ซึ่งช่วยขับเน้นให้ภาพนั้นจับตา และจับใจจนยากที่จะอธิบาย

 หลังจากนั้นก็จะเป็นการตัดสลับระหว่างการสัมภาษณ์, ภาพคอนเสิร์ต และภาพข่าวต่างๆ ของเขา โดยเฉพาะในช่วงเรียกร้องให้ยุติสงครามเวียดนาม โดยมีเพลงอย่าง’ A Hard Day’s Night’, ‘All You Need Is Love’, ‘Instant Karma’ และอีกหลายๆ เพลงของเขามาประกอบอย่างมีสาระสำคัญ

 จากการบรรยายของคุณมาโนช ทำให้ผมได้รับรู้เบื้องต้นถึงความเป็น John Lennon ว่าเป็นผู้ชายที่อุทิศผลงานเพลงของเขาให้กับเรื่องราวมากมายในสังคม มานับตั้งแต่ยุค The Beatles เพราะในขณะที่คู่หูของเขาคือ Paul McCartney จะโดดเด่นในการแต่งเพลงรักอันแสนไพเราะ John กลับมีทิศทางและมุมมองการทำงานที่ต่างออกไป เพลงของ John จะกล่าวถึงหลากหลายเรื่องภายใต้กรอบของเพลงป๊อปโดยทั่วไป โดยมีหัวข้อสันติภาพเป็นตัวอย่างที่สำคัญ

  ก่อนที่จะมี 2 ศิลปินขึ้นมาแสดงเพลงของเขาเพื่ออุทิศให้กับ John คือ Tracy Chapman ในเพลง ‘Imagine’ และ Aerosmith ในเพลง ‘Come Together’ ในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าที่เขาเคยทำในช่วงต้นยุค 80 มากมายนัก

 และปิดท้ายด้วยการมอบรางวัลให้กับ John ผ่านทาง Yoko ที่ทุกคนในฮอลล์ต่างลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับเธอ และความยิ่งใหญ่ของผู้ชายที่ไม่สามัญคนนี้

 ภาพและเสียงทั้งหมดในภาพงานคืนนั้นยังคงตราประทับอยู่ในใจของผมมาจนคืนแล้ววันเล่า เทปที่อัดรายการยังคงถูกผมนำมาเปิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ก่อนหน้าที่ผมจะมีเทปม้วนแรกของ The Beatles คือ Sgt. Pepper’s Lonely Heart Club Band มาครอบครองเป็นของตัวเองในอีกหลายเดือนต่อมา

 หลังจากนั้นผมก็เพียรสั่งสมเรื่องราว, บทเพลง และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากบรรดาสื่อต่างๆ เท่าที่บ้านเราจะเอื้ออำนวยให้ผมได้รับรู้

 แน่นอนว่า ยิ่งผมได้รับรู้ถึงเรื่องและข้อมูลของ John มากมายยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ภาพของฮีโร่ในอุดมคติของผมจากภาพแรกในงานแกรมมี่คืนนั้นก็ย่อมเจือจางลงเรื่อยๆ โดยที่มีภาพและความจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับตัวเขาเข้ามาซ้อนแทนที่

 ผมได้รับรู้ว่า John ลุ่มหลงคนรักใหม่คือ Yoko จนสามารถทิ้ง Cynthia กับ Julian ลูกชายคนโต หรือแม้กระทั่ง The Beatles เอาไว้เบื้องหลังได้โดยไม่ยี่หระ

 ผมได้รู้ว่า John ได้สร้างความอื้อฉาวในระดับที่ประวัติศาสตร์ดนตรีต้องจารึกกับในช่วงวันหยุดอันว่างเปล่า (The Lost Weekend) ในอเมริกาของเขาในช่วงกลางทศวรรษที่ 70

 ผมรู้ว่า John เป็นคนที่ร้ายกาจกับบุคคลรอบๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นการถากถาง Paul ในช่วงหลังจากที่วงแตกใหม่ หรือการข่ม Ringo แทบจะตลอดชั่วอายุที่มือกลองคนนี้อยู่กับวง หรือการสะท้อนมุมมองของการทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของหญิงสาวคนรักในเพลง ‘Getting Better’ ฯลฯ

 แต่ผมก็คงจะไม่ต่างไปจากคนจำนวนมาก ที่ก็ต้องยอมรับโดยดุษณีเช่นกันว่า ทั้งหมดนั้นคือ เสน่ห์ในด้านมืดของเขา ที่ส่งผลให้เขากลายเป็นร็อกสตาร์ตัวจริง ที่ยากเหลือเกินที่จะมีศิลปินเพลงร็อกคนใดจะก้าวขึ้นไปถึงจุดที่ John Lennon ขึ้นไปถึงได้ เฉกเช่นอัจฉริยภาพในการแต่งเพลงอันเอกอุของเขา

 และอาจด้วยเสน่ห์ตรงจุดนี้ ที่ทำให้ John ได้รับเลือกให้เป็น ซูเปอร์สตาร์แห่งศตวรรษที่ 20 ในอันดับที่ 1 โดยมี Paul เป็นอันดับที่ 2

.......

 เมื่อระยะเวลาผ่านไป เมื่อผมได้มาถึงชั่วเวลาสุดท้ายของชีวิตนักศึกษาปริญญาตรี อีกไม่นานผมจะต้องออกไปสู่โลกกว้างของชีวิตการทำงานแล้ว

 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมอยากไปนั่งที่ซุ้มมากที่สุดนับตั้งแต่ผมได้รู้จักกับมันมา ราวกับเพื่อไปดื่มด่ำไปกับทุกๆ ภาพ ทุกๆ ความทรงจำ และทุกๆ ความผูกพันที่ผมมีต่อสถาบัน ต่อเพื่อนๆ และต่อซุ้มแห่งนี้

 ผมจำได้ดีว่า บทเพลงเดียวเท่านั้นที่ก้องอยู่ในหัวของผม เสมือนดังเป็นบทเพลงประกอบของชีวิตในช่วง 4 ปีที่มาฉายในหัวอยู่ตลอดเวลาในช่วงตอนของการจากลานั้น จนผมเคยตั้งใจอย่างแรงกล้าว่า จะปรินต์เนื้อเพลงๆ นั้นมาติดที่ซุ้ม เพื่อให้โต๊ะหินอ่อนทุกตัว ต้นไม้ทุกต้น และก้อนอิฐทุกก้อนได้รับรู้ถึงความรักที่ผมมีต่อที่นี่



 เพลงนั้นคือ ‘In My Life’

There are places I'll remember
All my life though some have changed
Some forever not for better
Some have gone and some remain
All these places have their moments
With lovers and friends i still can recall
Some are dead and some are living
In my life I've loved them all

But of all these friends and lovers
There is no one compares with you
And these memories lose their meaning
When I think of love as something new
Though I know I'll never lose affection
For people and things that went before
I know I'll often stop and think about them
In my life I love you more

Though I know I'll never lose affection
For people and things that went before
I know I'll often stop and think about them
In my life I love you more
In my life I love you more

(From 'In My Life' By The Beatles)

 เพลงเดียวกับที่ผมตั้งใจว่า จะให้จารึกไปกับลมหายใจสุดท้าย ในชั่วยามที่ผมจากโลกนี้ไปแล้ว

 ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่า คงไม่ได้มีผมเพียงคนเดียวลำพังที่ส่วนหนึ่งหรือส่วนสำคัญของชีวิตจะถูกเติมจนเต็มด้วยเพลงๆ นี้ ‘In My Life’

 เฉกเช่นเดียวกับบทเพลงอื่น และเรื่องราวด้านอื่นของเขา – John Lennon

.......

แสงสีแดงตรงหน้าได้เปลี่ยนกลายเป็นสีเขียวแล้ว

ในขณะเดียวกันบทเพลงๆ ใหม่ได้ผ่านเข้ารูหูผ่านใบหู ก่อนที่จะไปสั่นที่แก้วหู กระทั่งถึงสั่นกระดูกทั่ง ค้อน และ โกลน ก่อเกิดเป็นกระบวนการต่างๆ ไปจนถึงสมอง เพื่อให้สมองแปรเป็นข้อมูลใหม่ๆ ต่อไป

แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้ผมเลิกฮัมเพลง ‘Woman’ ที่เพิ่งจะจบลงเมื่อครู่ได้

ไม่ต่างไปจากความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในชีวิตที่บ้างสามารถสั่นสะเทือนแรงอิทธิพลที่มีต่อชีวิตในเวลาก่อนนั้น และบ้างก็ไม่อาจสร้างผลกระทบใดๆ ได้เลยแม้สักกระผีก

รวมไปถึงตัวต้นธารของแรงกระทบนั้น

และจากประเด็นคำถามเมื่อครู่ ก็ได้นำไปสู่คำถามถัดไปโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีใครเอื้อนเอ่ยถาม

นั่นคือคำถามที่ผมเคยตั้งข้อสังเกตทั้งกับตัวเอง และถ้วนทุกคนอยู่บ้าง ในหลายครั้งว่า หาก John ไม่จากไปอย่างกะทันหันด้วยน้ำมือของ Mark David Chapman ในตอนดึกของวันที่ 8 ธันวาคมของปี 2523 เขาจะได้รับความยกย่องและรางวัลต่างๆ มากมายในภายหลังอย่างที่ตัวเขาได้รับ – แม้อาจไม่เคยรับรู้ – หรือไม่ ซึ่งตัว Yoko เองก็เคยแสดงทรรศนะเช่นนี้เอาไว้เช่นกัน เมื่อครั้งที่ John ได้รับการยกย่องให้เป็นซูเปอร์สตาร์แห่งศตวรรษ

เพราะหลายคนที่ต้องสิ้นชีพ เพื่อให้ชื่อยัง

หลายคนที่มลทินต่างๆ กลับพลันจางหายไปพร้อมกับความตาย

และก็มีหลายคนที่ต้องเจ็บปวดไปกับลมหายใจแห่งชีวิตปัจจุบันอันล้มเหลว และรวดร้าวกับความจริงที่เขาไม่ได้จบชีวิตในช่วงเวลาของความรุ่งโรจน์

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าคำตอบนั้นจะเป็นเช่นไร จากทุกภาพ ทุกเสียง และทุกเรื่องที่ยังคงประทับอยู่ใจ ก็ทำให้ผมมั่นใจว่า ตราบจนถึงปัจจุบัน ลิสต์ของนักแต่งเพลงที่ผมชื่นชมมากที่สุด ในอันดับที่หนึ่งก็ยังคงเป็น

John Lennon

เช่นเดียวกับที่ยังคงเป็นฮีโร่ที่ผมยังคงให้ความยกย่องอยู่เสมอมา และตลอดไป

HAPPY BIRTHDAY ครับ
John Winston Ono Lennon (9 ตุลาคม 2483 – 8 ธันวาคม 2523)

เราจะคิดถึงคุณ และงานเพลงของคุณเสมอ
โดยเฉพาะช่วงเวลาที่โลกกำลังต้องการสันติภาพ, ความรัก และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเฉกเช่นในทุกวันน
ี้



All Those Years Ago

I’m shouting all about love
While they treated you like a dog
When you were the one who had made it
So clear
All those years ago.

I’m talking all about how to give
They don’t act with much honesty
But you point the way to the truth when you say
All you need is love.

Living with good and bad
I always look up to you
Now were left cold and sad
By someone the devils best friend
Someone who offended all.

Were living in a bad dream
They’ve forgotten all about mankind
And you were the one they backed up to
The wall
All those years ago
You were the one who imagined it all
All those years ago.

Deep in the darkest night
I send out a prayer to you
Now in the world of light
Where the spirit free of the lies
And all else that we despised.

They’ve forgotten all about god
He’s the only reason we exist
Yet you were the one that they said was
So weird
All those years ago
You said it all though not many had ears
All those years ago
You had control of our smiles and our tears
All those years ago

(From 'All Those Years Ago' By George Harrison)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
kilroy วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 21.39 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

มีหลาย ๆ คนยอมรับไม่ค่อยได้ในยามเมื่อฟังเพลง Woman และต้องมีภาพโยโกะเข้ามาในหัว ผมก็เป็นคนหนึ่งด้วย

จอหน์เป็นตัวของตัวเองมากและผมว่าเขารักริงโก้มากนะ เพิ่งทราบจริง ๆ ว่าเขาชอบข่มริงโก้

In My Life เป็นการประพันธ์เพลงที่ดีที่สุดเพลงหนึ่งของจอหน์

และขอ HBD ให้กับจอหน์ด้วย
ความคิดเห็นที่ 3
TheQueenofNostalgia วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 17.38 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
 

ในงานหมั้นของเพื่อนที่ทำงาน
เจ้านายส่งซีดีให้เราไปเปิด คือ Lennon Legend
แกบอกให้เปิดเพลง Love
แต่พอเราเดินไปที่เครื่อง เราก็ตัดสินใจเปิดเพลง woman
ให้ทั้งสองคนแทน
ความคิดเห็นที่ 2
TheQueenofNostalgia วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 17.34 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
 

ว่าจะกำลัง Happy Birthday ทั้ง John และ Sean Lennon อยู่พอดีเลยค่ะ

คุณแจ็ค เรื่องนี้โคตรยาวเลย
แต่พออ่านมาถึงตอนไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว...
อึ้งมากๆ ว่าสิ่งที่คุณเล่ามามันเกิดขึ้นตอนพี่ซันเปิดเพลง woman และตอนที่รถติดอยู่... นี่แค่วิธีเล่า(เหมือนดูหนังอยู่เลย) ส่วนเนื้อหาเรื่องความทรงจำกับฮีโร่ของคุณนั้นก็รู้สึกอินตามไปด้วย จอห์นก็เป็นมนุษย์คนนึง อย่างที่ว่า ด้านมืดทำให้เขาเป็นเขา สำหรับเราค่อนข้างอึ้ง ตอนที่จอห์นออกมาบอกว่าหลายๆไอเดียที่เขาทำอะไรขึ้นมา นั้นมันมาจากโยโกะ และเขาเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะยอมรับตั้งแต่ตอนแรก ยิ่งรู้สึกว่าเขามีความเป็น"มนุษย์" ดีจังเลย
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 08/10/2007 เวลา : 10.34 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ ...

สวัสดียามสายๆ ... Have fun .. Monday !!
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน