• พี่ต้นอ้อ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 158
  • จำนวนผู้ชม : 60468
  • จำนวนผู้โหวต : 287
  • ส่ง msg :
Westlife

MV Fool Again

View All
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



วันพุธ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551
----> ลูกแกะขาพิการ.. พลังใจในการดำเนินชีวิตผ่านนิทาน!
Posted by พี่ต้นอ้อ , ผู้อ่าน : 586 , 10:54:13 น.   | หมวดหมู่ : ไดอารี่ ออนไลน์  
พิมพ์หน้านี้


หลายปีก่อนสมัยที่ฉันเรียนจบใหม่ๆ

ฉันมีโอกาสได้เดินทางไปเป็นครู

อยู่ที่โรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี

 

ใจจริงแล้ว..  ฉันก็ไม่อยากไปสักเท่าไหร่นัก

เพราะไม่ค่อยอยากไกลบ้าน

ครอบครัวของฉันล้วนเป็นห่วง

กลัวว่าฉันจะอยู่อย่างไร..  อยู่ได้หรือไม่

โดยเฉพาะแม่... 

ช่วงแรกๆถึงกับนอนไม่หลับด้วยความเป็นห่วงฉัน

 

แต่ฉันก็ตัดสินใจที่ไปค่ะ

เพราะฉันอยากได้ประสบการณ์จากการทำงาน

และประสบการณ์ที่จะอยู่คนเดียวให้ได้

เรียกว่าเป็นการฝึกตัวเองให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น!!

การทำงานไกลบ้านครั้งแรกในชีวิต

หลังจากเดินออกนอกรั้วมหาวิทยาลัยหลังจบการศึกษาของฉัน

มันสร้างความตื่นเต้นให้ฉันไม่น้อยเลย!!

 

ที่นี่เป็นโรงเรียนเอกชนคาทอลิก

มีทั้งเด็กคริสต์ และ เด็กพุทธเต็มไปหมด

ทุกๆเช้า..

เด็กๆจะสวดบทสวดมนต์เป็นเป็นชาวคริสต์

ซึ่งต่างจาก บทสวด “อะระหังสัมมา...”    

แบบที่เคยคุ้นหูของคนพุทธอย่างฉัน!!

ทุกๆวันพฤหัสบดี..

จะเป็นวันที่พิเศษหน่อย

เนื่องจากเด็กๆจะสวดมนต์แบบคริสต์เหมือนเช่นเคยแล้ว

ยังแถมเพลง “พระคุณที่สาม” หน้าเสาธงอีกด้วย

ฉันชอบฟังมากค่ะ!!

ตลอดเวลาที่ฉันอยู่ที่นี่ค่อนข้างปรับตัวพอสมควร

หลายครั้ง..  ฉันรู้สึกเหงา

หลายครั้ง..  ฉันรู้สึกท้อแท้

หลายครั้ง..  ฉันรู้สึกเหนื่อยล้า

 

หลายครั้งที่ความคิดถึงบ้านเข้ามาในห้วงคำนึง

ฉันตอบตัวเองไม่ได้ว่า

“เพราะอะไรฉันจึงต้องทรมานความรู้สึกตัวเองแบบนี้ด้วย”

 

หลายครั้งที่เกิดปัญหาในการทำงาน

ฉันตอบตัวเองไม่ได้ว่า..

“เพราะอะไรฉันจึงต้องอดทนอดกลั้นขนาดนี้ด้วย”

คำถามเหล่านี้...  

ฉันต้องขอโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ที่ไม่สามารถตอบคำถามให้กระจ่างแก่ใจตนเองได้

 

 

กระทั่งวันหนึ่ง

ฉันมีโอกาสได้ไปจัดหมวดหมู่

และวางระบบห้องสมุดคริสต์ศาสนา

หรือที่พวกเราในโรงเรียนเรียกกันว่า “ห้องคำสอน”

ภายในนั้นมีหนังสือคำสอนศาสนาคริสต์เต็มไปหมดค่ะ

มีทั้งเป็นแบบการ์ตูนให้เด็กคริสต์เข้าใจง่าย

และเห็นเป็นแบบซีดีการ์ตูนเปิดให้เด็กได้ดูกัน

 

ห้องคำสอนนี้.. 

มีไว้สำหรับเป็นที่เรียนศาสนาของเด็กคริสต์

ส่วนเด็กพุทธ..  ก็จะไปเรียนที่วัดพุทธใกล้ๆโรงเรียน

โดยจะแยกไปเรียนศีลธรรมของแต่ละศาสนากันในบ่ายวันศุกร์

 

:

 

ฉันนั่งทำงานอยู่ใน  “ห้องคำสอน” เพียงสักครู่

ซิสเตอร์ผู้สืบทอดศาสนาก็นำเด็กๆชั้นอนุบาล3

เข้ามาเรียนในห้องนี้

เด็กน่ารักค่ะ..  และทุกคนเป็นคาทอลิก

 

“เอาละเด็กๆ  วันนี้ซิสเตอร์มีการ์ตูนมาให้หนูดูนะคะ

ไหน...  ใครอยากดูบ้างลูก”  เสียงซิสเตอร์วัยไล่เลี่ยฉันร้องบอกเด็กๆ

แน่นอน...  เด็กๆทุกคนยกมือพร้อมกับส่งเสียงว่าตนเองต้องการดู

 

“งั้น...  วันนี้ซิสเตอร์จะให้เด็กๆดูเรื่อง  ลูกแกะขาพอการ  นะคะ”

เสียงซิสเตอร์ร้องบอกอีกรอบ

 

ฉันนั่งทำงานไปเรื่อยๆ

 พร้อมกับดู  “ลูกแกะขาพิการ” ไปพร้อมกับเด็กๆ!!

 

 

“ลูกแกะขาพิการ”

 

 

                         ย่อๆนะคะ..

 

ลูกแกะตัวหนึ่งเกิดมาในฝูงแกะของชาวนาคนหนึ่ง

ลูกแกะในฝูงตัวอื่นๆ  ร่างกายปกติสมบูรณ์ดี

มีเพียงลูกแกะตัวนี้ที่  “ขาพิการ”

 

เพื่อนๆรุ่นเดียวกันต่างพากันไปวิ่งเล่นสนุกสนาน

แต่ว่า  “ลูกแกะขาพิการ”  ไม่มีเพื่อนเลย

เนื่องจากแตกต่างจากตัวอื่น  เลยไม่มีใครคบ!!

 

เวลาที่ชาวนาพบทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์ในที่ห่างไกล

ชาวนาจะต้อนแกะในฟาร์ออกไปกินหญ้า

ลูกแกะตัวอื่นๆดีใจมาก 

ซึ่งเท่ากับว่านอกจากจะได้ลิ้มชิมหญ้าแสนอร่อยแล้ว

ยังจะได้ท่องเที่ยวไปในที่ที่ห่างไกลอีกด้วย

 

แน่นอน..

ชาวนาไม่ยอมให้  “ลูกแกะขาพิการ”  ไปด้วยซักครั้ง

เนื่องจากจะเป็นภาระในการเดินทาง!!

 

“ลูกแกะขาพิการ”  น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาของตนเอง

ตลอเวลา  “ลูกแกะขาพิการ” มักตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้า

เพื่อนถามกับ  “พระเจ้า” ว่า..  ตนเองเกิดมาเพื่ออะไร ???

 

“พระเจ้า”  ไม่เคยมีคำตอบให้ “ลูกแกะขาพิการ” 

เลยซักครั้งเดียว!!!

 

...............................................................................

...............................................................................

 

จนกระทั่งวันหนึ่ง...

ในขณะที่แกะในฝูงตัวอื่นๆไปกินหญ้า ณ ที่ห่างไกลกันหมด

ท่านนักบุญยอแซฟ (คู่หมั้นของพระนางมารี) 

ได้พาพระนางมารี  (มารดาของพระเยซู) 

หนีจากการถูกปลงพระชมน์จากเมืองหนึ่ง

ซึ่งทั้งสอง  กำลังเดินทางไปยังกรุง “เยรูซาเล็ม”

 

ทั้งสอง..  ไม่มีที่พัก

โรงแรมทุกแห่งเต็มหมด!!

ซึ่งขณะนั้น..  พระนางกำลังจะประสูตร “บุตรของพระเจ้า” !!!

 

มีเพียงโรงนาแห่งนี้เท่านั้นที่ยังคงว่างอยู่

ซึ่งเป็นคอกแกะที่  “ลูกแกะขาพิการ”  อาศัยอยู่เพียงลำพัง

 

พระนางมารีถึงคราให้กำเนิด  “บุตรของพระเจ้า”

พอถึงตอนนี้  จะมีแสงระยิบระยับเต็มไปหมด

ซึ่งหมายถึงว่า  “เด็กที่ถือกำเนิดเป็นผู้มีบุญบารมี”

 

“ลูกแกะขาพิการ”  เฝ้ามองเรื่องราวปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

เมื่อ “บุตรของพระเจ้า” ถือกำเนิดขึ้น

มันจึงเดินเข้าไปนอนเป็นเบาะรอง

เพื่อให้เกิดความอบอุ่นแก่  “บุตรของพระเจ้า”

 

เมื่อแกะทุกตัวกลับมาคอก

ทุกตัวต่างอิจฉา “ลูกแกะขาพิการ” 

ที่ได้รับใช้ใกล้ชิด “บุตรของพระเจ้า”

 

“ลูกแกะขาพิการ”  ภูมิใจในหน้าที่นี้เป็นอย่างมาก

มันยืดยกเดินด้วยความภาคภูมิ

 

“เจ้ารู้แล้วใช่มั๊ย..  ว่าทำไมเจ้าถึงต้องเกิดมาเป็นแบบนี้

ทุกชีวิตบนโลก..  ล้วนมีเหตุผลของการเกิดมาเสมอ

อย่าไปน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาของตนเอง

เพราะวันหนึ่งเจ้าจะรู้เอง  ว่าเจ้าเกิดมาเพื่ออะไร”

เสียงของพระเจ้าดังมาจากบนท้องฟ้า

 

ซึ่งคำพูดนี้เอง..

ทำให้ฉันจดจำมาจนทุกวันนี้

มันเป็นสุดยอดของคำพูดจริงๆ

ฉันก็เลยถึงบางอ้อทันทีเลยว่า

ที่ฉันต้องอดทนในทุกสิ่งที่ต้องทนขณะนั้น

มันเป็นการอดทนเพื่ออะไร!!

 

นั่นสินะ...

ทุกชีวิตมีความหมายในการเกิดมาเสมอ!!

 

โอ้... เธอเกิดมาเพื่อสิ่งนี้

เป็นคำพูดที่สัมผัสได้จริงนะคะ

 

 

ปล. 

เนื้อเรื่องฉันอาจจำรายละเอียดไม่ได้มากนัก

แต่ก็มีเนื้อหาประมาณนี้แหล่ะค่ะ

 

 

 

เรื่อง :  ต้นอ้อ

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
red-devils วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 19.54 น.
http://www.oknation.net/blog/red-devils

ขอบคุณที่มาทักทายครับ ไม่ดูบอลก็ไม่เป็นไรครับ มทักทายกันได้ จะคอยติดตามผลงานต่อไปนะครับ
ปล.เพลงเข้ากันกับบทความจัง^^
ความคิดเห็นที่ 7
เจเจค่ะ วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 19.52 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

ตระหนักในคุณแห่งตนเอง



ความคิดเห็นที่ 6
red-devils วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 23.42 น.
http://www.oknation.net/blog/red-devils

รู้สึกชีวิตมีค่าเลยแฮะ (แต่เดิมทีผมก็รู้ว่าชีวิตมีค่าอยู่แล้วนะครับ)^^
แวะมาทักทายเพื่อนใหม่คับ ฝันดีคับ
ความคิดเห็นที่ 5
beebee วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 14.10 น.
อดีตไม่สำคัญ...ปัจจุบันเท่านั้นพอ 

เป็นบทความที่ดีมั่กๆๆ...มีพลังในการดำเนินชีวิตจิงๆ

ยิ่งตอกย้ำตัวเราเลยว่า...ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ 555+

ความคิดเห็นที่ 4
พี่ต้นอ้อ วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 12.44 น.
http://www.oknation.net/blog/jamwainaja
UP มั่ง.. ไม่ UP มั่ง   แล้วแต่อารมณ์ 

ขอบคุณทุกคนที่แวะมาเยี่ยมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
บินหลาหาดใหญ่ วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 11.35 น.
http://www.oknation.net/blog/witphoto
 Photographer Culture and Nature โลกสีเขียวและวัฒนธรรมไทย  

มาอ่านบทความครับพี่ต้นอ้อ
ความคิดเห็นที่ 2
slipknot วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 11.33 น.
http://www.oknation.net/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยยตอนนี้มีบ้านอีกหลัง www.oknation.net/blog/hellstory อย่าลืมแวะไปชมบ้างนะ...คริ...คริ...คริ

ขอโหวตให้กับบทความดีๆ
ความคิดเห็นที่ 1
thesaint วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 11.19 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
----การใส่สายยางในจมูกดูเลวร้าย .....แต่การดึงออกมันทำให้ผมแทบบ้า ----


----ในความเป็นคริสเตียน ... เรารับรู้ครับว่าพระเจ้าวางทุกอย่างให้เราในชีวิต เราสูญเสีย เพื่อที่จะแกร่งขึ้น เมื่อต้องเผชิญกับการทดสอบ ----
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ แล