• พี่ต้นอ้อ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 158
  • จำนวนผู้ชม : 60470
  • จำนวนผู้โหวต : 287
  • ส่ง msg :
Westlife

MV Fool Again

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



more
วันอังคาร ที่ 1 เมษายน 2551
----> ไปเที่ยวเซินเจิ้น-ฮ่องกง ตอนที่2
Posted by พี่ต้นอ้อ , ผู้อ่าน : 255 , 09:58:22 น.   | หมวดหมู่ : โอ้โห  
พิมพ์หน้านี้


22  มีนาคม  2551

 

Morning  Call  ปลุกเวลา 07.00 น.

ฉัน กับ beebee  ยังคงแน่นิ่งด้วยความเหนื่อยและความเพลีย

 

ฉันเกี่ยงให้ beebee ลุกไปอาบน้ำก่อน

ตามประสาเพื่อนที่แสนเสียสละ...   555+

 

ได้ผล..

Beebee ลุกไปอาบน้ำก่อน

ส่วนฉันนอนสิคะ....  นอนต่อไป

 

นึกขึ้นได้..

เลยค้นเอาโปรแกรมทัวร์วันนี้ออกมาอ่าน

ไหนดูสิไปไหนบ้างนี่???

 

อืมมมม....

* ไปเที่ยวชมเมืองเซินเจิ้น

* ไป Splendid of China 

สถานที่จำลองสิ่งก่อสร้างทุกมณฑลของจีน

หรือ “เมืองจำลอง”  บ้านเรานั่นเอง!!

* ไปดู  China Folk Culture Villages 

หรือ “หมู่บ้านวัฒนธรรม”

 

อ๊ะๆๆ....   มีโชว์ด้วยแฮะ

 

เออๆๆ...  อยากดูๆ

เพราะเมืองจีนเนี่ย.. 

เรื่องโชว์ของเค้าสุดอลังการอยู่แล้ว   เจ๋งวุ๊ย!

 

 

 

08.00  น.

ฉันลงไปนั่งหม่ำๆอาหารเช้าของโรงแรม

ก็เตรียมตัวมาพอสมควรอ่ะนะสำหรับเรื่อง “อาหารจีน”

เพราะอาจหลีกเลี่ยงความจืด..  เลี่ยน..  ชืด..  ไม่ค่อยได้

ทางบริษัททัวร์ของพวกเรา  เลยเอาใจลูกค้า

ด้วยการขนน้ำพริกมาจากเมืองไทยด้วย

เพื่อลดปัญหาเรื่อง  "กินไม่ได้" ลงไปได้บ้าง!

 




^
อาหารเช้ามื้อแรกของโรงแรม

 

09.00  น.

ได้เวลานัดหมายสำหรับรายการเที่ยวที่แรกของวันนี้

“คุณบอย”   ไกด์หนุ่มอารมณ์ดีจากเมืองไทย

เรียกเสียงฮาได้ตลอดรายการ

แถมมี “น้องพอลล่า”  ตัวโจ๊กประจำกลุ่มของพวกเรา

ก็เลยการันตีได้ว่า  วันนี้ไม่มีเครียดแน่นอน

 

ส่วน  “คุณหลิน”   ไกด์สาวชาวจีน

เธอพูดไทยได้ไม่ค่อยชัดนัก

บางคำก็เรียกเสียง “ฮา” จากพวกเราได้ตลอดค่ะ

แต่ก็ถือว่าเธอทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว



^
เงินสกุลหยวน  เกือบ 5 บาท ต่อ 1 หยวน
(พวกเราเรียกว่า "เงินเหมา"..  ท่านเหมาเจ๋อตุง  นั่นเอง)

 

“ขอต้อนรับเข้าสู่เมืองเศรษฐกิจเขตปกครองพิเศษเซินเจิ้นค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ  เมื่อคืนหลับสบายมั๊ย............”

นั่นคือคำทักทายจากคุณหลิน    

และคุณหลินก็ชวนคุยไปเรื่อยๆ

 

ฉันสอดส่ายสายตามองข้างทาง 

พร้อมกับหูก็ฟังคุณหลินบรรยายเรื่องต่างๆไปด้วย

เข้าหูบ้าง..  ไม่เข้าหูบ้าง..

แต่ก็พอจะจับใจความจากคุณหลินได้ว่า..

 

เมืองเซินเจิ้น   เป็นเมืองที่ปกครองแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษ

เป็นเมืองเศรษฐกินการค้าที่สำคัญของจีนทางตอนใต้

และเป็นแหล่งรวมความทันสมัยแห่งหนึ่งในมณฑลกวางตุ้ง

 

สมัยก่อนที่เมืองเซินเจิ้น  ยังไม่ค่อยมีผู้คนอาศัยอยู่มากนัก

แต่ตั้งแต่ประเทศจีนเปิดประเทศ

และให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้ามามีบทบาททางด้านการลงทุน

ที่เมืองแห่งนี้ก็เลยมีคนมากหน้าหลายตาเข้ามาอาศัยเพิ่มมากขึ้น

 

คุณหลินได้เล่าให้ฟังอีกว่า

ประเทศจีนปกครองแบบระบอบ “คอมมิวนิสต์”

ดังนั้นแผ่นดินทุกๆตารางในประเทศนี้  

“เป็นของรัฐ”  แต่เพียงผู้เดียว

ไม่ยินยอมให้เป็นสิทธิขาดของประชาชน!!

 

คนจีน..  ต้องเช่าแผ่นดินรัฐอยู่

ทำสัญญากับรัฐไว้เช่น..   ทำสัญญาไว้ 60 ปี

เมื่อถึงรุ่นลูกของเรา.. บ้านที่อยู่ทุกวันนี้ก็จะไม่ใช่ของลูกอีกต่อไป

ก็ต้องมาทำสัญญากันใหม่  แล้วแต่รัฐจะให้เช่าต่อหรือไม่

เรียกว่าไม่เป็นมรดก..  อุตส่าห์ผ่อนมาตั้งนาน (เฮ้อออออ)

 

คุณหลินบอกต่ออีกว่า

เธอรู้สึก  “อิจฉาคนไทย” 

ที่มีที่ดินเป็นของตนเอง  มีมรดกไว้ให้ลูกหลาน..

มีสิทธิเสรีภาพที่จะทำอะไรก็ได้

ภายใต้กฎหมายและความถูกต้อง

ฉันฟังคุณหลินพูดแล้วฉัน “ขนลุก”

และ “ภาคภูมิใจ”  เป็นที่สุด

บ้านใครไหนเล่าจะสู้   “บ้านเรา..  เมืองไทย”

(แต่ยังไม่วายกัดกันให้ได้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน..  น่าเบื่อชะมัด)

 

ก่อนจะเครียดไปมากกว่านี้

มาเม้าท์เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวดีกว่าค่ะ

 

ในตอนแรก  คุณหลิน กับ คุณบอย

ว่าจะพาเราไปดูป้อมปืนใหญ่ที่เก่าแก่ 

สมัยที่อังกฤษมาล่าอาณานิคมที่จีน

แต่เมื่อไปถึง..  คุณยามที่เฝ้าสถานที่

เค้าปิดทางขึ้น  ไม่ให้รถขึ้นไป

 อนุญาตให้เดินเท้าขึ้นไปเท่านั้น

 

คุณพระ...    ไม่ไหวมั๊ง!!!

 

พวกเราเลยเปลี่ยนแผน  ไม่ดงไม่ดูมันละ

เลยพากันไปไหว้ขอพร  “เจ้าแม่ทับทิม” 

เพื่อขอให้เกิดสิริมงคลในชีวิต

 





^
ไหว้ขอพรเจ้าแม่ทับทิม

 

ที่ศาลเจ้าแม่แห่งนี้ 

ฉันสังเกตเห็นชายหนุ่มหน้าตี๋ชาวจีนคนหนึ่ง

มาไหว้เจ้าแม่ด้วยลักษณะท่าทางแปลกๆ

ชายหน้าตี๋คุกเข่าที่แท่นหินตรงหน้าเจ้าแม่

แล้วเอามือพนมประสานกัน

หลังจากนั้นก็ก้มลงกราบแบบ “เคารพฟ้าดิน” 

เหมือนในหนังจีนกำลังภายใน เป๊ะเลย!!

 

คุณบอยคงสังเกตเห็นฉันทำหน้า  “เอ๋อ”  มองชายหน้าตี๋

เลยบอกสงเคราะห์เอาบุญว่า

“เค้าไหว้แบบนิกายมหายานครับ”

ฉันสะดุ้งกับเสียงคุณบอยที่อยู่ใกล้ๆ 

พร้อมกับยิ้ม แหะๆ  ด้วยความเก้อๆเล็กน้อย

ที่บริเวณศาลเจ้าสวยงามและสะอาดมาก

อากาศหนาวกำลังดี..

ดอกงิ้วสีแดงบานเต็มต้นไปหมดเลย

และมีร่วงหล่นบนพื้นให้ได้เห็น

ฉันอดที่จะหยิบดอกที่ร่วงหล่นขึ้นมาดูเสียมิได้

 

ว้าวววว...   สวยจัง!

 

 


 


^
วิวสวยก็เลยขอแชะกันซะ!

หลังจากที่เราไหว้  “เจ้าแม่ทับทิม” เรียบร้อยแล้ว

คุณบอย และ คุณหลิน 

ก็พาพวกเราเที่ยวในโปรแกรมต่อไป

ฉันก็จำไม่ได้ว่าเค้าเรียกที่แห่งนี้ว่าอะไร

 




^
จำชื่อไม่ได้ค่ะ..  ขอโทษ!

 

คุณหลินบอกชื่อเทพองค์นี้มาเหมือนกัน

แต่ฉันผิดเองที่จำไม่ได้

จำได้เพียงลางๆว่า...  เทพองค์นี้ที่ทำให้เรามีท้องฟ้า

( เอ...ใช่ป่าวหว่า???   ใครเคยไปและรู้ความหมาย

บอกมาด้วยจะขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ)



 


^
ลั้นลากันสุดฤทธิ์


ข้างหลังรูปปั้นเทพองค์นี้

มีไร่สตรอเบอร์รี่กว้างใหญ่

ลูกงี๊สีแด๊งงงงง...  แดง   น่ากินมากๆค่ะ

 



^
ไร่สตรอเบอรี่...  สวยเนอะ



“ต้นอ้อ..   ลองกินดิอร่อยมากๆเลย”

เสียงพี่สาวสุดซี้ใจดีคนหนึ่งเรียกให้ชิมสตรอเบอร์รี่

 

“เปรี้ยวป่าวพี่..  ต้นอ้อกลัวเปรี้ยว”

ฉันกล้าๆ  กลัวๆ

 

“ลองดูเด่ะ..  ถ้าไม่อร่อยจะเรียกกินหรอ”

พี่คนเดิมคะยั้นคะยอให้ลองชิมอีกรอบ



โอ้โห!

อร่อยมากค่ะ..  ไม่มีรสชาติเปรี้ยวเลย!!

อร่อยจริงๆ...  ยอมรับเลยงานนี้



 

^
สตรอเบอรี่ยังอยู่ในปากเลย


ที่นี่อย่างที่บอก..  วิวถ่ายภาพเยอะ

ฉะนั้นพวกเราหรือจะเหลือ...

   ได้เวลาถ่ายภาพกันแล้วครับพี่น้องครับ!!

 


^
แชะ.. แชะ.. แชะ

 

12.00  น.

ไกด์พาพวกเราไปรับประทานอาหารที่ภัตตาคาร

เห็นคุณหลินบอกว่า  “อาหารกวางตุ้ง”

เราก็วาดภาพกันไปต่างๆนาๆ

 

พอรวมก๊วนกันเสร็จเรียบร้อย

รถพาฉันและเพื่อนๆมาถึงภัตตาคาร

ท้องฉันพร้อมลุยตั้งแต่อาหารยังไม่วางบนโต๊ะ

ทันทีที่พนักงานวางจานอาหารลงบนโต๊ะ