|

9 มิถุนายน 2551 ขณะที่ฉันกำลังแต่งองค์ทรงเครื่องจะไปทำงาน พิศดูหน้าตัวเองในกระจกเงาเบื้องหน้า
v v
เออ... "ก็หน้าตาดีเหมือนกันแฮะเรา...."
v v
หลายคนอ้วกแตกหมดไส้กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ล้อเล่นค๊า... จะบอกว่า "เปลือกตาบวม" ต่างหากล่ะ แหมมมม... มิน่า เมื่อคืนมันถึง คั้นนนนน คัน ที่เปลือกตาเนี่ย
แต่ฉันก็ยังชะล่าใจว่าคงไม่เป็นอะไรมากนัก ยังไปทำงานต่อได้อีก ก็แค่คันๆ ไม่เจ็บ ไม่ปวด อะไร ช่วงนี้งานเยอะ.. ล้มไม่ได้ตายไม่ลงกันเลยเรื่องงาน ทำงานกันสองคนกับเพื่อน หากมีใครคนใดคนหนึ่งหยุดไปล่ะก็.... ยุ่งยิ่งเกินบรรยาย
ตอนแรกไม่คิดถึงโรค "ตากุ้งยิง" เลยนะ แต่หลังจากที่เดินเข้า-ออก ห้องน้ำที่ทำงานมาทั้งวัน ส่องกระจกพินิจดูเปลือกตามันทุกรอบที่เข้า
"กุ้งยิงจะเล่นงานรึป่าวนะเรา"

10 มิถุนายน 2551 09.00 น.
วันนี้ฉันขอลางานครึ่งวันเพื่อตรงดิ่งไป รพ.เกษมราษฎร์
คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ทำไมต้องมาป่วยวันเดียวกับฉันด้วยยะ ไม่ทำงานทำการกันรึไงนะ ฉันว่าฉันค่อยๆย่องมาแบบคิดว่าไม่มีใครได้ยินแล้วนะ แต่เห็นคนยืนรอคิวยื่นบัตรแล้วฉันหมดกำลังพบแพทย์!!!
"ฮัลโหลเพื่อน.... แถวยาวมากเลยอ่ะ ........................" ฉันโทร.ไปฟ้องเพื่อน
"เออ.. ลองรอคิวดูก่อนถ้ามันนานมากค่อยกลับมา" เพื่อนให้คำปรึกษาได้ดีมากกกกก
ฉันใช้เวลาในการรอคิวยื่นบัตรประมาณ 20 นาที!! ซึ่งมันนานมั่กมากกก สำหรับ รพ.เอกชนอันเลื่องชื่อแบบนี้
"คุณ............ เชิญรอวัดความดันค่ะ" เป็นธรรมดาของการมา รพ. ไม่ว่าคุณจะป่วยแบบเล็กน้อย หรือประสบอุบัติเหตุเลือดอาบ สิ่งที่ รพ.ขาดไม่ได้คือ "การวัดความดัน" ไม่แน่ใจว่าเป็นระเบียบข้อบังคับหรือไม่อย่างไร แต่ที่แน่ๆ เหมือนกันหมดทั้ง รพ.รัฐ และ เอกชน
" เชิญนั่งรอคิววัดความดันหน้าห้องนะคะ" เสียงเจ้าหน้าที่บอกฉัน อืม... นั่งอยู่แล้วแหล่ะใครจะไปยืนรอไหว คนอย่างกับหนอนขนาดนั้น

ฉันจำได้ว่า ครั้งนึงนานมาแล้ว..ตอนนั้นฉันประสบอุบัติเหตุลื่นหกล้ม ได้แผลไปหลายแห่งค่ะ มีแต่แผลถลอกที่ลอกเอาแต่หนังออกไป คุณเอ๊ยยยยยยยยยยยยยย แสบๆทั้งนั้น
ไป รพ. รัฐแห่งหนึ่งเพราะอยู่ใกล้บ้านที่สุด เพื่อไปทำแผลที่ห้องที่เค้าเตรียมไว้เกี่ยวกับเรื่องของอุบัติเหตุ พอถึง รพ. ปุ๊บ ฉันรู้สึกอบอุ่นม๊ากมากกกกกกกกกก ค่ะ เจ้าหน้าที่ประมาณ 5 คน กรูเข้ามาหาฉันจนดูเหมือนอาการฉันค่อนข้างโคม่า!!!! ทั้งๆที่มันแค่แผลถลอกเล็กๆน้อยๆธรรมดา
ทุกอย่างดูฉับไว แคล่วคล่องไปทุกอิริยาบท คนนึงจับฉันนั่งบนเตียงทำแผล อีกคนกำลังเตรียมอุปกรณ์การแพทย์ คนนั้นจับแขนซ้ายกางออกเพื่อวัดความดัน อีกคนหอบเอกสารมาซักประวัติผู้ป่วย ส่วนคนที่เหลือกำลังจะละเลงแผลแสบๆของฉัน!!!!
"ขอบัตรประชาชนและที่อยู่ด้วยค่ะ" เอาเซ่... มันรอให้ฉันเสร็จธุระก่อนไม่ได้รึไงนะ ค่อยให้รายละเอียดก็ได้
ในขณะที่ฉัน.... "โอ๊ยยยยยยย... แสบค่ะ คุณพยาบาล" แต่อีกคนที่วัดความดันชิงบอกขึ้นว่า "คุณความดันสูงนิดหน่อยนะคะ" แหมมมม... ก็จะไม่ให้สูงได้ไงล่ะยะ ใจฉันเต้นเป็นเจ้าเข้า เพราะแสบแผลที่เพื่อนแกทำให้ฉันอยู่เนี่ย... ยัยบ๊องเอ๊ยยยย
นึกๆดูแล้วก็ตลก

12.15 น. คิวที่ฉันจะได้พบคุณหมอก็มาถึง คุณหมอหน้าตากิริยาน่ารักเชียวค่ะ ดูๆแล้วเหมือนเพิ่งจบมาใหม่ๆ อะไรที่ใหม่ๆก็ดูจุ๋มจิ๋มน่ารักแบบนี้ทุกอย่างสินะ เก่าๆ.. ก็เป็น "สนิม" เหมือนใครหลายคนแถวนี้... 555+
"อาการเป็นยังไงมาบ้างคะ" คุณหมอถามฉันและฉันก็เล่าอาการละเอียดยิบย่อย
"ขอโทษนะคะ หมอจับดูเปลือกตาหน่อย" ว่าแล้วคุณหมอก็แตะๆรอยนูนๆที่เปลือกตาฉัน พร้อมกับเปิดเปลือกตาฉันขึ้นเพื่อดูด้านใน
"เป็นตากุ้งยิงนะคะ" คุณหมอบอกพร้อมกับยิ้มๆเล็กๆ
หลายคนที่เป็นตากุ้งยิง มักจะโดนคนรอบข้างแซวว่าไปถ้ำมองใครมา หรือคุณหมอจะคิดเล่นๆกับฉันแบบนี้คะ
อิอิ
..................................
โรคตากุ้งยิง
สามารถพบได้ทุกอายุ ทุกเพศ เป็นการอักเสบของหนังตา ถ้าอักเสบที่ขนตา(hair follicle) เรียก external hordeolum ถ้าอักเสบที่ต่อมไขมันที่เปลือกตาเรียก internal hordeolum

อาการ ผู้ป่วยจะมาด้วยมีก้อนที่เปลือกตา และมีอาการปวดหนังตา กรอกตาหรือหลับตาจะทำให้ปวด บางคนมีอาการบวมที่เปลือกตา บางคนบวมมากจะตาปิด บางคนหนองไหลออกจากเปลือกตา หากหนองแตกในตาจะทำให้มีขี้ตาเป็นสีเขียว
สาเหตุ เกิดจากเชื้อ Staphylococcus aureus เป็นส่วนใหญ่ หากไม่รักษาหนองอาจจะหายเองได้หรืออาจจะแตกออก หรืออาจเกิดเป็นก้อนที่เรียกว่า chalazionซึ่งอาจจะมีขนาดใหญ่จนรบกวนการมองเห็น แพทย์จะตรวจเปลือกตาทั้งด้านในและด้านนอกของเปลือกตาเพื่อแยกว่าเป็น internal หรือ external hordeolum ท่านอาจจะพบตาท่านแดงเนื่องจากมีการอักเสบของเยื่อบุตา conjunctivitis ต่อมน้ำเหลืองที่หน้าหูมักจะไม่โต การรักษา การผ่าระบายหนอง ใช้มีดเบอร์เล็กๆหรือเข็มเจาะบริเวณหัวหนอง โดยมากให้เจาะจากด้านในของเปลือกตา เนื่องจากว่าการเจาะจากด้านนอกจะทำให้เกิดแผล นอกเสียจากว่าหัวหนองนั้นอยู่ใกล้เปลือกตาด้านนอก หากมีหัวหนองหลายแห่งก็ต้องเจาะหลายที่ หากเจาะจากด้านในของเปลือกตาให้เจาะตั้งฉากกับเปลือกตา หากเจาะจากด้านนอกให้เจาะขนานกับเปลือกตาเพื่อป้องกันการดึงรั้งของแผล ห้ามกรีดขอบหนังตาเพราะจะไปทำลายต่อมขนตา ไม่ควรเจาะทั้งด้านในและด้านนอกพร้อมกันเพราะจะทำให้เกิดเป็นรูเรียก fistula การใช้ยาหยอดตา Bacitracin ophthalmic ointment ในรายที่เป็นมากให้ป้ายแผลวันละ 4-6 ครั้งเป็นเวลา 7 วันในรายที่เป็นน้อยป้ายวันละ 2-3 ครั้ง Tobramycin ophthalmic solution หยอดตาวันละ3-4 ครั้ง
ยารับประทาน Erythromycin ให้ขนาด 250 มก.วันละ 4 ครั้งก่อนอาหารข้อควรระวังในการใช้นาชนิดนี้ได้แก่ ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับไม่ควรใช้ร่วมกับยา theophyllin, digoxin, carbamazepine, cyclosporine warfarin; lovastatin และ simvastatin ยานี้อาจจะทำให้เกิดอาการปวดท้อง Dicloxacillin ให้ขนาด 250 มก.วันละ 4 ครั้งก่อนอาหาร Tetracycline ให้ขนาด 250 มก.วันละ 4 ครั้ง ข้อระวังหากรับยานี้ร่วมกับยารักษากระเพาะอาหารหรือยาระบายจะทำให้ลดการดูดซึมยานี้ ทำให้ระดับยาคุมกำเนิดลดลงอาจจะเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ ห้ามใช้ในคนท้อง
การดูแลตัวเอง ประคบด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นครั้งละ 15 นาทีวันละหลายครั้ง อาจจะใช้ผ้าห่อไข่ต้ม ห้ามบีบหรือเค้นเพื่อเอาหนองออก หากหนองแตกเองก็ให้ล้างบริเวณหนองด้วยน้ำต้มสุก ให้ล้างมือบ่อยๆ ให้หยอดหรือทายาตามสั่ง งดทาเครื่องสำอาง หลีกเลี่ยงการใส่ contact lenses
โรคแทรกซ้อน หากไม่รักษาอาจจะทำให้เกิด chalazion ซึ่งจะทำให้เกิดแผลที่แก้วตา หรือความผิดปกติของหนังตา ขนตางอกผิดปกติ หรืออาจจะเกิดรู หากไม่รักษาอาจจะทำให้ตาอักเสบ
ดีนะที่ฉันมันเพิ่งเป็นเริ่มๆ ไม่ได้เป็นขนาดในภาพ

13.00 น. กลับมาทำงานตามปกติ
เพื่อนๆทุกคนถามไถ่ถึงอาการไม่สบายในวันนี้ และเมื่อคำตอบที่ได้ว่า "ฉันเป็นตากุ้งยิง"
แน่นอนที่สุด...
" 555+ ไปแอบดูใครมาอ่ะ บอกมาเดี๋ยวนี้"
. .
? ? ?
เฮ้ออออออออออ จบข่าว
ต้นอ้อค่ะ
|