• พี่ต้นอ้อ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 158
  • จำนวนผู้ชม : 60470
  • จำนวนผู้โหวต : 287
  • ส่ง msg :
Westlife

MV Fool Again

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม 2551
-----> เด็กชายนาร์กิส... เรื่องเล่าดีๆจากสาละวินโพสต์!
Posted by พี่ต้นอ้อ , ผู้อ่าน : 109 , 16:47:48 น.   | หมวดหมู่ : หนังสือน่าอ่าน  
พิมพ์หน้านี้


14  กรกฎาคม  2551

วันนี้...
เป็นวันที่ถึงกำหนดเวลาที่วารสาร  "สาละวินโพสต์" 
ได้เดินทางมาอยู่ในมือของฉันเหมือนเช่นเคย

อย่างที่ฉันเคยเล่าไว้ในลิงค์ก่อนๆ
http://www.oknation.net/blog/jamwainaja/2008/01/15/entry-1


ว่าวารสารเล่มนี้  เป็นอีกหนึ่งวารสาร  "สุดโปรด" ของฉัน
ไม่ว่ากี่วัน...  กี่เดือน... กี่ปี...
ทีมงานของหนังสือเล่มนี้  ก็ไม่เคยทำให้ผู้อ่านอย่างฉันผิดหวังแม้สักครั้งเดียว







หลังจากที่ฉันเปิดอ่านเนื้อในของวารสารไปเรื่อยๆด้วยความสนใจ
ฉันก็ไปสะดุดใจอยู่ที่คอมลัมน์  "เล่าสู่กันฟัง"
เนื้อเรื่องอ่านแล้วให้ความรู้สึกที่ทั้งลุ้น  ทั้งยินดี  ทั้งแสนเศร้าใจในความรัดทด
จึงอดไม่ได้ที่จะนำมาให้ผู้ที่แวะเวียนมาเยี่ยมฉันใน บ้านblog แห่งนี้ได้อ่านกัน
เผื่อจะมีใครประทับใจเรื่องนี้เหมือนอย่างฉันบ้าง...




วินาทีที่ลืมตาดูโลกท่ามกลางพายุของ "เด็กชายนาร์กิส"

แปลโดย : Numripan
คอลัมน์ : เล่าสู่กันฟัง
วารสารสาละวินโพสต์ ฉบับที่47 (16 พ.ค.-31 มิ.ย.51)
หน้า : 36-37


หมู่บ้านเหย่ตวีนกง จากที่เคยมีบ้านเรือนกว่า 245 หลังคาเรือน
และมีชาวบ้านอาศัยจำนวนกว่า 1,200 คน
บัดนี้เหลือแต่ซากปรักหักพังระเนระนาด  พายุไซโคลานนารืกิสได้ทำลายบ้านเรือนเสียหายเกือบหมด
และยังทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน เหย่ตวีนกง เสียชีวิตกว่า 126 คน
ทุกอย่างที่เคยมีในอดีต เหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำในวันนี้เท่านั้น

ฉันอายุครบ 25 ปีแล้ว
ในปีนี้ ฉันและสามีได้สร้างครอบครัวที่อบอุ่น
ถึงแม้ครอบครัวเราจะเป็นครอบครัวเล็กๆ ก็ตาม
สามีของฉันมีอาชีพเป็นชาวประมงเหมือนกับชาวบ้านคนอื่นๆทั่วไป
ลูกชายคนโตของฉัน ตอนนี้อายุได้ 5 ขวบแล้ว

ประมาณสี่ทุ่มของคืนที่เกิดพายุถล่ม มีฝนตกหนักมาก
ระหว่างนั้นเองฉันเริ่มรู้สึกปวดท้องคลอดขึ้นมา
ก่อนหน้านี้ฉันได้ฝากท้องไว้กับหมอตำแยคนหนึ่งในหมู่บ้าน
ถึงแม้ว่าหมอตำแยได้บอกฉันและสามีว่า  ฉันมีกำหนดคลอดลูกในเร็ววันนี้
แต่ไม่ได้บอกว่าจะคลอดวันไหน  ฉันไม่คาดคิดว่าจะคลอดลูกเร็วขนาดนี้
และต้องคลอดท่ามกลางพายุไซโคลนพัดถล่อมอย่างนัก

ในขณะที่ฝนพัดกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา
ฉันเริ่มปวดท้องคลอดรุนแรงมากขึ้น
สามีของฉันก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะจะไปเรียกหมอตำแยก็มืดแล้ว
และหมอตำแยก็คงจะเก็บข้าวของอยู่
ทันใดนั้นลมแรงมาก  พายุกำลังจะพัดเข้ามาในหมู่บ้าน
สักพักน้ำก็ขึ้นมาอย่างรวดเร็วมาก  ในคอนแรกนั้นฉันและสามีคิดว่ายังคงอยู่บนบ้านได้
แต่สักพักบ้านก็พังลงไปพร้อมๆกับลมพัดกระหน่ำและน้ำท่วมขึ้นอย่างรวดเร็ว

สามีของฉันเอาลูกคนแรกขี่หลังและส่งมือมาจับฉัน
เราต้องจับมือกันแน่นมาก เพื่อไม่ให้ร่างของเราทั้งหมดถูกพัดตามกระแสน้ำไป

ระหว่างนั้นเอง...
เราได้ไปเจอต้นมะพร้าวต้นหนึ่ง
ฉันและสามีจึงรีบไปกอดต้นมะพร้าวนั้นไว้
ในเวลานี้..  มองไปทางไหนก็ดูมืดไปหมดจนมองไม่เห็นอะไรสักอย่าง
ในขณะที่น้ำก็ท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับอกของเราแล้ว


ฉันเองเริ่มใจไม่ดี !!!


ฉันเริ่มทนปวดท้องไม่ไหวแล้ว
สุดท้ายจึงต้องเบ่งคลอดในน้ำ!!!
ลูกของฉันได้ออกมาลืมตาดูโลก และตกลงไปในน้ำ
มือข้างหนึ่งของฉันจับสามีไว้
และเอามือกับเท้าอีกข้างหนึ่งดันลูกขึ้นมาจากในน้ำ!!

หลังจากที่ฉันเอาลูกขึ้นมาได้แล้ว
จึงจัดการห่อลูกไว้กับชุดคลุมท้อง
แต่ขณะนั้นสายสะดือก็ยังไม่ออกมาจากท้องของฉันสักที
ฉันจึงต้องบีบเอาสายสะดือไว้และเบ่งอีกประมาณ 30 นาที
จนสายสะดือออกมา





ฉันจำเป็นต้องนำสายสะดือมาห่อกับเด็กและชุดคลุมท้องนานประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
และพวกเราพ่อ แม่ ลูก ต้องกอดต้นมะพร้าวไว้อย่างนั้นจะเช้ามืด
พอเริ่มสว่าง...  สามีของฉันก็ให้ฉันรออยู่ตรงต้นมะพร้าว
และเอาลูกคนโตขี่หลังแล้วไปหาบ้าน
เราหวังว่าอาจจะมีบ้านสักหลังที่เหลืออยู่  แต่ก็ไม่เหลือบ้านเลยสักหลัง
และเราพบว่าบ้านทุกหลังในหมู่บ้านได้เสียหายไปเกือบหมด

ระหว่างนั้น... เราก็เห็นเรือลำหนึ่งลอยมา
จึงดึงเอาเรือนั้นขึ้นปก และตักน้ำออกจากเรือ
สามีให้ฉันและลูกทั้งสองคนไปนั่งบนเรือแล้วเอาถุงพลาสติกที่ลอยเกลื่อนกลาดอยู่บนน้ำ
มาคลุมเราทั้งสามแม่ลูกเอาไว้
หลังจากนั้นก็ไปเก็บเอาเชือกที่ติดกับแห มามัดสายสะดือ
และตัดสายสะดือออกจากลูกที่เพิ่งคลอดเมื่อคืนนี้

ถึงแม้เหตุการณ์เลวร้ายนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว
และเราทุกคนก็ปลอกภัยดีในท้ายสุด
แต่ในชีวิตของฉันกับสามีไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
และคงไม่อาจลืมไปได้ง่ายๆ

ฉันกับสามีตัดสินใจที่จะตั้งชื่อลูกคนเล็กว่า  "เด็กชายนาร์กิส"
เพราะเค้าเกิดตอนไซโคลนนาร์กิสพัดถล่ม จนพวกเราทั้งเกือบเอาชีวิตไม่รอด




เวลานี้...
"เด็กชายนาร์กิส"  ได้อยู่กับพ่อแม่และพี่ชาย อบอุ่นพร้อมหน้า พร้อมตา
และได้อยู่กับชาวบ้าน เหย่ตวีนกง
ที่ยังมีชีวิตรอดผ่านค่ำคืนอันโหดร้ายคืนนั้น

ถึงแม้ตอนนี้ความช่วยเหลืออาจจะมาไม่ถึงหมู่บ้านเท่าที่ควร
แต่  "เด็กชายนาร์กิส"  ก็มักจะได้รับค่าขนม และสิ่งของบริจาค  เสื้อผ้า
จากผู้คนที่มาช่วยเหลือหมู่บ้าน เหย่ตวีนกง อยู่เสมอๆ





ฉันเองรู้สึกดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน
ฉันดีใจ...  ที่ฉันได้เป็นแม่คนและคลอดลูกออกมาอย่งปลอดภัย
แต่ก็ต้องเสียใจ...  ที่ต้องสูญเสียบ้าน และหมู่บ้าน อีกทั้งเพื่อนบ้านคนอื่นๆ
ที่เสียชีวิตจากภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้

ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเราได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านแม่ของฉันแล้ว
แต่ยังไงฉันก็ยังอดเป็นห่วงว่าจะเลี้ยงลูกทั้งสองคนต่อไปยังไง
เพราะยังไม่มีบ้านของตัวเองและยังไม่มีแหจับปลาเป็นของตัวเอง
ฉันอยากกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน
ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวและอนาคตของลูกทั้งสองจะได้ดีขึ้น.


:

:




เป็นไงคะ....
อ่านเรื่องนี้แล้วคุณรู้สึกอะไรบ้างหรือไม่...


ขอขอบคุณวารสารดีๆ  ทีมงานที่สุดเยี่ยม  "สาละวินโพสต์"

ที่เสาะแสวงหาเรื่องราวดีๆ เปี่ยมด้วยแง่คิด มาให้เราได้อ่านกัน


ปล.  ลิงค์ที่ฉันเคยเขียนถึง  "สาละวินโพสต์"
http://www.oknation.net/blog/jamwainaja/2008/01/15/entry-1


เก็บมาแนะนำให้อ่านโดย... 
ต้นอ้อค่ะ 
( jamwainaja )


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
พี่ต้นอ้อ วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 10.25 น.
http://www.oknation.net/blog/jamwainaja
UP มั่ง.. ไม่ UP มั่ง   แล้วแต่อารมณ์ 

หรือมันคือ...

"สัญชาตญาณของความอยู่รอด"

ฉันรู้สึกทึ่งกับครอบครัวนี้จริงๆ
ความคิดเห็นที่ 6
ครูส้ม วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 23.11 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

ป้าส้มเป็นผู้หญิง..เป็นแม่คนมาแล้ว
คิดถึงหัวใจของแม่คนนี้ตอนคลอดลูกกันซิคะ
สุดยอดแม่แห่งปีจริงๆ
ดีใจที่ท้ายที่สุด...ก็ปลอดภัยครบทั้งพ่อ-แม่-ลูก

ขอบคุณเรื่องราวดีดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
Magwen วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 22.04 น.
http://www.oknation.net/blog/magwen

เหมือนหนังเลย
เพียงแต่มีฟ้าเบื้องบน
เป็นผู้กำกับ
มีฉากจากธรรมชาติ
และมีความสูญเสีย
ที่เกิดขึ้นจริง
ใช้สถานที่ถ่ายทำจริง
เพียงแต่หนังเรื่องนี้
มีเสียงร่ำไห้และ
มีน้ำตาจากผู้สูญเสีย
เพราะมันคือเรื่องจริง
ความคิดเห็นที่ 4
siampatriot วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 19.45 น.
http://www.oknation.net/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

ขนลุกครับ
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 17.43 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณที่นำมาฝากครับ..
ความคิดเห็นที่ 2
beebee วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 17.19 น.
อดีตไม่สำคัญ...ปัจจุบันเท่านั้นพอ 

โห!! อ่านแล้วตื่นเต้นไปกะครอบครัวนี้ด้วย..ลุ้นให้ปลอดภัย...และแล้วน้องนาร์กิส ก็ลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย..ดีใจด้วยจิงๆ

ปล.อ่านแล้ว..รู้สึก คิดถึงแม่จังแฮะ
ความคิดเห็นที่ 1
บินหลาหาดใหญ่ วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 17.05 น.
http://www.oknation.net/blog/witphoto
 Photographer Culture and Nature โลกสีเขียวและวัฒนธรรมไทย  

น่าติดตามดีครับอีกเล่มที่ชวนอ่าน
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน