พิมพ์หน้านี้
|
5 ผู้ทรงอิทธิพลแห่งโลกไร้พรมแดน ต่อกันด้วยผู้ทรงอิทธิพลของโลกในด้านเทคโนโลยีกันบ้าง เริ่มที่หนุ่มน้อยที่มีความคิดไม่ธรรมดา มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ "เฟซบุค" (Facebook) ด้วยวัยเพียง 20 ปี ขณะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) และกลายเป็นเศรษฐีติดอันดับโลกของนิตยสารฟอร์บส์ที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 23 ปี ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2547 ระหว่างนั่งทำงานอยู่ที่หอพักในมหาวิทยาลัย ซักเกอร์เบิร์กก็เกิดความคิดที่จะสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสำหรับอัพเดตรูปภาพ และติดต่อ พูดคุย หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเดียวกัน และเขาก็ทำสำเร็จพร้อมกับเปิดตัวเว็บไซต์เฟซบุคไม่นานหลังจากนั้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากนักศึกษาฮาร์วาร์ดอย่างท่วมทน เพียงแค่ 2 สัปดาห์แรกหลังจากเปิดตัวก็มีเพื่อนนักศึกษาเข้าไปใช้บริการมากถึง 2 ใน 3 และความนิยมก็แพร่ออกไปสู่มหาวิทยาลัยอื่นๆ จนในปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 70 ล้านคนทั่วโลก ไม่เพียงแค่เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารถึงมิตรสหายผ่านโลกไซเบอร์เท่านั้น ซักเกอร์เบิร์กยังทำให้เฟซบุคเป็นแพลตฟอร์ม (platform) ที่รองรับแอพพลิเคชัน (application) ต่างๆ ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ รวมถึงผลักดันให้เป็นตลาดออนไลน์บริษัทหรือผู้สนใจเข้ามาทำการค้าผ่านเฟซบุคได้ นับว่าเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองทีเดียว แมรี ลู เจพเซน (Mary Lou Jepsen) ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่โดดเด่นและทรงอิทธิพลในด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ จากวิศวกรผู้มากประสบการณ์ของเอ็มไอทีมีเดียแล็บ (MIT Media Lab) สู่หัวหน้าทีมพัฒนาแล็บท็อปโลว์คอสต์ (แต่ไม่โลโซ) ในราคาเพียงแค่ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับเด็กด้อยโอกาสทั่วโลก ภายใต้โครงการโอแอลพีซี (One Laptop Per Child: OLPC) ที่เริ่มขึ้นเมื่อปี 2548 ซึ่งก็ทำสำเร็จได้ใน 2 ปีถัดมา แต่หลังจากนั้น เจพเซนก็แยกตัวออกมาก่อตั้งบริษัทใหม่ของตัวเอง (Pixel Qi) ด้วยหวังจะพัฒนาต่อยอดและผลิตแล็บท็อปออกจำหน่ายได้ในราคาต่ำกว่า 100 เหรียญ แต่ประสิทธิภาพเยี่ยม สามารถใช้งานได้แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่จำกัดของประเทศกำลังพัฒนา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสที่มีอยู่ครึ่งโลก และนี่เองที่เพื่อนๆ ของเธอตั้งสมญาให้ว่า "ไลต์เลดี" (light lady) ส่วนเจฟ ฮาน (Jeff Han) หนุ่มเชื้อชาติเกาหลีวัย 32 ปี ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ไฟแรง แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (New York University) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีมัลติทัชสกรีน (multi-touch screens) ที่ทำให้หน้าจอของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มีระบบเซ็นเซอร์ที่สามารถรับจุดสัมผัสจากนิ้วมือได้มากกว่า 1 จุดในเวลาเดียวกัน ซึ่งฮานถึงกับบอกว่าเทคโนโลยีนี้จะทำให้ผู้ที่ไม่ชำนาญการใช้งานได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ที่เชี่ยวชาญแล้วจะให้ความรู้สึกราวกับเป็นศิลปินที่กำลังบรรเลงเพลงด้วยเปียโน ข้ามไปที่เทคโนโลยีอวกาศกันบ้าง เพราะไมเคิล กริฟฟิน (Michael Griffin) ผู้อำนวยการองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ก็ติดโผเป็นผู้ทรงอิทธิพลของโลกกับเขาด้วย หนุ่มใหญ่วัย 58 ปี ผู้นี้หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องเป็นผู้บริหารของนาซาให้ได้นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งองค์กรนี้ขึ้นมา และเขาก็ทำสำเร็จดังหวัง ส่วนจุดมุ่งหมายต่อไปของเขานั้นคือส่งนักบินอวกาศกลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2563 และถ้าจะให้ดียิ่งก็ต้องไปถึงดาวอังคารให้ได้ด้วย ด้านเทคโนโลยีการศึกษาก็มีผู้ทรงอิทธิพลอย่างเวนดี คอปป์ (Wendy Kopp) วัย 40 ปี บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน (Princeton University) ที่หวังจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพนักเรียนในโรงเรียนที่ขาดโอกาศของสหรัฐ จึงก่อตั้ง ทีช ฟอร์ อเมริกา (Teach for America) องค์กรด้านการศึกษาระดับชาติที่มุ่งปั้นครูรุ่นใหม่ไฟแรงที่เพิ่งจบจากรั้วมหาวิทยาลัยเพื่อให้กระจายไปสอนยังโรงเรียนต่างๆ ในชนบททั่วสหรัฐฯ ซึ่งวันนี้เธอก็พิสูจน์ให้เป็นแล้วว่า แม้แต่โรงเรียนชั้นนำในสหรัฐกว่า 75% ยังต้องการจ้างงานครูจากทีช ฟอร์ อเมริกา http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000054068 |