วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม 2551
อย่าให้ทีวีและคอมพิวเตอร์เลี้ยงลูกแทนคุณ
Posted by
jansa
,
ผู้อ่าน : 51
, 09:25:49 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ฝึกลูกตั้งคำถาม สู่ความคิดสร้างสรรค์ 
นิตยสาร Modern Mom ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและแพทย์ด้านการเสริมสร้างพัฒนาเด็กจาก 10 โรงพยาบาล จัดกิจกรรม "ลูกฉลาดล้ำด้วย Creativity" ที่โรงพยาบาลไทยนครินทร์ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เห็นความสำคัญของการมีส่วนเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของลูกๆ ทั้งยังตอกย้ำว่า ครีเอทิวิตี (Creativity) หรือขบวนการสร้างสรรค์นั้น สร้างได้ด้วยมือของพ่อแม่ ไม่ใช่แค่พรสวรรค์เท่านั้น
พ.ญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว กุมารแพทย์ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า เด็กไม่ได้เกิดมาเป็นอัจฉริยะเลย ตัวเขาเองอาจมีต้นทุนทางสติปัญญาอยู่ ขณะที่พ่อแม่สำคัญมากที่จะเอื้อให้เขาได้รู้ ต้องไม่ปิดกั้น ไม่ได้มองว่าลูกถามเยอะๆ เป็นเรื่องน่าเบื่อ หรือว่าไม่มีเวลาทำกิจกรรมอะไรกับลูก พวกนี้เป็นสิ่งที่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของลูก
มีงานวิจัยที่น่าสนใจมากในอังกฤษชิ้นหนึ่ง ศึกษาเด็กกลุ่มหนึ่งที่มีไอคิวเกิน 120 กลุ่มหนึ่ง และมีเด็ก 2 คนที่อยู่ในเกณฑ์เด็กทั่วไปด้วย คือมีไอคิวประมาณ 90 ซึ่งถูกคัดออกจากกลุ่ม พบว่า กลุ่มคนอัจฉริยะ อาจจะเป็นหมอ นักวิชาการ วิศวกร แต่เด็ก 2 คนที่ถูกคัดออกกลับได้รางวัลโนเบลในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทำให้เรารู้ว่า คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องมีไอคิวสูงๆ การเปิดโอกาสให้เด็กได้ลองทำแล้วชื่นชม ส่งเสริม จัดหาอะไรแปลกใหม่ๆ ให้เด็กได้เรียนรู้ สิ่งสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า นั่นคือสิ่งที่ผู้ปกครองควรทำที่สุดในการสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้ลูก
กุมารแพทย์ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวต่อว่า พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ต้องไปหาของเล่นอะไรที่แพงๆ หรือพาเด็กไปเข้าคอร์ส เสียเวลา เสียเงินหรือไปพบผู้เชี่ยวชาญ ทุกอย่างมันอยู่ที่การพยายามใส่ใจลูก เล่นกับลูก อะไรง่ายๆ รอบตัว รู้ความต้องการของเขาเท่านั้น การเรียนรู้ได้ดี ต้องอยู่ในบรรยากาศที่ดีของพ่อแม่ ไม่ใช่มีความขัดแย้งกันในบ้าน สิ่งที่หมอแนะนำคือ ควรหาเวลาพูดคุยกับลูก ยุคนี้คนแทบจะไม่มีเวลา ปล่อยให้ลูกดูทีวี เล่นเกมคอมพิวเตอร์ จริงๆ แล้วอยากให้เจียดเวลาคุณภาพ มาเล่น มาพูดคุยกับเขาอย่างน้อยสักครึ่งชั่วโมง ถามไถ่ลูก เล่นของเล่นด้วยกัน อ่านหนังสือให้ฟัง แต่ทุกอย่างต้องทำอย่างสม่ำเสมอ
ด้านน.พ.อุดม เพชรสังหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาสมองเด็ก กล่าวเพิ่มเติมว่า มีการศึกษาประวัติของคนที่ได้รางวัลโนเบลมาศึกษา พบอยู่สามอย่างคือ คนพวกนี้ขี้สงสัย เขาจะมีความสงสัยอยู่ตลอดเวลา สองคือ คนเหล่านี้มีความเพียรสูงมาก สามก็คือ แม้จะมีคำตอบอยู่แล้ว แต่คนกลุ่มนี้มักจะตั้งคำถามใหม่ๆ ซึ่งเราต้องย้อนกลับมามองที่ลูกของเรา
วิธีการคืออย่าเพิ่งให้ลูกได้คำตอบ จะทำอย่างไรให้ลูกตั้งคำถาม ธรรมชาติของตัวเล็กๆ มีทุกคนอยู่แล้วในเรื่องการสงสัย แต่พอพ่อแม่หงุดหงิดก็ตัดบท หรือไม่ก็บอกไปว่าคืออะไร นั่นเท่ากับเราตัดครีเอทิวิตีของลูกไป สิ่งที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ตื่นเต้นก็คือ ข้อมูลที่ผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยว่า เด็กๆ ปกติธรรมดาทุกคนต่างก็มีความคิดสร้างสรรค์อัจฉริยะ 5 แบบ ช่างจินตนาการ ช่างสังเกต คิดสังเคราะห์ มองโลกในแง่บวกและทำสิ่งที่ยากให้เป็นสิ่งที่ง่ายอยู่ในตัวเอง นั่นเป็นพื้นฐานของอัจฉริยะหลายคน
"ผมย้ำว่าเด็กทุกคนมีคุณสมบัติแบบนี้หมด แต่สิ่งสำคัญคือในกระบวนการสร้างความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ นั้นเกิดขึ้นได้ ด้วยสองมือของพ่อแม่ ไม่ใช่ของเล่นราคาแพง"
นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองแนะนำว่า อย่าให้ทีวี คอมพิวเตอร์เลี้ยงลูก เพราะในอนาคตพวกเขาจะกลายเป็นเด็กที่โดดเดี่ยว แยกตัวจากสังคม ซึ่งอันตรายมาก ตรงที่สัมพันธภาพในสังคมของอนาคตแย่ลง ซึ่งนั่นคงไม่ใช่เด็กที่พ่อแม่ทั่วโลกอยากเห็น เพราะยุคนี้ใครๆ ก็อยากให้ลูกมีความฉลาดล้ำด้วยความคิดสร้างสรรค์ แต่สิ่งสำคัญคือ พ่อแม่ต้องลงมือใกล้ชิดและคอยสังเกต ผลักดัน ทำอย่างไรให้เขาเติบโตอย่างธรรมชาติทำให้เด็กเป็นเด็ก ตลอดจนทำความเข้าใจว่าจะพาลูกของคุณเดินไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไรด้วย
สนใจร่วมกิจกรรม "ลูกฉลาดล้ำด้วย Creativity" สอบถามโทร.0-2831-8400 ต่อ 3124, 3222 หรือคลิกที่ www.raklukefamilygroup.com
ข้อมูลข่าวโดยข่าวสดออนไลน์ วันที่ 3 กรกฎาคม 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6426 หน้า 25http://www.dmh.go.th/sty_lib/news/view.asp?id=9666
|