พิมพ์หน้านี้
|
รักกันตอนรบเวียดนาม เมียฝรั่งตายเลยคิดถึงรับไปอยู่ด้วยเพื่อไถ่บาป จีไอผ่านศึกเวียดนามตะลุยเมืองอุดรฯ ตามหาม่ายสาวขอนแก่นที่เคยตกหลุมรัก สมัยมาประจำอยู่ฐานทัพสนามบินอุดรฯ เมื่อเกือบ30ปีก่อน ลงทุนจ้างสามล้อวันละ2พันตระเวนตามหาทั่วเมือง ตามสถานที่ต่างEที่เคยไปแต่ก็ยังไม่เจอตัว ก่อนบินกลับบ้านเลยตัดสินใจเข้าพึ่งตำรวจและน.ส.พ.ช่วยตามหาอีกแรง ถ้าอดีตเมียรักยังไม่มีครอบครัวจะรับไปอยู่กินด้วยกันที่อเมริกา แต่ถ้ามีครอบครัวแล้วก็พร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มทีEเพราะที่ผ่านมาถือว่าได้ทำบาปกับสาวไทยคนนี้มาตลอด จีไอผ่านศึกเวียดนามตามหาเมียชาวไทยครั้งนีEเปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันทีE8 ก.ค. นายทองสุข แก้วสิมมา อายุ 58 ปี บ้านเดิมอยู่เลขทีE27 หมูE7 ต.ศรีสำราญ อ.พรสวรรคEจ.ชัยภูมิ อาชีพสามล้อรับจ้างในเขตเทศบาลนครอุดรธานี พานายโจ เอสพีเทีย อายุ 53 ปี ชาวอเมริกัน จากรัฐเท็กซัส เข้าพบพ.ต.ต.เทิดศักดิEบุญโชติ สารวัตรสภ.อ.เมืองอุดรธานี เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามหาตัวนางนงนุช สันเทียะ อายุ 48 ปี อดีตภรรยาชาวจ.ขอนแก่น ซึ่งพลัดพรากจากกันมานานถึง 28 ปี นายโจ เปิดเผยว่า เมื่อปี 2516-2517 ตนเป็นทหารจีไอ ตอนนั้นยศพลทหารมารบในสงครามเวียดนาม โดยประจำการอยู่ที่สนามบินอุดรธานี ระหว่างนั้นพบรักกับนางนงนุช ซึ่งเป็นแม่ม่ายมีลูกติดเป็นผู้ชายอายุ 4 ขวบ ตอนนี้เด็กคนดังกล่าวคงจะมีอายุกว่า 30 ปีแล้ว โดยพบกันครั้งแรกที่ร้านอาหารแชมเปญ ตั้งอยู่ถนนอำเภอ ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี ปัจจุบันเลิกกิจการไปแล้ว จากนั้นก็คบหากันมาตลอด และตกลงอยู่กินฉันสามีภรรยาด้วยการเช่าบังกะโลเสกสันตEอยู่ตรงข้ามกับห้องอาหารแชมเปญเป็นรังรักอย่างมีความสุขนานประมาณ 7 เดือน อดีตทหารจีไอผ่านศึกเวียดนาม กล่าวต่อว่า เมื่อครบกำหนดประจำการที่ฐานทัพจ.อุดรธานี ตนก็จำเป็นต้องเดินทางกลับบ้านเกิดสหรัฐอเมริกา โดยทิ้งนางนงนุชไว้ที่เมืองไทย อย่างไรก็ตามตนให้สัญญาว่าจะกลับมารับภรรยาคนนี้และลูกติดของภรรยาไปอยู่ด้วยกันที่สหรัฐ แต่มีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น จึงทำตามสัญญาที่ให้ไว้ไม่ไดEต่อมาตนแต่งงานกับภรรยาชาวอเมริกัน และมีลูกด้วยกัน 2 คน กระทั่งเมื่อ 3-4 ปีก่อนภรรยาเสียชีวิต ยอมรับว่าตลอดเวลาตนคิดถึงนางนงนุชมาก เหมือนกับทำบาปเอาไว้กับเธอ จึงตัดสินใจเดินทางมาประเทศไทย และตรงมายังจ.อุดรธานี เมื่อวันทีE14 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อติดตามหานางนงนุช ถึงแม้จะไม่มีความหวังเลยก็ตาม แต่ตนได้ออกตามหาตามสถานที่ต่างEที่เคยไปด้วยกัน แต่ถามใครก็ไม่มีใครรู้จัก อีกทั้งสถานที่ต่างEก็เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว" นายโจ กล่าวอีกว่า กระทั่งมาพบกับนายทองสุขสามล้อรับจ้างที่สถานีรถไฟอุดรธานี ซึ่งพูดภาษาอังกฤษไดEเพราะเคยเป็นเจ้าหน้าที่ในสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศลาว จึงว่าจ้างให้ช่วยพาติดตามหาภรรยาวันละ 2 พันบาท แต่ก็ยังไม่เจอ จึงออกประกาศหาตามหนังสือพิมพE้องถิ่นในจ.อุดรธานี และประกาศทางสถานีวิทยุ แต่ก็ไม่ได้ผล จนเกิดความท้อใจคิดว่าวันทีE27 ก.ค.นี้จะเดินทางกลับสหรัฐ นายทองสุขแนะนำให้ใช้วิธีสุดท้ายคือเข้าพบตำรวจเพื่อให้ช่วยติดตามหาอีกทาง และเข้าพบผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพEห้ช่วยลงข่าว เพราะเมื่อไม่นานมานี้เคยเห็นทหารอเมริกันยศจ่าคนหนึ่ง ให้หนังสือพิมพE่วยติดตามหามารดาจนพบกันมาแล้ว ดังนั้นจึงมาขอความช่วยเหลือในครั้งนีE "ผมรักภรรยาคนนี้มาก เพราะเป็นรักครั้งแรกของผม เหมือนทำบาปกับเธอไว้มาก ที่ลงทุนลงแรงมาตามหาครั้งนีEต้องการจะทราบว่าเธออยู่อย่างไร ยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้ว ถ้ายังมีชีวิตอยู่และแต่งงานใหม่มีครอบครัวไปแล้ว ขอให้ได้ทราบและพบหน้ากันอีกครั้ง ผมจะช่วยเหลือครอบครัวเธอถ้ามีฐานะความเป็นอยู่ที่ยากจนอย่างไม่มีข้อแมEแต่ถ้าไม่มีครอบครัว ผมจะขอรับเธอกับลูกไปอยู่ด้วยกันที่สหรัฐ ให้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าใครทราบเบาะแสช่วยแจ้งให้ทราบด้วย ตอนนี้ผมพักอยู่โรงแรมอุดรโฮเต็ล ห้อง 323 หรือติดต่อนายทองสุข หมายเลขโทรศัพทE09-5771211 หากผมกลับสหรัฐแล้ว ขอให้ติดต่อ Joe Espitia 3201 Bansley Drive Austin Texas 78745 U.S.A. โทร. 512-282-5977 จะมีรางวัลให้อย่างงาม ทุกวันนี้ก็ภาวนาก่อนนอนทุกคืน ขอให้ได้พบภรรยาด้วย" นายโจ กล่าวเป็นภาษาอังกฤษทิ้งท้าย ข้อมูลข่าวสด http://www.khaosod.co.th |