พิมพ์หน้านี้
|
ไฟเขียวจ้างแทนเออร์ลี่ฯอีก1.2หมื่นคน เห็นชอบเกณฑ์"ตั้ง-ย้าย"ครู-ผู้บริหารร.ร. เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยังไม่สามารถบรรจุอัตราข้าราชการครูที่ได้คืนจากการเกษียณอายุราชการปี 2550 จำนวน 1,640 อัตรา เนื่องจากต้องรอคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) อนุมัติการตัดโอนอัตรากำลังจากเขตพื้นที่การศึกษาที่มีครูเกินไปยังเขตฯที่ขาดครู แต่คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ ได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวไปแล้ว ดังนั้น ในการประชุม ก.ค.ศ.นัดต่อไป สพฐ.จะเสนอแนวทางแก้โดยขอให้ ก.ค.ศ.แต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเพื่อดูแลการตัดโอนอัตรากำลังครูดังกล่าว เพื่อ สพฐ.จะได้นำอัตรามาบรรจุครูในโรงเรียนที่ขาดโดยเร็วต่อไป ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมงบประมาณที่จะบรรจุเรียบร้อยแล้ว โดยจะใช้บัญชีครูที่มีการสอบขึ้นบัญชีไว้แล้ว นายพิษณุ ตุลสุข ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สพฐ. กล่าวว่า สพฐ.ยังมีอัตราครูว่างจากการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือเออร์ลี่ รีไทร์ อีกจำนวน 12,032 อัตรา และอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการปกติ จำนวน 5,152 อัตรา รวมทั้งสิ้น 17,184 อัตรา และเพื่อให้บรรจุครูในโรงเรียนที่ขาดแคลนได้อย่างรวดเร็ว คุณหญิงกษมาจึงมอบหมายให้ตนประสานงานกับกรมบัญชีกลาง เพื่อขอให้ สพฐ.สามารถใช้งบประมาณบุคลากรจำนวน 162,512 ล้านบาท ตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2552 มาบรรจุข้าราชการครูทั้ง 5,152 อัตราไปก่อน และสำนักงบประมาณค่อยตั้งงบฯกลางมาจ่ายทดแทนให้กับ สพฐ.ภายหลัง ส่วนการบรรจุอัตราครูที่ว่างจากการเออร์ลี่ รีไทร์ 12,032 อัตรานั้น สพฐ.มีนโยบายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ใดที่มีงบฯบุคลากรเพียงพอสำหรับจ้างครูครบทั้ง 12 เดือน สามารถบรรจุได้ในทันที แต่เข้าใจว่า สพท.เกือบทั้งหมดจะมีงบฯบุคลากรเพียงพอสำหรับการจ้างแค่ 9 เดือนเท่านั้น ดังนั้น ทุก สพท.น่าจะเริ่มต้นจ้างครูได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 จนถึงวันที่ 30 กันยายน ส่วนหลังจากวันที่ 1 ตุลาคม 2552 เป็นต้นไป สามารถใช้งบฯปี 2553 มาจ้างได้ ซึ่งจะจ้างได้ครบทั้ง 12 เดือน ส่วนแนวทางการบรรจุครูนั้น อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯต่างๆ สามารถเลือกใช้ได้ 2 แนวทาง คือ ใช้บัญชีครูที่สอบขึ้นบัญชีไว้ในปี 2550 จำนวน 14,313 คน จาก 20 วิชาเอก ซึ่งจะหมดอายุในปี 2552 และบัญชีครูปี 2551 จำนวน 13,718 คน จาก 29 วิชาเอก ซึ่งจะหมดอายุในปี 2553 หรือจะใช้แนวทางเปิดสอบใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เพิ่งจบวุฒิครูได้มีโอกาสสอบบรรจุ แหล่งข่าวจากสำนักงาน ก.ค.ศ.เปิดเผยว่า ที่ประชุม ก.ค.ศ.เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลกรณีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูสายงานการสอน และการสรรหาผู้บริหารสถานศึกษา สพท. เพื่อเตรียมการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารและครูในช่วงสิ้นปีงบประมาณให้เกิดความเป็นธรรม และย้ายผู้บริหารข้าม สพท.ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การปรับปรุงหลักเกณฑ์การสรรหาผู้บริหารสถานศึกษาที่สังกัด สพท. ควรแยกเป็น 2 บัญชี คือ บัญชีผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา และบัญชีผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาได้ผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ตรงตามประเภทของการจัดการศึกษา โดยได้กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพิ่มเติม อาทิ ในบัญชีผู้บริหารโรงเรียนมัธยมตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา เดิม ก.ค.ศ.กำหนดว่าต้องดำรงตำแหน่งครูมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรี และ 2 ปี สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาโทขึ้นไป หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ.เทียบเท่าได้ มีการแก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติผู้สมัครว่า ต้องดำรงตำแหน่งครู หรือเคยดำรงตำแหน่งครูซึ่งปฏิบัติหน้าที่สายงานการสอนในโรงเรียนมัธยมมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี และจะต้องมีประสบการณ์ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี เป็นต้น http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01edu01191151§ionid=0107&day=2008-11-19 |