• jao
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jao@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 150
  • จำนวนผู้ชม : 75204
  • จำนวนผู้โหวต : 382
  • ส่ง msg :
jaofoto
ภาพนี้มีเรื่องเล่า
Permalink : http://www.oknation.net/blog/jaofoto
วันพุธ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2550
ร่วมพิสูจน์ภาพขุนพันหน้าโลงศพจริงหรือไม่
Posted by jao , ผู้อ่าน : 728 , 15:00:54 น.  
พิมพ์หน้านี้


ภาพขุนพันที่ถูกเปิดเผยว่าถ่ายปกติ แต่มีภาพเงา คล้ายวิญญาณของขุนพันมาร่วมงานศพของตนเอง

จริงหรือไม่     เป็นความผิดพลาด  เป็นการตบแต่ง  เป็นภาพเงาของคนอื่น  หรือ.............

คนที่มีความรู้ช่วยอธิบายหน่อยครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 34
ชบา วันที่ : 26/02/2007 เวลา : 17.27 น.
http://www.oknation.net/blog/cuteclub
(-: cuteclub :-)

สวัสดีค่ะคุณjao เพิ่งเข้ามาที่นี่ครั้งแรกค่ะ เห็นภาพและความคิดเห็นเยอะแยะเลย ทั้งหลักวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์สิ่งที่เกิดขึ้นกับภาพได้ หรือทางไสยศาสตร์ก็ดูลึกลับชวนสงสัย โดยส่วนตัวแล้ว กลัวเรื่องพวกนี้มากค่ะไม่อยากเจอะเจอ แต่ก็สงสัยอยากทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็ขอภาวนาให้เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ละกันนะคะ
ความคิดเห็นที่ 33
nanni วันที่ : 23/02/2007 เวลา : 12.26 น.
http://www.oknation.net/blog/nanthasit

ขอบคุณคับพี่สำหรับคำชมในบล๊อก อิอิ
ความคิดเห็นที่ 32
nanni วันที่ : 23/02/2007 เวลา : 12.25 น.
http://www.oknation.net/blog/nanthasit

น่าจะเกิดจากการใช้สปีดต่ำ ร่วมกับแฟลชม่านชุดสองอะครับ ปล.แต่ไม่ได้ลบหลู่นาคับ
ความคิดเห็นที่ 31
กว่าจะได้เป็นอภิชาติบุตร วันที่ : 22/02/2007 เวลา : 20.53 น.
http://www.oknation.net/blog/berm
สวัสดีครับประเทศไทย 

สังเกตุจากศีรษะตำรวจคนแรกสิครับ ผมว่าเห็นเป็นภาพเลือนๆ เหมือนเป็นภาพซ้อนนะครับ ไม่เชื่อแต่ไม่ได้ลบหลู่ กลัวเหมือนกัน หึหึ
ความคิดเห็นที่ 30
jao วันที่ : 22/02/2007 เวลา : 19.36 น.
http://www.oknation.net/blog/jaofoto


ขอบคุณรายการสยามเช้านี้ที่ร่วมพิสูจน์ เทคนิคการถ่ายภาพ โปรแกรมไนท์ชีอต (ความเร็วชัตเตอร์ช้า) แวะเวียน
ถึงกองบก.คมชัดลึก
ผมใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ 3 ค่า คือ 1/8,1,1.3 วินาที
ซึ่งถ่ายคุณจอมขวัญ พิธีกร เป็นแบบสาธิตให้ ได้ภาพดังกล่าวครับ
ความคิดเห็นที่ 29
pjeabja วันที่ : 22/02/2007 เวลา : 18.15 น.
http://www.oknation.net/blog/pradit

องค์สีดำเป็นเนื้อว่านเห็นเส้นเกษาขุนพันธ์ฯเยอะมาก
ความคิดเห็นที่ 28
pjeabja วันที่ : 22/02/2007 เวลา : 18.11 น.
http://www.oknation.net/blog/pradit


จะอย่างไรก็แล้วแต่ ผมได้เหรียญขุนพันธ์มาแล้วครับ ให้เพื่อนจากนครฯหาให้ ผมเอาเนื้อดำ พี่แดงเอาเนื้อแดงพี่ปุเอาเนื้อขาว
ความคิดเห็นที่ 27
เณรรูน วันที่ : 22/02/2007 เวลา : 15.47 น.
http://www.oknation.net/blog/singslatan

แวะมาเยี่ยมผมหน่อย มีพระจตุคามรามเทพ ให้ชมแต่ไม่ทราบว่ารุ่นไหน ฝากถามพี่แล่มให้ที
ความคิดเห็นที่ 26
jao วันที่ : 22/02/2007 เวลา : 14.51 น.
http://www.oknation.net/blog/jaofoto

ขอบคุณมากครับ สำหรับกูรูถ่ายภาพ ถ้ามีข้อแนะนำหรือเทคนิคแปลก เพื่อสร้างองค์ความรู้ยินดีครับ
ถ่ายภาพเป็นวิทยาศาสตร์ มีคำตอบให้

ความคิดเห็นที่ 25
BlueHill วันที่ : 22/02/2007 เวลา : 08.44 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ได้ความรู้และข้อมูลมากเลยครับสำหรับคนถ่ายภาพไม่เก่งอย่างผม ขอขอบคุณทุกท่านครับ
ดูจากประวัติแล้ว ขุนพันท่านเป็นคนเก่งมากเลยนะครับ น่าทำเป็นภาพยนตร์อย่างที่คุณกนกว่าจริง ๆ
ความคิดเห็นที่ 24
-มี๊-โซน7 วันที่ : 22/02/2007 เวลา : 00.15 น.
http://www.oknation.net/blog/GotShot

ใช้ความเร็วชัตเตอร์ 1 วินาที ทั้งสองภาพนะครับ

ผลต่างกันเพราะ

รูป คห.22 แฟลชจะยิงตอนชัตเตอร์เปิด (โทรศัพท์อยู่ด้านขวา) โทรศัพท์และตัวคนจึงไดรับแสงแฟลชตั้งแต่เริ่มเคลื่อนที่ ส่วนแสงจากโทรศัพท์นั้นเป็นเส้นยาวตามทิศทางการเดินของคนถือ จนม่านชัตเตอร์ชุดที่สองปิด

ส่วนรูป คห.23 คนเริ่มเดินตอนชัตเตอร์เปิด ผ่านไป 1 วินาที คนเดินไปถึงกลางภาพ พร้อมๆ กับที่ม่านชัตเตอร์ชุดที่สองกำลังจะปิด ขณะเดียวกันแฟลช (ซึ่งสัมพันธ์กับม่านชัตเตอร์ชุดที่สอง) ก็ยิงออกมาส่วนแสงจากโทรศัพท์นั้น ยังเป็นเส้นยาวตามทิศทางการเดินเหมือนเดิม

ถ้ายังงงก็ถามมาอีกทีนะครับ มันต้องมีรูปประกอบอีกรูปถึงจะเข้าใจง่ายกว่านี้ แต่ยังหาไม่เจอ
ความคิดเห็นที่ 23
-มี๊-โซน7 วันที่ : 22/02/2007 เวลา : 00.07 น.
http://www.oknation.net/blog/GotShot


ส่วนรูปนี้ ใช้ม่านชัตเตอร์สัมพันธ์กับแฟลชชุดที่สอง
ความคิดเห็นที่ 22
-มี๊-โซน7 วันที่ : 22/02/2007 เวลา : 00.06 น.
http://www.oknation.net/blog/zone


รูปนี้ ใช้แฟชลสัมพันธ์กับม่านชัตเตอร์ชุดแรก
ความคิดเห็นที่ 21
-มี๊-โซน7 ( guest ! ) วันที่ : 22/02/2007 เวลา : 00.05 น.
http://www.oknation.net/blog/GotShot

ตอบคุณ คห.19 นะครับ
เหตุที่แสงวิ่งไปข้างหน้าเพราะคุณใช้

"แฟลชสัมพันธ์กับม่านชัตเตอร์ชุดแรก"

อย่างเพิ่งงงนะครับ คือ ม่านซัตเตอร์ของกล้องที่เราใช้เนี่ย มันมีม่านชัตเตอร์อยู่ 2 ชุด คือ ชุดแรก ใช้เปิดให้แสงเข้าเมื่อเรากดปุ่มลั่นชัตเตอร์ ส่วนชุดที่สอง จะเป็นชุดที่ปิดไม่ให้แสงเข้าหลังจากครบเวลาของชัตเตอร์ (เช่น 1/60, 1/250 ฯลฯ) ที่นี้กล้องปกติมันจะยิงแฟลชพร้อมกับการเปิดของม่านชัตเตอร์ชุดแรก ถ้าเป็นที่ชัตเตอร์สปีดสูงๆ และวัตถุไม่เคลื่อนไหวจะไม่เห็นความแตกต่าง แต่ถ้าถ่ายในกรณีของ คห.19 มันก็จะเหมือนแสงวิ่งไปข้างหน้า ดูรูปนะครับจะได้ไม่งง
ความคิดเห็นที่ 20
น้อย วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 23.26 น.
http://www.oknation.net/blog/noiy
น้าแมน


ผมไม่รบหรู่ ผมเคารพ ผมนับถือ
ผมหยิบกล้อง นิค่อนดี 200 เลนวาย 12-24 ทดสอบการถ่ายภาพดู 3 ภาพ จากซ้ายไปขวา สองรูปแรก ชัตเตอร์ต่ำ(ช้า)ร่วมกับการใช้แฟลต และรูปที่สามผมใช้ชัตเตอร์เร็วทั้ง3รูปผมเบาแฟลต ผลออมก็เป็นอย่างนี้ ครับ
ความคิดเห็นที่ 19
ขุนขยับกับพินาศ วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 23.20 น.
http://www.oknation.net/blog/kissmis
...แม้ว่า...โลกใบนี้จะกว้างใหญ่...เราต่างก็ค้นหากันจนเจอ...

แวะเข้าไปดูรูปของผมมั่งสิครับ ผมก็อยากทราบเหมือนกันว่า ทำไมแสงถึงวิ่งไปข้างหน้า ผมก็งงอ่ะ เพราะถ้ายเองกับมือ และไม่มีความรู้เรื่องกล้องดิจิตอลเลย เพียงแค่ปรับนิดๆ หน่อยๆ ถ้ามือสั่น ตัวคนก็ต้องสั่น แต่นี่มีภาพชัดที่สุดเลย คือ มือไม่สั่น และแสงไฟวิ่งไปข้างหน้า ช่วยวิเคราะห์ด้วยอ่ะ ผมก็โขว์ไว้ในหน้า blog ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 18
น้ำใส วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 22.17 น.
http://www.oknation.net/blog/chayada

พูดยาก ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ แต่ผลคือทำให้วัตถุมงคลมีผู้ต้องการมากขึ้น ราคาก็สูงขึ้นตาม
ความคิดเห็นที่ 17
jao วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 21.52 น.
http://www.oknation.net/blog/jaofoto


ผมมีตัวอย่างภาพที่ถ่ายการบวชเณรของไทยใหญ่ที่แม่ฮ่องสอน ซึ่งใช้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ(ช้า) ร่วมกับการใช้แฟลต
ถ้าคนในวงกลมเป็นคนธรรมดาไม่เกี่ยวกับ ประเด็นข้อสงสัย ภาพดังกล่าวก็ธรรมดา ตรงนี้ช่างภาพจะเน้นที่สีสันของงาน คนที่อยู่ด้านหลังจะเป็นการเสริมบรรยากาศ ให้มีความรู้สึกร่วม
การถ่ายในเทคนิคนี้ ต้องการให้ภาพมี เรื่องราวของการเคลื่อนไหว(movement)
ความคิดเห็นที่ 16
mister_art วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 21.51 น.
http://www.oknation.net/blog/art
ชีวิตคือการเดินทาง จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ความรักคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต

เป็นวิชาการดีมากเลยครับคุณเจา!
ความคิดเห็นที่ 15
jao วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 21.49 น.
http://www.oknation.net/blog/jaofoto


ผมมีตัวอย่างภาพที่ถ่ายการบวชเณรของไทยใหญ่ที่แม่ฮ่องสอน ซึ่งใช้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ(ช้า) ร่วมกับการใช้แฟลต
ถ้าคนในวงกลมเป็นคนธรรมดาไม่เกี่ยวกับ ประเด็นข้อสงสัย ภาพดังกล่าวก็ธรรมดา ตรงนี้ช่างภาพจะเน้นที่สีสันของงาน คนที่อยู่ด้านหลังจะเป็นการเสริมบรรยากาศ ให้มีความรู้สึกร่วม
การถ่ายในเทคนิคนี้ ต้องการให้ภาพมี เรื่องราวของการเคลื่อนไหว(movement)
ความคิดเห็นที่ 14
jao วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 21.45 น.
http://www.oknation.net/blog/jaofoto


ผมมีตัวอย่างภาพที่ถ่ายการบวชเณรของไทยใหญ่ที่แม่ฮ่องสอน ซึ่งใช้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ(ช้า) ร่วมกับการใช้แฟลต
ถ้าคนในวงกลมเป็นคนธรรมดาไม่เกี่ยวกับ ประเด็นข้อสงสัย ภาพดังกล่าวก็ธรรมดา ตรงนี้ช่างภาพจะเน้นที่สีสันของงาน คนที่อยู่ด้านหลังจะเป็นการเสริมบรรยากาศ ให้มีความรู้สึกร่วม
การถ่ายในเทคนิคนี้ ต้องการให้ภาพมี เรื่องราวของการเคลื่อนไหว(movement)
หมายเหตุ ความเร็วของแฟตชถ่ายภาพ ไวมาก ๆ ส่วนมากช่างภาพจะใช้เปิดแสงของตัวแบบ หรือฉากหน้า ส่วนแสงหลัง ก็จะใช้แสงธรรมชาติ หรือแสงที่มีความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆ
ความคิดเห็นที่ 13
jao วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 21.13 น.
http://www.oknation.net/blog/jaofoto

10 ชั่วโมง กับการหาคำตอบของภาพดังกล่าว เฉพาะความคิดเห็นส่วนตัว ตามหลักการถ่ายภาพ และประสบการณ์ถ่ายภาพกว่า 20 ปี
จากไฟด์ที่ได้มีขนาดใหญ่ ประมาณเกือบ 5,000k
ซึ่งมีขนาดใหญ่ กว่า ปกติทั่วไป สามารถนำไปขยาย หรือ นำภาพไปใช้ประโยชน์ได้มากพอสมควร
คุณภาพกล้อง ต้อง ห้าล้านพิกเซลเป็นอย่างต่ำ
การใช้กล้อง ผู้ถ่ายไม่จำเป็นต้องเป็นมืออาชีพก็ได้ อาจใช้โปรแกรม อัตโนมัตของกล้อง โดยเฉพาะปัจจุบัน
กล้องมีเทคโนโลยี่สูงมาก หนึ่งในโปรแกมการถ่ายภาพกลางคืนด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ คือ โปรแกรม ไนท์ช๊อต ที่กล้องจะใช้ความเร็วในการบันทึกภาพด้วยสปรีตชัตเตอร์ต่ำ (เวลาในการบันทึกนาน) เพื่อเก็บแสงด้านหลังหรือแบ๊คกราว์ด
เวลาถ่ายภาพถ้าใช้แฟตลที่มากับกล้องร่วมจะทำให้แสงแรกของการบันทึก เป็นแสงแฟตล จากกล้อง ซึ่งเป็นแสงที่ตกกระทบกับตำรวจด้านหน้า
ที่สำคัญแสงแฟตลไปไม่ถึงด้านหลังคือ บริเวณหน้าโลงศพของขุนพันธุ์ ทำให้ภาพที่เกิดบริเวณดังกล่าวจะเป็นภาพเคลื่อนไหว เหมือนภาพเงาเสมือน (ช่วงเวลาถ่ายภาพมีเจ้าหน้าที่แต่งชุดขาว สังเกตุจากด้านบนซ้ายของภาพ อาจเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่อีกคนกำลังเดินไป หรือเข้า ก็เป็นไปได้ หรืออาจจะเป็นคนที่มาร่วมงานเดินบริเวณหน้าโลงศพก็ได้
ภาพดังกล่าวได้ตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้เป็นการรีทัชภาพแน่นนอน และไม่มีการปรับแต่ง ตบแต่ภาพ เป็นไฟด์จากกล้องดิจิตอล แต่มีการลดขนาดภาพจากไฟด์ต้นฉบับอีกครั้ง ถ้าจะให้พิสูจน์ให้ได้คำตอบแบบฟันธงก็ต้องได้ ได้ไฟด์ ดิบ หรือต้นฉบับซึ่งมีการบอกลายละเอียดของการถ่ายภาพ ว่าความเร็จชัตเตอร์เท่าไร รูรับแสง ความไวแสงเท่าไร และเป็นโปรแกรมอะไร
เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ยิ่งตอนนี้มีเรื่องของวัตถุมงคลเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ใน
หลักของนักถ่ายภาพ ช่างภาพ มือรีทัช สรุปแนวทางของการเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว ว่า ใช่เทคนิคการถ่ายภาพด้วยสปรีดชัตเตอร์ต่ำ กว่า 1วินาที
ความคิดเห็นที่ 12
Nity วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 20.08 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!


เอาประวัติ จากเนชั่นสุดมาฝากครับ

........
พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ผู้อัญเชิญองค์จตุคามรามเทพ มาสถิต ณ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมกับสร้างเป็นวัตถุมงคลขึ้น จนเป็นที่นิยมบูชาไปกว้างไกลไพศาลเวลานี้

จากข้อมูล ขุนพันธรักษ์ราชเดช นอกจากจะเป็นนายตำรวจชาวเมืองนครศรีธรรมราช ที่ได้สร้างเกียรติประวัติปราบปรามโจรผู้ร้ายมามากมาย จนเป็นที่รู้จัก และยอมรับกันทั่วไปในภาคใต้และในจังหวัดอื่นๆ แล้ว เขายังมีปูมหลังความเป็นมาชนิดไม่สามัญธรรมดา

ขุนพันธรักษ์ราชเดช เดิมชื่อ บุตร์ พันธรักษ์ เกิดเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2442 ที่บ้านอ้ายเขียว หมู่ที่ 5 ต.ดอนตะโก อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เป็นบุตรนายอ้วน นางทองจันทร์ พันธรักษ์ เข้าเรียนในวัยต้นที่วัดอ้ายเขียว กับอาจารย์ปาน ซึ่งเป็นสมภาร และอาจารย์นาม สมภารรูปต่อมา และที่นี่เองที่ทำเด็กชายบุตร์ เป็นผู้มีความรู้อยู่ในเกณฑ์ดี จนสามารถเลื่อนชั้นจาก ป.1 ไปอยู่ชั้น ป.3 ที่โรงเรียนวัดสวนป่าน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ภายในเวลาเพียง 3 วัน

ต่อมาเด็กชายบุตร์ เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดพระนคร ต.พระเสื้อเมือง (ปัจจุบัน ต.ในเมือง) อ.เมือง นครศรีธรรมราช จบ ป.3 ก็เข้าเรียนต่อชั้น ม.1 ที่โรงเรียนวัดท่าโพธิ์ (โรงเรียนเบญจมราชูทิศในปัจจุบัน) กระทั่งเดินทางเข้าไปศึกษาที่กรุงเทพฯ ในปี 2459 โดยไปอยู่ที่วัดส้มเกลี้ยง (วัดราชผาติการาม) กับพระปลัดพลับ บุณยเกียรติ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า

บุตร์เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร ที่นี่เขาได้เรียนวิชามวย ยูโด และยิมนาสติก จนมีความชำนาญพอสมควร และสอบไล่ได้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 ในปี 2467 ต่อมาในปี 2468 ได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจห้วยจระเข้ จ.นครปฐม ซึ่งหลังจบจากที่นี่ เมื่อปี 2472 ก็ได้ไปประจำตามพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ

โดยในปี 2474 เขาได้ย้ายไป จ.พัทลุง และที่นี่เองที่นายตำรวจหนุ่มผู้นี้ได้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เมื่อเขาสามารถปราบปรามเสือสังกับเสือพุ่ม นักโทษแหกคุก และยังวิสามัญคนร้ายคดีสำคัญอีก 16 รายได้ และด้วยความดีความชอบในครั้งนี้ เขาจึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น 'ขุนพันธรักษ์ราชเดช' กระทั่งในปี พ.ศ.2478 ได้รับเลื่อนยศเป็นนายร้อยตำรวจโท และได้อุปสมบทที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช อยู่ได้ 1 พรรษา จึงลาสิกขา

ปี 2479 ย้ายไปเป็นหัวหน้ากองตรวจ ประจำกองบังคับการตำรวจภูธรมณฑล นครศรีธรรมราช ประจำ จ.สงขลา ได้ปราบโจรครั้งสำคัญ ที่ทำให้มีชื่อเสียงมาก คือ การปราบผู้ร้ายทางการเมืองที่นราธิวาส ในปี 2481 ชื่อ 'อะเวสะดอตาเละ' นัยว่าเป็นผู้ที่อยู่ยงคงกระพัน เที่ยวปล้นฆ่าเฉพาะคนไทยเท่านั้น ครั้งนี้ขุนพันธฯ จึงได้รับฉายาจากชาวไทยมุสลิมว่า 'รายอกะจิ' และได้เลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจเอกในปีนั้นเอง

ปี 2482 ย้ายกลับมาอยู่ จ.พัทลุงอีกครั้ง ปราบปรามคนร้ายสำคัญ คือเสือสาย และเสือเอิบ ก่อนจะย้ายไปเป็นผู้กำกับการตำรวจภูธร จ.พิจิตร ปี 2486 กวาดล้างโจรแก๊งเสือโน้ม ต่อมาปี 2489 ย้ายไปเป็นผู้กำกับการตำรวจภูธร จ.ชัยนาท พร้อมทั้งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้อำนวยการกองปราบพิเศษของกรมตำรวจขณะนั้น ลุยปราบชุมโจรสุพรรณบุรี อาทิ เสือฝ้าย เสือผ่อน เสือครึ้ม เสือปลั่ง เสือใบ เสืออ้วน เสือไหว เสือมเหศวร เสือไกร และเสือวัน แห่งชุมโจร อ.พรานกระต่าย จนได้รับฉายาจากชุมเสือว่า ขุนพันดาบแดง และจอมขมังเวท

ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต 8 ที่ จ.นครศรีธรรมราช จนกระทั่งปี พ.ศ.2503 จึงดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจเขต 8 และได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็นพันตำรวจเอก และในปี 2505 ก็ได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรี จนกระทั่งเกษียณอายุในปี 2507 แต่ก็ยังสร้างคุณประโยชน์ โดยปี 2512 ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.นครศรีธรรมราช สังกัดพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ ขุนพันธฯ ยังสนใจวิชาการทั่วไป เช่น ประวัติศาสตร์ คติชนวิทยา โดยเฉพาะไสยศาสตร์ ที่สนใจเป็นพิเศษ จนมีงานเขียนมากมาย เช่น ความเชื่อทางไสยศาสตร์ในภาคใต้ สองเกลอ กรุช้างเผือกงาดำ หัวล้านนอกครู ศิษย์เจ้าคุณ มวยไทย เชื่อเครื่อง กรุงชิง เป็นต้น

หลายคนที่ศึกษาเกี่ยวกับจตุคามรามเทพ จะพบว่าในประวัติต้นกำเนิด มักปรากฏเรื่องราวของขุนพันธฯ ร่วมอยู่ด้วย นั่นเพราะตามคำเล่าขาน ขุนพันธฯ เป็นผู้ที่รู้ว่าภาพวาดจาก 'คนทรง' ที่พูดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะมาปกป้องบ้านเมือง คือ จตุคามรามเทพ จนนำมาสู่พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ในการลงเสาหลักเมืองนครศรีธรรมราช ที่ได้อัญเชิญองค์พ่อจตุคามรามเทพ มาประดิษฐานภายในศาลหลักเมือง เมื่อปี 2530 ซึ่งขุนพันธฯ เป็นเจ้าพิธี อ่านโองการอัญเชิญเทวดา

และหากจะกล่าวถึงบุคคลผู้มีส่วนในการก่อกำเนิดวัตถุมงคลองค์จตุคามรามเทพตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว ก็มี พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช นี่เอง ที่มีชื่อปรากฏเป็นลำดับแรก ถัดไปคือ พล.ต.ท.สรรเพชร ธรรมาธิกุล อดีต ผบ.ช.ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้เป็นลูกศิษย์ และคุณอะผ่อง สกุลอมร

ปัจจุบัน พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้ลาโลกไปด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2549 ด้วยอายุถึง 108 ปี!

อนึ่ง ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ศกนี้ จะมีงานพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ณ วัดพระมหาธาตุฯ ซึ่งในวันดังกล่าวจะมีการแจกเหรียญรูปเหมือนขุนพันธฯ เป็นของที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่บิดาบังเกิดเกล้า ประกอบด้วย 1.เนื้อเงินบริสุทธิ์ (สร้าง 500 เหรียญ) 2.รูปเหมือนเนื้อผงมหาว่าน 3 สี (ขาว ดำ แดง) สร้าง 80,000 เหรียญ 3.เหรียญทองแดงรมมันปู สร้าง 20,000 เหรียญ

ณ สรรค์ พันธรักษ์ราชเดช บุตรชายคนโต กล่าวว่า ได้จัดสร้างเตรียมไว้ตั้งแต่ปี 2548 ชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์มากมายพร้อมเส้นเกศาของขุนพันธ์-ด้านหลังประทับลายนิ้วหัวแม่มือ นำเข้าประจุพุทธาคมร่วมวัตถุมงคล 5 รุ่น คือ ไตรภาคีศรีนคร, พุทธามหาเวท, พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง, 9 รอบ 9 พิธี 108 ปี ขุนพันธฯ และหลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อ

เนื่องจากสร้างจำนวนจำกัด จึงกลายเป็นวัตถุมงคลหายาก และผู้ศรัทธาใน พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ต่างต้องการเป็นเจ้าของ รวมทั้งนักสะสมทั่วไป ขณะนี้เหลือเนื้อผงมหาว่านเพียง 3 ชุด (ขาว ดำ แดง) เหรียญทองแดงรมดำมันปู 3 เหรียญ

พระราชธรรมสุธี เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (ธ) ที่ปรึกษาเจ้าภาพงานพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช กล่าวยกย่อง 'ท่านขุน' ว่า

"โบราณศาสตร์มี..เรื่องเวทมนตร์ เรื่องคาถาอาคมมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ แต่ใครจะทำได้ตามกฎเกณฑ์ของคาถาอาคมนั้น ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ขลังไม่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่สำเร็จพระโยชน์ คนที่จะทำได้ต้องถือเคร่งครัด ถ้ารู้ว่าเขาห้ามอะไร ก็ไม่ล่วงละเมิด ไม่ว่ารูปแบบไหน แม้ทางใจยังสามารถบังคับได้..

"ท่านขุนพันธฯ จึงถือเป็นบุคคลที่หาได้ยาก เป็นคนดีของแผ่นดินคนหนึ่ง ท่านไม่ด่างพร้อย ไม่เสียหายตลอดชีวิตราชการ มีคุณธรรม จริยธรรม มีศีลาจริยวัตรเรียบร้อย ท่านได้รับการฝึกฝนมาโดยลำดับ ได้อยู่กับวัด อยู่กับอาจารย์ดีๆ มามาก ท่านเก็บเนื้อเก็บตัวรักษาศีลเคร่งครัด จึงสามารถรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของท่านเอาไว้ได้ตลอดชีวิต"

จึงเป็นที่คาดหมายว่า ระหว่างวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ ที่มีงานพระราชทานเพลิงศพ 'ท่านขุน' จะมีผู้เคารพศรัทธาจากทั่วประเทศ ไปร่วมงานอย่างล้นหลาม

เพื่อร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย แด่ดวงวิญญาณ 'นายตำรวจมือปราบ' และ 'ท่านขุนขมังเวท' ผู้ปลุกกระแสวัตถุมงคล องค์จตุคามรามเทพ ให้เป็นปรากฏพิเศษไปทั้งแผ่นดินสยามยาม

ความคิดเห็นที่ 11
BlueHill วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 18.58 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ไม่ทราบให้มีประวัติขุนพันบ้างครับ
ความคิดเห็นที่ 10
jao วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 17.41 น.
http://www.oknation.net/blog/jaofoto

รวมภาพชุดขุนพันเมื่อครั้งมีชีวิตและภาพงานศพ
http://501946880.slide.com/p/4/108-1428819223
ความคิดเห็นที่ 9
jao วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 17.39 น.
http://www.oknation.net/blog/jaofoto

http://501946880.slide.com/p/4/108-1428819223
ความคิดเห็นที่ 8
jao วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 17.20 น.
http://www.oknation.net/blog/jaofoto


ภาพขยายจากต้นฉบับ เท่านั้น ไม่ได้ใช้เครื่องมืออื่น ต้นฉบับขนาดภาพประมาณ 5400 K
งานศพขุนพัน จ.นครศรีธรรมราช
ขอโทษด้วยครับ เนื่องจากต้นฉบับไฟด์ใหญ่นำเข้าระบบไม่ได้
ความคิดเห็นที่ 7
jao วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 17.14 น.
http://www.oknation.net/blog/jaofoto


เป็นภาพที่ญาติของขุนพันถ่ายเมื่อคืน และไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับภาพดังกล่าว ส่งมาถามตั้งแต่เช้า ผู้ถ่ายไม่มีความรู้หรือเทคนิคการถ่ายภาพมากมาย ใช้เพียงกล้องคอมแพคดิจิตอล
ภาพเงาที่เกิดขึ้นแจ้งเพียงว่าหน้าตาเหมือนขุนพันมาก
ดังตัวอย่าง
ความคิดเห็นที่ 6
Goojoe วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 16.57 น.
http://www.oknation.net/blog/Goojoe

ขอดูไฟล์ต้นฉบับได้ป่ะ

http://widget-87.slide.com/widgets/slideticker.swf" type="application/x-shockwave-flash" quality="high" scale="noscale" salign="l" wmode="transparent" flashvars="cy=mp&il=1&channel=288230376155859335&site=widget-87.slide.com" width="600" height="200" name="flashticker" align="middle"/>
http://www.slide.com/pivot?ad=1&tt=0&sk=0&cy=mp&th=0&id=288230376155859335&map=1" target="_blank">http://widget-87.slide.com/p1/288230376155859335/mp_t000_v000_a001_f00/images/xslide1.gif" border="0" ismap="ismap" /> http://www.slide.com/pivot?ad=1&tt=0&sk=0&cy=mp&th=0&id=288230376155859335&map=2" target="_blank">http://widget-87.slide.com/p2/288230376155859335/mp_t000_v000_a001_f00/images/xslide2.gif" border="0" ismap="ismap" />

ความคิดเห็นที่ 5
BlueHill วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 16.43 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

คุณเจาถ่ายเองหรือว่าช่างภาพคนอื่นครับ
ความคิดเห็นที่ 4
บินหลาหาดใหญ่ วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 16.41 น.
http://www.oknation.net/blog/witphoto
Apichart Ammuay - Photographer Culture and Nature

ไม่น่าใช่ครับเป็นเงาหรือเปล่าพี่
ความคิดเห็นที่ 3
ด.เด็ก วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 15.55 น.
http://www.oknation.net/blog/badboy

อยากดูอีกครับ
ความคิดเห็นที่ 2
jao วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 15.32 น.
http://www.oknation.net/blog/jaofoto


หมายเหตุภาพเพิ่มเติม งานศพขุนพัน
ความคิดเห็นที่ 1
ซาลาเปา วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 15.30 น.
http://www.oknation.net/blog/pao

ไม่แน่ใจ แต่ไม่ลบหลู่
เพิ่งได้เห็นชัดๆๆ
ขอบคุณจ้ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

แสงหนึ่งคือรุ้งงานม

นิทรรศการแสงหนึ่งที่ม.แม่ฟ้าหลวง

View All
<< กุมภาพันธ์ 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28