• jao
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jao@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-14
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 8877
  • จำนวนผู้โหวต : 30
  • ส่ง msg :
หนามเตยค้าง
ภาพนี้มีเรื่องเล่า
Permalink : http://www.oknation.net/blog/jaofoto2
วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม 2551
อาจารย์สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ยังไม่ตาย
Posted by jao , ผู้อ่าน : 331 , 00:29:25 น.  
พิมพ์หน้านี้


สวัสดี อาจารย์สุรัตน์

กับนกน้อย อุไรพร

เดือนมิถุนายน 2007 ใน 9 day in a kingdom

  อ.สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ กับ ช่างภาพประจำตัวประธานเหมา เจอ ตุง

คลิป งานอาลัย อาจารย์สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์
กล่าวต่อสาธารณะครั้งสุดท้าย
ถ่ายภาพกล้องไม้ครั้งสุดท้าย
งานลดน้ำศพ
น้องพี่น้องร่วมอาลัย

แด่ อาจารย์ สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ นักถ่ายภาพที่ไม่มีวันตาย /

 ทวีชัย เจาวัฒนา

 

เจา   คุณ อา เสีย.....    ประโยคเดียวที่คาใจตลอดทั้งวันที่ 8 พค.2008  ที่มีเสียงพูดคุยถึงข้อเท็จจริง

อาจารย์สุรัตน์ ไม่มีวันตาย และไม่ตายจริงๆ ด้วย  ผมว่าอาจารย์ยังอยู่กับคนถ่ายภาพ นักถ่ายภาพ และเรื่องราวของการถ่ายภาพในเมืองไทย    เป็นยุคที่สองก็ว่าได้  ของการถ่ายภาพในเมืองไทย  หลังจากอาจารย์จิตร จงมั่นคง  ศิลปินแห่งชาติสาขาภาพถ่าย  อดีตนายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทญในพระบรมราชูปถัมภ์  ช่วงบุกเบิกการถ่ายภาพในประเทศไทย ยุคต้นๆก็ว่าได้      หลังจากนั้นมาก็มีนักถ่ายภาพอีกหลายท่านที่มีบทบาท  

      แต่ที่เห็นๆและสร้างปรากฏการณ์ของการถ่ายภาพในเมืองไทยให้ก้าวกระโดด  ไม่ว่าจะเป็นงานถ่ายภาพสไตล์สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์  ที่กลายเป็นกระแสต่อมา   และ ที่สำคัญงานของสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์  ก็ฉายภาพถ่ายให้มีส่วนร่วมกับสังคมไทย ตลอด 8 ปี

       อาจารย์สุรัตน์ เริ่มต้นการถ่ายภาพอย่างจริงจังอีกครั้งกับต้นทุนทางร่างกายที่ต่ำกว่าคนอื่นจนถูก  มองว่าถ่ายรูปสวย ถ่ายรูปดีได้จริงๆหรือเปล่า  เห็นมีเด็กเดินตามเด็กถือกล้องเป็นขบวน ถ่ายให้หรือเปล่า   อุปสรรคแรกที่เข้าวงการ  ซึ่งผมจำได้ดี  ว่าเป็นคำถามที่ใครๆก็ถามถ้ารู้ว่าไปร่วมแก๊งค์ถ่ายภาพกับอาจารย์สุรัตน์   ตอนนั้นประมาณปี 2543 ช่วงที่ชวน อาจารย์สุรัตน์ถ่ายภาพเพื่อทำนิทรรศการณ์ 30 ปี เนชั่น  ในหัวข้อ การเปลี่ยนแปลง(changing in Thailand)  แสดงที่ รร.ดุสิตธานี  จำวันที่เข้าไปเชิญ และชวนอาจารย์ได้ดี  บนใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และมีความกระตือรือร้น  อาจารย์ อวดงาน เวเนชชิ่งบางกอก ที่ถ่ายอยู่  เป็นงานที่ถ่ายคลองต่างๆของกรุงเทพ โดยเฉพาะคลองแสนแสบ  เป็นการค้นหามุมมองที่เคยเห็นเคยประทับใจสมัยเด็กๆ   ซึ่งกรุงเทพได้เปลี่ยไปมากมาย  ตั้งแต่คุณภาพน้ำ  คุณภาพของคน คุณภาพสิ่งแวดล้อมต่างๆ   อาจารย์ทุ่มเทเป็นอย่างมาก ผมเข้าไปที่บ้านนวธานี  3 ครั้งเพื่อนำรูปไปจัดแสดง  ทุกครั้งที่เข้าไปก็จะเห็นไอเดีย  มุมมองใหม่ๆ  สิ่งที่พบเห็นซึ่งบางครั้งเราละเลยหรือไม่ทันมองเห็น 

       4 เดือนที่ทุ่มเท  ภาพถ่ายขาวดำ เวเนชชิ่งบางกอก ก็ถูกบันทึกกับวงการถ่ายภาพ ว่าเป็นงานที่มีศิลปะมีมุมมอง  ของศิลปินชั้นครู  ผมเคยถามอาจารย์ว่าทำมัยถึงถ่ายภาพได้เร็วมาก   คำตอบที่ได้คือ ห้องสมุด คลังหนังสือภาพถ่ายที่บ้านนวธานี    ผมว่าร้านขายหนังสือชั้นนำในเมืองไทยมีไม่มาก  และไม่ทันสมัยเท่า  การเติมเต็ม  ของแต้มต่อเรื่องสังขารดูจะเพิ่มคำท้าทายให้   ออกไปถ่ายรูปอย่างต่อเนื่อง

      “ พี่ ถามจริงๆ คุณสุรัตน์เขาถ่ายภาพเองจริงหรือ   “ คำถามของช่างภาพรุ่นใหญ่ๆ 

            จริงครับ  จริงๆ   อาจารย์ เป็นคนที่กดชัตเตอร์เองทุกภาพ  กล้องที่ใช้อาจารย์จะเลือกใช้เป็นงาน งาน

กล้องเบา  กล้องใหญ่  ต้องใช้ฟิล์ม ใช้ดิจิตอล   ความทันสมัย ความร่วมสมัยของอาจารย์ ที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการถ่ายภาพ  กับนักถ่ายภาพไม่ว่าจะเป็นโปรจากต่างประเทศ  นักถ่ายภาพข่าว  นักถ่ายภาพแนวสวยงาม  นักถ่ายภาพสารคดี   ฯลฯ  ทำให้ความรู้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว  มุมหนึ่งที่ผมเห็นคือ หลังการออกตระเวณถ่ายภาพกับนักถ่ายภาพเสร็จ  อาจารย์จะนัดมาดูรูป  มาพูดคุยมุมมอง  ตรงนี้เหมือนเป็นการทำการบ้านและการเรียนรู้มุมมองซึ่งกันและกัน  ทำให้พัฒนาการการถ่ายภาพ สนุก และกว้างไกล   ที่สำคัญคือจะมีเป้าและโจทย์ล่วงหน้าในงานถ่ายต่อไป

       “ ก็แกเป็นคนมีเงิน  จ้างคนมาช่วย ถือกล้อง ล้างอัดภาพ ทำให้งานมันดีกว่าชาวบ้าน “

         ไม่จริง  อาจารย์เคยบอกว่า ผมนับวันนับเวลากลับบ้านเก่า  ผมต้องรีบ ผมต้องแอ๊คทีฟ  ผมเสียดายถ้าอายุน้อยกว่านี้อีก 10 ปีคงลุยได้มากกว่านี้    เด็กๆ น้องๆ ก็มาช่วยย่อย ให้ผมทำงานสะดวกและรวดเร็ว ขึ้น  ตัวอย่างหนึ่งที่ไปถ่ายภาพประเทศจีน   เมืองตูหยิน  เช้าๆ อาจารย์มาทักบรรดาช่างภาพ และก็บอกว่าวันนี้อากาศดีมาก ลองออกไปนอกเมืองดีมั๊ย  มันน่าจะมีเรื่องราวนะ  เอาอย่างอย่างนี้ วันนี้ผมเป็นเจ้ามือ  เหมารถบัสไปถ่ายภาพกัน

ไป ไป  อ๊อด จัดการ    ตรงนี้ ผมว่าอาจารย์จะไม่เคยกีดกัน ไม่เคยห้ามช่างภาพ ที่รู้จัก ว่าอย่ามาถ่ายรูป  หรืออย่ามารบกวนการถ่ายภาพ   แต่ยังสนับสนุน นักถ่ายภาพทุกๆรุ่นที่เข้าไปแลกเปลี่ยน  การให้โอกาสเป็นเรื่องสำคัญ

    อาจารย์จะบอกว่าถ้าเรามีนักถ่ายภาพรุ่นใหม่ๆ ต้องรีบบอก  อย่าห่วงเทคนิค อย่าห่วงวิชา มีอะไรก็บอกอย่าให้เขาหลงทางหรือเสียเวลา    เวลาสำคัญมากมันวิ่งเร็วจริงๆ   ถ้าเขาถ่ายภาพเก่งๆ  ประเทศเราก็จะมีคนมาช่วยบันทึกเรื่องราว  มีเรื่องเล่า มีสีสัน สร้างงานศิลปะให้กับแผ่นดินต่อไป    คุณอย่าเสียดาย    

    ทุกเย็นของวันว่าง อาจารย์สุรัตน์จะลงมาคุยเรื่องการถ่ายภาพ  และมองเป้าหมายกับคนรุ่นใหม่ๆ ที่จะเชิญชวนให้เข้ามาถ่ายภาพกับสมาคม   จะนำตัวอย่างภาพที่เห็น หรือได้เจอกับช่างภาพใหม่ๆมา  นำเสนอเรื่องแนวคิดวิธีถ่ายภาพ    ของตัวช่างภาพ  จนวันนี้โลกของช่างภาพถูกเปิดกว้างมากมาย   ช่างภาพโฆษณา  ช่างภาพข่าว ช่างภาพแฟชั่น  ช่างภาพสารคดี   ช่างภาพหน้าใหม่ ซึ่งเป็น new record  ก็ถูกนำเสนอ และแสดงงานภาพถ่ายกันอย่างคึกคัก   

        ภาพของคนรุ่นเก่าที่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี่อันทันสมัยล่าสุด  โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายภาพ   อาจารย์จะเป็นผู้ตั้งกระทู้และให้เด็กๆ ช่วยกันหาคำตอบ   อย่างเช่นกล้องรุ่นต่างๆ  เลนส์รุ่นใหม่ๆ โปรมแกรมการจัดการภาพ  เครื่องมือที่เข้ามาอวดโฉมในตลาดใหม่ๆ   จะมีการสั่งซื้อมาทดสอบ  ทั้งด้วยตัวเองหรือนักถ่ายภาพที่สนใจ    เพื่อให้ได้ข้อมูลจริงๆว่าเหมาะสมกับการถ่ายภาพประเภทไหน  และถ้าได้เป็นสูตร หรือหลัก ก็จะนำมาบอกเล่ากันต่อไป  

      อาจารย์นิยมถ่ายภาพด้วยฟิล์ม ขาวดำ โกดัก เป็นอย่างมาก ช่วงแรกๆจะใช้ระบบอัดภาพในห้องมืด  เป็นงานฝีมือล้วนๆ   แต่หลังจากพบว่าเทคโนโลยี่ของการพิมพ์มันพัฒนามามาก และปัจจัยเรื่องของเวลาทำให้อาจารย์หันมาสนใจกับ  ระบบการจัดการด้านภาพด้วยดิจิตอล  คือสแกนฟิล์ม แล้วนำมาพิมพ์  เพื่อนำภาพมาแสดงงาน 

      การถ่ายภาพของอาจารย์    อาจารย์บอกว่า   ช่างภาพในบ้านเราถ่ายภาพสวยงาม มาก  มีหลายคนถ่ายภาพเก่งๆ แต่เนื่องจากคุณอา  เริ่มต้นช้า ไม่อย่างใช้เวลาสิ้นเปลืองกับแนวภาพที่ต้องใช้เวลานานๆ  และมีคนถ่ายกันมากมายอยู่แล้ว  ดังนั้น  จำเป็นต้องหาสไตล์ของตัวเองให้เจอ  นานมากกับการเดินทางเส้นนี้   จากถ่ายภาพวิวทิวทัศน์  ถ่ายภาพสัตว์ป่า  ถ่ายนก  ถ่ายภาพนางแบบ  ใช้สไลด์   แต่มาเจอแนวทางของตัวเองและบอกตัวเองว่าต้องไม่ ลอกงานคนอื่น  ต้องไม่จำภาพของคนอื่น  ชื่นชมได้แต่อย่างทำซ้ำ ทำตามเขา  มิฉะนั้นทำอย่างไรก็จะหาตัวเองไม่เจอ   ทำให้อาจารย์เปลี่ยนแนวทางจากเคยถ่ายสไลด์ มาจัดฟิล์มขาวดำ  และถ่ายเรื่องราวชีวิตจริงๆ ของสิ่งรอบตัว  เมื่อพบเห็น  ความประทับใจแรกสำคัญมาก กับสิ่งที่เรามอง สิ่งที่เราเห็น  มันจะทำให้เรามีมุมมองส่วนตัว  ตรงนี้เป็นสมาธิ เราจะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ ต้องคิดต้อง อ่านช๊อตให้ออกว่า  จะถ่ายทอดและบอกอะไรในภาพ      

       ผมถาม อ๊อต (กิตติศักดิ์  ปั้นมณี) ผู้จัดหาโลเคชั่นให้  หรือโจทย์ สำหรับถ่ายภาพ   บางวันต้องออกตั้งแต่ตี 4 ตี 5  ใจของอาจารย์แน่นอนจริงๆ   ช่วงบุกถ่ายไปกัน บุกน้ำลุยป่า เป็นวันๆ   บางวันไม่เจอแบบ  แสงไม่สวย ก็บอกว่า ขอคุณอา อีกนิดนะ  มันยังไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้   อาจารย์จะเดินไปเรื่อยๆ  กับกล้องที่น้ำหนักพอเหมาะ เวลาเจอตัวแบบ  ก็จะเข้าไปคุย ไปถามเรื่องราวของตัวแบบ  และลงมือถ่ายอย่างเงียบๆ คนเดียว  ถ้าฟิล์มหมดก็จะส่งสัญญาณให้เปลี่ยนกล้อง   จากนั้นก็จะเดินและบันทึกภาพโดยไม่รู้วันเวลา   หรือความเหน็ดเหนื่อย   และถ้าไปกับนักถ่ายภาพหลายๆคน   อาจารย์จะเดินแยกกลุ่ม   ไปเลือกตัวแบบที่แตกต่าง    ทุกภาพที่ถ่ายอาจารย์จะจำได้และมีเรื่องเล่าต่อมาเวลานำภาพมาพูดคุย  ว่ารอยยิ้มของคนๆนี้เขายิ้มเพราอะไร  ป้ายนี้  บ้านนี้ความหมายคืออะไร 

 

      สำหรับงานของสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย    อาจารย์ตั้งใจเป็นอย่างมาก  กับเกรียรติยศครั้งนี้ อาจารย์ทำการบ้านกับโจทย์กับคนทุกรุ่น  ทุกเสียงสะท้อน ที่จะทำให้สมาคมฯเป็นที่ยอมรับ ของสังคม  เพื่อเป็นฟันเฟืองในการปรับทัศนะคติของการใช้ภาพถ่ายในการนำเสนอ ความคิด   ความเข้าใจ ต่อปัญหา ด้านต่างๆ จน  สมาคมฯได้รับความไว้วางใจในการจัดนิทรรศการระดับประเทศ หลายครั้ง  ตั้งแต่ นิทรรศการภาพกระประชุมเอเปค  นิทรรศการภาพถ่าย 100 ปี พระราชวังสนามจันทร์   เป็นครั้งแรกของ การนำงานภาพถ่ายเข้าแสดงที่หอศิลปเจ้าเทียบชั้นกับงานจิตรกรรม    การเป็นตัวแทนในการบันทึกภาพพระราชพิธี 60 ปีครองราช ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา สำหรับแจกจ่ายให้กับสื่อ และประชาชน    

      การนำผลงานภาพถ่ายของคนไทยไปแสดงในต่างประเทศ  ไม่ว่านิทรรศการภาพถ่ายนานาชาติครั้งที่ 13 ที่ประเทศจีน  การแสดงงานภาพถ่ายที่อิตาลี    การแสดงงานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาที่ประเทศอินเดีย  

      การจัดรวบรวมภาพถ่ายที่หายาก  หรือภาพถ่ายในประวัติศาสตร์ ของประเทศไทย   “มันเป็นหน้าที่ มันเป็นความรับผิดชอบของผมหรือ  ทำไมทางราชการไม่รู้สึกต้องตามหา และให้มันมาอยู่ในพิพิธภัณฑ์  หรืออยู่ให้หอจดหมายเหตุ   แต่  ผมอาสา ผมต้องเข้าร่วมประมูล ภาพ แข่งกับฝรั่ง  ภาพพวกนี้มันถูกซื้อออกไป ไปอยู่ในต่างประเทศ  ภาพชุดที่ฝรั่งเศษเข้ามาวาด วิว วาดภาพพรอตเทรต์ชาวไทย สมัยก่อน  การแต่งกาย สีหน้า  เสื้อผ้า

และภาพของ  เจ้านายต่างๆ   ที่เป็นยุคถ่ายภาพแรกๆ  ตรงนี้ต้องนำกลับเข้ามา  มาให้คนไทยได้รู้  เง่า  ของตนเอง”

      อาจารย์นำภาพชุด การเสด็จขึ้นครองราชครั้งที่ 2 ของ พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5  ที่เป็นแผ่นกระจกฟิล์ม มาให้ดูและมาตั้งคำถามทายกันเล่นๆว่า  มูลค่าสักเท่าไร   “ 1 ล้านบาท “ ครับ นี้คือผลพวงของการใช้ธุรกิจเข้าจัดการกับเรื่องราวของภาพเก่า หายาก    อาจารย์จะสอนให้รู้จักว่าถ้าเราถ่ายภาพให้ดี  รู้จักเก็บรักษา มันมีค่ามากมาย      ซึงหลายต่อๆครั้งบทสนทนาจะ  มีมุมมองของนักคิด นักธุรกิจ  เติมเต็มให้ ที่บ้านนวธานี 

     งานภาพถ่ายอีกชุดที่  เป็นงานที่อาจารย์สุรัตน์ ได้พิสูจน์ ว่า ถนนเดินทางถ่ายภาพปรบมือให้

งานหลวงพระบาง   อาจารย์ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในศิลปินที่ร่วมเดินทางเพื่อบันทึกเรื่องเล่าของอินโดจีน กับ นักเขียน นักวาดภาพ  นักดนตรี   อาจารย์เลือกเล่าเรื่องด้วยภาพที่หลวงพระบาง   งานชุดนี้ได้ตีพิมพ์ด้วยปกสีเขียวหม่น แปลกตาจากสูตรเดิมที่จะเป็น สีขาวและดำ   รูปที่คนแก่ก้มไหว้พระในงานบุญ เป็นรูปที่ได้รับรางวัลจากสถาบันศิลปะของอินเดีย  ซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 ของศิลปินทั่วโลกที่ได้    ภานนี้อาจารย์สุรัตน์  บอกว่าใช้ความเร็วของกล้องช้ามาก เพื่อให้ได้อารมณ์และบรรยากาศ  ก้มตัวศอกแนบพื้นเลย    ตรงนี้มันบอกถึงทักษะของการถ่ายภาพว่ามีชั่วโมงในการ ควบคุมกล้องสูงมากถึงจะถ่ายภาพชัดไม่ไหวเปรอ  

      มีหนึ่งงานที่อาจารย์โทรมาคุย บอกว่า เจา ต้องช่วยผมนะ  ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ไม่รู้เป็นงานอะไร  แต่งานนี้ผมถือว่าเป็นงานใหญ่ที่อาจารย์ไว้ใจให้ผิดชอบบันทึกภาพการนำพระไตรปิฏกภาษาโรมันไปมอบประเทศอินเดีย  โดยมีสมเด็จพระพี่นางเป็นประธาน    ตรงนี้ผมได้ความรู้ของการวางตัวการเข้าสังคมของผู้ใหญ่ เป็นอย่างมาก   อาจารย์บอกว่าช่างภาพต้องพร้อมตั้งแต่การแต่งตัว  ทุกคนจะไม่ดูถูกเรา ไม่มองเราเป็นแค่คนถ่ายภาพ  ดังนั้นเราต้องให้เกรียติสิ่งที่เรากำลังจะถ่าย  เราต้องปรับตัวเองได้  เราต้องสามารถพูดคุย ด้วยภาษากล้องกับทุกๆคนในงานได้  ไม่ต้องเกรง ไม่ต้องกลัว  เรามีความรู้ และรู้ชัดเจนในเรื่องถ่ายภาพ เราก็คุยกับเขาในภาษาถ่ายภาพ ซึ่งคนพวกนี้เขาทำอย่างเราไม่ได้     ครั้งนั้นอาจารย์สุรัตน์ จับผมแต่ตัว เสียจำไม่ได้  

         สิ่งหนึ่งที่เห็นและเรียนรู้จากอาจารย์คือการตรงต่อเวลา  ครั้งที่นำนิทรรศการฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพฯไปแสดงให้คนอินเดียได้ชมพระอัฉริยภาพ    อาจารย์จะมาดูความเรียบร้อย มาซ้อมคิวกับ อ.นิติกร กรัยวิเชียร ล่วงหน้า และ  นำเสนอความคิดเห็นของนิทรรศการ  ในทุกๆส่วนเพื่อไม่ให้เสื่อมพระเกรียติ   ทั้งที่มีปัญหากับเจ้าของสถานที่ ในเรื่องภาษา วัฒนธรรม ที่แตกต่าง     อาจารย์บอกว่าทุกคนมีเวลาเท่ากัน  ดังนั้นเราต้องเคารพเวลาของคนอื่น แม้นว่าบางครั้งเราอาจจะมองว่าไม่สำคัญ  แต่ตรงนี้สำคัญมากสำหรับคนที่จะเติบโต  เราเป็นเด็กยังมีเวลาอีกมาก   ตอนนี้ยังมองไม่เห็นไม่เข้าใจ  แต่จำไว้มาก่อนได้เปรียบตั้งแต่ที่ยืน  เราสามารถเลือกและวางตัวเองในจุดที่เราคิดได้ก่อนใคร

       ผลงานที่ถือว่าเป็นงานชิ้นโบว์แดง  ก็คือ การเป็นทั้งช่างภาพและผู้คัดเลือกช่างภาพที่ถ่ายภาพ ในหนังสือ 9 days in a kingdom  ซึ่งใช้ช่างภาพ 50 คนจากทั่วโลกในการบันทึกมุมมองของประเทศไทย   ผมมีโอกาสตามไปดูวิธีถ่ายภาพ  แนวคิด  ของอาจารย์  กับโจทย์ ความบันเทิงของคนไทย   ดนตรีอีสาน  นกน้อยอุไรพร ถูกกำหนดเป็นตัวแบบ  ที่พระราม 2  วันนั้นอาจารย์ตั้งใจโชว์พลัง กาย และใจ เกินร้อยจริงๆ  ไม่รู้เอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหน   ยกแรก อาจารย์ขึ้นบนเวที  ถ่ายนักร้อง นักเต้นรำ  ใช้เลนส์วาย์แองเกิ้ลอย่างสนุกและเพลิดเพลิน   ยกที่สอง อาจารย์ลุยกับใต้เวที การเปลี่ยนตัวของบรรดานักเต้นรำ    งานชุดนี้อาจารย์วางแผนใช้กล้องดิจิตอลเหมือนช่างภาพข่าวต่างประเทศ  น้ำหนักจะมากกว่าทุกครั้ง   ยกที่สาม อาจารย์ลงลุยหน้าเวที  ตอนนี้อารมณ์ตัวใครตัวมันก็ว่าได้    คนดูทั้งเต้น ทั้งรำ  ทั้งตีกัน  ใครจะคิดว่าระดับเจ้าสั่วจะยอมลงไปลุยกับฝูงชนขนาดนี้  ไม่มีบอร์ดี้การ์ด มีแต่ผู้ช่วยช่างภาพ  หิ้วกระเป๋ากล้อง แบกบันได     เวลาผ่านไป 3 ชั่วโมงเต็ม  อาจารย์เดินมาพร้อมกับเหงือโชกใหญ่ๆ  พร้อมกับ ยกนิ้วโบ้ง  “สุดยอด เยี่ยม  มันส์จริงๆ “

       และเมื่อต้นปี  อาจารย์ เร่งทำโครงการนิทรรศการภาพถ่ายกับสถานทูตอิตาลี    โดยโจทย์ก็แรกคือคลอง การมองผ่านเลนส์เปรียบเทียบกับเวนิช  และคลองของกรุงเทพ   อาจารย์ยังใช้ฟิล์มขาวดำเป็นสื่อ ในการสร้างงานอีกครั้งหนึ่ง    ครั้งนี้เป็นการบ้านที่ยังค้างหนามเตยอยู่

 

         งานที่ได้เข้าไปร่วมเจตนารมณ์ และเป็นความหวังของอาจารย์  อย่างแรก  คือการทำมูลนิธิภาพถ่ายแห่งประเทศไทย ซึ่งจดทะเบียนไว้แล้ว    เป็นการก้าวต่อจากงานสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ  เป็นพัฒนาการอีกก้าวของนักถ่ายภาพ  หนังจาก เริ่มมีแนวทางของตัวเอง  ดังนั้นต้องสร้างถนนเพิ่มเติม  ทำรันเวย์ให้ขยาย และโยงใย  เป็นเครือข่าย  ให้กว้าง  ทั้งในและนอกประเทศ     เนื่องจากอาจารย์สุรัตน์  เป็นนักสะสม โดยเฉพาะ กล้อง เลนส์  ภาพถ่าย ภาพโบราณ   ซึ่งมีต้นทุนพอประมาณ  การนำสิ่งนี้มาต่อยอด  และสร้างเครือข่ายดูจะไมใช่เรื่องยาก      แต่ที่สำคัญต้องให้ความรู้กับคน  “ผมให้ความสำคัญมาก  จะเป็นการอบรม  การเสวนา สถาบัน เกี่ยวกับการถ่ายภาพ  พัฒนาคนไทย  ให้เก่งเท่าฝรั่ง  มีฝีมือง “   ซึ่งจะเห็นได้ว่า  หลายต่อหลายครั้งของการพบเจอหรือพูดคุย  อาจารย์จะเป็นผู้ให้  ผู้ที่ถ่ายทอดประสบการณ์    และองค์ความรู้ ตลอดเวลา

         และล่าสุดก็หลังจากไปถ่ายภาพนิทรรศการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อปี 2550  เพื่อนำเสนอเรื่องราวของโครงการในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ   เพื่อแสดงในงาน 100 ปีพระราชวังสนามจันทร์  กับช่างภาพอีกหลายสิบชีวิต  ตอนทุกคนไม่เข้าใจว่าปัญหามันบานปลาย  ไม่เข้าใจว่าวิถีชีวิตของคนจะอยู่ต่ออย่างไร   ไม่รู้ว่าเรื่องราวสวยๆ งามๆ ในดินแดนดังกล่าว ยังฉายแสงอยู่     อาจารย์ เลือกถ่ายภาพมุมสูง ด้วย เฮลิคอปเตอร์  ถ่ายภาพความอุดมสมบูรณ์ของป่าฮาราบารา   มันเป็นการเดินทางย้อนลงใต้อีกครั้งหลังจากเคยเดินทางเข้ามาถ่ายภาพนกเงือกสัก 10 ปีที่ผ่านมา   มันเป็นการมองเห็นเมืองไทย ในมุมมองฟ้าจดน้ำ  วันนั้นอาจารย์ เปิดหน้าต่างของเครื่อง และใช้เลนส์เทเล ยาว  น้ำหนักของกล้องและเลนส์จะมากกว่าปกติ   เป็นการยากที่จะควบคุมกล้อง  ทั้งแรงรม ทั้งการทรงตัว  น้ำหนักกล้อง  และที่สำคัญต้องมองหาตัวแบบให้ได้  เพื่อวางองค์ประกอบ    นี่ก็เป็นอีกงานที่แปลกตาออกไป  จากสิ่งที่เห็น   

          หลังจากงานนี้ผ่านไป ช่วงปลายปี  ก็มีพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถผ่านทางพล.อ ณพล บุญทับ  รองสมุหราชองค์รักษ์  ที่สมเด็จทรงห่วงใยเรื่องสิ่ง แวดล้อม ของเมืองไทย  ทำให้ อาจารย์สุรัตน์  เสนอตัวเป็นเจ้าภาพเข้าทำ  มูลนิธิลดภาวะโลกร้อน  ที่จะช่วยรณรงค์ให้คนไทยเกิดจิตสำนึก และห่วงใยสิ่งแวดล้อม   ล่าสุดได้  ไก่  ปวีณา ทองสุก เป็นทูตสำหรับรณรงค์  หลังจากเปิดตัวประกวดภาพถ่ายเชิงอนุรักษ์

ก๊าซเรือนกระจก   กับธนาคารโลก   และนั้นก็เป็นงานที่เห็นอาจารย์   ในบทบาทนายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งสุดท้าย

            

       ประวัติการถ่ายภาพ

2485       อายุ 12 ปี จากคุณพ่อ  สวัสดิ์  โอสถานุเคราะห์  และเริ่มถ่ายรูปด้วยตนเอง

2486       อายุ 13 ปี สมัครเป็นลูกศิษย์  เรียนศิลปะการถ่ายภาพ และการล้างอัดภาพกับ อ.เต็กหมิน

            เจ้าของร้านวิจิตรจำลอง  เป็นร้านอัดขยายภาพ ดังในสีพระยา

2492-2495     เรียนอยู่ babson  college ถ่ายรูปงาน trom  ของวิทยาลัย และรับจ้างถ่ายรูปงานทั่วไป

2496        เรียนที่  Colorado เรียนวิชาเลือกด้าน ศิลปะ  art appreciction free hand drawing,water color-oil painting แล้วนำแนวคิดมาแทรกกับการถ่ายภาพจากนั้นได้สนใจศึกษาการถ่ายภาพด้วยตนเองจากหนังสือเรื่อยมา


ขอบคุณ เพื่อน พี่ น้อง ที่สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
อ๊อด เล็ก หนู จิมมี่ รุต ก๊อลฟ

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14
ป๋าโด่ง วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 00.37 น.
http://www.oknation.net/blog/idongphoto
" คนไทยที่ปลายด้ามขวาน "

ศิษย์เก่า "ม.กรุงเทพ" ขอคารวะ
ความคิดเห็นที่ 13
BlueHill วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 17.31 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ท่านกลายเป็นตำนานที่มีชีวิตไปแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 12
lost-in-space วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 12.56 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)"

ขอร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของ อ.สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ในฐานะศิษย์เก่าของ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สถาบันทางการศึกษาที่ อ.สุรัตน์เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง
ความคิดเห็นที่ 11
somkid วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 10.49 น.
http://www.oknation.net/blog/kiddee

ขอบคุณพี่เจา สำหรับข้อมูลดีๆ
ที่ช่วยทำให้สังคมได้รู้จัก อ. สุรัตน์ ในอีกมิติหนึ่ง
ซึ่งคนทั่วๆไปอาจจะไม่ได้สัมผัสท่านในมุมนี้

ขอร่วมไว้อาลัยด้วยคนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
tesoro วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 00.47 น.
http://www.oknation.net/blog/calcio

ขอร่วมไว้อาลัย แด่ผู้สร้างมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และผู้จากไป....
ความคิดเห็นที่ 9
ชานบ้านชานเมืองทัวร์ วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 20.01 น.
http://www.oknation.net/blog/chanbaantravel
บ้างครั้งเราก็บอกว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่สิ่งนั้นสิ่งนี้ก็เพราะเราคิดว่า แต่นั้นอยู่ที่ว่าจริงเท็จหรือไม่อยู่ที่ความรู้ของผู้มีปัญญาตัดสินเท่านั้นเอง


ผมคิดว่า โอสถสภา ต้องสูญเสียสิ่งที่ดีที่สุด และก็เชื่อว่า เราไม่ได้สูญเสียอะไร นั้นคืออุดมการณ์อันประกอบด้วยความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นที่ตั้งเรื่อยมา

ท่านคือวีรชน ที่ยุวชน และวีรชนรุ่นหลังขอจดจำไว้ สิ่งใดที่ดีและนำมาซึ่งประโยชน์สุขของประชาชน แม้จะกระทำอยู่เบื้องหลัง ก็ย่อมเป็นดังผู้ปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ความคิดเห็นที่ 8
mr.koe วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 19.41 น.
http://www.oknation.net/blog/nammon
*ก า ร เ ดิ น ท า ง ข อ ง นั ก ถ่ า ย ภ า พ ส มั ค ร เ ล่ น บ้ า น น อ ก ! ! !

ขอบคุณพี่มากๆๆเลยครับสำหรับเรื่องราวดีๆๆ
ผมยังงง...อึ้งๆๆอยู่เลยครับ...แม้ไม่เคยได้สัมผัสหรือพูดคุยกับท่าน...แต่ก็เปรียบท่านเหมือนอาจารย์คนหนึ่งครับ...ผม


อาลัยยิ่ง...ด้วยความนับถืออย่างยิ่ง..
ความคิดเห็นที่ 7
joeyman วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 16.01 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind

เป็นเจ้าสัวที่ใช้เงินเป็น รู้จักใช้เงินและตอบแทนคุณแผ่นดินอย่างที่เจ้าสัวทั้งหลายน่าจะดูเป็นตัวอย่างว่า มีเงินแล้วจะนอนกอดเงินรอวันตายหรือจะใช้เงินให้เกิดคุณค่าต่อแผ่นดิน เสียใจกับการจากไปของท่านครับ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆครับ
ความคิดเห็นที่ 6
arekoy วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 14.28 น.
http://www.oknation.net/blog/arekoy

ขอร่วมไว้อาลัยด้วยคนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
คนช่างเล่า วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 13.45 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ผมมีภาพจากหนังสือพิมพ์เนชั่น ภาพ ร.๕ ที่ท่านประมูลได้ไปราคาแพงมาก

เนชั่นนำมาลงสมนาคุณ

ครับขอให้ท่านไปสู่ที่สุขคติในสัมปรายภพ เป็นนักการเมืองที่รู้จักพอ

ท่านบรรหาร สิงห์สั้น ณ.สุพรรณแลๆไว้มั่งเขาตายอย่างไร
ความคิดเห็นที่ 4
เณรรูน วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 13.07 น.
http://www.oknation.net/blog/singslatan


... ร่วมแสดงความไว้อาลัย และเสียใจ อย่างสุดซึ้ง แด่อาจารย์สุรัตน์ และครอบครัว ..
... แทบไม่เชื่อเมื่อดูข่าวด่วนจากทีวี ..
... ว่าท่านเสียแล้ว เห็นสุขภาพท่านยังแข็งแรงดี เมื่อปีก่อน..
.. วันนี้เราได้สูญเสียผู้มีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ในวงการถ่ายภาพของเมืองไทย และกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆอีกมากมาย ..
... ขอขอพระคุณท่านอาจารย์อีกครั้ง ที่เปิดโอกาสให้ช่างภาพภูธร ได้มีโอกาสร่วมงานในโครงการ THAILAND 9DAYS IN THE KINGDOM """

""" ขอให้ดวงวิญญานของท่านได้ไปสู่สัมปรายภพ...
....
ความคิดเห็นที่ 3
GolfInspired วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 12.58 น.
http://www.oknation.net/blog/golfinspired
The Sky is at Hand.

ท่านคือหนึ่งในคนที่มีอายุแต่ยังกระฉับกระเฉง แต่มีความต้องการที่จะสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ และสวยงามไว้ให้คนรุ่นหลัง
ความคิดเห็นที่ 2
ครูส้ม วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 12.05 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

ขอร่วมแสดงความเสียใจอย่างที่สุด
กับครอบครัว ญาติมิตร และผู้ที่เคารพนับถือท่าน
ขอรำลึกถึงความสามารถของท่านตลอดไปค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 11.52 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอร่วมไว้อาลัยด้วยครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

อาลัยอ.สุรัตน์

อาลัยอาจารย์สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31