พิมพ์หน้านี้
|
ปัญหาราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อยๆภายในประเทศไทยในตอนนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะบอกว่าเกิดจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่มีทีท่าว่าจะลงและผลกระทบโดยตรงก็คือราคาค่าโดยสารรถประจำทางและข้าวของเครื่องใช้ที่ขึ้นตามเพราะมีปัจจัยค่าขนส่งที่เกิดจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทำให้ต้นทุนมากขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามรายได้ขั้นต่ำของประชาชนไม่เห็นจะบวกต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางเลย เพราะประชาชนก็มีต้นทุนในการเดินทางไปทำงานเช่นกัน เพราะฉะนั้นก็น่าจะเพิ่มค่าแรงเป็นต้นทุนในการไปทำงานบ้างนะ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ประชาชนต้องการในวันนี้ก็คือ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ช่วงนี้เป็นฤดูเลือกตั้งซึ่งพรรคการเมืองหลายพรรคก็หยิบเรื่องนี้มาพูดและเสนอแนะแนวทางแก้ไขราคาน้ำมันกัน ทั้งการหาพลังงานทดแทนต่างๆ การลดต้นทุนการผลิตน้ำมันก็ตามที แต่วันนี้ประชาชนต้องการที่สุดก็คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างรวดเร็วที่สุด สำหรับผมแล้วความคิดเห็นส่วนตัว มองที่ภาษีน้ำมันของประเทศไทยมากกว่าซึ่งปัจจุบันมีการเก็บภาษีน้ำมันสูงมากถึงเกือบลิตรละ 10 บาท หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าการที่น้ำมันเบนซินมีราคาแพงกว่าดีเซลนั้นเป็นเพราะรัฐบาลส่วนใหญ่เชื่อว่าผู้บริโภคน้ำมันดีเซลคือรถประจำทางรถรับจ้างอาจทำให้กระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่มากกว่าจึงเก็บภาษีน้ำมันดีเซลมากกว่าเบนซิล แต่ก็เกือบลิตรละสิบบาทอยู่ดี ทำให้ประเทศกำลังพัฒนา(ลง) อย่างประเทศไทยต้องเสียเงินเติมน้ำมันต่อลิตรในราคาเท่ากับคนอเมริกันทีเดียวไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ สิ่งที่สท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนก็คือ น้ำมันเถื่อนที่ไหลเข้าสู่ไทยตามเรือประมงในภาคใต้ ราคาถูกกว่าน้ำมันในไทยถึง 12 บาท น้ำมันเถื่อนนั้นก็ต้องผ่านการกลั่นมาทั้งสิ้นไม่มีใครเอาน้ำมันดิบมาเติมรถยนต์นี้ครับ แม้น้ำมันดิบในตลาดโลกแพงแค่ไหนยังไงมันก็สามารถนำมากลั่นได้เป็นน้ำมันได้หลายอยู่นะครับ สิ่งที่ทำให้น้ำมันเถื่อนถูกกว่าน้ำมันในไทยก็คือ น้ำมันในมาเลเซียเขาถูกกว่าเราตั้ง 12บาทไงครับ ทั้งทีเขาก็ซื้อน้ำมันเหมือนกันกับเรา กลั่นน้ำมันเหมือนกันกับเรา แต่พอจะเติม ดันทำไมถูกกว่าก็เพราะภาษีน้ำมันโหดของไทยไงครับ อีกอย่างที่ตอกย้ำเรื่องนี้ได้ดีก็คือ การประท้วงขึ้นราคาน้ำมันในพม่า ซึ่งแต่ก่อนราคาน้ำมันในพม่านั้นต่อลิตรเทียบเงินไทยแล้วก็คือลิตรละ 4 บาท แต่รัฐบาลที่ไม่เคยขึ้นค่าน้ำมันมานานขึ้นทีเลยขึ้น8บาท 8 บาทนะครับที่เขาประท้วงกันแทบเป็นแทบตาย นี้ต่างหากคือปัญหาเฉพาะหน้าที่รัฐบาลชุดนี้และชุดต่อไปต้องตอบ ว่าถึงเวลาหรือยังที่เราต้องพูดความจริงกับปัญหาเฉพาะหน้าในวันนี้ว่าด้วยเรื่องราคาน้ำมัน แค่ลดภาษีราคาน้ำมันต่อลิตรลงหน่อยแต่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เดือดร้อน แม้รัฐบาลจะจัดเก็บรายได้ได้น้อยลงหน่อยก็น่าจะดีกว่าผลักภาระทั้งหมดลงมาสู่ประชาชนแบกรับค่าใช้จ่ายขนาดนี้ รถโดยสารขึ้นราคาไม่เท่าไร ขึ้นแค่ 50สตางค์ แต่รถตู้น้ำมันขึ้นแค่บาทไม่ถึงบาทบางคันก็เติมแก๊ส แต่ขึ้นราคาทีขึ้น 5 บาทครับ ไม่ทราบว่ากระทรวงคมนาคมปล่อยขึ้นได้ไง ผมเองต้องขึ้นรถตู้ไปเรียนทุกวัน เดือดร้อนโดยตรง |