พิมพ์หน้านี้
|
ไม่ใช่ว่าดัดจริตนึกอยากจะดูหนังแนวๆ อะไรมากมายหรอกนะ บังเอิญว่าเสาร์เมื่อกี๊ไปพัทยามา รอรับเสี่ยต่อที่บิ๊กซี เลยไปหารื้อๆแผ่นหนังที่ร้านแมงป่องมา ก็เอามาสี่เรื่อง หนึ่งในนั้นก็มีเรื่องนี้แหละ After midnight แค่ชื่อเรื่องก็เชยระเบิดแล้ว เป็นหนังอิตาลี่ (ที่ซื้อมานึกว่าเป็นหนังฝรั่งเศษหรอกนะ) เรื่องราวรักสามเศร้าสวิงกิ้งเลิฟ ที่ดูเป็น นั๊งงงง.. หนัง เมื่อกี๊ลองเสิร์ชดูก็เจอคำว่า "ถ้าชอบเรื่อง cinema paradiso ก็จะชอบเรื่องนี้ด้วย" (แต่เค้าเขียนเป็นประโยคภาษาอังกิดนะ) บังเอิ๊น บังเอิญว่าเคยดูเรื่องนั้นเมื่อสมัยเรียนด้วย ก็งั้นๆแหละว๊า บางทียังแอบหมั่นไส้ไอ้พวกนิตยสารที่ชอบอ้างชื่อหนังแนวๆ เพลงแนวๆ มันจะแนวไปไหน ถ้าเป็นหนังดูแล้วไม่ได้อะไร มันก็แค่หนังห่วยแตกแหละว๊า
cinema paradiso ย้อนไปเรื่อง cinema paradiso จั๊กกะหน่อยก่อนละกัน เป็นเรื่องของเด็กน้อยบ้านนอกที่ไปสนิทกับลุงคนฉายหนังประจำหมู่บ้าน แล้วหนังสมัยก่อนต้องให้กองเซนเซอร์เข้ามาดูก่อน ตรงไหนโป๊ก็โดนแบนสั่งตัดฟิล์มฉากนั้นทิ้ง แค่ฉากจูบยังไม่ได้เลย คนในหมู่บ้านนั้นเลยได้ดูแต่พวกหนังกระท่อนกระแท่นขาดๆ ไม่ต่อเนื่องมาตลอด อยู่ดีๆวันนึงเกิดไฟไหม้ห้องเก็บฟิล์ม ลุงฉายหนังแกเสียดายฟิล์มมากวิ่งลุยไฟเข้าไปขนฟิล์มออกมาจนตัวเองเกิดอุบัติเหตุตาบอด อดดูหนังไปตลอดชีวิต(หดหู่มั๊ยเนี่ย) เสร็จแล้วเด็กก็โตเป็นผู้ใหญ่ใช้ชีวิตปรกติๆธรรมดา จนวันนึงมีจดหมายมาจากที่บ้านบอกว่าลุงฉายหนังแกตายแล้วพระเอกเลยลางานกลับไปบ้าน เห็นหมู่บ้านเจริญไปมาก แต่โรงหนังร้างไปแล้ว หลังจากเสร็จงานศพ พระเอกก็เข้าไปในโรงหนังคนเดียว เอาหนังที่ตาลุงฉายหนังแกเก็บไว้มาเปิดดูคนเดียว(ฉากนี้แค่คิดก็หดหู่แล้ว) เพราะหนังที่เอามาฉายคือเศษฟิล์มที่ไม่ผ่านเซนเซอร์ที่โดนตัดทิ้งตั้งแต่สมัยเด็กๆเอามาต่อๆ ภาพบนจอก็เลยมีแต่ฉากกอด ฉากจูบ ฉากพรอดรักของหนังหลายๆเรื่องถูกพ่นออกมาแหมะไว้บนจอด้วยเครื่องฉายหนัง เครื่องเก่าเครื่องเดิม และมีพระเอกนั่งดูอยู่คนเดียว
เอ๊ะ ..ทำไมตอนที่ดูรู้สึกว่ามันไม่สนุกว๊ะ แต่พอกลับไปนึกถึงอีกที เออจริงๆเรื่องราวมันอบอุ่นพิลึกๆ ยังไงไม่รู้นะ คงจะเป็นสไตล์อิตาลีละมั๊ง
คราวนี้ถึงตา After midnight บ้าง ในเบื้องต้นนี้ขอรายงานว่าคุณภาพเกินราคา(ก็ราคาแค่ห้าสิบนี่นะ) ตอนที่ดูแรกๆก็นึกถึง cinema paradiso เหมือนกันนะ คือเรื่องนี้พระเอกเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์ฟิล์มกะกลางคืนน่ะในกะกลางคืนจะมีพระเอกคนเดียวอยู่เป็นราชาไปเลย อยากดูหนังเรื่องไหนก็หยิบมาด่ดู แ้ล้วในพิพิธภัณนี่ตกแต่งยังกะวังแน่ะ มีมุมโน้นมุมนี้งามไปซะหมด พอหมดกะพระเอกก็ออกไปเป็นไอ้เห่ยพูดน้อยอย่างเดิม เรื่องของเรื่องคือนางเอกเป็นพนักงานในร้านขายเบอร์เกอเลิกงานหลังเที่ยงคืน แล้ววันนึงเกิดทะเลาะกับเจ้าของร้านเลยหน้ามืดเอาน้ำมันทอดเฟ้รนฟรายด์สาดกะโปกเจ้าของร้านไป ฉากนี้ฮาดีหัวเราะร่าน้ำตาเล็ด พอสาดเสร็จทุกคนช็อกกันหมด(คนดูก็ด้วย) เจ้าของร้านค่อยๆเดินขาถ่างช้าๆไปที่ซิ้งค์หยิบสายยางขึ้นมา ยัดเข้าไปในเป้ากางเกง เปิดก๊อก แล้วค่อยๆหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาตำรวจ พอนางเอกได้สติก็วิ่งหนีตายออกมา หลบตำรวจเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ไปเจอกับพระเอก ระหว่างที่นางเอกหลบนี้คดีอยู่ภายในพิพิธภัณอยู่นั้น ความรักเชยๆก็ค่อยๆระเบิดตูมขึ้นมา นอกจากจะนึกถึง cinema paradiso แล้วก็ยังนึกถึง(มากๆ)หนังไทยเรื่อง "กุมภาพันธ์ - Febuary" ขึ้นมา ทำไมมันเหมือนกันแท้วะ ต้วยตัวเรื่องที่นางเอกหนีอะไรบางอย่างแล้วหลงเข้ามาในโลกส่วนตัวของพระเอก มีพระเอกคอยช่วยดูแล แต่พอกลับออกมาในโลกความจริงอีกทีพระเอกก็ต้องกลับไปเป็นไอ้เห่ยอย่างเดิม นอกจากพล็อทจะคล้ายกันแล้ว นางเอกเสือกผมสั้นจู๋เหมือนกันซะอีก หน้าตาก็โทนคล้ายๆกัน ผิวขาว หน้ายาวๆหน่อย ก็ไม่ถึงกับเหมือนจนน่าเกียดหรอกนะ แต่ก็เชื่อว่าคงมีส่วนที่ไปก๊อบเค้ามานั่นแหละ.. ข้อดีของการดูหนังแผ่นถูกๆคือ ไม่ค่อยเสียดายตังค์เท่าไหร่ ยังดีกว่าไปเช่าสึทาย่า ค่าเช่าแพงพอๆกับซื้อเลย(แถมส่งช้ายังปรับซะ..) คราวนี้มาฟังข้อเสียบ้าง ขออธิบายข้อเสียด้วยหนังเรื่องนี้ละกัน
สโลแกนหนัง Love can turn you upside down.. แปลสั้นๆด้วยชื่อหนัง ว่า somersault หนังก็ดีในแนวทางดรามานะถ้าไม่ชอบหนังดรามาก็คงไม่ชอบเรื่องนี้ เนื้อเรื่องก็พอดูได้แหละ แต่เรื่องนี้ซื้อมาจากร้านแมงป่องน่ะ เนื้อเรื่องเป็นงี๊ อีน้องนางเอก เผลอไปจึ๊กกะดึ๋ย(..แปลว่าจูบน่ะ) กับแฟนของแม่เข้า แล้วแม่ดันมาเจอพอดี เกิดอาการบ้านแตก อีน้องต้องตะลอนไปเป็นเด็กแคชเชียร์ในปั๊มที่เมืองอื่น ด้วยความที่ยังเด็กน้องเค้าเลยเรียนรู้ชีวิต โดยผ่านการ make love ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับชายหนุ่มต่างเมือง แค่คิดก็วี๊ดวิ้วพอสมควรแล้ว แค่นี้ก็ควรจะผลิตดรามาดีๆออกมาได้แล้ว ..แต่ อีแมงป่องตัดฉากเด็ดๆซะเหี้ยนเลยเหลือแค่ชั่วโมงกว่าๆ คงเพราะฉากอีโรติกมันเยอะด้วยมั๊งตัดจนดูแทบไม่รู้เรื่อง อยากจะเอาหนัง cinema paradiso ไปโยนใส่หน้ากองเซนเซอร์ซะจริง การตัดบางฉากในหนังออกไปมันโหดร้ายกับคนดูหนังเกินไปนะ ส่วนหนึ่งเข้าใจว่าเป็นการอิมพรูฟของแมงป่องเองด้วยมั๊ง เพราะถ้าหนังสั้นลง เวลาที่ใช้ในการปั้มแผ่นก็สั้นลงด้วย ผลิตได้ไวขึ้นว่างั้น กะว่าตัดออกไปเยอะๆ ขายแผ่นถูกๆ ก็คงไม่น่าเกียดละมั๊ง ...ขอยืนยันว่า น่าเกียดครับเพ่
|