• หมาเน่าลอยมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jesda_b@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-01
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 4659
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
" chopstick bangsaen "(ช็อบสติ๊ก บางแสน)ความอร่อยมาในรูปแบบกล่องกระดาษกิ๊บเก๋
หากว่าผมอดทนยืนมองพระอาทิตย์ตกในทะเล จนกระทั่งถึงเช้าอีกวันได้ ..โดยทางเทคนิคแล้ว ดวงอาทิตย์เพิ่งมุดลอดหว่างไข่ก่อนที่จะอ้อมไปด้านหลังผม ..เมื่อซักครู่นี่เอง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/jesdab
วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน 2551
cinema paradiso
Posted by หมาเน่าลอยมา , ผู้อ่าน : 184 , 15:36:30 น.  
พิมพ์หน้านี้


            ไม่ใช่ว่าดัดจริตนึกอยากจะดูหนังแนวๆ อะไรมากมายหรอกนะ บังเอิญว่าเสาร์เมื่อกี๊ไปพัทยามา รอรับเสี่ยต่อที่บิ๊กซี เลยไปหารื้อๆแผ่นหนังที่ร้านแมงป่องมา ก็เอามาสี่เรื่อง หนึ่งในนั้นก็มีเรื่องนี้แหละ

After แค่ชื่อเรื่องก็เชยระเบิดแล้ว เป็นหนังอิตาลี่ (ที่ซื้อมานึกว่าเป็นหนังฝรั่งเศษหรอกนะ) เรื่องราวรักสามเศร้าสวิงกิ้งเลิฟ  ที่ดูเป็น นั๊งงงง.. หนัง เมื่อกี๊ลองเสิร์ชดูก็เจอคำว่า "ถ้าชอบเรื่อง cinema paradiso ก็จะชอบเรื่องนี้ด้วย" (แต่เค้าเขียนเป็นประโยคภาษาอังกิดนะ) บังเอิ๊น บังเอิญว่าเคยดูเรื่องนั้นเมื่อสมัยเรียนด้วย ก็งั้นๆแหละว๊า  บางทียังแอบหมั่นไส้ไอ้พวกนิตยสารที่ชอบอ้างชื่อหนังแนวๆ เพลงแนวๆ มันจะแนวไปไหน ถ้าเป็นหนังดูแล้วไม่ได้อะไร มันก็แค่หนังห่วยแตกแหละว๊า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

cinema paradiso

            ย้อนไปเรื่อง cinema paradiso จั๊กกะหน่อยก่อนละกัน เป็นเรื่องของเด็กน้อยบ้านนอกที่ไปสนิทกับลุงคนฉายหนังประจำหมู่บ้าน  แล้วหนังสมัยก่อนต้องให้กองเซนเซอร์เข้ามาดูก่อน ตรงไหนโป๊ก็โดนแบนสั่งตัดฟิล์มฉากนั้นทิ้ง แค่ฉากจูบยังไม่ได้เลย 

คนในหมู่บ้านนั้นเลยได้ดูแต่พวกหนังกระท่อนกระแท่นขาดๆ ไม่ต่อเนื่องมาตลอด อยู่ดีๆวันนึงเกิดไฟไหม้ห้องเก็บฟิล์ม ลุงฉายหนังแกเสียดายฟิล์มมากวิ่งลุยไฟเข้าไปขนฟิล์มออกมาจนตัวเองเกิดอุบัติเหตุตาบอด อดดูหนังไปตลอดชีวิต(หดหู่มั๊ยเนี่ย)

            เสร็จแล้วเด็กก็โตเป็นผู้ใหญ่ใช้ชีวิตปรกติๆธรรมดา จนวันนึงมีจดหมายมาจากที่บ้านบอกว่าลุงฉายหนังแกตายแล้วพระเอกเลยลางานกลับไปบ้าน เห็นหมู่บ้านเจริญไปมาก แต่โรงหนังร้างไปแล้ว หลังจากเสร็จงานศพ พระเอกก็เข้าไปในโรงหนังคนเดียว

เอาหนังที่ตาลุงฉายหนังแกเก็บไว้มาเปิดดูคนเดียว(ฉากนี้แค่คิดก็หดหู่แล้ว) เพราะหนังที่เอามาฉายคือเศษฟิล์มที่ไม่ผ่านเซนเซอร์ที่โดนตัดทิ้งตั้งแต่สมัยเด็กๆเอามาต่อๆ ภาพบนจอก็เลยมีแต่ฉากกอด ฉากจูบ ฉากพรอดรักของหนังหลายๆเรื่องถูกพ่นออกมาแหมะไว้บนจอด้วยเครื่องฉายหนัง เครื่องเก่าเครื่องเดิม และมีพระเอกนั่งดูอยู่คนเดียว

           

            เอ๊ะ ..ทำไมตอนที่ดูรู้สึกว่ามันไม่สนุกว๊ะ  แต่พอกลับไปนึกถึงอีกที  เออจริงๆเรื่องราวมันอบอุ่นพิลึกๆ ยังไงไม่รู้นะ คงจะเป็นสไตล์อิตาลีละมั๊ง

 

 

คราวนี้ถึงตา After midnight บ้าง ในเบื้องต้นนี้ขอรายงานว่าคุณภาพเกินราคา(ก็ราคาแค่ห้าสิบนี่นะ) ตอนที่ดูแรกๆก็นึกถึง cinema paradiso เหมือนกันนะ คือเรื่องนี้พระเอกเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์ฟิล์มกะกลางคืนน่ะในกะกลางคืนจะมีพระเอกคนเดียวอยู่เป็นราชาไปเลย อยากดูหนังเรื่องไหนก็หยิบมาด่ดู  แ้ล้วในพิพิธภัณนี่ตกแต่งยังกะวังแน่ะ มีมุมโน้นมุมนี้งามไปซะหมด พอหมดกะพระเอกก็ออกไปเป็นไอ้เห่ยพูดน้อยอย่างเดิม

เรื่องของเรื่องคือนางเอกเป็นพนักงานในร้านขายเบอร์เกอเลิกงานหลังเที่ยงคืน แล้ววันนึงเกิดทะเลาะกับเจ้าของร้านเลยหน้ามืดเอาน้ำมันทอดเฟ้รนฟรายด์สาดกะโปกเจ้าของร้านไป ฉากนี้ฮาดีหัวเราะร่าน้ำตาเล็ด พอสาดเสร็จทุกคนช็อกกันหมด(คนดูก็ด้วย) เจ้าของร้านค่อยๆเดินขาถ่างช้าๆไปที่ซิ้งค์หยิบสายยางขึ้นมา ยัดเข้าไปในเป้ากางเกง  เปิดก๊อก แล้วค่อยๆหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาตำรวจ

         พอนางเอกได้สติก็วิ่งหนีตายออกมา หลบตำรวจเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ไปเจอกับพระเอก ระหว่างที่นางเอกหลบนี้คดีอยู่ภายในพิพิธภัณอยู่นั้น   ความรักเชยๆก็ค่อยๆระเบิดตูมขึ้นมา นอกจากจะนึกถึง cinema paradiso แล้วก็ยังนึกถึง(มากๆ)หนังไทยเรื่อง "กุมภาพันธ์ - Febuary" ขึ้นมา  ทำไมมันเหมือนกันแท้วะ ต้วยตัวเรื่องที่นางเอกหนีอะไรบางอย่างแล้วหลงเข้ามาในโลกส่วนตัวของพระเอก   มีพระเอกคอยช่วยดูแล แต่พอกลับออกมาในโลกความจริงอีกทีพระเอกก็ต้องกลับไปเป็นไอ้เห่ยอย่างเดิม

           นอกจากพล็อทจะคล้ายกันแล้ว นางเอกเสือกผมสั้นจู๋เหมือนกันซะอีก หน้าตาก็โทนคล้ายๆกัน ผิวขาว หน้ายาวๆหน่อย   ก็ไม่ถึงกับเหมือนจนน่าเกียดหรอกนะ แต่ก็เชื่อว่าคงมีส่วนที่ไปก๊อบเค้ามานั่นแหละ.. 

ข้อดีของการดูหนังแผ่นถูกๆคือ ไม่ค่อยเสียดายตังค์เท่าไหร่ ยังดีกว่าไปเช่าสึทาย่า ค่าเช่าแพงพอๆกับซื้อเลย(แถมส่งช้ายังปรับซะ..)  คราวนี้มาฟังข้อเสียบ้าง ขออธิบายข้อเสียด้วยหนังเรื่องนี้ละกัน

สโลแกนหนัง Love can turn you upside down.. แปลสั้นๆด้วยชื่อหนัง ว่า somersault

หนังก็ดีในแนวทางดรามานะถ้าไม่ชอบหนังดรามาก็คงไม่ชอบเรื่องนี้ เนื้อเรื่องก็พอดูได้แหละ แต่เรื่องนี้ซื้อมาจากร้านแมงป่องน่ะ เนื้อเรื่องเป็นงี๊ อีน้องนางเอก เผลอไปจึ๊กกะดึ๋ย(..แปลว่าจูบน่ะ) กับแฟนของแม่เข้า แล้วแม่ดันมาเจอพอดี เกิดอาการบ้านแตก อีน้องต้องตะลอนไปเป็นเด็กแคชเชียร์ในปั๊มที่เมืองอื่น ด้วยความที่ยังเด็กน้องเค้าเลยเรียนรู้ชีวิต โดยผ่านการ make love ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับชายหนุ่มต่างเมือง แค่คิดก็วี๊ดวิ้วพอสมควรแล้ว แค่นี้ก็ควรจะผลิตดรามาดีๆออกมาได้แล้ว ..แต่ อีแมงป่องตัดฉากเด็ดๆซะเหี้ยนเลยเหลือแค่ชั่วโมงกว่าๆ

คงเพราะฉากอีโรติกมันเยอะด้วยมั๊งตัดจนดูแทบไม่รู้เรื่อง  อยากจะเอาหนัง cinema paradiso ไปโยนใส่หน้ากองเซนเซอร์ซะจริง การตัดบางฉากในหนังออกไปมันโหดร้ายกับคนดูหนังเกินไปนะ ส่วนหนึ่งเข้าใจว่าเป็นการอิมพรูฟของแมงป่องเองด้วยมั๊ง เพราะถ้าหนังสั้นลง เวลาที่ใช้ในการปั้มแผ่นก็สั้นลงด้วย ผลิตได้ไวขึ้นว่างั้น

กะว่าตัดออกไปเยอะๆ ขายแผ่นถูกๆ ก็คงไม่น่าเกียดละมั๊ง ...ขอยืนยันว่า น่าเกียดครับเพ่

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
หมาเน่าลอยมา วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 10.48 น.
http://www.oknation.net/blog/jesdab

ดีครับ ถ้าดูหนังแล้วได้ร้องไห้ กับฉากที่มันมีความสุข
ผมว่าเป็นประสพการณ์ที่ดี
เดี๋ยวนี้ดูฉากเศร้าบางทีก็อดขำไม่ค่อยได้

ดูฟอเรสกัมป์กี่รอบน้ำตาก็ยังจะไหลให้ได้ ไม่รู้เป็นไงสิ
ความคิดเห็นที่ 1
Dogstar วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 16.55 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar

dogstar ดูหนังเรื่องนี้เมื่อฉายครั้งแรกที่ปารีส
กับสามีและติดใจตั้งแต่นั้นมา เมื่อวีดีโอฮิต
ซื้อเลย สองม้วนพันกว่าบาท ม้วนแรกแบบที่ฉายตามโรงเปี๊ยบ ม้วนที่สองซื้อเป็นแบบไม่ได้ตัดต่อเลย
directer's cut เป็นหนังที่ชอบมากคิดว่าได้รางวัลต็กตาทองหนังต่างประเทศยอดเยี่ยมในปีนั้นเลยถ้าจำไม่ผิดนะคะ ดูแล้วนําตาซึมเลยเพลงประกอบเพราะมากค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30