พิมพ์หน้านี้
|
ประสบการณ์จริง เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเรียนว่ายน้ำกับโรงเรียนสอนดำน้ำแห่งหนึ่ง หลักสูตรรวบรัด พวกเราใช้เวลาเรียนทั้งหมด 4 วัน วันแรกเรียนทฤษฎีล้วนๆ วันที่ 2 ฝึกปฏิบัติที่สระว่ายน้ำ วันที่ 3 และ4 ลงทะเล หลังจากที่ครูได้สอนฝึกการดำน้ำในสระโดยการฝึกทักษะต่างๆ ที่จะนำไปใช้ในขณะที่อยู่ใต้น้ำ ตั้งแต่การถอดใส่หน้ากากใต้น้ำ การเคลียร์หู เคลียร์น้ำออกจากหน้ากาก การถอดเร็กกูเลเตอร์(เครื่องหายใจ) การช่วยเหลือบัดดี้ใต้น้ำ การลงสู่น้ำ การขึ้นสู่ผิวน้ำ การประกอบอุปกรณ์ ฯลฯ หลังจากที่เรียนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติแล้วพวกเราก็เดินทางไปฝึกปฏิบัติ ณ สถานที่จริง จุดหมายปลายทางของพวกเราคือ เกาะสากและเกาะล้าน พัทยา จ.ชลบุรี เรือลำไม่เล็กไม่ใหญ่จอดรอพวกเราอยู่ที่ท่าเรือ บรรดาพวกผู้ชายอกสามสองก็ทำหน้าที่ช่วยขนถังอากาศลงเรือ ส่วนผู้หญิงก็เอาตัวลงเรือให้รอดก็ดีแล้ว มีน้องแก้วบอกว่าผู้หญิงทำขนแท็งก์ไม่ได้เดี๋ยวแท้ง (ขำไหม) เมื่อเรือแล่นออกจากฝั่งได้สักระยะครูฝึกของแต่ละกลุ่มก็ให้นักเรียนมาประกอบอุปกรณ์และแต่งตัว เตรียมตัวให้พร้อมเมื่อไปถึงจุดหมายจะได้ลงดำน้ำได้เลย การใส่ชุดบีซีดี(เสื้อเติมลม) เข้ากับแท็งก์แค่ประกอบบนบกก็ยากอยู่แล้วแต่นี้ต้องไปประกอบบนเรือที่แล่นโอนเอนไม่มากหรอก แต่ก้มๆเงยๆ ทำให้เมาคลื่นได้ง่าย แต่การประกอบเครื่องมือดำน้ำก็ยังง่ายกว่าการใส่ชุดดำน้ำที่รัดติ้ว ก็แหม..ดูสรีระแต่ละคนสิไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นนางแบบ แต่เกิดมาเพื่อกินแท้ๆ (ล้อเล่น) ชุดเจ้าปัญหานี้ถ้าเป็นชุดสั้นก็ใส่ไม่ยากเท่าไร แต่ก็ต้องเหนื่อยในการหาไวท์เทนนิ่งมาทา สำหรับคนที่ใส่ชุดยาวก็ต้องปลุกปล้ำอยู่กับชุดอยู่นานพอสมควรกว่าจะใส่ได้ แต่ยังดีที่วันนี้ไม่มีใครมีปัญหาเหมือนกับวันฝึกซ้อมที่ผ่านมา เรื่องก็มีอยู่ว่าวันฝึกที่สระว่ายน้ำชุดที่ทางครูเตรียมมาให้ไม่ค่อยพอดีกับร่างกายสักเท่าไรทำให้บางคนซิปแตก (เราเอง) ขายหน้ามาก แต่ก็ยังดีกว่าบางคนตูดแตก (ฮา) พอมาวันนี้ไม่มีใครมีปัญหาออกจะหลวมๆไปด้วยซ้ำ เมื่อทุกคนเตรียมพร้อมแล้วก็ถึงเวลาลงดำน้ำ ด้วยท่าที่ฝึกมาคือก้าวขาขวาลง ท่าสวยไว้ก่อนเพราะลงไปใต้น้ำแล้วค่อยว่ากันอีกที สำหรับเราคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นการลงสู่น้ำอาจจะมีปัญหาอยู่บ้างเพราะไม่รู้จะลอยตัวยังไง แต่ไม่ต้องห่วงหากเป็นชุดดำน้ำยังไงก็ไม่จม แต่ต้องเติมลมเข้าชุดบีซีดีด้วยนะ ส่วนที่มีปัญหาก็ตอนซ้อมกระโดดที่สระที่ไม่ได้สวมชุดนะสิ ต้องฝึกกระโดดตัวเปล่ามีเพียงตีนกบกับหน้ากากเท่านั้น ครูต้องคอยควานหาดึงตัวขึ้นมาจากน้ำ เพราะตัวจะจมก่อนแล้วลอยขึ้นมาจังหวะนั้นและถ้าไม่มีใครดึงขึ้นมาก็มีหวังจมไม่ได้ลอยอีกเป็นแน่ แต่ยังไงเราก็ไม่หวั่น เพราะขั้นตอนกระโดดครูสอนหลังจากที่เราลงดำน้ำเป็นแล้วจะกลัวอะไรเล่า ดำน้ำง่ายกว่าว่ายน้ำซะอีก (คิดเองคนเดียวนะเชื่อไม่ค่อยได้หรอก)
หลังจากที่โชว์ท่าสวยที่แสนสวยงามของแต่ละคนแล้ว ครูก็ให้ดำลงสู่พื้นใต้น้ำ ซึ่งครูก็สั่งแล้วสั่งอีกว่าจะต้องทำอย่างไร ค่อยๆ หย่อนตัวลง ทุกคนรับทราบ แต่พอลงไปถึงพื้นน้ำในสภาพที่เหมือนไร้น้ำหนักลอยเคว้ง ควบคุมทิศทางไม่ได้ บวกกับแรงดันที่ทำให้ปวดหู บังคับตัวเองไม่ได้เหมือนในอยู่สระน้ำเพราะมีคลื่นใต้น้ำด้วย กว่าทุกอย่างจะสงบนิ่งลง หลังจากที่มีท่าทางประหลาดๆ เพราะพยุงตัวเองให้ตั้งตรงและไม่ลงมาเหยียบหัวเพื่อนๆได้ และรอให้น้ำที่ขุ่นแทบมองไม่เห็นอะไรเลย จากตีนกบที่ป้ดเอาฝุ้นทรายใต้น้ำขึ้นมาคลุ้งอยู่นานกว่าน้ำจะใสมองเห็นหน้ากันได้ เมื่อทุกคนอยู่ในท่าเตรียมพร้อมรับคำสั่งจากครูและทำตามการฝึกดำน้ำทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ต้องขึ้นลงกันถึง 2 รอบกว่าจะปรับตัวใต้น้ำกันได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำไม่ได้ ขนาดคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นอย่างเรายังทำได้เลย เย้เย้... แต่เชื่อไหมกว่าจะผ่านมาได้มีประสบการณ์ที่ระทึก มาเล่าให้ฟัง ไม่รู้ว่าปัญหาหรือความโชคดีอะไรก็ไม่รู้มาตกที่เราคนเดียว ตั้งแต่ทริปแรกที่ลงไปดำน้ำ เร็กกูเลเตอร์เรามีปัญหาเพราะว่าอากาศที่ออกมาน้อยมากทำให้เราต้องใช้พลังในการสูดมากกว่าปกติ ซึ่งทำให้เหนื่อยง่าย ในจังหวะนั้นเองที่เรารู้สึกว่าใกล้ตาย คอแห้งผาก แห้งมากๆๆ เหมือนอากาศจะหมดเพราะไม่มีแรงสูดแล้ว พอดีครูสั่งให้ขึ้นมาข้างบน เป็นอากาศเฮือกสุดท้ายที่เราสูดได้แล้วโผล่ขึ้นมาผิวน้ำพอดี พอขึ้นมาได้รับบอกครูว่าอากาศเราผิดปกติเหมือนว่าอากาศไม่ออกมาจากแทงก์ครูก็สอนให้เราปรับระดับอากาศออก ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้ว่าต้องปรับตรงไหน และไม่มีใครรู้ด้วย เพราะครูไม่ได้สอน เกือบตายแล้วไหมล่ะ แต่พอเราลงไปอีกรอบก็เหมือนเดิมคืออากาศออกน้อย ครูก็เลยปรับให้เราที่ใต้น้ำโดยเราก็ใช้อากาศของครูก็ดีขึ้น แต่ก็ยังเหนื่อยอยู่ดี ไม่เหมือนตัวที่เคยฝึกที่สระ ไม่ได้คิดไปเองนะพี่ที่เอาของเราไปลองสูดดูก็บอกว่าอากาศฝืด แต่เราก็คอยปรับอยู่เรื่อยไม่รู้ปรับผิดหรือถูกเพราะจำไม่ได้ว่าหมุนไปทางไหน แต่อากาศก็ออกมาดีกว่าเก่า เพราะถึงยังไงเราก็ต้องใช้เจ้าตัวเดิมอีกในวันพรุ่งนี้ อีกเรื่องที่นักดำน้ำต้องระวังและรอบคอบก็คือการเลือกคู่บัดดี้ ได้คู่ดีมีชัยไปหว่าครึ่ง บังเอิญเราก็ไม่รู้ว่าโชคดีหรือเปล่า บัดดี้ที่คิดว่าจะคู่กันก็ไม่ได้คู่กัน พี่เขาคงกลัวว่าเราจะพากันจมแล้วไม่ได้ขึ้นมาอีกก็เลยไม่ยอมคู่เรา (ล้อเล่น)ครูให้จับคู่ชายหญิงเราก็เลยไปคู่กับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เราคิดไว้ว่าใครก็ได้ขออย่าเป็นคนนี้ เหมือนพรหมลิขิต ดันมาลอยคออยู่ใกล้กันก็เลยต้องเป็นบัดดี้กัน แต่เขาก็โอเคนะดูเป็นห่วงเราดี แต่ไอ้ตอนที่ฝึกปฏิบัติอากาศหมดแล้วต้องขออากาศสำรองจากบัดดี้แล้วขึ้นสู่ผิวน้ำ ที่เราจะไม่ผ่านก็เพราะบัดดี้นี้แหละ การขออากาศหายใจต้องทำตามวิธีที่ถูกต้องคือ การส่งสัญญาณมือว่าอากาศหมดและขออากาศสำรอง แต่บัดดี้เราไม่ส่งสัญญาณอะไรเลย เล่นมาดึงเอาอากาศสำรองไปแบบไม่ส่งสัญญาณอะไรเลย เหมือนกับว่าอากาศกำลังจะหมดจริงๆ โอ้..แม้เจ้า.. ยังไม่จบนะ ตอนขึ้นสู่ผิวน้ำ เขาให้ค่อยๆขึ้นมาโดยเพิ่มลมในบีซีดีเล็กน้อยก่อนขึ้นมา พี่แกเล่นเติมลมเต็มเอียด ตัวชูทขึ้นมาเหมือนจุดพลุเลย ถ้าขึ้นมาคนเดียวจะไม่ว่าไรเลยนะ นี้เล่นดึงบัดดี้ขึ้นมานี่ด้วยสิ เพราะครูให้เกี่ยวแขนกันขึ้นมา โห.. ขึ้นมาได้แทบอยากจะกดหัวพี่แกจมน้ำตายไปเลย เจ็บหูมาก ดีที่ปอดไม่ฉีกเพราะน้ำไม่ลึกมาก เพราะการขึ้นมาแบบชูทอาจทำให้ปอดฉีกได้ เกือบตายรอบสอง ส่วนภาพที่เราเห็นใต้ท้องทะเลวันนี้เห็นจะมีแต่ทรายกับน้ำขุ่นๆจากตีนกบของพวกเราเอง สิ่งสวยๆงามจากที่เพื่อนกลุ่มอื่นเล่าไม่เห็นเลย หลังจากวันแรกผ่านไปด้วยดีหรือเปล่า ... ก็มาถึงวันที่สอง วันนี้จะลงลึกกว่าเมื่อวาน ซึ่งข้างล่างจะมีหอยเม่นอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ครูก็ไปจัดการเขี่ยออกจากพื้นที่ที่พวกเราจะลงสู่ใต้ท้องทะเล การลงวันนี้จะไม่มีเชือกไต่ลงไป แต่จะเป็นความสามารถล้วนๆ คราวนี้ละฮา สุดๆ จนเราสำลักน้ำใต้น้ำเพราะกลั้นหัวเราะไมได้ จะไม่ให้ขำได้ไง แต่ละคนลงมาไม่เป็นท่าทั้งนั้นเลย บางคนก้มทิ่มลงพื้น บางคนก็จะเหยียบหัวเพื่อนอยู่แล้ว บางคนก็ลอยอยู่ข้างบนไม่ยอมจม ครูต้องคอยดึงลงมา แต่คราวนี้ไม่ได้มีพื้นทรายอย่างเดิมมีหอยเม่นเพิ่มเข้ามาอีก ทุกคนต้องระวังหอยเม่นด้วย พอครูเริ่มสอนหอยเม่นก็ลอยกระดุกๆ มาด้านหลังครู เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากเพราะหอยเม่นอยู่รายล้อมพวกเราแต่ครูก็เก็บเรียบไม่รู้กลัวเราเหยียบหอยหรือหอยจะทำอันตรายพวกเรา การลงดำน้ำครั้งน้ได้เห็นโลกใต้ท้องทะเลเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม พวกเราได้เห็นครอบครัวปลานีโม สีขาวดำ อาศัยอยู่ในดอกไม้ทะเลสีไม่สวยนักสีตุ่นๆ ไม่ใช่สิมิลันนะ แต่ก็ยังได้เห็นปลิงทะเล หอยแม่น ปะการัง ฝูงปลา หลังจากที่ชื่นชมอยู่ใต้ท้องทะเลก็ถึงเวลาขึ้นมาผิวน้ำ ครั้งนี้คู่บัดดี้ไม่ใช่คนเดิมการขึ้นก็เลยไม่ปวดหูเหมือนบัดดี้คนเก่า พอโผล่ขึ้นน้ำมาได้ ก็รับถอดหน้ากากและเร็กกูเลเตอร์ออกจากปาก พอถอดออกไม่ถึง 3 วินาทีตัวก็จมน้ำมิดหัว เพราะลืมเติมลมเข้าบีซีดี โชคดีที่พี่บัดดี้คว้าขึ้นมาจากน้ำ ต้องขอบคุณพี่สมบูรณ์บัดดี้ผู้แสนดีผู้ช่วยชีวิตเราให้รอดจากวิกฤติการจมน้ำในครั้งนี้มาได้ พี่เขายังชมเราเลยนะว่า เพิ่งจะเคยเห็นคนว่ายน้ำไม่เป็นแต่กล้ามาดำน้ำ ยังไม่จบนะ เพราะครั้งสุดท้ายที่ลงดำน้ำเรายังไม่วายเจอปัญหา ถังอากาศแตก ขออภัยด้วยอาจจะรียกผิดก็ได้ แต่ครูบอกว่าอะไรแตกนี้แหละ แต่มันคือข้อต่อระหว่างแทงก์อากาศกับตัวท่ออากาศที่มันรั่วหรือแตกนี้แหละ ตอนที่ลงไปใต้น้ำเราก็มองไม่เห็นหรอก มีแต่ครูที่ทำหน้าตื่นๆ ชี้ให้ขึ้นข้างขน ซึ่งเราก็งงมากเพราะว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอขึ้นมาได้ครูก็ลากขึ้นเรือแล้วบอกกับคนอื่นว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทุกคนก็งงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ถามเพื่อนๆที่เห็นเหตุการณ์ทุกคนบอกว่า ฟองอากาศพุ่งออกมาจากแทงก์อากาศผุดๆๆ เพราะถ้าขืนปล่อยไว้มีหวังอากาศหมดแทงก์แน่นอน เสี่ยงอีกแล้ว ไม่นับอากาศในแทงก์ที่จะเปลี่ยนกี่แทงก์ก็ไม่เคยเต็ม 200 บาร์เหมือนคนอื่น อะไรที่คนอื่นไม่เกิดไม่เจอเรามักจะเจอ นึกว่าคงไม่เจออะไรอีกแล้ว หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์ทั้งหมดตามที่เล่ามา การดำน้ำครั้งสุดท้ายที่ครูจะพาว่ายดูวิวใต้ท้องทะเลก็ไม่ชื่นมื่นอีกนั่นแหละ เพราะพี่บัดดี้ของเรามัวแต่ดูฝูงปลาที่แหวกว่ายในแนวโขดหิน เหมือนกับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่เคยเจอ ทั้งที่เราก็ดูแล้ว แต่พี่บัดดี้ของเรากลับชื่นชม ยังคิดในใจเลยว่าพี่จะนั่งดูเลยไหม แต่พี่เขาน่ารักหวังดีดึงให้เราเข้าไปดูใกล้ๆด้วย มัวแต่ชื่นชมกับวิวใต้ท้องทะเลอยู่นั่นเอง พอหันไปอีกทีตีนกบสีเหลืองที่เราจับจ้องผ่านน้ำขุ่นๆ ห่างกันประมาณ 1.5 เมตรก็ไม่เห็นอีกแล้ว เราก็ว่ายไปตามน้ำที่ขุ่นๆ พอว่ายไปได้ประมาณ 1 นาทีก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะตามทันก็เลยต้องขึ้นไปบนผิวน้ำตามกฏที่เรียนมา รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีใครโผล่ขึ้นมาตามพวกเราเลย สรุปคือถูกทิ้งเพราะครูบอกว่าไม่มีอะไรต้องทดสอบแล้ว รู้สึกว่าทริปนี้เราจะเป็นกรณีศึกษาได้เป็นอย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว สิ่งที่เล่ามาดูเหมือนจะไม่น่าประทับใจแต่สิ่งที่ประทับใจก็ยังมีอีกมาก ทั้งเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ครูฝึก ที่น่ารักกันทุกคน และยังมีขอแถมอีกนะ มีถุงน่องและถุงเท้ากันคนละคู่ ถุงน่อง ต้องขอไว้อาลัยให้กับหน้ากากน้องแก้วผู้น่าสงสารเพิ่งซื้อมาใหม่ แต่ก็ดีแล้วล่ะที่มันหายไปเพราะหน้ากากมันชอบเป็นฝ้าไม้ใช่หรอ แต่ของเราหน้าไม่เป็นฝ้าแต่เป็นสิวแทน หน้ากากที่หายไป ในที่สุดเราก็รอดชีวิตมาอย่างวุดวิด แต่การดำน้ำไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เล่าทั้งหมดหรอกนะ เรื่องสนุกและมันส์ก็มีจะเล่าให้ฟังวันหลังนะ
|