พิมพ์หน้านี้
|
สาวกระชุดกระโปรงแดง อลิส ตัวละครเอกของภาพยนตร์เรื่อง Resident Evil หรือ ผีชีวะ ภาค 3 กับสงครามต่อสู้ไวรัส ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในขณะนี้ ยังคงเก่งกล้าสามารถเกินมนุษย์ธรรมดาทั่วไปที่จะทำได้ให้สมกับโลกจิตนาการของนักเล่นเกมที่ต้องการจะชนะเกมด้วยความสามารถที่ไม่มีขีดจำกัดแต่ทุกอย่างจะต้องมีที่สุดยอดเพียงหนึ่งแม้จะพยายามสร้างตัวใหม่แทนก็ผ่านด่านทดสอบไปไม่ได้ ในฉากการต่อสู้ระหว่างอลิสกับซอมบี้หรือ ผีดิบ ดูยังไงก็ไม่มีวี่แววว่าซอมบี้ที่อลิสตามฆ่านั้นจะหมดโลกไปได้ เพราะเปิดฉากมาก็พบว่าโลกเกือบทั้งใบถูกกลืนด้วยความแห้งแล้งและเต็มไปด้วยซอมบี้ แต่ก็ยังเหลือผู้คนบางกลุ่มที่พยายามจะหาทางหนีเอาตัวรอด โดยไม่รู้จุดหมายปลายทางว่าจะหนีเหล่าซอมบี้นี้ไปได้อย่างไร ตื่นเต้นและลุ้นระทึกในฉากการต่อสู้ มีทั้งปืน ดาบ มีด และพลังจิตครบทุกกระบวนการ
เพราะขนาดสหรัฐอเมริกา ประเทศผู้นำยังเต็มไปด้วยซอมบี้เมืองที่เคยเจริญรุ่งเรืองกลับกลายเป็นเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยทะเลทราย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนสร้างหนังแนวภัยพิบัตไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนต่างก็พุ่งเป้าไปที่เทพีเสรีภาพแทบทั้งสิ้น ก็คงจะไม่มีอะไรที่จะดึงความรู้สึกของคนดูว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมนุษยชนไม่สามารถรับมือได้ ด้วยเหตุนี้ภาพของเทพีเสรีภาพจึงมีทั้งน้ำทะลักเข้าท่วม มีหิมะปกคลุมและล่าสุดก็ทะเลทราย กลับมาที่ซอมบี้ที่เป็นตัวร้ายซึ่งต้องถูกกำจัดที่ไม่รู้จักหมด มาภาคนี้ก็มีตัวแพร่เชื้อที่สำคัญอย่างฝูงอีกานับหมื่นตัวรุมจิกขบวนรถของมนุษย์ที่ยังรอดชีวิตมาได้เพื่อหาที่ปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้สำคัญอะไรมากนัก ซึ่งอาจจะเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เชื้อแพร่กระจายออกไปต่อภาค 4 อีก เพราะเมื่อใดก็ตามที่เชื้อติดปีกได้มันก็ไม่มีอณาเขตหรือจำกัดอยู่ที่ใดที่หนึ่งเพราะแค่ถูกข่วนหรือกัดก็ติดเชื้อเป็นผีดิบแล้ว ดูแล้วก็เหมือนผีดิบใส่ชุดองค์รักษ์ขันที จีนนัก
ดูไปก็ต้องคอยลุ้นว่าใครจะถูกกัดถูกข่วนถูกกินบ้าง ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา แต่ยังไงตัวเอกก็ต้องเป็นฝ่ายชนะอยู่ดี ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ขนาดตายแล้วยังฟื้นได้ ภาพยนตร์ส่วนใหญ่มักจะถูกสร้างมาจากเรื่องจริง ส่วนหนึ่งมาจากจิตนาการ ซึ่งหากเอาทั้งสองอย่างมาผสมผสานกันเมื่อไร บางครั้งก็ชวนให้คิดสงสัยอยู่เหมือนกันว่าสิ่งที่มนุษย์จินตนาการขึ้นมาหากหนังวันหนึ่งเกิดขึ้นจริงจะเป็นอย่างไร หากคนเราจะคิดต่อไปอีก เช่นเดียวหนังเรื่องนี้หากวันหนึ่งโลกต้องเผชิญกับผีดิบหรืออาจจะเป็นสิ่งอื่นที่ร้ายแรงกว่าหรือร้ายแรงน้อยกว่า เช่นเรื่องที่ชาวโลกกำลังกังวลกันอยู่ในขณะนี้เกี่ยวกับ โลกร้อน ที่ขยับเข้ามาใกล้ตัวเราตลอดเวลา และหลายสิ่งหลายอย่างเริ่มเป็นไปตามที่มีการพยากรณ์กันไว้ล่วงหนี้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอเวลาถึง 100 ปีข้างหน้า สภาพอากาศที่แปรปรวนเกือบทั่วโลกน่าจะเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุด ทว่าความรุนแรงมันไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้มันจะยิ่งเพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณ เรื่องนี้อาจจะทำให้ใครต่อใครตระหนกตกใจกันบ้างก็ถูกต้องแล้วที่มีคนมาคอยเตือนว่าอย่าเพิ่งคิดไปไกล แต่วันหนึ่งใครจะไปรู้ได้ว่านั่นอาจจะเป็นแค่คำปลอบใจก็ได้ กระนั้นก็ตามยังมีคนกลุ่มคนที่ออกมาเตือนเรื่องโลกร้อน เช่นล่าสุดก็มีนักสิ่งแวดล้อมที่เบรคไม่ให้คนมีลูกอีก 5-7 ปี่ข้างหน้าเพราะเขาจะเกิดมาเผชิญสภาพที่เลวร้าย มลพิษที่เสื่อมโทรมลงทุกวัน เจอกับโลกระบาด แต่ก็ไม่ได้บอกว่าหลัง 7 ปีไปแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นไหม
หากโลกต้องเจอวิกฤตนี้จริงๆ เป็นเรื่องยากที่ใครจะรอดพ้นมันไปได้ ผู้คนจำนวนหนึ่งที่มีเงินอาจจะอพยพครอบครัวไปอยู่ดาวดวงอื่นหรือขุดอุโมงค์อยู่ หรืออาจจะขึ้นไปอยู่บนอวกาศก็สุดแล้วแต่จะหาวิธิการเอาตัวรอด แต่นี่ก็เป็นวิธีของคนรวย
ส่วนคนจนอย่างเราก็ต้องเผชิญกับสิ่งแลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หากโลกต้องเผชิญกับการระบาดของโรคที่ไม่เพียงแต่นักสิ่งแวดล้อมจะออกมาเตือนกรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้บอกไว้เช่นเดียวกันว่าหากอากาศแปรปรวนและร้อนขึ้นก็จะทำให้เชื้อโรคมีการเพาะพันธ์และแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น
ถึงตอนนั้นเราอาจจะไม่ใช่แค่ซอมบี้ที่ตายแล้วแต่ยังลุกขึ้นมาเดินได้ แต่เราอาจจะต้องตายแบบไม่ฟื้นเพราะมันคือโลกแห่งความจริงไม่ใช่โลกของจินตนาการ หรือเป็นแค่เกมท่านั้น เป็นเรื่องที่น่าคิดทีเดียว เพราะโลกเราเจอเชื่อโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์จนมนุษย์ไม่สามารถคิดค้นตัวยาขึ้นมาต้านได้ทัน ยกตัวอย่างโรคซาร์ส จากนั้นก็มาเป็น H5N1 เชื้อไข้หวัดนกที่ชาวโลกกำลังกลัวการแพร่ระบาด ซึ่งจะเป็นเชื้อโรคทีลดจำนวนประชากรได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อนึกถึงประเด็นนี้ก็ทำให้คิดไปได้อีกว่า แท้ที่จริงแล้วเชื้อโรคที่แพร่กระจายอยู่นี้มันอาจจะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องคนล้นโลกก็ได้ หากตายไปครึ่งโลก โลกใบนี้คงหน้าอยู่ ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติคงหมดไป
อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศผู้นำ แต่ในโลกของภาพยนตร์กลับไม่ใช่วีรบุรุษที่คอยพิทักษ์รักษาโลกไว้ได้ แต่กลับเป็นเชลยสำคัญที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งบทบาทก็ไม่ต่างจากโลกความจริงที่เป็นอยู่ในขณะนี้
ภาพยนตร์แต่ละเรื่องต่างก็สะท้อนถึงความผิดพลาดของการทดลองในงานวิจัยของกลุ่มสมองใสคิดค้นกันทั้งนั้น
แล้วถ้าวันหนึ่งโลกอยู่ในภาวะเช่นนี้ ประเทศไทยที่เป็นจุดๆเล็กๆในแผนที่โลกจะต้องเจออะไรบ้าง (ขอพักไว้ก่อนดีกว่า) ดูท่าจะบานปลายกันไปใหญ่แล้ว
|