พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อ10 ปีก่อนจำได้ว่านึกครึ้มอยากทำบุญ เป็นความคิดของพี่สาวจึงได้ชัดชวนกันออกเดินทางตระเวณหาวัดทำบุญ ด้วยอานิสงส์และศรัทธาของพวกเราที่ยังถือว่าวัยเด็กก็ไม่รู้ว่าจะไปที่วัดไหนดี จะรู้ก็แค่วัดจันทรสโมสร หน้าปากซอยบ้าน ซ.สามเสน (ซ.องค์รักษ์)
คณะนักบุญรุ่นเยาว์ในวันนั้นก็พากันขับรถตระเวณหาวัดที่คิดว่าไกลออกไปจากที่อยู่สักนิด ขับรถมาทางสะพานพระราม 7 ผ่านวัดสร้อยทองแต่พวกเราก็ไม่ได้หยุดรถเพราะว่าวัดนี้พวกเราเคยมากันแล้ว จึงขับรถต่อไปเรื่อยๆ กระทั่งมาโผล่ที่หน้าโรงพยาบาลชลประทาน จ.นนทบุรี ซึ่งมีวัดชลประทานรังสฤษดิ์อยู่ฝั่งตรงข้าม จึงได้กลับรถเพราะคิดว่าไกลพอสมควรแล้ว พวกเราเลี้ยวเขาไปในวัดโดยที่ไม่รู้ว่าวัดนั้นมีใครเป็นเจ้าอาวาส สังฆทานถังเล็กถูกลำเลียงลงมาจากรถ 2 ถัง พวกเราเดินหาว่าจะเอาไปวางไว้ที่ไหน เพราะไม่รู้ว่ากุฏิพระอยู่ตรงไหน จนกระทั่งมีลูกศิษย์วัดเข้ามาบอกว่าให้ไปที่กุฏิเจ้าอาวาสพวกเราก็พากันเดินตามเด็กวัดไป คณะนักบุญหญิงล้วนตัวจิ๋วก็พากันเดินเรียงแถวเข้าไปถวายสังฆทานกับพระภอษุรูปหนึ่งซึ่งพวกเราไม่รู้หรอกว่าท่านมีนามว่าอะไร พวกเราก็ทำตามพิธีที่ท่านกล่าว ความรู้สึกศรัทธารนับถือพระผู้ใหญ่ที่รับสังฆทานของพวกเราไปนั้นเหมือนมีรัศมีแห่งความเมตตาความขลังอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้พวกเราขนลุกซู่...เกิดความสบายใจและเข้าใจคำว่าอิ่มบุญก็วันนั้น เมื่อถวายสังฆทานเสร็จแล้ว จำได้ว่าพระสงฆ์รูปนั้นได้กล่าวอะไรบางอย่างที่เราด้วยวัย 10 กว่า ๆ ไม่สามารถเข้าใจได้เท่าที่จำได้คือ ท่านบอกว่า 'ดีแล้วที่รู้จักทำบุญทำทานกัน ' และมอบหนังสือให้พวกเราคนละเล่มร ที่เหลือก็จำไมได้แล้วเพราะนานมาแล้ว คนที่จะซึ้งก็เห็นจะเป็นเพื่อนของพี่สาวที่กล่าวไม่หยุดว่าท่านพุดดี กว่าที่พวกเราจะรู้พระที่พวกเราไปถวายสังฆทานนั้นคือ 'พระปัญญานันทภิกขุ' เวลาก็ผ่านมาหลายขวบปี นับว่าพวกเราโชคดีจริง อนุโมทนาสาธุ................กับการละสังขารของท่านด้วยอีกคน
พุทธศาสนิกชกที่นับถือท่านก็คงจะช่วยกันทำให้ห่วงสุดท้ายของท่านสมหวังด้วยเถิด นั่นคือ 'อุโบสถกลางน้ำ' อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ภาพเคลื่อนสังขารหลวงพ่อปัญญา
|