|
วาเลนไทน์ เดย์.. ก็แค่หนึ่งวันที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปสำหรับผม เหมือนดังเช่นอีกหลายๆวันที่ผ่านมา เคยเป็นวันสำคัญเหมือนกันตอนมีแฟน แต่ตอนนี้ไม่มี เลยไม่ค่อยสำคัญ (ฮา) เคยส่งดอกไม้ให้ผู้หญิงคนหนึ่งสมัยเรียน (เสียตังค์เยอะด้วย) แต่ไม่ได้รับคำชื่นชม กลับได้คำตอบว่า ส่งมาทำไม ไม่ชอบ (เออ..ไม่ชอบผม หรือไม่ชอบดอกไม้ ก็ไม่บอก หุหุ) แต่วาเลนไทน์ เดย์ ปีนี้ มีสิ่งพิเศษ (ไม่ใช่ว่าผมมีแฟนนะ ก็ยังไม่มีอยู่ดีปีนี้) แต่เป็นเพราะคุณ winston เขาจัดเปิดศึกประชันเพลงรัก จึงทำให้ปีนี้ต้องพิเศษกันสักเล็กน้อย แรกเริ่มเดิมที กะว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับเพลง ต้นชบากับคนตาบอด ต่อจากเอ็นทรีที่เขียนเกี่ยวกับเจ้าชายน้อยมาเป็นภาพยนตร์ ก็มาทำให้คิดว่า เอาเพลงนี้มาประชันกับเขาดีกว่า แต่คิดไปคิดมา (คิดมากจังนะแก) ให้คิดได้ว่า เอาไว้ก่อนล่ะกัน เอาเพลงอื่นดีกว่า (อาจจะไม่ดีกว่าก็ได้นะ) เพลงที่นำมาประชันกันนี้ ชื่อเพลง คนรักเมีย.(เพลงใหม่ร้องให้ภรรยา) โดย บอยด์ โกสิยพงษ์ และ สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ ซึ่งร้องในคอนเสิร์ต มิลเลี่ยนเวย์ ทูเลิฟ ไลฟ์ พาร์ท วัน-Boyd Kosiyabong: Million Ways To Love Part 1 Live-Concert ประมาณปี 2547 เนื้อเพลงมีดังนี้ เธอเป็นคนเดียวที่ใจของฉันยอม เปลี่ยนแปลงตัวเอง จากที่ไม่ได้เรื่องราวซักกะอย่าง และเป็นคนเดียวที่ ฉันจะพยายาม อยากจะขอเธอ ให้อดทนอีกต่อไป พยายามซักเท่าไหร่ ฉันก็รู้ว่ายังไม่ไปถึงไหน อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักเมียมากที่สุด อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักเมียหมดหัวใจ อย่างน้อยถ้าใครถามเธอก็ตอบเขาได้ ว่าอย่างน้อยเธอกำลังรักกับ ผู้ชายที่รักเมียมากกว่าใคร ไม่หล่อไม่ดีไม่มีอะไรได้เรื่องเลย อ้วนๆ เชยๆ ซุ่มซ่ามอย่างเคย เหมือนเดิมทุกๆ อย่าง อยากให้เธอรู้ว่าฉันกำลังพยายาม ที่จะร้องเพลง นี้ให้เพี้ยนน้อยที่สุด แต่พยายามสักเท่าไร ฉันก็รู้ว่ายังไม่ไปถึงไหน อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักเมียมากที่สุด อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักเมียหมดหัวใจ อย่างน้อยถ้าใครถามเธอก็ตอบเขาได้ ว่าอย่างน้อยเธอกำลังรักกับ ผู้ชายที่รักเมียมากกว่าใคร อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักเมียมากที่สุด อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักเมียหมดหัวใจ อย่างน้อยถ้าใครถามเธอก็ตอบเขาได้ ว่าอย่างน้อยเธอกำลังรักกับ ผู้ชายที่รักเมียสุดหัวใจ แม้ว่าผมยังไม่มีเมีย (ในความหมายว่าแต่งงานกันแล้ว และคิดว่าจะอยู่กันจนตายจากกันไปข้าง) แต่ก็ชอบเพลงนี้ยิ่งนัก ฟังแล้วน่ารัก จั๊กจี้หัวใจดี และเมื่อมองไปถึงความรักของบอยด์และสุกี้ที่มีต่อเมีย(ของพวกเขา)แล้ว ยิ่งทำให้เพลงนี้น่ารักมากกว่าเดิม เริ่มจากบอยด์ก่อนล่ะกัน เป็นที่ทราบกันดีว่า บรรดาประชาชีในบุรีนี้ ต่างให้สมญานาม บอยด์ โกสิยพงษ์ ว่า เป็นเจ้าพ่อเพลงรักบ้างล่ะ นักแต่งเพลงรักอันดับหนึ่งบ้างล่ะ ดังนั้น หากจะประชันเพลงรัก เพลงของบอยด์ก็ควรเป็นหนึ่งในนั้นที่คู่ควร นอกจากนี้ ก่อนที่บอยด์จะตกร่องปล่องชิ้น เป็นทองแผ่นเดียวกันกับเมียของเขา ใครที่เคยได้รับรู้หรือรับชมคอนเสิร์ตแรกของเขา ที่จัด ณ เอ็มบีเค ฮอล์ มาบุญครอง (แค่สถานที่ก็จับใจ เพราะชื่อของห้างนี้ มาจากการรวมชื่อของสามีภรรยา) บอยด์เลือกจัดในวันที่ ๑๓ และ ๑๕ กุมภาพันธ์ และเว้นวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์เอาไว้ให้คาใจ เขาได้เฉลยในระหว่างคอนเสิร์ตนั่นเองว่า ที่เว้นวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ไว้ เพราะวันนี้เขาจะไปใช้เวลากับคนรักของเขา (สาวๆกรี๊ดกันลั่นฮอล์) ด้านสุกี้เล่า แม้ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่งในเพลงรัก แต่ความรักที่เขามีให้แก่เมีย ก็หาใดเปรียบปานได้ สุกี้บอกเล่าเรื่องราวชีวิตครอบครัวของเขาไว้ใน Bakery & I ไว้พอสรุปได้ว่า หลังจากที่เขามีลูกเมื่อปี 2537 จากที่เคยมีเงินเท่าไหร่ก็ใช้ไปตามนั้น พอมีลูกแล้วก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม "เพราะถ้าถึงขั้นนี้แล้ว คุณยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม คุณก็จะเป็นได้แค่คนที่ไม่มีความรับผิดชอบเท่านั้น" เมื่อเขามีครอบครัว จึงย้ายไปอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ห้องเล็กๆ จนกระทั่ง ต้องย้ายออกเพราะคุณแม่ไม่ยอมให้หลานต้องอยู่ในสภาพอย่างนั้น "แม้เราจะย้ายออกจากที่นั่นมานานแล้ว แต่ทุกครั้งที่ผมมองย้อนกลับไป ช่วงเวลาที่เราสามคนได้ใช้ชีวิตร่วมกันภายในห้องแคบๆ นั้นก็กลายเป็นช่วงคืนวันที่ผมมีความสุขมาก โดยไม่อาจบอกกับตัวเองได้เหมือนกันว่าเพราะอะไร?" เป็นความสุขในห้องเล็กๆ ของสามคนพ่อแม่ลูก เพลงนี้จึงมีทั้งความรัก ความน่ารักของความเป็นครอบครัว ความสนุกสนาน แฝงด้วยอารมณ์ขัน อบอวลอยู่ ฟังไปแล้วอาจจะยิ้มไป ทั้งผู้ชายที่ยังไม่มีเมีย แต่อาจจะนึกถึงเวลาที่พ่อร้องเพลงนี้ให้แม่ฟัง และผู้ชายที่มีเมีย อาจจะเอาเพลงนี้ไปร้องให้เมียฟัง อาจจะไม่ใช่วันแห่งความรักนี้ แต่อาจจะเป็นในวันครบรอบแต่งงานก็ได้ รวมทั้ง ผู้หญิง ที่อาจจะอมยิ้ม หากสามี (หรือจะเรียกให้คล้องกันก็คือ ผัว) ร้องเพลงนี้ให้เธอฟัง ส่วนหญิงที่ยังไม่มีผัว ก็นึกเสียว่า เอาเพลงนี้ไปให้พ่อร้องให้แม่ฟัง ลุงร้องให้ป้า ปู่ร้องให้ย่า ตาร้องให้ยาย แก้ขัดไปก่อนล่ะกัน ^_^ -----------------------
|