วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน 2551
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธรเสรีนิยมราชนารีองค์แรกแห่งสยาม
Posted by
จีด้า
,
ผู้อ่าน : 43
, 16:45:14 น.
พิมพ์หน้านี้
|

สวัสดีค่ะ อย่างที่เรียนความเป็นมาของสะพานชมัยมรุเชฐ ซึ่งสร้างโดย สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธรเพื่อระลึกถึงพระเชษฐา 2 พระองค์ จึงอยากขอเล่าพระราชประวัติของ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ซึ่งกล่าวแบบชาวบ้านคือ พระองค์เป็นป้าของ สมเด็จพระพี่นาง ล้นเกล้า ร. 8 และ ร.9 พระองค์เป็นพระราชธิดาลำดับที่ 43 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นหนึ่งในสตรีไทยในยุคนั้น ซึ่งมีพระเนตรที่เห็นการณ์ไกล ทรงพยายามยกระดับสถานภาพของผู้หญิงไทยด้วยการศึกษา โดยได้ทรงประกอบภารกิจหลายประการด้วยพระปรีชาสามารถในการนำผู้หญิงไทยไปสู้เป้าประสงค์นั้น
พระองค์มีพระอุปนิสัยรักการอ่าน ทรงสนพระทัยใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ โปรดอ่านหนังสือพิมพ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ห้องทรงพระอักษรภายในพระตำหนักในวังสวนสุนันทา จึงมีหนังสือมากมาย ทั้งที่เป็นวิชาการ นวนิยาย ประวัติศาสตร์ บทประพันธ์ต่างๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ พระอุปนิสัยนี้ ได้ถ่ายทอดมายังผู้ใกล้ชิด เหล่าข้าหลวงในพระองค์ โดยพระองค์มักจะสั่งสอนข้าหลวงให้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี สนใจใฝ่หาความรู้ ทั้งจากการเรียน และสิ่งที่อยู่รอบตัว พระองค์พระราชทานหนังสือให้ข้าหลวงได้อ่านอยู่เสมอ
เหตุนี้เองข้าหลวงในพระองค์จึงได้รับการศึกษาทุกคน โดยข้าหลวงส่วนใหญ่ได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนราชินี ซึ่งสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ทรงตั้งขึ้น ซึ่งต่อมาสมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ได้ทรงรับเข้ามาอยู่ในพระอุปถัมภ์ ทั้งทางด้านการเงิน และแนวนโยบายในการจัดการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องหลักสูตร ได้ทรงส่งเสริมให้มีการขยายชั้นเรียนจากมัธยมศึกษาปีที่ 6 ขึ้นไปถึงมัธยมศึกษาปีที่ 8 โดยใช้หลักสูตรการสอน "เทียบเท่ากับโรงเรียนชาย" และได้มีการขยายสถานที่ไปอยู่ที่โรงเรียนราชินีบน
พระองค์ทรงตั้งพระทัยสนับสนุนให้นักเรียน ม.8 นี้ สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาให้ผู้หญิงได้มีทักษะตลอดจนความรู้ได้เท่าเทียมกับผู้ชายในทุกๆ ด้านให้มากที่สุด
ข้าหลวงทุกคนที่เข้าศึกษาในโรงเรียนจะได้รับทุกอย่างตั้งแต่ค่าเล่าเรียน อุปกรณ์ อาหารกลางวัน ตลอดจนพาหนะรับส่ง เมื่อเรียนสำเร็จแล้วพระองค์จะทรงแนะแนวเพื่อเลือกอาชีพ หรือเพื่อศึกษาต่อตามความสามารถ ความถนัด ทัศนคติ ความสนใจและอุดมการณ์
พระองค์ทรงเชื่อว่าผู้หญิงที่ได้รับการศึกษาเป็นอย่างดี ย่อมเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ที่สำคัญย่อมเป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองได้เช่นเดียวกันกับผู้ชาย นอกจากโรงเรียนราชินีทั้งสองแห่งแล้ว พระองค์ยังทรงสร้างและทรงอุปถัมภ์โรงเรียนเพื่อการพัฒนาสตรีอีกหลายโรงเรียน อาทิ โรงเรียนสหายหญิง จ.สระบุรี (ปัจจุบันเป็นที่ทำการของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ.สระบุรี) โรงเรียนเฉลิมขวัญ จ.พิษณุโลก (ปัจจุบันยังคงดำเนินการอยู่) โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จ.เพชรบุรี (ปัจจุบันยังคงดำเนินการอยู่)
ทั้งยังมี โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์) ซึ่งพระองค์ประทานบ้านและที่ดินให้แก่กระทรวงธรรมการในขณะนั้นจัดตั้งโรงเรียนขึ้นในปี พ.ศ.2475 เพื่อเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูสตรี จนกระทั่งพัฒนามาเป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
กล่าวได้ว่าพระองค์เป็นเจ้านายสตรีพระองค์แรกที่พยายามลบล้างค่านิยมเก่าๆ และพยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับผู้หญิงไทย ให้เป็นที่ประจักษ์ ด้วยพระปรีชาสามารถส่วนพระองค์ทางด้านภาษา สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยโปรดเกล้าฯให้เป็นเจ้านายสตรีพระองค์แรก เข้าร่วมงานพระราชทานเลี้ยงต้อนรับเจ้านายและผู้แทนต่างประเทศ โดยทรงมีหน้าที่รับเสด็จเจ้านายต่างประเทศ ตลอดจนผู้นำ หรือผู้แทนแต่ละประเทศ เนื่องจากพระองค์ตรัสภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว
สิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของผู้หญิงไทยในสายตาของชาวต่างประเทศเปลี่ยนแปลงไป เป็นที่ประทับใจแก่ผู้ที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ ที่สำคัญยังเป็นการทำให้สัมพันธภาพระหว่างไทยกับต่างประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทรงดำรงพระฐานะเสมือนดั่งแม่ครูของข้าหลวงในพระองค์ทุกๆ คน สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2481 สิริรวมพระชนมายุได้ 54 ปี
|