พิมพ์หน้านี้
|
"East Wood" ขอบแดนระหว่างมายาภาพของค่ำคืน ระหว่างสังคมเทวดา กับ ชาวประชาที่ยากจน เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่ผมได้มีโอกาสในการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆที่นอกเหนือจากการผูกมัดตนเองไว้ในโลกของอุดมคติ โลกแห่งบทเพลงที่อ่อนโยนและแผ่วเบา โลกของการลิ้มรสสุรา วิวาทะ การขับเคลื่อนทางสังคม สิ่งที่ผมกำลังจะเล่าสู่ให้กันและกันฟังนั้น อาจจะเป็นแค่เสี้ยว ส่วนหนึ่งของการเติบโตทางโครงสร้างความสัมพันธ์ทางเศษฐกิจ สังคม ที่ไม่เป็นธรรมจนนำไปสู่ช่องว่างในการพัฒนาที่ห่างกันมากจนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมิอาจเข้าถึงซึ่งกันและได้ และในทางกลับกัน นั้นเอง กลุ่มสังคมที่มีความร่ำรวย มั่งคั่ง ก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงความสมดุลแห่งความสุขได้มากสักเท่าไร เช่นกัน East Wood ย่านหรู ย่านหนึ่ง อาจมีลักษณะเป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งตั้งอยู่ที่เขต Passig Metro Manila จึงเป็น มโนภาพของสัญลักษณ์แห่งการปลดปล่อยและการแสวงหาความสุขของกลุ่มคนที่ค่อนข้างมีฐานะในสังคม East Wood แบ่งส่วนออกเป็นสองด้านใหญ่ๆคือ ด้านหนึ่งเป็นร้านอาหาร ผับ เป็นโรงแรม เป็นย่านการลงทุน อีกด้านหนึ่งเป็นด้านบันเทิง แบบเธค ซึ่งเป็นด้านที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดที่สุดในค่ำคืนนั้น 23.00 น. ของค่ำคืน (ถ้าผมอยู่ที่ห้องพักป่านนี้คงเตรียมตัวเข้านอนหรือไม่ก็หลับเรียบร้อยแล้ว) แต่ที่นี้ไม่เลย "ชีวิตกำลังเริ่มต้น" คนหนุ่ม สาว กำลังทยอยเดินทางเพื่อค้นหาความสุข จากการกิน ดื่ม เมา เต้น ผมกับเพื่อนๆเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ก่อนหน้าที่กลุ่มหนุ่ม สาว เหล่านี้จะทยอยเข้ามาถึงจึงทำให้มีโต๊ะ เก้าอี้นั่ง เพียงพอต่อกลุ่มของเรา 23.55 น. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บอกผมว่า "อีกห้านาที จะเริ่มแล้ว"(ผมรู้จักกันกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยบังเอิญ เนื่องจากเราบอกว่ามาจากประเทศไทย แกก็เลยดูแลกลุ่มเราเป็นพิเศษ) แทบไม่น่าเชื่อ ห้องที่เรามานั่งตอนแรกที่ดูกว้างขวาง กลับคับแคบไปอย่างทันตา คนหนุ่ม สาว ไม่ต่ำกว่า หกร้อยชีวิต แออัด เบียดเสียด กันอยู่ในห้อง ควันบุหรี่ เสียงเพลงที่ดังสะท้าน ไม่มีทางออก มีแต่ทางเข้า ทำให้ผมรู้สึกอึดอัด และอยากอาเจียน (ดืมเบียร์ไปหลายขวดแล้วด้วย) 24.00 น. เริ่มแล้วสำหรับคืนนี้ เสียงเพลงที่ดังสะท้าน (มากกว่าเดิม) คนหนุ่ม สาว ลุกขึ้นเต้น บ้างลงไปเต้นข้างล่าง บ้างเต้นที่โต๊ะ เกลือบไม่มีที่ให้เดินเลย ทุกคนเต้นแบบ "ถวายชีวิต" เลยก็ว่าได้ (สุดๆๆๆ จริงๆๆๆ) บรรยายไม่ถูกจริงๆ เหมือนปล่อยผีออกจากป่าช้า หรือเหมือนเราจับปลาแล้วโยนขึ้นบนบก (จินตนาการเอาเอง) 02.30 ผมไม่ไหวแล้วครับ สังขาร และร่างกาย โสตประสาท ไม่น่าจะรองรับสถานการณ์แบบนี้ได้อีกต่อไป แต่ในขณะที่คนหนุ่ม สาว ก็ยังคง เต้นกันอย่างเมามัน ผมจึงออกมาข้างนอก แต่กว่าจะออกมาได้เกลือบแย่ครับ บรรยายกาศ ภายนอก ก็เต็มไปด้วยผู้คนอีกเช่นกัน ผมใช้เวลานั่งทบทวนอะไรบางอย่างที่เห็นระหว่างในช่วงตอนเย็นที่นั่งรถเมล์จากที่พัก เพื่อจะไปพบเพื่อนๆที่ได้นัดกันไว้ ภาพที่ผมเห็นนั้นเป็นภาพ บริเวณสะพานลอยระหว่าสถานีรถไฟฟ้า Cubao Station เด็กชายกับเด็กผู้หญิง กำลังช่วยกันเก็บขวดน้ำจากถังขยะ เก็บกระดาษ แล้วนำมามัดรวมกันเพื่อรอขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้ออีกที่หนึ่ง ในระหว่างนั้น พ่อของเด็กชายกับเด็กหญิง ก็ขายน้ำ ถั่ว ลูกอม บุหรี่ ให้กับผู้โดยสารที่รอขึ้นรถ ผู้เป็นแม่กำลังเอาลูกคนเล็กนอน (พื้นสะพานลอย) เหมือนในช่วงนั้นผมจะได้ยินเสียงหัวเราะ และรอยยิ้ม จากครอบครัวที่ผมสังเกตเห็น ....... ท่ามกลางการดิ้นรน ต่อสู้เพื่อให้ตนเองและครอบครัว ได้มีชีวิตต่อไปอีกวัน แต่มีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรนั้น ก็ยังเป็นคำถามที่ท้าทาย ต่อการแสวงหาคำตอบ. แน่นอนครับภาพเปรียบเทียบของผมระหว่างสิ่งที่ผมเห็นในตอนเย็นกับในขณะนี้ ช่างห่างกันเหลือเกินในสังคมปัจจุบัน แต่สิ่งที่ฝังอยู่ในความรู้สึกของผมคือภาพรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ของทั้งสองกลุ่มนั้น อะไรคือความสุขที่แท้จริงของแต่ละกลุ่มกันแน่ หรือ ภาพรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ของกลุ่มไหนจะเป็นสิ่งสะท้อนออกมาจากห้วงลึกของจิตใจ............................ "เรามิอาจจะบอกได้ว่า ความสุข หรือการมีชีวิตอยู่แบบไหนจะดี หรือมีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะมากกว่ากันและกัน แต่ความหมายของการมีชีวิต การมีดุลยภาพแห่งความสุข น่าจะหมายรวมถึงเรารู้จักการแบ่งปันซึ่งกันและกัน การรู้จักให้ และรับ การเชื่อมต่อของตะเข็บทางสังคม ให้ข้ามาใกล้กันมากกว่านี้" โอฬาร อ่องฬะ 9 Sep 2007 11.00 น. ในห้องพักเล็กๆกับบทเพลง" ดญ.ปรางค์
|
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||