วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม 2551
เปลวสีเงิน ..ความคิดสามัญ
Posted by
สงวนชัยโรจน์
,
ผู้อ่าน : 74
, 00:17:02 น.
พิมพ์หน้านี้
|
เปลวสีเงิน ความคิดสามัญ 17 กรกฎาคม 2551 กองบรรณาธิการ วันนี้-ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ปีชวด ตรงกับวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เป็นวัน "อาสาฬหบูชา" และวันรุ่งขึ้น-พรุ่งนี้ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เป็นวัน "เข้าพรรษา" ก็ลองนับกันดูนะครับว่า ๕ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะปักกลดอยู่ ณ อารามมัฆวาฬรังสรรค์ ครบไตรมาส หรือครึ่งไตรมาส จึงจะบรรลุภารกิจ? หลายคนอึดอัด ขัดข้องกับบรรยากาศบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง-แบ่งกลุ่ม และลงความเห็นกันว่า แบบนี้ทำให้เศรษฐกิจทรุด ต่างชาติไม่มาลงทุน ประเทศถอยหลัง บางคนถึงกับทุบโต๊ะลงไปเลยว่า "ถอยหลังกว่าเขมร กว่าเวียดนามไปแล้ว"! และสุดท้ายในการบ่น ก็จะถามลมๆ แล้งๆ ว่า "แล้วเมื่อไหร่บ้านเมืองจะสงบเรียบร้อยกันซะที?" ผมก็เก็บที่เขาบ่นมาใคร่ครวญ ใคร่ครวญแล้วก็แยกได้เป็น ๒ กลุ่ม ๒ สาเหตุ คือจากกลุ่มชาวบ้านอย่างผม ข้าราชการชั้นผู้น้อย คนหาเช้ากินค่ำ คนมีรายได้น้อย ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ กลุ่มล่างลงต่ำนี้ จะบ่นจากผลกระทบว่า "ทำมาหากินฝืดเคือง รายได้คงที่ หรือลดลง แต่รายจ่ายกลับสูงขึ้น" ส่วนอีกกลุ่ม คือจากคนระดับกลางขึ้นบน เป็นพวกกลุ่มเสื้อนอก และคอปกขาว ทั้งข้าราชการ-พนักงานออฟฟิศ ทั้งคนทำงานในเมือง ขึ้นไปถึง พ่อค้า นักธุรกิจ นักลงทุน พวกนี้จะบ่นจากผลกระทบว่า "เพราะการเมืองไม่นิ่ง ต่างชาติไม่เข้ามาลงทุน ทำให้เศรษฐกิจนอกจากไม่เติบแล้วยังถอยหลัง" สรุปก็คือ ขณะนี้ วิถีการดำรงชีวิต ดำรงอาชีพ ดำรงฐานะ ดำรงการงานของคนไทย "เปลี่ยนไป" ในทางไม่เป็นที่พอใจ และสร้างความร่ำรวยไม่ราบรื่นเหมือนเดิม ก็คงใช่..แต่ผมอยากรู้ว่า แล้วเราคนไทยที่บ่นกันนี้ ได้รู้ ได้เห็นสภาพเศรษฐกิจ การเมือง และวิถีความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศอื่นๆ บ้างหรือไม่ว่า "แท้จริงแล้ว เขาอยู่กันสุขสบายดีกว่าเมืองไทย?" หรือว่า "ต่างอกไหม้ไส้ขม จากการต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองในแต่ละประเทศคล้ายๆ กัน?" ตอนนี้ คนไทยบ่น..อิจฉา เขมร เวียดนาม มาเลย์ แต่ท่านไปเห็น ไปสัมผัสมาแล้วหรือครับว่า เขาน่าอิจฉากว่าบ้านเราจริงๆ? หรือแค่ "กระแทกแดกดัน" ชาติตัวเองไปงั้นๆ แหละ? ไปอิจฉาทำไมครับกะแค่เขมร เวียดนาม ไปอิจฉาสหรัฐ อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไม่ดีกว่าหรือ เพราะเป็น "หัวนอก" แท้ๆ แต่ท่านทราบไหมครับว่า สภาพขณะนี้ของเราแค่ทรงกับทรุด แต่ของเขา "มุดลงดิน" ยุ่งขิงยิ่งกว่าลิงตีกันอีก รู้มั้ย! สังคมไทยยุคนี้ คิดถึงตัวเอง และเอาตัวเอง "เป็นที่ตั้ง" มากกว่าคิดถึงชาติ และส่วนรวม "เป็นที่ตั้ง" ตัวอย่างที่เห็นง่ายๆ คือ เอะอะไรก็ "ต่างชาติจะไม่เข้ามาลงทุน"!? นั่นคือทัศนคติสะท้อน "คุณภาพคน" เพื่อชาติ นอกจากไม่คิดทำอะไรเพื่อ "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" แล้ว ยังคิดแต่จะยกประเทศ ผ่านระบบเศรษฐกิจให้ "ทุนต่างชาติ" ครอบครอง เพียงเพื่อตัวเองจะได้ "ซื้อ-ขายหุ้น" ได้กำไร และภูมิใจที่จะได้ชูคออวดกันว่า "ข้ามีเจ้านายเป็นฝรั่ง เป็นญี่ปุ่นนะโว้ย" เดี๋ยวนี้ อย่าว่าแต่คนไทยมีทัศนคติยกเศรษฐกิจให้ทุนต่างชาติครอบงำเลย แม้แต่ผืนแผ่นดิน กระทั่ง "ร่างกายตัวเอง" ก็พร้อมยกขายให้ต่างชาติ ด้วยเหตุผล "เงิน" ตัวเดียว ยังกะพวก ส.ส.-ส.ว.ระบบทักษิโณมิกส์งั้นแหละ! ที่ผมเคยบอกว่า "ประเทศไทยถึงจุดเปลี่ยน" นั้น มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วย และเริ่มเป็นมาแล้วตามลำดับ เพียงแต่ยังไม่รู้สึก-รู้สากันเท่านั้น กว่าจะรู้สึกตัว มันก็อาจสายเสียแล้ว เหมือนอย่าง "ปราสาทพระวิหาร" นั่นไง ในขณะที่เขมรเขา "วางแผน" เดินหน้ารุกคืบ-ยึดครองมาเป็นปีๆ แต่รัฐบาลไทย-คนไทย เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการกระเหี้ยนกระหือรือ "ขายบ้าน-ขายเมือง" ให้ต่างชาติตะพึดตะพือ เพิ่งตื่นมาโวยวายกันก่อนที่ "ไส้ศึกเขมร" ซึ่งซุกอยู่ในคราบรัฐบาลไทยบางคน แอบไปมุบมิบยกให้เขาผ่าน "นายหน้า" ระบบทุนโลก ที่เรียกว่า "ยูเนสโก" ไม่ถึงเดือนนี่เอง! แล้ว "ได้คิด" อะไรกันขึ้นมาบ้างหรือยังล่ะ? จากระบบทุนโลกที่ใช้ IMF บีบไทยในวิกฤติต้มยำกุ้ง ให้ต้องแก้กฎหมายเปิดประเทศ-เปิดทางให้ "ทุนต่างชาติ" ภายใต้คำว่า "ระบบทุนเสรี" เข้ามากว้านซื้อที่ดินยกเป็นจังหวัดๆ เข้ามาทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจเชิงสังคมและวัฒนธรรม อย่างร้านชำ-โชห่วย ตลาดชุมชน ก็ถูกกลุ่มทุนต่างชาติสมคบกับกลุ่มทุนไทยเปิดห้างยักษ์-ห้างใหญ่ "ขึง" ทุกหัวเมืองแล้ว นั่นยังสยายอุ้งมืออุบาทว์เป็น "ร้านค้าย่อย" ประเภท ๒๔ ชั่วโมง ตั้งซอยแยกครอบคลุม และครอบงำ ค่อยๆ ละลายวิถีชีวิต-เศรษฐกิจย่อย ทั้งคนเมือง คนชนบท ให้เป็นทาสระบบทุนนอกชาติ แล้วดูดทั้งเงินไทย ทั้งระบบไทย และทั้งวิถีไทย ไปเข้ากระเป๋า "คนนอกชาติ" ทิ้งไว้แค่เศษเงินเป็นค่าจ้าง ยามคนไทย คนขายของคนไทย คนถูพื้นคนไทย คนกวาดขยะคนไทย คนล้างส้วมคนไทย นักเลงคุมคนไทย ก้อนใหญ่-เป็นหมื่น เป็นแสนล้านต่อปี พวกห้างใหญ่-ห้างย่อย มันก็ขนเงินที่ดูดจากในระบบของคนไทย-ประเทศไทย กลับไปสร้างความร่ำรวยให้กับประเทศแม่ของเขา มีทั้ง ฝรั่งเศส อังกฤษ สหรัฐ ญี่ปุ่น จีน ก็ที่เห็นตำตาอยู่นั่นแหละ! อ้อ..ลืมไป "คนไทย" อีกพวกที่พอได้เศษได้เลยยาไส้กะเขาบ้าง ก็กลุ่มที่เรียกว่า "คนในระบบราชการ" ที่คอยอำนวยความสะดวกให้ทุนนอกชาติเข้ามากลืนชาตินั่นไง! มันไม่เพียงลุกลามไปทุกหัวเมืองแค่การค้าระบบห้าง-หั่นราคาค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อเท่านั้น ทุนนอกชาติยังดำเนินกลยุทธ์ "ซื้อคน" มาเป็นเมีย ไม่เพียงในภาคอีสานยอดฮิต ตามเมืองยุทธศาสตร์การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ไม่ว่าพัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย ซื้อคนไทยมาเป็นเมีย แล้วใช้สิทธิ์บังหน้าทำธุรกิจทั้งในและนอกกฎหมาย ที่ต้องเพ่งเล็งให้เวลานี้ คือการรุกซื้อพื้นที่เกษตรในภาคเหนือ-อีสาน ทำเป็นเล่นไป อย่างที่ทักษิณยกคณะกลุ่มทุนตะวันออกกลางไปร่วมไม้-ร่วมมือกับ "นายประภัตร โพธสุธน" ที่สุพรรณบุรีนั่นน่ะ จุดประกาย "ขี้ข้าชาวนาไทย-นายทุนใหญ่ต่างชาติ" ให้เห็นความเป็นไปที่กำลังจะเกิดกับสังคมไทยที่ต้อง "เช่านาต่างชาติ" ในอนาคตแล้วมิใช่หรือ? ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ก็เพียงต้องการให้ท่าน "ปรับทัศนคติ" เพื่ออยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจ และการเมืองที่เป็นจริง "ด้วยความเข้าใจ" เท่านั้น เพราะถึงอย่างไรตราบใดที่ยังไม่ลาออกจากความเป็นคนไทย เราต้องเผชิญกับมัน และอยู่กับมันมิใช่หรือ เมื่อจะต้องอยู่ แล้วทำไมไม่ทำความเข้าใจให้ตรงทิศทางล่ะ? ขณะนี้ ธรรมชาติส่งสัญญาณให้ "แต่ละประเทศ" ทั่วโลก หันกลับสู่ที่ตั้ง "ประเทศใคร-ประเทศมัน" เพื่อจัดระบบชีวิตคน-ชีวิตเมือง เพื่อรับมือ รับสภาพที่ธรรมชาติจะกวาดล้าง แล้วจัดสรรให้ครั้งใหม่ ฉะนั้น เพื่อการ "ตั้งต้นรอบใหม่" ที่กระฉับกระเฉง เข้ากฎเข้าเกณฑ์ คนดีต้องอยู่ได้ คนจัญไรต้องหายสูญ มันก็เป็นธรรมดา ก่อนแผ่นดินไหว ปลาเล็ก-ปลาใหญ่ ย่อมแตกตื่น แหวกว่ายสับสนอลหม่าน! มนุษย์น่ะ มันโทษทุกอย่าง ยกเว้นตัวเอง สังคมตลาดหุ้นถือเป็นตัวสะท้อนสันดาน "มนุษย์ทาสทุน" ได้ดีที่สุด หุ้นตก ก็บอกว่า "นักลงทุนไม่มั่นใจในทิศทางการเมือง" พอหุ้นขึ้น ก็บอกว่า "มีปัจจัยภายนอกเข้ามาหนุน ดาวโจนส์ขึ้นไปทำนิวไฮ" พอการซื้อ-ขายไม่ปั่นกัน พวกนักวิเคราะห์หน้าจอก็จะบอกว่า "ตลาดไม่มีปัจจัยอะไรใหม่ๆ เข้ามาหนุน" หนักๆ เข้าก็สไตล์เดิม ฝรั่งไม่เข้าบ้าง..ฝรั่งเทขายบ้าง การเมืองไม่นิ่งบ้าง เรียกว่า ไม่ว่าหุ้นจะขึ้น จะตก จะนิ่ง มันโทษได้ทั้งนั้น ยกเว้นจากการกระทำพวกตัวเอง บ้านเมืองตอนนี้เหมือนกัน คนที่เป็นรัฐบาล มีหน้าที่ควบคุม และบริหาร-จัดการประเทศเพื่อความอยู่ดี-มีสุขของประชาชน อย่าเที่ยวไปโทษพันธมิตรฯ ไปโทษกระบวนการศาล ไปโทษองค์กรอิสระ ไปโทษสื่อ ไปโทษนักการเมือง-นักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ว่าเป็นสาเหตุ-ตัวการทำให้เศรษฐกิจไม่ดี ทำให้การเมืองไม่นิ่ง หัดดูตัวเอง และโทษตัวเองบ้างว่า "ด้วยอำนาจบริหาร-จัดการในมือโดยตรง" แต่เพราะอะไร เหตุการณ์อย่างนั้นจึงเกิดขึ้นได้? ไม่ต้องดูอะไรมากหรอกครับ ตอนนี้ไฟเศรษฐกิจคลุ้งประเทศ ตัวเองนอกจากไม่ดับ ยังไปก่อไฟอีกกอง "จะแก้รัฐธรรมนูญ" เพื่อตัวเองโหมเข้าไปอีก ขนาดทหารซึ่งเขา "อดทน-อดกลั้น" เพื่อสถานการณ์รวมจนถึงที่สุดแล้ว ผบ.ทบ. "อนุพงษ์ เผ่าจินดา" ยังต้องออกปากด้วยสุดระอา กรณี "ปราสาทพระวิหาร" เขมรมาจับคนไทย คนทั้งประเทศเลือดพล่าน แต่รัฐบาลไม่พูด ไม่แสดงท่าทีให้สมกับความเป็น "รัฐบาลของประเทศไทย" ซึ่งครั้งหนึ่งเคยข้ามไปปกครองเขมรมาด้วยซ้ำ แบบนี้..ปาดจมูกปนปากมัน เอาไปทำหัวหมูเซ่นเจ้าที่ "เขาพระวิหาร" ซะดีมั้ย!?
|