• สงวนชัยโรจน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-02-21
  • จำนวนเรื่อง : 369
  • จำนวนผู้ชม : 125499
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
เ ส รี ภ า พ แ ห่ ง ค ว า ม คิ ด . .
เ ส รี ภ า พ แ ห่ ง ค ว า ม คิ ด . .
Permalink : http://www.oknation.net/blog/jirachon
วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม 2552
Posted by สงวนชัยโรจน์ , ผู้อ่าน : 3253 , 14:35:32 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ส วั ส ดี ปี ใ ห ม่ 

ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของคำว่า "ปี" ไว้ว่าหมายถึง เวลา ชั่วโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครั้งหนึ่งราว ๓๖๕ วัน : เวลา ๑๒ เดือนตามสุริยคติ

แต่เดิมโบราณ แต่ละประเทศ แต่ละกลุ่มเผ่าพันธุ์ มีเหตุผลเพื่อขึ้นปีใหม่ต่างกันไป บ้างก็ถือโอกาสฉลองปีใหม่เมื่อเก็บเกี่ยวพืชผลแล้ว บ้างก็ช่วงสวยงามของฤดูใบไม้ผลิมาเยือน บ้างก็ช่วงงานในฤดูเพาะปลูกแล้วเสร็จ บ้างก็นับตามดวงดาว บ้างก็เป็นวันเกิดของผู้นำชนเผ่า หรืออื่นๆ

ตามจารีตประเพณีของไทยแต่โบราณ ถือเอาวันแรมหนึ่งค่ำ เดือนอ้าย (เดือนหนึ่ง) เป็นวันขึ้น ปีใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับคติทางพระพุทธศาสนา ที่เริ่มฤดูหนาวเป็นจุดเริ่มต้นของปีต่อมา จารีตดังกล่าวได้แปรเปลี่ยนไปตามคติของพราหมณ์ ซึ่งใช้วันขึ้นหนึ่งค่ำเดือนห้าเป็นวันขึ้นปีใหม่ ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดเป็นการนับวัน เดือน ปี แบบจันทรคติ คือการใช้การโคจรของดวงจันทร์ เป็นเกณฑ์

ต่อมาเมื่อทางราชการเปลี่ยนมาใช้แบบสุริยคติ คือใช้ดวงอาทิตย์เป็นเกณฑ์ จึงได้ถือเอา วันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๒

วันขึ้นปีใหม่ของนานาอารยประเทศ ใช้วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเป็นการนับตาม สุริยคติ เมื่อประเทศไทยซึ่งเดิมใช้วันแรมหนึ่งค่ำ เดือนอ้าย ของไทย เป็นวันขึ้นปีใหม่ นับว่าเป็นห้วงระยะเวลาใกล้เคียง กับวันที่ ๑ มกราคม จึงเห็นว่าการที่ใช้วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยเป็นการเหมาะสมดังนี้

 

ตามทางดาราศาสตร์ การกำหนดอาศัยหลัก ๒ ประการ คือ ใช้หลักวันที่ดวงอาทิตย์ อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมากที่สุด ซึ่งจะตกประมาณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม อีกประการหนึ่งใช้หลักวันที่ดวงอาทิตย์ อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากที่สุด ซึ่งจะตกประมาณวันที่ ๒๐ มีนาคม ประเทศไทย เคยใช้หลักประการแรกมาก่อน คือใช้เดือนอ้าย แรมหนึ่งค่ำ ซึ่งใกล้เคียงกับวันที่ ๒๒ ธันวาคม

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ได้ทรงอธิบายไว้เป็นใจความว่าฤดูหนาวเป็นเวลาที่พ้นจากมืดฝน สว่างขึ้นเหมือนเวลาเช้า โบราณจึงถือเป็นต้นปี ฤดูร้อนเป็นเวลาสว่างเต็มที่เหมือนเวลากลางวัน โบราณจึงถือเป็นกลางปี ส่วนฤดูฝนเป็นห้วงเวลาที่มืดครึ้ม เหมือนกลางคืน โบราณจึงถือเป็นปลายปี จึงได้เริ่มเดือนหนึ่งที่เดือนอ้าย และไทยโบราณถือการเริ่มข้างแรมเป็นต้นเดือน

มีผู้ค้นพบว่า คติที่นับวันใดวันหนึ่งในห้วงระยะเวลาระหว่างวันที่ ๒๑ เดือนธันวาคม ถึงวันที่ ๑ เดือนมกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่นี้ เป็นคติเก่าแก่ของชนชาติที่อยู่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หรือสุวรรณภูมิ ด้วยเหตุผลที่พออธิบายได้ว่าในระยะเวลาดังกล่าวนี้ เป็นเวลาที่แลเห็นดวงอาทิตย์ มีขนาดโตที่สุด และเป็นเวลาที่อากาศเริ่มเย็นสบาย หลังจากที่หมดฤดูฝนแล้ว ประเทศไทยเราอยู่ในย่านกลางของพื้นที่ดังกล่าว จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ชาติไทยเราได้มีวันขึ้นปีใหม่ตามคติดังกล่าวมาแต่โบราณกาล

จากการตรวจสอบในระยะเวลา ๓๐ ปี จากปี พ.ศ. ๒๔๕๓ ถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๓ พบว่าวันแรม หนึ่งค่ำ เดือนอ้าย เมื่อเทียบกับวันทางสุริยคติแล้วจะอยู่ในเดือนธันวาคม และส่วนใหญ่จะอยู่ห่างจากวันที่ ๑ มกราคม ไม่เกิน ๑๐ วัน ห่างกันมากที่สุด ๓๐ วัน และห่างน้อยที่สุดเพียง ๒ วัน เท่านั้น

อินเดียในสมัยโบราณก็ได้เคยใช้วันที่ ๑ เดือนมกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่มาแล้ว เรียกว่า มกรสงกรานต์ การที่อินเดียในยุคต่อมาใช้เดือนจิตรมาส หรือเดือนเมษายน เป็นต้นปีนั้น มีที่มาจากฝ่ายเหนือของอินเดีย เพราะในพื้นที่บริเวณดังกล่าว เดือนเมษายนเป็นเดือนที่ลมฟ้าอากาศดีที่สุด มติได้แผ่เข้ามายังชนชาวไทย โดยพราหมณ์นำเข้ามาอิทธิพลของลัทธิพราหมณ์ในครั้งนั้น สูงมากพอจนทำให้ไทยเราหันไปใช้ตามแบบ พราหมณ์ในหลายๆ เรื่อง รวมทั้งวันขึ้นปีใหม่ด้วย โดยนับเดือนห้าเป็นต้นปี ทำให้เราต้องขึ้นปีใหม่ ๒ ครั้ง คือขึ้นหนึ่งค่ำ เดือนห้า และวันสงกรานต์ ซึ่งจะเลื่อนไปมาในแต่ละปีไม่แน่นอน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงเห็นความลำบากในกรณีดังกล่าว เมื่อไทยต้องมีการติดต่อกับต่างประเทศมากขึ้น ดังนั้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๒ วันขึ้นหนึ่งค่ำ เดือนห้า ไปตรงกับวันที่ ๑ เดือนเมษายน พอดี จึงได้มีประกาศบรมราชโองการ ให้ถือวันที่ ๑ เดือนเมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยตั้งแต่นั้นมา

ประเทศไทยได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่มาเป็นวันที่ ๑ เดือนมกราคม เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ด้วยเหตุผลทั้งมวลที่ได้กล่าวมาแล้ว และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ บรรดานานาประเทศ ได้ใช้วันนี้เป็น วันขึ้นปีใหม่ ทำให้สมประโยชน์แก่ประเทศไทยด้วยประการทั้งปวง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
หวานหวาน วันที่ : 21/12/2009 เวลา : 23.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong


สวัสดีค่ะ....ใกล้ถึงปีใหม่แล้ว นะคะคุณสงวนชัยโรจน์
ขอให้มีความสุขมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปวิภา วันที่ : 21/12/2009 เวลา : 19.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน[email protected] บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 


...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
feng_shui วันที่ : 21/12/2009 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

สวัสดียามเย็น สวัสดีปีใหม่ค่ะ


.

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
MT-PONG วันที่ : 21/12/2009 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา


สวัสดีปีใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เว้นว่างไว้ วันที่ : 21/12/2009 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/manacha

สวัดดีปีใหม่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
phantomof13floor วันที่ : 21/12/2009 เวลา : 15.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phantomof13floor


สวัสดี ปีใหม่ ๒๕๕๓ / 2010 ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน