.
.
" วงดนตรีร็อกชื่อดังสัญชาติอังกฤษ "radiohead"
ซึ่งเพิ่งหมดสัญญากับค่าย EMI เมื่อ 2 ปีก่อน กำลังจะออกอัลบั้มใหม่ชุดที่ 7 ชื่อ "In Rainbows"
อัลบั้มชุดนี้เป็นการทำเองขายเอง และจะออกแผ่นจริงในรูปแบบ discbox
วางขายทั่วไปในเดือนธันวาคม ในราคา 40 ปอนด์
ความไม่ธรรมดาอยู่ที่ radiohead เปิดโอกาสให้ผู้ฟังดาวน์โหลดอัลบั้มใหม่ทางเว็บไซต์
ได้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2550 ที่ผ่านมา
โดยให้ผู้ซื้อตั้งราคาเองว่า ยินดีจ่ายราคา ในการดาวน์โหลดเพลงทั้งอัลบั้มไปฟังกี่ปอนด์
ใครไม่พอใจจะจ่ายก็ไม่ต้องจ่าย ดาวน์โหลดไปฟังในราคา 0 ปอนด์ เลยก็ยังได้
แต่ถ้าใครยินดีจ่ายแล้วจ่ายผ่านบัตรเครดิต จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมนิดหน่อย
ประมาณ 45 เพนซ์ "
(คอลัมน์ มองซ้าย มองขวา โดย ปกป้อง จันวิทย์ ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3944 )
.
.
ประเด็นของ radiohead ก็เลยถูกนำมาสนทนาอีกครั้ง
(แม้ว่าตอนนี้ใน http://www.inrainbows.com จะโหลดไม่ได้แล้วก็ตาม)
นิวยอร์กไทม์, มีแค่หนึ่งในสามเท่านั้นที่ตีตั๋วฟรี ไม่ยอมจ่ายเงิน สักเหรียญ
จากการสำรวจพบว่าราคาเฉลี่ยที่คนยินดีจ่ายคือ 8 เหรียญสหรัฐ
เออน่ะ
ผู้บริโภคน่ารักจัง มนุษย์โลกเราก็ไม่ได้ละโมภไปซะทั้งหมดเนอะ
.

.
กรณีปิดกั้นความสำราญ
no free lunch
no free load
" แกรมมี่ฯห้ามเผยแพร่เพลงลิขสิทธิ์ในเว็บไซต์-บล็อก "
นับแต่วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม 2551 ราวราว 4 โมงเย็น
http://www.oknation.net/blog/talkwithOKNation/2008/03/21/entry-1
เหมือนส่งต่อ tag เลยค่ะ บล๊อกเกอร์หลายท่านแสดงความเห็นเรื่องนี้
ทำให้พวกเราได้อ่านนานาทัศนะที่เพรียงพร้อมนำเสนอ
ยอมรับว่าพยายามที่จะสรรอ่านหัวข้อนี้ทุกทุกเอนทรี
สนุกกับการติดตามมากกว่า "นิเทศศาสตร์คืออะไร"
หรือ "ไดโอด & ทรานซิสเตอร์" ซะอีก
แทะข้าวโพดต้มนั่งอ่าน เบิกบานมั่กมั่กเยยค่ะ
.
.
ทำให้ต้องย้อนกลับไปมองแกรมมี่อีกครั้ง
การทะนงตนนี้ จับต้องได้จริงหรือ
บะหมี่ฟอร์มี - ก็เจ๊ง
เครื่องประทินโฉมยูสตาร์ - ก็เจ๊ง
มันน่าจะบอกอะไรเราได้บางอย่าง
ภักดีที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะแบรนด์แกรมมี่ทั้งหมด
แต่ถูกแชร์ด้วยภักดีในตัวศิลปินต่างหาก
แสดงว่าคุณยังไม่แกร่งมากพอ
.

.
ประเด็นฮิตของการสนทนา
ทอร์คระบือ กระพือความคิด
ว่าแล้วโอเคเนชั่นก็ได้รับการถูกเฝ้าสังเกตจากคนกลุ่มหนึ่ง (ฮา)
Blog will change your business
Social media will change your Business
เป็นสมมุติฐานหลวมหลวมที่เลียนแบบมาจากตะวันตก
ภาวะนี้เป็นอันตรายต่อแบรนด์ของแกรมมี่อย่างยิ่งเชียว
อัปลักษณ์ทางความคิด spin to negative
ปรากฎการณ์ใหม่ที่เห็นได้ชัดเจน
Santa เป็น Satan
Live เป็น Evil
เมื่อก่อนก็ไม่ทราบหรอกว่าคนรักแกรมมี่มีมากน้อยเท่าไร
รึ...บางคนแค่แอบรักลึกลึก
รึ...บางคนเฉยเฉยแค่ชอบบางเพลง
พอค่ายยักษ์ใจดำเด่นชัดขึ้น
บางคนก็ถึงขั้นเสียดายคะแนนที่กาช่องตอนเลือกสว.
ทำให้ที่รู้สึกก้ำกึ่ง เทใจไปเกลียดในบัดดล
.
.
แล้วก็เกิดการบอกเล่าความไร้ยางอายในโน้ต 7 ตัว
เพลงได้ยินไหม โดย ดา-เอนโดรฟิน แฝดกับ so small
http://www.oknation.net/blog/phoenixman/2007/12/24/entry-2
เพลงอยู่อย่างเหงาเหงา โดย บอย พีซเมกเกอร์ แฝดกับ เพลงของเจ โชว
ที่ร้องประกอบภาพยนตร์เรื่อง Initial-D
http://www.oknation.net/blog/asa-ranae/2008/03/22/entry-1
เพลงจำฝังใจ โดยไมโคร แฝดกับ enpty room
http://www.oknation.net/blog/djpumpui/2008/03/22/entry-1
ล่าสุดก็เอนทรีนี้ค่ะ พี่PhoenixMan สรรมาให้
เพลงสักวาปากหวาน โดยดาเอนโรฟิน แฝดกัน walk away
http://www.oknation.net/blog/phoenixman/2008/03/25/entry-1
.

.
แกรมมี่.....รู้มั้ยว่าคุณอยู่ในกระแสเล่าขาน
Contagious อย่างที่ TheQueenofNostalgia บอก
Viral Marketing ทิพย์อาภาก็พูดถึง
แน่ใจนะว่าอยากเป็นปรปักษ์กับผู้บริโภค
นับว่าเป็นการทรยศที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน
ฆ่าพีอาร์ตัวยง
แล้วปลุกชีพคู่แข่งด้วยมือตัวเอง
.
.
มาตรการเค็มเค็มนี้ไม่สามารถเพิ่มยอดขายให้คุณได้หรอก
มีแต่ทอนบั่นความที่เคยเชื่อมั่น
ถ้าอยากให้คนรัก คุณก็ต้องทำตัวให้น่ารักสิคะ
ทิ้งซีเอสอาร์จอมปลอมที่ซ่อนชั่วไปเถอะ
แต่แล้วเพื่อนเจเจบางคนแอบก็ตั้งข้อสังเกต
อากู๋กลับตัวทันมั้ยเนี่ย
สักการะบรรณาการเล็กน้อย บางทีอาจเปลี่ยนใจเหล่าบล๊อกเกอร์ก็ได้
เป็นไปได้ค่ะ
.
.
เพียงแต่ว่าไม่ใช่เจเจแน่นอน (หุ หุ)
ร้องเอง เต้นเอง
สาวรำวง !!

ปล.1 เขียนติดต่อกันเป็นเอนทรีที่สองในประเด็นนี้เพราะปลื้มที่มีปฏิกิริยาเร็วร่วมกัน
มันช่างแย้งกับข้อสังเกตของนักsocioบางคน ที่บอกว่าที่นี่collective actionแบบสมัครใจเกิดขึ้นยากมาก ในไซเบอร์แบบไทยไทย (ฮา)
ปล.2 คงอ่านเอนทรีสรรเสริญแกรมมี่มาเป็นจำนวนอันควรแล้ว
ขออำภัยหากเป็นการสร้างความรำคาญนะคะ