พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อคืนนี้ .. ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาราวๆ ตีสอง เพราะได้ยินเสียงกุกกักๆ แว่วมาจากทางด้านล่าง เมื่อเดินงัวเงียๆ ลงไป ก็มองเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังขมักขะเม้นกับการซักเสื้อผ้า (ของผม) ในเวลาตีสอง !! ผมยืนมองเธอนิ่ง จากทางด้านหลังโดยที่เธอไม่รู้ตัว พลางก็เผลอคิดไปว่า .. คนนี้หน่ะเหรอ ? ผู้หญิงของนายนเรศ คนที่ .. ใครๆ ต่างก็คิดว่า เธอต้องเป็นคุณหนูไฮโซ คนที่ .. ใครๆ ต่างคิดว่า เธอนั้นเป็นขาวีน ห้าว แล้วก็ช่างตรงไปตรงมาเสียเหลือเกิน คนที่ .. ใครๆ ต่างคิดว่า เธอคงหยิบจับอะไรไม่เป็นเลยสักนิด คนที่ .. ใครๆ ต่างก็พากันสบประมาท ความสามารถของเธอในหลายๆ ด้าน และคนที่ .. ใครๆ ต่างก็พากันสงสัย ว่าทำไมผมจึงเลือกเธอคนนี้ มาร่วมชีวิตด้วยในวันนี้ บางคนที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับเธอ อาจเคยนึกสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้ มีธาตุของความเป็นกุลสตรี อยู่ในตัวหรือไม่ - แค่ไหน แต่สำหรับผม .. ผมไม่เคยนึกสงสัย ในสิ่งที่ผมคุ้นชินจากเธอมาเป็นเวลานานเลย ผมเคยคิดว่าผู้หญิงทุกคน มีความเป็น แม่และกุลสตรี อยู่ในตัว แต่เมื่อชีวิตได้ผ่านอะไรๆ มาพอสมควร จึงทำให้ผมรู้ความจริงว่า มีเพียงแค่ผู้หญิง บางคน เท่านั้น ที่เป็นแบบที่ผมคิด เพราะเท่าที่ผมผ่านๆ มาในชีวิต ทั้งจากวิถีชีวิตส่วนตัว วิถีชีวิตในการทำงานสายแพทย์ ผมก็เลยได้ข้อสรุปว่า ... หลายคนก็สักแต่ว่าเป็นไปตามสภาพ ทั้งๆ ที่ใจจริงก็คงไม่อยากเป็น แม่คน สักเท่าไหร่ ก็คงแค่อยากเป็น เมีย ของใครสักคนหนึ่ง .. ก็เท่านั้น แต่กับผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของผมในขณะนี้ ผมเชื่อมั่นพันเปอร์เซ็นต์เลยว่า เธอของผมคนนี้สามารถทำหน้าที่ ทั้ง แม่และเมีย ได้อย่างดีทีเดียว ถึงแม้ว่าชีวิตคู่ของผมกับเธอ เพิ่งเริ่มต้นและเราก็ยังไม่ได้มีลูกด้วยกัน ในตอนนี้ แต่ใครจะรู้บ้างหรือเปล่าว่า แท้ที่จริงแล้วชีวิตคู่ของผมกับเธอ นั้นได้เริ่มต้นด้วยกันมากว่า 13 ปีแล้ว เมื่อคืนนี้ .. ก่อนนอนเธอยังจัดโน่นเช็ดนี่ วุ่นวายไปหมดจนผมต้องเอ็ดให้รามือ และอาบน้ำเพื่อเข้านอนได้แล้ว เธอทำตามแต่โดยดีแต่ก็มิวายไปกุกกักๆ ในห้องน้ำอีกเป็นนานจนผมต้องไปเคาะประตู เรียกด้วยความอิดหนาระอาใจ กับอาการไฮเปอร์ผิดมนุษย์ของเธอ แอร์ในห้องนอนของเรานั้นเย็นกำลังพอดี สำหรับคนขี้ร้อนอย่างผม แต่มันกลับดูเย็นเสียมากมาย ในความรู้สึกของเธอ ... แม่คนขี้หนาว ผมได้แต่เอ็นดูในความเป็นตัวตน ที่เธอแสดงออกมาโดยมิได้เสแสร้งใดๆ มองจากภายนอกใครๆ อาจคุ้นชิน ภาพของเธอในมาดคุณหมอคนสวยใจดี หรือมองอีกมุมหนึ่งก็ในมาดของนักธุรกิจสาว จนใครๆ (ที่ไม่รู้ว่าผมเป็นใคร) ต่างพากันเอาขนมจีบมาฝากไว้กับผม เพื่อฝากไปมอบให้กับเธอด้วย แต่ถ้ามองตอนนี้เธอของผม ก็เหมือนเด็กซนๆ คนหนึ่งซึ่งขี้อ้อนเป็นที่สุด แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมรักเธอสุดหัวใจ ได้ยังไงหล่ะครับ เมื่อคืนนี้ .. หลังจากที่เราปิดคลินิกกันแล้ว แถมยังเป็นวันที่เราทั้งคู่ว่าง จากการเข้าเวรและการผ่าตัดพร้อมกัน ผมจึงชวนเธอมานอนที่บ้านของผม ซึ่งนานๆ เราถึงจะมาค้างสักที และเพราะความที่ไม่ค่อยได้อยู่กัน ถ้ามาทีไรเธอก็ต้องทำโน่นเช็ดนี่ตลอด จนบางครั้งมันก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ผมไม่ค่อยอยากชวนเธอมาค้างที่นี่เลย ผมว่า .. งานที่เธอทำในช่วงกลางวัน และงานที่คลินิกก็หนักพอแล้วสำหรับเธอ พอกลับบ้านยังต้องมาทำงานบ้านอีกหรือนี่ ... แม่สาวน้อยมหัศจรรย์ของผม ... ผมคิดว่าหลังจากที่เราได้ปิดไฟ เข้านอนด้วยกันเรียบร้อยแล้ว ปกติเราสองคนมักจะชอบนอนคุยกัน จนไม่ใครก็ใครหลับทิ้งกันไปเสียก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผมเสียมากกว่า (ทุกครั้งเลยก็ว่าได้) อันนี้ยอมรับครับ และพอเธอกล่อมผมนอนเรียบร้อยแล้ว เธอก็คงนอนไม่หลับตามความเคยชิน ก็เลยลงมาทำโน่นทำนี่และซักผ้า ทั้งๆ ที่ก่อนนอนเธอยังบ่นว่า วันนี้โคตรเหนื่อยอยู่เลย มีคำถามผุดขึ้นมาในหัวผมว่า คืนนี้ถ้าเธอไม่ซักมันจะได้ไหม ?? ก็คงได้ (ผมคิด) เพราะเสื้อผ้าของผม ก็มีมากพอที่จะใส่เป็นเดือนได้ โดยที่ไม่ต้องซัก แต่ ความรัก คงจะเป็นผู้กระชากเธอ ออกจากที่นอนนุ่มๆ และอกอุ่นๆ ของผม เพื่อลงมาซักเสื้อผ้า (ที่เธอไม่ได้เป็นคนใส่) ให้ผมอย่างตั้งอกตั้งใจ ทั้งๆ ที่ผมก็ลงมายืนกอดอกมองเธอ นานพอสมควรเลยทีเดียว นาทีนั้น ... ผมว่าผมเห็นปีกสีขาวบริสุทธิ์ แผ่สยายออกมาจากแผ่นหลังของเธอ ยามที่เธอง่วนอยู่กับการขยี้ แกว่ง ล้าง ในกาละมังเพื่อซักถุงเท้าและชั้นในให้ผม ผมว่าผู้หญิงตรงหน้าผมในขณะนี้ เธอกลายเป็น นางฟ้า ไปเสียแล้ว ในขณะที่ผมยืนกอดอกมองเธออยู่เงียบๆ ตอนนั้นผมหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ผมยืนมองดูเธอซักเสื้อผ้าให้ผม พลางในใจผมก็คิดว่า เธอได้ซักหัวใจผมไปด้วย ผู้หญิงแสนดีที่ผมไม่รู้ว่า หากพลาดจากเธอแล้ว ผมจะหาใครอย่างนี้ได้อีกหรือไม่ ขอบคุณพระเจ้าครับ ... ที่ประทานเธอมาให้ผู้ชายที่โชคดีอย่างผม ถึงนาทีนี้ผมยังขอยืนยันว่า ผมรักเธอ ครับ รักมากกว่าชีวิตของผมเองด้วยซ้ำไป ขอบคุณเธอของผมด้วยครับ ที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ให้ผู้ชายธรรมดาๆ อย่างผมคนนี้ ... ได้รัก |