พิมพ์หน้านี้
|
ขณะนี้โลกเรากำลังเผชิญกับภาวะเรือนกระจก ทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น น้ำแข็งที่บริเวณขั้วโลกมีการละลายเพิ่มขึ้น รวมทั้งระดับน้ำในทะเลก็สูงขึ้น ทำให้โลกร้อนขึ้นหรือที่เราเรียกกันว่า ภาวะโลกร้อน (warming global) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ๆ เช่นกรุงเทพฯ ที่มีการจราจรแออัด ผู้คนเบียดเสียด ไม่ค่อยมีพื้นที่โล่ง ฯลฯ โอกาสที่จะเกิดโรคลมแดดก็มีเพิ่มขึ้น เพราะภาวะอุณหภูมิในร่างกายสูง ร่างกายของคนเราได้รับความร้อน จากสิ่งแวดล้อมและจากการสร้างความร้อน ของร่างกายเช่นในขณะพักร่างกายเรา สามารถสร้างความร้อนและมีอุณหภูมิเพิ่ม 1.1 องศาเซนติเกรดต่อชั่วโมง ในขณะที่ออกกำลังกายกล้ามเนื้อจะสร้าง ความร้อนได้ 15 เท่าในขณะที่พัก แต่ร่างกายของเราสามารถปรับอุณหภูมิ ให้คงที่ (Core Temperature) ที่ 37 องศาเซ็นติเกรด ( โดยอาศัยกระบวนการดังนี้ 1. Conduction คือการนำความร้อนออกจากร่างกาย โดยจะต้องมีสื่อการมาสัมผัสเช่นน้ำ ร่างกายจะใช้กลไกนี้ในการขับความร้อน ได้เพียงร้อยละ 2-3 ของความร้อน ที่ร่างกายผลิตได้ 2. Convection คือการกระจายความร้อนของร่างกาย สู่สิ่งแวดล้อมรอบตัวซึ่งร่างกายเราใช้ กระบวนการนี้ขับความร้อนได้ร้อยละ 10 ของความร้อนที่ผลิตได้แต่หากอุณหภูมิ อากาศสูงกว่าร่างกายของเราก็ไม่สามารถ ใช้กระบวนการนี้ในการขับความร้อน ออกจากร่างกาย 3. Radiation คือการที่ร่างกายขับความร้อน เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าร่างกายเราใช้ กระบวนการนี้ขับความร้อนได้ถึงร้อยละ 65 ของความร้อนที่ผลิตได้แต่หากอุณหภูมิ ของอากาศสูงขึ้นก็จะขับความร้อนได้น้อยลง 4. Evaporation ร่างกายเราขับความร้อนโดยผ่านทางเหงื่อ หรือน้ำลายและสามารถขับความร้อนได้ ร้อยละ 30 ของความร้อนที่ผลิตได้ จะเห็นได้ว่าร่างกายเราจะขับความร้อน ส่วนใหญ่คือวิธีที่ 3 และ 4 แต่เมื่ออุณหภูมิ ของอากาศสูงขึ้นร่างกายเราจะเหลือวิธี การขับความร้อนโดยทางเหงื่อและทางหายใจ ได้อย่างเดียว การปรับตัวรับกับความร้อน ความสามารถในการปรับตัว กับอุณหภูมิที่สูงขึ้นกับสุขภาพ อายุ และสภาพแวดล้อมซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา ในการปรับตัวเป็นวันหรือสัปดาห์ โดยจะมีการปรับตัวดังนี้ ... - เหงื่อจะออกเร็วขึ้นและมีปริมาณมากขึ้น - ปริมาณเกลือในเหงื่อจะน้อยลง - หัวใจทำงานเพิ่มขึ้น - มีการสร้างฮอร์โมนเพื่อเก็บน้ำและเกลือเพิ่มขึ้น เมื่ออุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้น จะกระตุ้นสมองส่วน hypothalamus และสมองส่วนปลายทำให้เลือดไหล ไปผิวหนังเพิ่มขึ้น เหงื่อออกมากขึ้น หายใจเร็วขึ้นเพื่อขับความร้อนออกจากร่างกาย สำหรับผู้สูงอายุหรือคนป่วยความสามารถเหล่านี้ จะเสียไปทำให้อุณหภูมิร่างกายสูง ร่างกายเราจะทนกับอุณหภูมิได้แค่ไหน ? ร่างกายเราสามารถทนกับอุณหภูมิที่ 42 องศา ได้ 45 นาทีถึง 8 ชั่วโมงจากนั้นเซลล์ของร่างกาย จะสร้าง heat-shock proteins ซึ่งจะทำให้ เซลล์มีความทนต่อความร้อน ทนต่อการขาดเลือดหรือแม้กระทั่ง การขาดออกซิเจนทำให้เซลล์ตายช้าลง ความรุนแรงของโรคลมแดด สาเหตุของหรือปัจจัยเสี่ยงของโรคลมแดด - โรคประจำตัว + โรคหัวใจ + โรคผิวหนัง (eg, scleroderma, ectodermal hyperplasia) + ไฟไหม้ผิวหนัง + ร่างกายขาดน้ำ (เช่นอาเจียน , ท้องร่วง) + โรคต่อมไร้ท่อ (เช่นต่อมธัยรอยด์เป็นพิษ, เบาหวาน, pheochromocytoma) + โรคระบบประสาท (เช่น autonomic neuropathies, parkinsonism, dystonias) + สมองเสื่อม + ไข้ - พฤติกรรม + ออกกำลังกายหรือทำงานในสภาพ อากาศร้อนจัด + ระบบระบายอากาศไม่ดี + ใส่เสื้อผ้าหนาหรือกันการระเหยของเหงื่อ + ดื่มน้ำน้อย - ยาหรือสารพิษ + ยาลดความดันโลหิต Beta-blockers + Anticholinergics + ยาขับปัสสาวะ Diuretics + สุรา Ethanol + ยาแก้แพ้ Antihistamines + ยาต้านการซึมเศร้า Cyclic antidepressants + Sympathomimetics (eg, cocaine, amphetamines) + Phenothiazines + Lithium + Salicylates - ปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่น + ขาดน้ำและเกลือแร่ Salt or water depletion + อ้วน Obesity + อยู่คนเดียว Living alone + ผู้ป่วยนอนบนเตียงช่วยตัวเองไม่ได้ Confined to bed + สูงอายุ Extremities of age |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||