• วิศวกรสังคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : joe_hist44@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-11
  • จำนวนเรื่อง : 63
  • จำนวนผู้ชม : 11730
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
โจ ลอว์
มาร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นคำถามว่า กฎหมายที่ควรจะเป็น เป็นอย่างไร ? และ ความยุติธรรม อยู่ที่ไหน ??
Permalink : http://www.oknation.net/blog/jo-law
วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม 2550
เรื่องที่ต้องใช้หัวใจอ่าน : บันทึกผู้สังเกตการณ์ นาทีระทึก ดันชาวบ้านปากมูนพ้นรั้วทำเนียบฯ
Posted by วิศวกรสังคม , ผู้อ่าน : 83 , 11:54:26 น.  
พิมพ์หน้านี้


 เรื่องที่ต้องใช้หัวใจอ่าน : บันทึกผู้สังเกตการณ์ นาทีระทึก ดันชาวบ้านปากมูนพ้นรั้วทำเนียบฯ 

เรื่อง :  มุทิตา  เชื้อชั่ง

ภาพ :  คิม ไชยสุขประเสริฐ, เบญมาศ บุญฤทธิ์, อุเชนทร์ เชียงเสน

 

 

 

 

10 กรกฎาคม 2550

ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล

กรณีชาวบ้านปากมูนนั่งหลบฝนที่ทำเนียบไม่ยอมกลับเพื่อขอเจรจาให้เปิดเขื่อน

 

 

 

 

 

“คุยกันสองชั่วโมง ไม่ได้อะไรเลยพี่น้อง แล้วยังให้ไปคุยกับผู้ว่าฯ ให้ตั้งกรรมการศึกษาใหม่ ให้ไปเริ่มต้นใหม่กันอีก” 

 

“เขาไม่แน่ใจว่าพี่น้องมีผลกระทบจริงไหม นายกฯ คนนี้ฟังแต่ข้าราชการประจำ ไล่เราไปหาผู้ว่าฯ เหมือนเดิม แล้วอ้างว่าเปิดเขื่อนไม่ได้หรอก รัฐบาลเหลือเวลาแค่ 2 เดือน คล้ายๆ เป็นรัฐบาลเงา ทำอะไรไม่ได้” 

 

สิ้นเสียงประกาศของแม่คำปอง เวียงจันทร์ หนึ่งในแกนนำสมัชชาคนจนที่เข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่รัฐยามวิกาลกว่า 2 ชั่วโมง ชาวบ้านที่เหลืออีก 60 กว่าคนก็ปรบมือกันลั่นเพื่อเป็นเกียรติให้รัฐบาลที่ “เฮ็ดหยังบ่ได้” และเฉลิมฉลองการเริ่มต้นต่อสู้ใหม่ของพวกเขา หลังจากสู้มาแล้ว 18  ปี

 

เป็นการประชดประชันเล็กๆ น้อยๆ ท่ามกลางแววตาเศร้าสร้อยของชาวบ้านที่มารอฟังมติครม. ตั้งแต่เช้า ตามคำให้สัญญาของผู้หลักผู้ใหญ่ แต่ครม.ในวันนี้ไม่มีการประชุมเรื่องนี้ และไม่มีใครออกมาแจ้งให้ชาวบ้านทราบ

 

 

ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านปากมูน ทยอยกันขึ้นรถไฟ (เลี่ยงด่านสกัดของทหาร) เดินทางมากรุงเทพฯ หลายครั้ง เพื่อร่วมเสวนา แถลงข่าว ยื่นหนังสือ ฯลฯ สอบถามความไม่ชอบมาพากลของการกลับมติครม.อย่างกะทันหัน จาก “เปิดเขื่อน” เป็น “ปิดเขื่อน” ภายในเวลาสองสัปดาห์ตามข้อเสนอของ กอ.รมน. และเรียกร้องให้ทบทวนเรื่องนี้โดยด่วน เพราะประตูเขื่อนขวางเส้นทางของฝูงปลาที่กำลังเตรียมอพยพจากแม่น้ำโขงสู่แม่น้ำมูนในฤดูนี้

 

แม่คำปองเคยเล่าเมื่อไม่นานมานี้ว่า ในช่วงเวลา 4 เดือนที่รัฐบาลยอมเปิดเขื่อนตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ปี 47  เป็นช่วงเวลาที่ความสมบูรณ์กลับคืนสู่แม่น้ำ ชาวบ้านจะพากันเตรียมเรือ เตรียมเครื่องมือหาปลาจดจ้องกันที่บานประตูเขื่อน ลูกๆ หลานๆ เกือบทั้งหมดของชาวบ้านที่นั่นที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ก็จะกลับมาหาปลากันในช่วงนี้จำนวนไม่น้อย  รวมถึงลูกของแม่คำปองที่ต้องระเห็จไปหากินไกลบ้าน รับจ้างกรีดยางใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

คนส่วนใหญ่ไม่มีที่ทำกิน รายได้จึงมาจากเงินที่ลูกหลานส่งเสีย งานฝีมือที่เป็นรายได้เสริม และจากการหาปลาในช่วงเปิดเขื่อนนี้เอง เราอาจจะจินตนาการความสมบูรณ์ของลำน้ำเวลาเปิดเขื่อนในฤดูปลาอพยพได้จากรายได้ของชาวประมงพื้นบ้าน เพราะปีที่แล้วแม่คำปองหาปลาได้เป็นเงินนับหมื่นบาท

 

“อดหิวที่นี่ ดีกว่าไปอดหิว บ่มีหยังกินที่บ้านเฮา พี่น้องมานี่ไม่ได้ง่ายดาย มาเพราะเขาบอกว่าจะแก้ปัญหาให้ แต่มาแล้วก็ไม่มีอะไรชัดเจน ไม่รู้จะกลับไปบอกพี่น้อง ลูกหลานเราที่กำลังรออยู่ว่ายังไง ที่นี่เป็นที่ปิดเขื่อน เราก็ต้องอยู่คุยกันตรงนี้” ลุงคนหนึ่งออกความเห็นผ่านโทรโข่ง และได้รับเสียงสนับสนุนจากชาวบ้านส่วนใหญ่ แม้ฝนจะยังตกพรำๆ ด้านนอก และพื้นคอนกรีตบริเวณทางออกประตู 4 ทำเนียบรัฐบาลจะมีน้ำขังเจิ่งนองจนหลายคนต้องยืน ไม่มีที่นั่ง

 

 

คนเฒ่าคนแก่คือประชากรส่วนใหญ่ที่ดื้อเพ่งอยู่ ณ ประตู 4 นั้น บางคนดูซึมเซา อิดโรย ในขณะที่หลายคนยังกระชับกระเฉง และเถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพักๆ  หลังจากได้กินข้าวกล่องซึ่งที่ปรึกษารัฐมนตรีสั่งซื้อมาเลี้ยง

 

การไกล่เกลี่ยดำเนินไป ตำรวจพยายามอธิบายถึงความจำเป็นในการทำหน้าที่รักษาพื้นที่ราชการ โดยยินดีจะจัดเต็นท์ให้ชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันด้านนอกกำแพงทำเนียบฯ 

 

“18 ปีสู้กันมายังไม่จบ จะให้จบคืนนี้ได้อย่างไร พรุ่งนี้ มะรืนนี้ยังมี ก็ต้องค่อยๆ คุยกันไป” นายตำรวจระดับผู้ใหญ่คนหนึ่งพยายามสื่อสาร

 

“กี่ทีกี่ทีก็บอกให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ แก้ แก้ที่ละเปลาะ เปลาะพ่อ เปลาะแม่_สิ นี่มัน 10 กว่าปีแล้ว” คุณป้าอารมณ์ดีที่มักพูดเรียกเสียงฮาจากหมู่เฮาตะโกนสวนเจ้าหน้าที่ นักข่าวบางคนหัวเราะ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อพบว่านี่ไม่ใช่มุข รายงานข่าวแจ้งว่า...ท้ายเสียงป้าสั่นเครือและมีน้ำตาซึม

 

มองออกไปด้านนอก กองเชียร์ทยอยเดินทางมาเกาะประตูรั้วทำเนียบฯ เพื่อให้กำลังใจชาวบ้าน ประกอบด้วยเอ็นจีโอหลายสำนัก และนักวิชาการหลายคน จู่ๆ คนหนึ่งในนั้นก็ตะโกนขึ้นสุดเสียง

 

“คุณรู้ความทุกข์ยากของพวกเขาบ้างไหม ชาวบ้านเขาไม่ทุกข์เขาจะมาทำไม เขามากันกี่ปีแล้ว คุณไปบอกนายกฯ ของคุณนู่น ไม่ใช่มากดดันไล่ชาวบ้าน ที่นั่งหัวหงอก กินหมากอยู่นี้มันเหมือนพ่อเหมือนแม่ของคุณไหม ไฟฟ้าที่คุณใช้มันคือเลือดเนื้อของชาวบ้านที่นั่งอยู่นี้ !!”

 

นานพอควร กว่าเจ้าหน้าที่คนที่ความรู้สึกไวที่สุดจะกล่าวว่า “ใจเย็นๆ ก่อน” 

 

 

 

ท้ายที่สุด ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ (กว่า) เดินทางเข้ามาเจรจาและบัญชาการเอง มีการเตือนว่า หากขอร้องดีๆ แล้วไม่ให้ความร่วมมืออาจต้องขนขึ้นรถตำรวจไปทั้งหมดเพื่อดำเนินคดี

 

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ถูกเรียกมาสมทบตั้งกำลังสองสามแถวเตรียมเผชิญหน้า บางคนกำลังกดปิดโทรศัพท์มือถือหลังจากเพิ่งส่งเสียงสนทนาภาษาลาว ภาษาเดียวกับชาวบ้าน สีหน้าเจ้าหน้าที่ทุกคนนิ่ง เรียบ จนไม่อาจเดาได้ว่า ใครบ้างที่มาจากที่ราบสูง หรือกระทั่งใครบ้างที่มาจากอุบลราชธานี

 

 

 

 

 

ขณะเดียวกัน ชาวบ้านได้เชิญพ่อใหญ่ให้ลุกขึ้นมานำสวดมนต์ภาวนา เพื่อเรียกความสงบและสติกลับคืน พร้อมทั้งยืนยันการดื้อแพ่งอย่างสันติ แต่บทสวดมนต์เริ่มขึ้นไม่ทันไร ตำรวจก็เดินเข้าดันชาวบ้าน มีการจับตัวแกนนำ และยื้อยุดฉุกกระชากให้ออกไปนอกรั้ว ความชุลมุนเกิดขึ้น กองเชียร์จากด้านนอกกรูกันเข้ามาช่วยกันตำรวจออกจากแกนนำ ในขณะที่ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนถูกเชิญให้เดินออกไปด้วยดี

 

ชั่วไม่กี่นาที ทั้งหมดถูกดันออกมาบริเวณถนนหน้าทำเนียบ มีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง และโวยว่ามีเจ้าหน้าที่บางคนเตะชาวบ้าน มีผู้บาดเจ็บจากการดันดังกล่าว 2-3 คน รวมถึงแม่ใหญ่อายุ 70 กว่า กับ 80 กว่า โดนผลัก โดยเหยียบเท้าได้รับบาดเจ็บ

 

ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพกันวิบวับ ส่วนใหญ่เป็นช่างภาพของหนังสือพิมพ์ 2-3 ฉบับ หากโชคดีไม่มีประเด็นร้อนทางการเมืองมากมายนัก หนังสือพิมพ์พรุ่งนี้กรอบบ่ายอาจมีภาพข่าว หรือข่าวเล็กๆ ของคืนนี้ปรากฏอยู่บ้าง

 

 

 

เกือบเที่ยงคืนแล้ว นานๆ จะมีรถวิ่งผ่านถนนด้านหน้าทำเนียบฯ ซักคัน ชาวบ้านทั้งหมดนั่งทอดอาลัยพักใหญ่ตรงป้ายรถเมล์หน้าประตู 4 ที่ที่พวกเขาคุ้นเคย สภาพมันอาจเปลี่ยนไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนคือ พวกเขายังคงต้องมาที่นี่...ปีแล้วปีเล่า ยังคงไม่ได้รับการเหลียวแล ถูกผลักไส และเจ็บปวดอย่างเคย...

 

 

------------------

อ่านข่าวประกอบ :

 

ผลักไสชาวแม่มูน ปิดเขื่อนต่อ ไล่พ้นทำเนียบรัฐบาล





โดย : ประชาไท   วันที่ : 11/7/2550

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
siampatriot วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 13.46 น.
http://www.oknation.net/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

คิดแบบชาวบ้านๆ
ตอนนี้ชาวบ้านเค้าต้องการอะไร?
ข้อเรียกร้อง เอาขึ้นมาพิจารณาบ้างรึยัง?
แล้วให้ตามข้อเรียกร้องได้มั๊ย อะไรบ้าง?
อย่างนี้ทำไม่ได้หรือทำท่านรัฐผู้มีอำนาจครับ..
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 12.08 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ปัญหาบางปัญหา ต้องใช้ทั้งสติและปัญญาในการแก้
ความคิดเห็นที่ 1
chaitham วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 12.04 น.
http://www.oknation.net/blog/erp
ChaiTham

แวะมาอ่าน มาเรียนเชิญ และ ขออนุญาติฝากลิงค์นะครับ

โค่นล้ม รัฐบาลผู้กุมอำนาจรัฐ ปี พ.ศ. 2549 ซีนประวัติศาสตร์ที่ถูกขโมยไป !
http://www.oknation.net/blog/change/2007/07/11/entry-1
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31