• วิศวกรสังคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : joe_hist44@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-11
  • จำนวนเรื่อง : 63
  • จำนวนผู้ชม : 9968
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
โจ ลอว์
มาร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นคำถามว่า กฎหมายที่ควรจะเป็น เป็นอย่างไร ? และ ความยุติธรรม อยู่ที่ไหน ??
Permalink : http://www.oknation.net/blog/jo-law
วันศุกร์ ที่ 5 ตุลาคม 2550
ฉลาดชาย รมิตานนท์ : รัฐบาลไทยและ ปตท.ต้องเลิกค้ากับโจรและฆาตรกรที่ชื่อ “รัฐบาลทหารพม่า”
Posted by วิศวกรสังคม , ผู้อ่าน : 166 , 15:15:57 น.  
พิมพ์หน้านี้


ฉลาดชาย รมิตานนท์ : รัฐบาลไทยและ ปตท.ต้องเลิกค้ากับโจรและฆาตรกรที่ชื่อ “รัฐบาลทหารพม่า” 

 

องอาจ เดชา

 

 

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมศูนย์สตรีศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตยและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกันแถลงข่าว “ขอประณามการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมของรัฐบาลทหารพม่าต่อประชาชนของพม่าที่เรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าแก้ปัญหาสังคมเศรษฐกิจ”

 

โดยในช่วงหนึ่ง อ.ฉลาดชาย รมิตานนท์ ได้แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ ดังนั้น “ประชาไท”จึงขอนำเสนอความเห็นทั้งหมด ดังนี้

 

 

ปัญหาดังกล่าว ไม่ได้เพียงแค่เพิ่งเกิดเมื่อตอนมีการเดินขบวนประท้วง และก็ไม่ได้เพิ่งเกิดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่มันมีมาตั้งแต่หลังจากที่พม่าได้รับเอกราชเป็นต้นมา ก็มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่างๆ ในประเด็นต่างๆ มาตลอดเวลา ความยาวนานของการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่า เป็นสิ่งที่จะต้องมีการนำเอาออกมาพูดคุยกัน โดยต้องดูประวัติศาสตร์ของการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไล่เรียงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

สิ่งที่พูดมา ผมได้ข้อสรุปว่า มันไม่ใช่ประเด็นปัญหาของพระสงฆ์และชาวบ้านที่จะออกมาลุกขึ้นสู้ทหารพม่าแต่เพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นประเด็นสากล เป็นประเด็นของทุกประเทศที่จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศที่มีผลประโยชน์โดยตรงต่อพม่า มีผลประโยชน์ที่จะเข้าไปตักตวงทรัพยากรต่างๆ ไปเปิดตลาด ผูดขาดการค้าการขายในพม่า ซึ่งที่สุดแล้ว เราพบว่า จีน นั้นเป็นตัวการใหญ่ อินเดีย ก็มีส่วนร่วม เพราะว่ามีผลประโยชน์ในพม่า แล้วก็ยังไม่กล้าทำอะไร เพราะกลัวว่าจะสะเทือน กลัวว่าจะไม่ได้รับผลประโยชน์ที่ได้ไปลงทุนเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของก๊าซหรือเรื่องอื่นๆ

 

ในกรณีของประเทศไทย พอทราบว่า คนไทยที่เป็นนักวิชาการ นักเคลื่อนไหว ได้เคลื่อนไหวเรื่องนี้กันมาเป็นเดือนๆ แล้ว และก็ได้มีการทำหนังสือส่งถึงสหประชาชาติ ถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึงสหภาพยุโรป ถึงใครต่อใครทั้งหลายในระดับนานาชาติ ที่คิดว่าน่าจะมีช่องทางในการจัดการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

 

ถึงกระนั้นก็ตาม มันก็ยังเกิดเข่นฆ่ากันอยู่ และผมเชื่อว่าประชาชนเขาก็คงไม่ยอมแพ้ พระสงฆ์ก็คงไม่ยอมแพ้ และการใช้กำลังความรุนแรงก็คงจะเกิดขึ้นอีกต่อไป 

 

ในที่สุดแล้ว สิ่งที่มันดูเหมือนว่า จะเป็นตัวตัดสินว่า เวทีที่เราเข็นนี้ มันจะมีการถ่ายทอดหรือมีการแทรกแซงโดยประชาคมโลกได้หรือไม่นั้น มันขึ้นอยู่กับจำนวนคนตาย ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าเศร้ามาก คือที่สุดแล้ว จำนวนคนตาย จะกลายเป็นจุดที่บอกว่า ตายไปจำนวนเท่านั้นแล้วนะ ถึงเวลาแล้วนะที่จะต้องเข้าไปแทรกแซง ซึ่งไอ้ตัวเลขโหดแบบนี้ มันกลายเป็นมาตรฐานในการคิด ในการตัดสินใจ ของรัฐ ขององค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เช่น จำนวนเสียงของคนลงคะแนนมีจำนวนเท่าไหร่ เยสเท่าไหร่ โนเท่าไหร่ คนตายเท่าไหร่ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นวิธีคิดส่วนตัวคิดว่าเป็นการละเมิดที่เรียกว่า Human Rights กันอยู่แล้ว

 

แต่เนื่องจากว่า เรื่องราวที่มันเกิดขึ้นมาในโลกนี้ มันไม่เคยมีที่ไหน ที่มันคำนึงถึง Human Rights อย่างจริงๆ จังๆ

 

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เรากำลังทำ กำลังพยายามทำกันอยู่ ก็คือ พยายามสร้างพลัง สร้างอำนาจการต่อรองกับกลุ่มที่เราเรียกว่า “สิทธิมนุษยชน” ซึ่งมันเป็นคำที่เป็นกลาง มากกว่าคำว่า “ประชาธิปไตย” เพราะว่าคำว่าประชาธิปไตย แน่นอนว่า มันจะต้องตามมา แต่มันมีนัยยะที่มีการพยายามจะชี้โต่งว่า ประชาชนและพระในพม่าไม่ได้ต่อสู้ในเรื่องของประเด็นทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นเรื่องปากเรื่องท้อง เรื่องของความยากจน เรื่องของการถูกละเมิดสิทธิเหล่านั้น

 

เมื่อมองตัวโครงสร้างที่มันเป็นปัญหา ในฐานะที่เราในฐานะที่เป็นปัจเจก ทำอะไรก็ไม่ค่อยได้ ยกเว้นเข้าร่วมลงรายชื่อต่อต้าน แต่ก็ยังไม่เกิดอะไรขึ้น ในกรณีที่เชียงใหม่ ควรจะมีการจัดตั้งกลุ่ม ในฐานะที่เป็นภาคี ที่ประกอบไปด้วยนักวิชาการ เอ็นจีโอ และผู้ที่ทำงานในด้านสิทธิมนุษยชน แล้วมาคิดกันว่า จะทำกิจกรรมอะไรที่นอกเหนือไปจากการร่วมลงชื่อในเวบไซต์ต่างๆ 

 

ประเด็นมันอยู่ที่ “การบีบ” ซึ่งจะบีบใครให้ได้ผลอย่างไรนั้น มันก็ต้องบีบคนที่ใกล้ตัว คนที่สามารถจะกระทบกระเทือนผลประโยชน์ของเขาได้ เมื่อไปบีบอินเดีย ก็ไม่มีใครสนใจ ไปบีบจีน จีนก็ไม่ได้สนใจ เราอาจจะเดินขบวนไปประท้วงหน้ากงสุลจีน แต่คิดว่าจีนก็คงเฉยๆ

 

ฉะนั้น จึงคิดว่า เราควรบีบตัวการในเมืองไทย เป้าหมายองค์กร ก็คือ รัฐบาล ซึ่งแน่นอนที่สุด เมื่อหลังจากที่นายกรัฐมนตรีของไทยได้แถลงการณ์ออกมาที่ยูเอ็นแล้ว ได้มีการทำอะไรกันต่อไปบ้าง ยกตัวอย่างเช่น เงินกู้ “เอ๊กซิมแบงค์” ที่ออกให้พม่าก็ยังออกให้ต่อหรือไม่ เป็นต้น

 

และถ้ามองลงไปให้ลึกลงไปอีกระดับหนึ่ง ก็คือ กลุ่มผลประโยชน์ที่ได้จากการค้าลงทุนเศรษฐกิจกับพม่าก็คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)หรือ ปตท.และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.ว่าคุณกำลังทำอะไร คุณจะมีความเห็นอย่างไรต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในพม่า คุณมีความเห็นอย่างไรต่อการสร้างเขื่อนในพม่า ซึ่งคุณกำลังสนับสนุนผู้ที่ทำลายสิทธิมนุษยชน คุณกำลังสนับสนุนผู้ที่กำลังต่อต้านระบอบประชาธิปไตย คุณกำลังให้เงินกับกลุ่มเป็นฆาตรกร ซึ่งฆ่าได้แม้กระทั่งพระ นี่คือคำถามที่จะต้องถูกโยนไปที่ ปตท.และปตท.สผ.

 

ถ้าปตท.ไม่ขยับ ไม่ออกมาทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราอาจจะเคลื่อนโดยการประกาศว่า เราจะไม่เติมน้ำมันปตท. เราจะไม่ซื้อก๊าซ ไม่ใช้ก๊าซ หรือลดปริมาณการใช้ก๊าซ เพราะว่าก๊าซนั้นคือเลือดและลมหายใจของคนพม่า ก๊าซที่คุณซื้อมานั้นคือวิญญาณของคนที่ตายจากการปราบปรามของทหารเผด็จการพม่า น้ำมันที่คุณเติมไปนั้นคือเลือดของชาวพม่า ที่เราไปซื้อ ไปกลั่นแล้วเอามาใช้

 

ถ้าหากว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ได้รับการจัดการ ไม่ได้รับการดูแล เราจำเป็นต้องบีบอย่างน้อย 2 องค์กรนี้ ซึ่งเราก็รู้ว่า ปตท.,ปตท.สผ. ซึ่งก็เป็นปีกหนึ่งของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่มันเกี่ยวกับกองทุนที่เราเรียกว่า “สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์” ซึ่งมีคนจำนวนเป็นหมื่นเป็นแสนที่ได้รับผลประโยชน์จากกองทุนอันนี้อยู่ และก็มีองค์การในการลงทุน ในการค้ากำไรที่ชัดเจน ปีกหนึ่งก็ออกมาเป็น ปตท. อีกปีกหนึ่งก็ออกมาเป็นปูนซีเมนต์ไทย อย่างที่เราทราบกันดี

 

ดังนั้น มันถึงเวลาแล้วที่พลังเศรษฐกิจกลุ่มนี้จะต้องออกมาคำนึงต่อปัญหา เพราะว่าเขาสามารถจะทำธุรกิจและสามารถจะค้ากำไรได้ดีกว่าในบรรยากาศที่ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และในบรรยากาศที่ระบบการเมืองมันเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ซุ่มหากินอยู่กับโจรและฆาตรกรอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

 

เพราะฉะนั้น เราจะต้องบีบทั้งมาตรการทางเศรษฐกิจ ทั้งมาตราการทางศีลธรรมจริยธรรมออกมา เพื่อพุ่งเป้าไปที่องค์กรของไทยที่ทำมาหากินอยู่บนความทุกข์ของชาวพม่า.

 





โดย : ประชาไท   วันที่ : 4/10/2550

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
nongdeun วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 20.14 น.
http://www.oknation.net/blog/nongdeun
เธออาจเป็นดินสำหรับเขาแต่เธอคือดาวสำหรับฉัน...หัวใจโกหกไม่เป็น                  http://maohappy.hi5.com/


แวะมาทักทาย และแนะนำตัวค่ะ ว่าง ๆ เชิญไปเที่ยว Blog น้องเดือนบ้างนะคะ
ความคิดเห็นที่ 4
Supawan วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 08.32 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

แวะมาทักทายยามเช้า จากเชียงใหม่ค่ะ สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
Supawan วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 08.32 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

แวะมาทักทายยามเช้า จากเชียงใหม่ค่ะ สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
wullopp วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 17.00 น.

เมืองไทยเรา "ตี 2 หน้า" ก็ได้ครับ ด้านค้าขายก็ค้าขายไป ถ้าไม่ค้าขายเลยเพื่อนบ้านและจีนอาจจะกอบโกยไปหมด เราควรจะหยุดค้าขายเฉพาะเมื่อคนอื่นหยุดจริงๆ (ไม่ใช่หยุดแต่ปาก) ส่วนการประท้วงทั่วโลกควรมีต่อไป วิธีที่ดีที่สุดสำหรับทหารพม่าคือ ให้ UN ส่งกำลังทหารเข้าไปคุ้มครองประชาชน รับรองประชาชนพม่าจะช่วย UN ถล่มรัฐบาลทหารพม่า // ขอขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 1
มุสิกะตะวัน วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 15.34 น.
http://www.oknation.net/blog/mataharee

เห็นด้วย กับข้อคิดเห็นของอาจารย์อย่างยิ่ง
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31