พิมพ์หน้านี้
|
ผังเครือญาติของชุมชน จากการลงศึกษาผังเครือญาติของชุมชนบ้านสำราญ ในหมู่บ้านสำราญจะมีนามสกุลสายแววมากที่สุด เป็นนามสกุลที่เก่าแก่ เมื่อมีลูกมีหลานไป ถ้าเป็นผู้หญิงเมื่อแต่งก็ต้องเปลี่ยนนามสกุลตามสามี แต่ก็ยังเป็นเครือญาติเดียวกันอยู่ บริเวณชลประทานจะเป็นเครือญาติเดียวกันหมด ลูกสาวที่แต่งงานออกเรือนก็จะตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้กับบริเวณบ้านพ่อแม่ของตน แต่ต้องใช้นามสกุลกับสามี จึงมีนามสกุลอื่นสลับกันบ้างในบริเวณนั้น เช่น นางจิตรา สุขพรม และนางจินตหรา สายพฤกษ์ สองบ้านนี้เป็นลูกสาวจึงต้องเปลี่ยนไปใช้นามสกุลตามสามี จะเป็นอย่างนี้เกือบทั่วหมู่บ้าน ในกลางหมู่บ้านมีแม่ใหญ่ใส สายแวว ซึ่งก็เป็นญาติกัน นอกจากนี้ยังมีนามสกุลเฝ้าทรัพย์ นามสกุลจิตสิงค์ อบอุ่น ภิญโญ นามสกุลเหล่านี้ที่ได้กล่าวมาเป็นนามสกุลดั้งเดิมของหมู่บ้าน แต่ปัจจุบันก็เริ่มมีหลากหลายนามสกุลเข้ามาเพราะมีการแต่งงานของลูกสาวที่ใช้นามสกุลตามสามี อย่างไรก็ตามในหมู่บ้านสำราญก็มีการนับถือกันแบบพี่น้อง โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่จะรู้ว่าใครเป็นเครือญาติพี่น้องเดียวกันบ้าง แต่ลูกๆหลานๆรุ่นใหม่จะไม่ทราบว่าใครเป็นญาติพี่น้องกันบ้าง เพราะดูแต่เพียงนามสกุล ประวัติคนเด่นในหมู่บ้าน นายไพรศิริ จิตรสิงห์ เป็นหมอลำแต่งกลอนลำ และเป็นผู้ใหญ่บ้านมาสองสมัยแล้ว มีลูกสองคนปัจจุบันหญิงแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ส่วนลูกชายบวชเป็นพระมาได้หลานพรรษาแล้ว ปัจจุบันมาจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านสำราญบ้างและวัดบ้านหัวเรือ ได้ศึกษาพระธรรมตามพระพุทธศาสนาอยู่ ตอนเป็นหนุ่มวันรุ่นได้ทำตัวเกเรตามประสาวัยรุ่น พ่อใหญ่ไพรจึงแก้ปัญหาด้วยการให้บวชปรากฏว่าบวชไปแล้วเกิดความรู้สึกลึกซึ่งในรสพระธรรมจึงไม่ได้ศึกมาถึงปัจจุบัน ปัจจุบันพ่อใหญ่ไพรต้องทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านดูแลทุกข์สุขของประชาชน และขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นครูสอนหมอลำให้กับเด็กที่มีความสนใจที่จะเรียนหมอลำหรือเด็กที่ร้องเพลงลูกทุ่งหมอลำ และพ่อใหญ่ไพรก็ได้เคยมีชั่วโมงสอนในโรงเรียนบ้านสำราญ สอนในวิชากลอนที่เป็นภาษาอีสาน เคยสอนให้เด็กจนได้ไปประกวดที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้ลำดับที่ 3 ในการร้องสรภัญญะ จึงมีความภาคภูมิใจมากที่มีเด็กสนใจในวัฒนธรรมอีสาน และอยากให้เด็กทุกข์รุ่นได้ร้องฝึกหัดเกี่ยวกับกลอนของหมอลำ ในงานประจำปีต่างๆหรืองานบุญผู้ใหญ่ไพรก็จะได้ขึ้นร้องหมอลำ นายวันทอง สายแวว หรือผู้ใหญ่วัน อายุ 61 ปี เชียวชาญด้านวัตถุโบราณ และถือว่าเป็นคนที่นำทำกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา และประเพณีความเชื่อต่างๆ แกจะเป็นคนนำในการสวดมนต์ ถ้างานพิธีใดขาดแก การดำเนินพิธีนั้นก็จะไม่ราบรื่นนัก เพราะแกจะรู้ว่าควรจะทำอะไรก่อนหลังในงานกิจกรรมพิธีต่างๆ นอกจากนั้นแก่ยังเด่นเรื่องทำสวนปลูกผักได้งาม เพราะแกรู้วิธีเก็บเมล็ดพันธุ์พืชที่ดี ตามแบบลักษณะภูมิปัญญาที่เก่าแก่ของชาวบ้าน แกจะมีรถเข็นเล็กๆที่ทำเองขนาดกะทัดรัดเข็นไปสวนเป็นประจำ ลูกๆของแกมีครอบครัวกันหมดแล้ว ลูกหลานจึงไม่อยากให้แกออกไปทำสวนมากเพราะแกก็จะอายุมากแล้ว ตาม ประสาคนแก่ที่เป็นคนขยันจึงไม่ค่อยจะฟัง อยู่เฉยๆไม่ค่อยได้ แก่จึงถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญของหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังมีบุคคลอื่นอีกที่ยังมีลักษณะเด่นในแต่ละด้าน เช่น นายกัน วงศ์ล้อม เก่งทางด้านดีดพิณและเป่าแคน จะมีเด็กรุ่นใหม่ไปขอเรียนดีดพิณด้วย และก็รับทำพิณ นายยุก สุหงษา ด้านจักสาน |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||