| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
มาช่วยโลกร้อน...ด้วยการมีคู่และอย่าหย่าร้างดีกว่า เริ่มต้นต้องขอบคุณชาวโอเคเนชั่นและผู้เข้ามาเยี่ยมเยือนบ้านของผมจนผมมีกำลังใจเขียน Entry จนมาถึง Entry นี้ซึ่งเป็น Entry ที่ 100 แล้ว อย่างไรก็ดีผมจะพยายามหาเรื่องราวที่ดีมานำเสนอต่อไป และยังนำเสนอเรื่องราวจากประเทศจีนมาเสนอเป็นระยะๆ เพื่อให้ชาวโอเคเนชั่นของเราได้รับทราบเรื่องราวข่าวสารของประเทศนี้ จนกว่าผมจะไม่ได้อยู่ในประเทศนี้ อย่างไรก็ตามต้องขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับทุกๆคนที่เป็นกำลังใจให้ และเพื่อนๆทุกคนในชมรมหูดำ และชาวโอเคเนชั่นซึ่งทำให้พัฒนาการเขียนของผมดีขึ้นมากๆจาก Entry แรก เพื่อให้ Entry นี้เป็น Entry เบาๆไม่หนักเกินไปเพื่อต้อนรับ Entry ที่ 100 ของผม เรามาพูดถึง ภาวะโลกร้อน กันบ้าง ซึ่งตอนนี้อยู่ในกระแสของทั่วโลก หลังจากที่ประเทศพัฒนาแล้วไม่ว่าจะเป็น ประเทศอเมริกา ประเทศในทวีปยุโรปตะวันตก ได้ปล่อยกาซที่ทำลายบรรยากาศของโลกมาเป็นเวลานานกว่า 100 กว่าปี และพยายามบังคับให้ประเทศกำลังพัฒนาออกกฎหมายบังคับให้ประเทศของตนควบคุมการปล่อยกาซเสียขึ้นสู่ธรรมชาติ ตามสนธิสัญญาที่ลงนามกันที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมีการประชุมกันต่อที่ประเทศอินโดนีเซีย แต่อย่างไรก็ดี ประเทศอเมริกา ก็ยังไม่ร่วมลงนามในสนธิสัญญานี้สักที แถมยังฟาดหางไปหาประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังเติบโตเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ อย่างประเทศจีน และประเทศอินเดียให้ปฎิบัติตามสนธิสัญญาที่กรุงโตเกียว นี้อย่างเคร่งครัด ซึ่งก็โดนประเทศจีนตอกกลับจนวงแตกว่า ประเทศจีนพึ่งปล่อยอากาศเสียทำลายบรรยากาศของโลกมาเพียงแค่ 20 ปีเพื่อการพัฒนาประเทศ ทำไมประเทศพัฒนาแล้วไม่ปฎิบัติให้เป็นตัวอย่างก่อน จนประเทศอเมริกาหน้าชา หรือ หน้าด้าน ก็ไม่รู้
มีรายงานฉบับหนึ่งจาก กองทุนวิทยาศาสตร์แห่งชาติ มหาวิทยาลัย มิชิแกน โดยนักนิเวศน์วิทยาที่ชื่อว่า นาย Liu JianGuo (หลิว เจี้ยนกั๊ว) ซึ่งศึกษาและวิเคราะห์เรื่อง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องมาจากการหย่า ผลการวิจัยออกมาว่า สัดส่วนของสถิติหย่าร้างที่เพิ่มขึ้นสูงในปัจจุบัน ทุกครั้งที่มีการหย่าร้างก่อให้เกิดครอบครัวแบ่งเป็น 2 ครอบครัว ยิ่งในปัจจุบันซึ่งเป็นครอบครัวเดี่ยวที่อยู่ตัวคนเดียวแยกออกมาจากครอบครัวรวม นั้นหมายถึง การใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า อันได้แก่ การใช้ที่ดิน น้ำ และ พลังงาน ซึ่งเป็น 3 ทรัพยากรที่กำลังวิกฤต ในปัจจุบัน ครอบครัวที่เป็นครอบครัวเดี่ยวอยู่คนเดียวจะใช้ที่ดิน น้ำ ไฟ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้มีประสิทธิภาพน้อยกว่าครอบครัวที่มีสมาชิก 2 หรือ 4 คน ซึ่งร่วมกันแบ่งปันใช้สอยทรัพยากรเหล่านี้ หมายถึง เมื่อมีการหย่าร้างแยกเป็น 2 ครอบครัว ทรัพยากรที่จะใช้จะทวีคูณเป็นสองเท่า ตัวอย่างในสหรัฐ ปี 2005 มีบ้านที่หัวหน้าครอบครัวหย่าร้าง 16.5 ล้านคน และบ้านที่หัวหน้าครอบครัวแต่งงาน กว่า 60 ล้านคน ซึ่งบ้านที่หย่าร้างใช้ไฟฟ้าต่อคนต่อเดือนมากกว่าบ้านที่แต่งงาน ซึ่งหมายถึงการสูญเงินปีละ 6,900 ล้านดอลลาร์ ค่าน้ำอีก 3,600 ล้านดอลลาร์ ในรายงาน Liu JianGuo ไม่ได้ตำหนิการหย่าร้าง แต่กล่าวว่า ทุกครั้งที่เราออกมาปกป้องสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันและต่อสู้กับภาวะโลกร้อน แต่เรามองข้าม ประเด็นการหย่าร้าง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่ง และแนะนำให้คนอยู่และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น โดย การพยายามอยู่ร่วมกับคนอื่นให้ได้เพื่อโลกของเรา เห็นรายงานอย่างนี้แล้วสำหรับครอบครัวที่มีปัญหาและกำลังจะหย่าร้าง มันไม่ใช่เรื่องของคนสองคน ที่กำลังก่อปัญหาสังคม กลายเป็นว่า คุณกำลังเป็นตัวปัญหาที่ทำร้ายทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นตัวการที่เพิ่มภาระให้แก่ภาวะโลกร้อนด้วยโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเวลาที่มีความรักน้ำต้มผักว่าหวาน แต่ยามชังก็พยายามคิดถึงน้ำต้มผักสักหน่อย เพราะมันไม่ใช่เรื่องของคนสองคนอีกต่อไปแล้ว ระวังทั่วโลกเขาจะประนามเอา ส่วนในคนที่นิยมเป็นโสด คนที่นิยมคานทอง คนที่ชอบอยู่กับความเหงา หัดลงมายืนบนพื้นดินซักหน่อย อย่าไปตั้งกำแพงบดบังหัวใจของคุณให้มากนัก ลองหาคนที่คุณพอทนได้มาใช้ชีวิตคู่กันหน่อย อย่าไปตั้งความหวังไว้สูงเลย เพื่อจะได้มาถนอมทรัพยากรธรรมชาติกันเพื่อปกป้องภาวะโลกร้อนกันหน่อย ไม่งั้นคนรุ่นลูกรุ่นหลานจะมาต่อว่าเอาได้ โดยเฉพาะชาวโอเคเนชั่นหลายๆคนที่ชอบจัง เหงากันอยู่บ่อยๆ...
|